ตอนที่ 369 ทั่วทั้งโย่วสุย
ตอนที่ 369 ทั่วทั้งโย่วสุย
ในวังของอาณาจักรโย่วสุย บุรุษในชุดมังกรผู้หนึ่งเอนตัวหนุนตักสตรีทรงเสน่ห์เย้ายวน กินผลไม้ที่นางปอกให้อย่างรื่นรมย์
“มาแค่คนเดียวจริงหรือ” ชายผู้นั้นถาม
“ตามที่ทหารผู้นั้นเห็น มีเพียงคนเดียวเท่านั้นพะยะค่ะ”
“แม้ฝานอู๋เหอเสียมือไปข้างหนึ่ง แต่ไม่กระทบต่อพลังการต่อสู้ อีกไม่นานก็จะก้าวเข้าสู่ระดับคงเขตแดนขั้นสามชั้นฟ้า หากไม่มีเรื่องแทรกซ้อน เจ้านั่นอาจเลื่อนไปถึงระดับคงเขตแดนชั้นกลาง ผู้ช่วยที่ทรงพลังเช่นนี้ ข้าไม่อาจทนเห็นเขาตาย เจ้าละอ่อนนั่นกล้ามาโย่วสุยเพียงลำพังคงจะมีดีอยู่บ้าง ข้าต้องไปดูสักรอบ”
ครู่ต่อมา ราชรถหรูหราคันหนึ่งเทียมด้วยอสรพิษอสูรที่ใกล้จะเปลี่ยนร่างหลายตัวเหาะออกจากวังหลวง ด้านหลังยังมียอดฝีมือกลุ่มใหญ่เหาะตามมาด้วยท่าทางฮึกเหิม
ในสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุย สตรีท่าทางเย็นชาอย่างยิ่งผู้หนึ่งเงยหน้ามองไปไกล จู่ๆ ก็ยิ้มออกมา “น่าสนุก เด็กหนุ่มคนนี้กล้ามายังอาณาจักรของข้าเพียงลำพัง ไม่รู้ว่ามาสวามิภักดิ์หรือมาตายกันแน่”
“เจ้าสำนัก พวกเราจะไปดูไหม” ใครบางคนถาม
เมื่อสิ้นเสียงของเขา ถึงพบว่าสตรีผู้นั้นหายไปแล้ว เขาส่ายหน้าพร้อมยิ้มอย่างขมขื่น “ความแข็งแกร่งของเจ้าสำนักยากจะแยกแยะขึ้นไปทุกที อีกไม่นานนางคงเข้าสู่ระดับคงเขตแดนชั้นสูงกระมัง”
ฝานอู๋เหอดูเหมือนชอบทะเลสาบเป็นพิเศษ หลังจากมาถึงอาณาจักรโย่วสุย ที่พักอาศัยที่เขาเสาะหาก็ยังเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ยามนี้เรือบินลำหนึ่งหยุดอยู่เหนือจวนหลังใหญ่ของฝานอู๋เหอ เด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ที่หัวเรือและมองลงไป
ฝานอู๋เหอเดินออกมา จ้องอวิ๋นโม่ด้วยสายตาเย็นเยียบ สำหรับเขา อวิ๋นโม่คือคนที่ตายไปแล้ว ข้างกายฝานอู๋เหอคือบุคคลระดับผู้นำของสำนักมหาธารา พวกเขามองอวิ๋นโม่ด้วยความโกรธแค้น หากไม่ใช่เพราะเด็กหนุ่มนี่ สำนักของพวกตนคงไม่ถูกทำลาย
“ท่านพ่อ จู่ๆ เคอเย่ก็เลื่อนระดับได้และสังหารพี่จื้อเซิง เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับอวิ๋นโม่แน่ ท่านอย่าให้มันตายสบายเกินไป!” สตรีที่อยู่ข้างกายฝานอู๋เหอคือบุตรีของเขา ฝานอวี่ฉี นางกัดฟันเอ่ยด้วยสายตาเคียดแค้น
ฝานอู๋เหอรับคำเบาๆ “ข้าเคยบอกแล้วว่าจะต้องเอามันมาจุดตะเกียงวิญญาณ ย่อมไม่ผิดคำพูด!”
