ตอนที่ 368 ไปโย่วสุยคนเดียว
ตอนที่ 368 ไปโย่วสุยคนเดียว
อวิ๋นโม่ก้าวเข้าสู่ระดับกึ่งคงเขตแดนได้สำเร็จ แต่เกรงว่าเขาจะต้องติดอยู่ในระดับกึ่งคงเขตแดนเป็นเวลานาน เพราะทัณฑ์พันอัสนีที่เขาเชี่ยวชาญเป็นวิชาระดับท่องพันลี้เท่านั้น หากไม่มีวิชายุทธ์ต่อไป เขาจะไม่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับคงเขตแดนได้ แต่หากเป็นวิชายุทธ์ทั่วๆ ไป อวิ๋นโม่ก็ไม่ถูกใจ จำเป็นต้องค้นหาทัณฑ์พันอัสนีครึ่งหลัง เรื่องนี้เป็นไปได้ยาก แต่เขาก็จะลองดู
“ขอแสดงความยินดีกับปรมาจารย์ที่เลื่อนระดับสำเร็จ!” หลังจากสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของที่นี่ ฝานจิ่งเหวินก็รีบออกมาจากห้องหลอมโอสถ
“เข้ามาเถอะ” อวิ๋นโม่ขานรับ หลังได้รับประสบการณ์จากเรื่องลั่วเทียน เขาก็ระมัดระวังอย่างยิ่ง ระหว่างที่เขาขับพิษ กระทั่งฝานจิ่งเหวินก็ไม่ได้รับอนุญาตให้รั้งอยู่ในห้อง แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับศิษย์ผู้นี้ อวิ๋นโม่ยังคงค่อนข้างพอใจ
ชาติก่อนเป็นเพราะเขาอ่อนแอ และความสามารของลั่วเทียนก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจ สิ่งที่ลั่วเทียนเก็บซ่อนไว้ในใจ อวิ๋นโม่มองไม่ออก แต่ตอนนี้แตกต่างออกไป อวิ๋นโม่อ่านความคิดของฝานจิ่งเหวินได้อย่างชัดเจน ศิษย์คนนี้ไม่คิดอะไรมาก มุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่วิชาแพทย์ กับอาจารย์เขาก็ให้ความเคารพอย่างยิ่ง
ฝานจิ่งเหวินผลักประตูเข้าไป เห็นอวิ๋นโม่ควบคุมเปลวไฟคล้ายกำลังหลอมอะไรบางอย่าง
“ปรมาจารย์กำลังหลอมโอสถหรือ” ฝานจิ่งเหวินถาม
อวิ๋นโม่ไม่ตอบ เขาจดจ่ออยู่กับการขัดเกลา หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามก็ตวัดมือเบาๆ เม็ดโอสถสีดำก็ลอยออกมา
“นี่คือ?” ฝานจิ่งเหวินมองโอสถ ตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว
อวิ๋นโม่โบกสองมือ ใช้เคล็ดวิชาผนึกโอสถเม็ดนี้เอาไว้ อมยิ้มก่อนพูด “พิษจากโอสถในร่างกายของข้ารวมอยู่ในนี้ทั้งหมด มันไม่ได้มีฤทธิ์มากนัก แต่สามารถทำลายเส้นทางการบ่มเพาะได้ แม้แต่จอมยุทธ์ระดับมโนสำนึก หากสูดดมพิษนี้ก็จะได้รับผลกระทบรุนแรงเช่นกัน แม้ไม่สามารถฆ่าใครแต่ก็ทำให้ศัตรูปวดหัวอย่างที่สุด ใช้สิ่งนี้โจมตีศัตรู ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย แต่ยังทำให้เขายากจะก้าวหน้าในการฝึกฝน”