อวิ๋นโม่ยืนอยู่บนหัวเรือ มองสำรวจเอ่ยราบเรียบ “ฝานอู๋เหอ เจ้าพร้อมรับความตาย หรือจะให้พวกสวะมาตายก่อน”
“หึ! พูดจาอวดดีนัก เด็กที่ขนยังไม่ขึ้นผู้หนึ่งก็กล้ามาฆ่าคนในอาณาจักรของข้า ถามข้าแล้วหรือยัง” ชายชุดเกราะเหาะขึ้นไปมองอวิ๋นโม่อย่างเย็นชา
อวิ๋นโม่เหลือบมองชายคนนั้นแวบหนึ่ง “อาณาจักรโย่วสุยต้องการสอดมือเรื่องนี้หรือ”
ไม่รอให้ชายคนนั้นตอบ เสียงทุ้มลึกก็ดังขึ้น “จอมยุทธ์ของอาณาจักรจั่วสุยจะฆ่าคนตามอำเภอใจในอาณาจักรโย่วสุยของข้า ข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้หรือ”
อสรพิษทรงพลังหลายตัวลากราชรถหรูหราคันหนึ่งเข้ามาใกล้ ด้านหลังมีจอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งหลายสิบคนติดตามมา ในบรรดาคนเหล่านั้นมียอดฝีมือระดับคงเขตแดนอยู่หลายคน
“เป็นฝ่าบาทและราชองครักษ์ประจำพระองค์ คิดไม่ถึงว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาด้วยพระองค์เอง เช่นนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกแล้ว ไม่ว่าเด็กคนนี้มีพลังมากแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องพบจุดจบอยู่ที่นี่”
“ใช่แล้ว ราชองครักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดผู้นั้นเป็นยอดฝีมือระดับคงเขตแดนขั้นสามชั้นฟ้า ส่วนฝ่าบาทเองก็ทรงเป็นผู้แข็งแกร่งระดับคงเขตแดนขั้นสี่ชั้นฟ้า ไม่ว่าคนไหนก็ไม่ใช่ผู้ที่เด็กน้อยคนนั้นจะเทียบได้”
“กล้ามายังโย่วสุยของข้าเพียงลำพัง ย่อมต้องพร้อมรับจุดจบของตนเอาไว้แล้ว!”
อวิ๋นโม่เอ่ยเสียงขรึม “ข้ามาที่นี่ก็เพื่อสะสางความแค้นส่วนตัว ไม่คิดสร้างความขัดแย้งกับอาณาจักรโย่วสุย หากฝ่าบาทไม่ทรงแทรกเข้ามา ข้าก็จะดีใจมาก”
“ฮ่าๆ นี่ไม่ใช่ความแค้นทั่วไปที่สามารถแจกแจงอย่างชัดเจน หากเจ้าสังหารคนต่อหน้าเราในอาณาจักรโย่วสุย เราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เกียรติของอาณาจักรข้าจะดำรงอยู่อย่างไร”
ทันทีที่ฮ่องเต้โย่วสุยตรัสจบ เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏตัว เป็นสตรีที่มีรูปโฉมงามล้ำคนหนึ่ง แต่ดวงตาเย็นชาราวกับไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่อาจกระตุ้นความสนใจของนางได้