เก็บโอสถพิษนี้เรียบร้อย อวิ๋นโม่และฝานจิ่งเหวินก็ออกจากห้องหลอมโอสถ เขาเงยหน้ามองไกลออกไปพลางเปรยเสียงเบา “ได้เวลาทวงหนี้แล้ว”
“ท่านปรมาจารย์ ให้ข้าส่งผู้อาวุโสคุมกฎไปกับท่านเถอะ” ฝานจิ่งเหวินรู้ว่าอวิ๋นโม่จะทำอะไรจึงพูดเช่นนี้ อาณาจักรโย่วสุยไม่ใช่สถานที่เรียบง่าย แม้ความสามารถของอวิ๋นโม่แข็งแกร่ง แต่ในอาณาจักรโย่วสุยมีจอมยุทธ์ระดับคงเขตแดนชั้นกลางอยู่ อีกทั้งอาณาจักรแห่งหนึ่งย่อมต้องมีไพ่ตายซ่อนเอาไว้ อวิ๋นโม่ไปเพียงลำพังเกรงว่าจะได้รับอันตราย
อวิ๋นโม่ส่ายหน้าพร้อมคลี่ยิ้ม “ไม่ต้อง ถ้าข้าไม่สามารถรับมืออาณาจักรเล็กๆ อย่างโย่วสุย ข้าจะไปหาเสี่ยวหรูได้อย่างไร”
ฝานจิ่งเหวินคิดจะพูดอะไรอีก อวิ๋นโม่ก็นำเรือบินออกมาก่อนหันมาเอ่ยกับลูกศิษย์ของตน “วางใจเถอะ แค่อาณาจักรโย่วสุยแห่งเดียว ต่อให้ข้ากำราบพวกเขาไม่ได้ก็ไม่มีทางทิ้งชีวิตไว้ที่นั่น สู้ไม่ได้ อย่างน้อยก็หนีได้”
ฟิ้ว!
เรือบินทะยานข้ามท้องฟ้าและลับสายตาไป
ฝานจิ่งเหวินมองตามทิศที่เรือเหาะหายไป “อีกไม่นาน ปรมาจารย์คงจะไปจากที่นี่กระมัง”
ในวังของอาณาจักรจั่วสุย ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ทอดพระเนตรไกลออกไป ขันทีข้างพระวรกายถามเสียงแหลม “ฝ่าบาท บนท้องฟ้าไม่เห็นสิ่งใด ทรงทอดพระเนตรอะไรอยู่พะยะค่ะ”
ฮ่องเต้ทรงพระสรวล “เจ้าหนุ่มนั่นไปโย่วสุยเพียงลำพัง ท่าทางโย่วสุยต้องเจอเรื่องยุ่งยากแล้ว จั่วสุยของข้าให้กำเนิดอัจฉริยะเช่นนี้ขึ้นมาช่างเป็นบุญของอาณาจักร เสด็จพี่ไปหาเรื่องเขาก็ได้แต่ต้องโทษพระองค์เองที่โชคร้ายแล้ว”
ขันทีก้มศีรษะลง ไม่กล้าพูดอะไร เรื่องบางเรื่องเขาไม่อาจเข้าใจและไม่อาจถาม
ด้านสำนักศึกษาจั่วสุย พวกเคอเย่และรองเจ้าสำนักฉางเจี๋ยเงยหน้ามองไปยังทิศหนึ่ง ฉางเจี๋ยถาม “ต้องการให้ข้าติดต่อกับอาณาจักรโย่วสุยหรือไม่”
เคอเย่ส่ายหน้า “อันที่จริงข้าไม่เคยมองศิษย์คนนี้ออกเลย แต่เขาทำสิ่งต่างๆ ด้วยความรอบคอบ ในเมื่อเขาไม่มาหาเรา นั่นหมายความว่าเขามีความมั่นใจ พวกเรารอดูเถอะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“อายุสิบเจ็ดปีก็ท้าทายโย่วสุยทั้งอาณาจักรด้วยความแข็งแกร่งของตนเพียงลำพัง เคอเย่ เจ้ารับศิษย์ที่ดีมากคนหนึ่ง” สตรีงามพิลาสที่อยู่ข้างๆ เอ่ย นางก็คือเซี่ยหงเหลียน สตรีที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในอันดับต้นๆ ของสำนักศึกษาจั่วสุย
เคอเย่ยิ้มก่อนเอ่ยต่อ “อาจารย์หงเหลียน ศิษย์ของท่านเหนือกว่าศิษย์ของข้าเสียอีก”
ฉางเจี๋ยมองพวกเขาสองคนก่อนเบ้ปาก “พวกเจ้าสองคนพอได้แล้ว คนแก่อย่างข้าฟังแล้วรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว พวกเจ้าต่างมีศิษย์ที่ยอดเยี่ยม ข้ากลับยังไม่พบต้นกล้าชั้นดีเลย จริงสิ ในเมื่อลูกศิษย์ของพวกเจ้าคบหากัน ไม่สู้พวกเจ้าทั้งสองก็จับคู่เสียด้วยเลย ความสัมพันธ์จะได้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”
“รองเจ้าสำนัก ท่านพูดอะไรกัน” ใบหน้าของเซี่ยหงเหลียนเปลี่ยนเป็นสีแดง
เคอเย่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแอบมองเซี่ยหงเหลียนแวบหนึ่ง ในอดีตความแข็งแกร่งของเขาและเซี่ยหงเหลียนแตกต่างกันมากเกินไป เขาไม่กล้าคิดถึงเรื่องนี้เลย ตอนนี้ไม่แน่ว่าจะมีโอกาส แต่อย่างน้อยก็มีคุณสมบัติใช่ไหม
“โอสถสองเม็ดที่แพทย์โอสถฝานมอบให้ข้าตอนนั้นคงมาจากอวิ๋นโม่กระมัง” เคอเย่เอ่ยเสียงเบา จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ ตนเองสามารถรับคนอย่างอวิ๋นโม่เป็นศิษย์นับเป็นอานิสงส์จากบุญกุศลที่บรรพชนสั่งสมมา
“ข้าต้องขอบคุณเจ้าซาน ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ข้าจะมีโอกาสรับศิษย์ที่ดีเช่นนี้ได้อย่างไร” เคอเย่หันไปมองทิศที่ตั้งของตระกูลอวิ๋น ตัวเขาควรไปเยี่ยมเพื่อนเก่าบ้างแล้ว
อวิ๋นโม่นั่งเรือบินไปตลอดทาง เขาสอบถามที่อยู่ของฝานอู๋เหอมาแล้วจึงมุ่งหน้าไปที่นั่น
ใช้เวลาไม่นาน อวิ๋นโม่ก็ข้ามเขตแดนระหว่างจั่วสุยและโย่วสุย เข้าสู่ใจกลางอาณาจักรจักรโย่วสุย
“หยุดก่อน!”
“ใครกล้าบุกรุกอาณาจักรโย่วสุยของข้า”
ทันทีที่อวิ๋นโม่เข้าสู่อาณาจักรโย่วสุย ทหารรักษาการณ์ประจำชายแดนก็รีบเข้ามาขวาง แต่ระดับความเร็วของอวิ๋นโม่สูงมาก คนผู้นั้นไม่ทันสกัด เรือบินของเขาก็หายไปแล้ว
ทหารอาณาจักรโย่วสุยตกตะลึงไปครู่หนึ่งถึงมีคนได้สติขึ้นมา รีบร้องตะโกน “เร็วเข้า รีบแจ้งราชสำนัก ผู้แข็งแกร่งจากจั่วสุยบุกรุกอาณาจักร จุดประสงค์ไม่ชัดเจน อันตรายอย่างยิ่ง!”
ยันต์สื่อสารใบหนึ่งถูกเผา ไม่เพียงส่งสารแจ้งราชสำนัก แต่ยังส่งไปทางสำนักศึกษาโย่วสุยและขุมกำลังใหญ่ในอาณาจักรอีกด้วย
จอมยุทธ์ระดับคงเขตแดนที่แข็งแกร่งมากผู้หนึ่งของจั่วสุยบุกรุกอาณาจักรโย่วสุย จุดประสงค์ไม่ชัดเจน ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วอาณาจักรอย่างรวดเร็ว ดวงตาของผู้ฝึกฝนที่แข็งแกร่งจำนวนมากเป็นประกาย คาดเดาความจริงบางอย่างได้
“บุกรุกอาณาจักรย่อมไม่มีเจตนาดี บางทีอาจเป็นเจ้าเด็กจั่วสุยนั่นก็เป็นได้!”