“เป็นเจ้าสำนักของสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุย คือบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรโย่วสุยของพวกเรา!” หลังจากเห็นสตรีผู้นี้ คนโดยรอบก็โห่ร้องอย่างตกตะลึง
คิดไม่ถึงว่าสองผู้แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรของพวกเราจะมาแล้ว ดูท่าอวิ๋นโม่จะต้องตายแน่แล้ว เผชิญหน้ากับคนเดียวเขาก็ไม่มีโอกาสหนีแล้ว แต่นี่มีถึงสองคน
“เจ้าฆ่าคนไม่ได้หรอก” เจ้าสำนักสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยเอ่ยเรียบๆ
“นั่นก็ไม่แน่” อวิ๋นโม่ปรายตามองเจ้าสำนักผู้นั้นแวบหนึ่ง ความสามารถแข็งแกร่งมาก แม้แต่ตนก็ยังเกรงอยู่บ้าง
“นี่เป็นความจริง ไม่ใช่ว่าเจ้าพูดอะไรก็จะต้องเป็นอย่างนั้น ที่จริงเจ้ามีโอกาสที่จะสังหารเขา ขอเพียงเจ้าเข้าร่วมสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยของข้า”
ฝานอู๋เหอคิดไม่ถึงว่าเจ้าสำนักสำนักศึกษาโย่วสุยจะยอมเสียสละตนเพื่อดึงอวิ๋นโม่เป็นพวก เขาถึงกับหน้าเปลี่ยนสี หากผู้แข็งแกร่งระดับนี้คิดฆ่าเขา เขาไม่มีทางต่อต้านได้เลย แต่ในไม่ช้าฝานอู๋เหอก็โล่งใจ
อวิ๋นโม่ยิ้มอย่างไม่แยแส “ข้าบอกได้คำเดียวว่า เจ้าคิดผิดแล้ว!” เขากวาดตามองยอดฝีมือระดับคงเขตแดนทั้งหมด “เอาล่ะ ยอดฝีมือของโย่วสุยมาอยู่ที่นี่กันเกือบหมดแล้ว ตกลงพวกเจ้าจะมอบตัวฝานอู๋เหอออกมา ให้เขาต่อสู้กับข้า หรือจะเข้ามาพร้อมๆ กัน”
“สู้กับเจ้า พวกเรายังต้องเข้าไปพร้อมกันอีกหรือ ตอนนั้นที่เจ้าฆ่าสัตว์อสูรระดับสี่และทำร้ายพี่ฝานได้ก็แค่อาศัยฝีมือต่ำช้าเท่านั้น นึกว่าตนเองเก่งนักหรือ จัดการเจ้าไม่จำเป็นต้องใช้คนจำนวนมาก ข้าคนเดียวก็พอ!” บุรุษสวมชุดเกราะที่อยู่ข้างกายฝานอู๋เหอเอ่ย เขาหันไปมองฮ่องเต้โย่วสุยแวบหนึ่ง เห็นฝ่าบาททรงพยักพระพักตร์น้อยๆ จึงหันมามองอวิ๋นโม่ด้วยสายตาเหยียดหยาม
“พูดแบบนี้ก็หมายความว่าเจ้าจะเข้ามาก่อนใช่ไหม” อวิ๋นโม่เหลือบมองคนผู้นั้นแวบหนึ่งแล้วพยักหน้า เขาเก็บเรือบินเข้าไปก่อนปลดปล่อยพลังปราณ เปิดเผยระดับยุทธ์ของตนออกมา
“อะไรกัน เด็กคนนี้เป็นระดับกึ่งคงเขตแดน!”