“แต่เจ้าเด็กนั่นจะกล้ามาอาณาจักรของพวกเราเพียงลำพังหรือ ไม่รู้ว่าประมาทหรือมั่นใจในความสามารถของตนกันแน่”
“แค่ไม่กี่เดือนเอง ความแข็งแกร่งของเขาไม่น่าจะเพิ่มสักเท่าไรใช่ไหม ข้าว่าเขาบ้าบิ่นเกินไป ถึงอย่างไรก็ยังเป็นเด็ก มีความแข็งแกร่งเล็กน้อยก็คิดว่าไร้ศัตรูในใต้หล้าแล้ว”
“ข้าจะไปทดสอบเจ้าเด็กนั่นหน่อย หากสามารถฆ่ามันได้ นับว่าเป็นประโยชน์ต่ออาณาจักรโย่วสุย!”
“ขอแนะนำว่าอย่ามั่นใจนัก ข้าได้ยินมาว่าเด็กคนนี้เคยฆ่าหนอนเจาะโคลนระดับสี่สองตัว ทั้งยังทำให้ฝานอู๋เหอได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้ผ่านมาก็หลายเดือนแล้ว ความสามารถของเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่ หากเจ้าไปไม่แน่ว่า อาจไปตาย!”
สายตาของผู้แข็งแกร่งเกือบทั้งหมดในอาณาจักรต่างมองไปทางเรือบินที่พุ่งไปยังที่พักของฝานอู๋เหอด้วยความเร็วสูง
มุมหนึ่งในเรือนพัก ฝานอู๋เหอบดขยี้ยันต์ส่งสารพลางเอ่ยเสียงเย็นชา “มาคนเดียวหรือ หึ ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าก็จะให้เจ้าได้สมหวัง! ครั้งก่อนมีคนปกป้องเจ้า ครั้งนี้ข้าจะดูสิว่าใครจะช่วยชีวิตเจ้าได้!”
“พี่ฝาน เด็กคนนี้มาคนเดียวเท่ากับมาหาที่ตาย! พอดีเลย ครั้งนี้จะได้กำจัดภัยร้ายในภายหน้า ได้ยินมาว่าเจ้าเด็กนี่ใช้ฝีมือต่ำช้าทำร้ายท่าน คนเช่นนี้ข้าเกลียดนัก ข้าอยากเห็นสักหน่อยว่าอัจฉริยะที่ลือกันว่าเก่งกาจที่สุดในจั่วสุย ตกลงแล้วมีความสามารถสักกี่ส่วน พี่ฝานไม่ต้องลงมือ ให้ข้าเล่นกับเขาสักพักเถอะ” จอมยุทธ์ระดับคงเขตแดนผู้สวมเกราะข้างกายฝานอู๋เหอเอ่ยปาก ดูจากบรรยากาศรอบกาย สมควรเป็นระดับคงเขตแดนขั้นสองชั้นฟ้าผู้หนึ่ง
ในอาณาจักรโย่วสุย มีหลายคนคิดจะรั้งอวิ๋นโม่และฆ่าเสีย จะได้ไปรับรางวัลใหญ่จากอาณาจักร แต่สิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือ การเคลื่อนที่ของอวิ๋นโม่รวดเร็วมากจนพวกเขาตามไม่ทัน
“เรือบินของเจ้านั่นว่องไวเกินไปแล้ว อย่างน้อยจะต้องเป็นพาหนะวิญญาณระดับคงเขตแดนชั้นกลาง พวกเราไล่ตามไม่ทันเลย!” บางคนถอนหายใจ
“หึ นับว่าเจ้าเด็กนั่นโชคดี ไปกัน พวกเราไปยังที่พักของฝานอู๋เหอ ถึงเจ้าเด็กนี่หลบพวกเราได้ สุดท้ายก็ต้องติดอยู่ในอาณาจักรของพวกเรา”
คนทั้งหมดที่คิดจะฆ่าอวิ๋นโม่ รวมทั้งยอดฝีมือระดับคงเขตแดนที่อยากได้รางวัลจากอาณาจักรและคนที่รั้งอวิ๋นโม่เอาไว้ไม่ทันต่างก็เหาะไปทางที่พักของฝานอู๋เหอด้วยความกระตือรือร้น
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 368 ไปโย่วสุยคนเดียว"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com