“ดูจากหน้าตาของเขายังอายุสิบกว่าปีเท่านั้น ถึงกับเป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งคงเขตแดนแล้ว มิน่าเล่า ถึงได้กล้ามาฆ่าคนในอาณาจักรของข้า”
“หึ ระดับกึ่งคงเขตแดนแล้วอย่างไร หรือว่าอาศัยพลังเช่นนี้ก็คิดจะปะทะกับโย่วสุย”
“ฮ่าๆ อย่างไรก็เป็นแค่ระดับกึ่งคงเขตแดนเท่านั้น อย่างมากที่สุดก็เทียบได้กับระดับคงเขตแดนชั้นต้น ไม่อาจเทียบได้กับฝ่าบาทและเจ้าสำนักศึกษาราชวงศ์โย่วสุยเด็ดขาด”
ฝานอู๋เหอเห็นเหตุการณ์นี้แล้วก็ยิ่งเพิ่มพูนไอสังหาร “เด็กคนนี้น่ากลัวมากจริงๆ เวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือนก็เลื่อนจากระดับท่องพันลี้ชั้นต้นเป็นระดับกึ่งคงเขตแดน หากให้เวลาเขาอีกสักหน่อย ไม่แน่ว่าข้าก็อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแล้ว โชคดีที่เด็กคนนี้รนหาที่ตาย ล่วงหน้ามายังอาณาจักรโย่วสุย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็จะให้มันต้องรั้งอยู่ที่นี่ตลอดไปก็แล้วกัน!”
บุรุษที่อยู่ข้างกายฝานอู๋เหอคือแม่ทัพที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งของอาณาจักรโย่วสุย แม้ยังไม่เข้าสู่ระดับคงเขตแดนขั้นสองชั้นฟ้า แต่ความสามารถในการต่อสู้ของเขาอยู่ในขอบเขตระดับคงเขตแดนขั้นสองชั้นฟ้าแล้ว แม้จะอ่อนแอกว่าคนระดับฝานอู๋เหอเล็กน้อย แต่จอมยุทธ์ระดับคงเขตแดนขั้นหนึ่งชั้นฟ้าทั่วไปล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา เห็นอวิ๋นโม่เป็นแค่ระดับกึ่งคงเขตแดน เขาก็เผยรอยยิ้มเย็นชา “ความสามารถเช่นนี้ก็กล้ามายังโย่วสุยเพียงลำพัง หากไม่เรียกว่ารนหาที่ตายจะให้เรียกว่าอะไร”
“ข้าจะเด็ดหัวเจ้าลงมา ใช้กะโหลกของเจ้าเป็นจอกสุรา เพราะการฆ่าอัจฉริยะคนหนึ่งก็นับเป็นเรื่องที่น่าจดจำเช่นกัน” แม่ทัพอาณาจักรโย่วสุยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“เด็กคนนี้ตายแน่!”
“เป็นแค่ระดับกึ่งคงเขตแดนก็กล้ามาท้าประลองกับอาณาจักรของข้า ตายก็สมควรแล้ว”
“หากเขารู้จักอดทน รออีกสักหลายปีจนเข้าสู่ระดับคงเขตแดน บางทีอาจสามารถถอนตัวจากอาณาจักรโย่วสุยได้อย่างปลอดภัย ส่วนตอนนี้หรือ นอกจากตายก็ไม่มีทางอื่นแล้ว”
ยอดฝีมือของโย่วสุยทั้งหมดมองอวิ๋นโม่ด้วยสายตาที่ทั้งเห็นใจและสะใจ เห็นใจที่อัจฉริยะผู้น่าทึ่งกำลังจะตาย สะใจเพราะอัจฉริยะคนนี้มาจากจั่วสุย
“เจ้ามีคำพูดสั่งเสียหรือไม่” แม่ทัพแห่งโย่วสุยมองอวิ๋นโม่และถามปนยิ้ม
อวิ๋นโม่เอ่ยเรียบๆ “คนใกล้ตายไม่จำเป็นต้องพูดมาก”
พูดแล้วเขาก็พุ่งเข้าไป พลังปราณเคลื่อนไหวกลายเป็นเกราะหุ้มร่างชั้นหนึ่ง
ตูม!!!
ผู้คนยังไม่ทันมีปฏิกิริยา บริเวณต่อสู้ก็เกิดเสียงร้องโหยหวน หมอกเลือดฟุ้งอยู่ในอากาศ
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 369 ทั่วทั้งโย่วสุย"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com