ตอนที่ 397 ความก้าวหน้า
ตอนที่ 397 ความก้าวหน้า
ที่ปรึกษาฮั่วที่เลื่อนเป็นแพทย์โอสถระดับห้าได้สำเร็จ พบความพิเศษของลูกไฟนี้ได้อย่างรวดเร็ว ไฟนี้ไม่เพียงอุณหภูมิสูงกว่า แต่ยังควบคุมได้ง่ายขึ้น เมื่ออาศัยลูกไฟนี้เขาสามารถสกัดสมุนไพรวิญญาณเหล่านั้นได้อย่างบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น และยังสามารถหลอมโอสถระดับห้าได้ด้วยตัวเอง ยิ่งกว่านั้นคุณค่าของมันยังไม่ใช่เพียงเท่านี้ หากมีลูกไฟนี้แล้ว ทักษะการหลอมโอสถของเขาก็จะพัฒนาขึ้นอีกมาก ทักษะการแพทย์บางด้านที่ไม่อาจทำได้ ตอนนี้ก็ทำได้แล้ว
กล่าวได้ว่าวิธีการลูกไฟเป็นสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้
หลังจากได้รับวิธีสร้างลูกไฟ ที่ปรึกษาฮั่วก็ตื่นเต้นสุดขีด อยากจะฝึกฝนในทันที การสร้างลูกไฟด้วยวิธีนี้เหนือกว่าวิธีอื่นๆ ในแผ่นดินมาก และการฝึกก็ไม่ยาก เพียงไม่นานเขาก็จับเคล็ดลับสำคัญของการสร้างไฟที่เขาเอ่ยว่าไม่ธรรมดาได้
จากนั้นเขาก็ใช้ลูกไฟนี้กับสมุนไพรวิญญาณที่เหลือหลอมโอสถระดับห้าออกมาเตาหนึ่งด้วยตัวคนเดียว ครั้งนี้โอสถที่ทำออกมาไม่เพียงครบจำนวน คุณภาพก็เหนือกว่าครั้งแรกมาก ใกล้เคียงกับโอสถระดับห้าขั้นกลางแล้ว
“ดีๆ!” ที่ปรึกษาฮั่วดีใจจนไม่รู้จะพูดอย่างไร “เดิมทีคิดว่าบันทึกหยกนี้ไม่มีคุณค่าสักเท่าไร คิดไม่ถึงว่าจะล้ำค่าเช่นนี้ อวิ๋นโม่ เจ้าช่วยข้าอีกแล้ว!”
ที่ปรึกษาฮั่วมองอวิ๋นโม่อย่างมีเมตตากว่าเดิม หากไม่ใช่เพราะอายุอวิ๋นโม่โตเกินไปมากแล้ว เขาจะต้องรับเป็นศิษย์แน่
“สามารถช่วยเหลือที่ปรึกษาฮั่วนับเป็นเกียรติของข้า” อวิ๋นโม่รีบพูด
“เจ้าเป็นดาวนำโชคของข้าจริงๆ สร้างความยินดีให้ข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ได้ ข้าจะทำให้เจ้าขาดทุนไม่ได้ จะต้องคิดให้ดีว่าจะตอบแทนเจ้าอย่างไร” ที่ปรึกษาฮั่วกล่าวอย่างเคร่งขรึม
เห็นโอกาสสุกงอมมาถึง อวิ๋นโม่ก็เอ่ยปาก “เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องใส่ใจ” เขาแสร้งทำเป็นลังเลเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “แต่อันที่จริงข้ามีความปรารถนาเล็กๆ น้อยๆ อยู่”
“เอ๋ เจ้ามีความปรารถนาใดก็บอกข้ามา ขอเพียงข้าช่วยเจ้าได้จะต้องทำให้เจ้าสมหวัง” ที่ปรึกษาฮั่วออกปากทันที
“ที่ปรึกษาฮั่วเคยได้ยินเรื่องทัณฑ์พันอัสนีหรือไม่ มีจอมยุทธ์ผู้หนึ่งทิ้งแผ่นหยกที่บันทึกวิชาทัณฑ์พันอัสนีเอาไว้ ได้ยินว่าบันทึกนั้นอยู่ในสำนัก ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่” อวิ๋นโม่เอ่ยปากถาม หากเป็นก่อนหน้านี้สถานะของทั้งสองฝ่ายต่างกันมาก อีกฝ่ายคงไม่ยินยอมช่วยเหลือเขา แต่ตอนนี้ที่ปรึกษาฮั่วย่อมไม่รังเกียจตนแล้ว อีกอย่างสถานะในสำนักของเขาไม่ต่ำต้อย บางทีอาจรู้เรื่องมากกว่าผู้อื่น
อวิ๋นโม่มองอีกฝ่ายด้วยความคาดหวัง ขอเพียงเสาะหาทัณฑ์พันอัสนีพบ เส้นทางการฝึกฝนในภายหน้าของเขาก็จะราบรื่นขึ้นมาก
“บันทึกหยกต้นฉบับของทัณฑ์พันอัสนีหรือ” ที่ปรึกษาฮั่วขมวดคิ้ว “ของสิ่งนั้นก่อนหน้านี้เคยอยู่ในสำนักจริง แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว”
“หา! ไม่ได้อยู่ในสำนักแล้วหรือ” อวิ๋นโม่ได้ยินก็ผิดหวัง เขาเข้าร่วมสำนักหยวนซวีก็เพื่อทัณฑ์พันอัสนี หรือว่าความพยายามตลอดหลายวันมานี้จะสูญเปล่า
“สมควรเป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อเนิ่นนานมาแล้วทุกยุคทุกสมัยต่างก็มีอัจฉริยะที่พรสวรรค์โดดเด่นไม่ธรรมดา มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมและเลือกทดลองฝึกฝนทัณฑ์พันอัสนี แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนกันหมด อัจฉริยะแต่ละคนเสียเวลาที่ล้ำค่าที่สุดเพราะถูกมันเหนี่ยวรั้งไว้ แม้แต่ในสำนัก ผู้แข็งแกร่งที่สืบทอดสายเลือดอันพิเศษต่อๆ กันมายังเกือบจะต้องหมดอนาคต ไม่รู้ว่าตั้งแต่ปีใด บางทีอาจเป็นหนึ่งหมื่นปีหรือหนึ่งแสนปีก่อน ในสำนักก็ไม่มีคนทดลองฝึกมันอีก และไม่เคยได้ยินคนเอ่ยถึงบันทึกหยกนั้น หากบันทึกหยกนั่นยังอยู่ในสำนักก็ไม่มีทางสงบนิ่งขนาดนี้”
ได้ยินข่าวนี้อวิ๋นโม่ก็เงียบงันไป เขาผิดหวังมาก หากไม่สามารถได้รับทัณฑ์พันอัสนี เขาก็ได้แต่ฝึกวิชายุทธ์ทั่วๆ ไป แม้อาศัยแค่ทักษะการแพทย์ของเขา ความสำเร็จในภายหน้าย่อมไม่ธรรมดา แต่อย่างไรก็เทียบกับยอดวิชายุทธ์ไม่ได้ ภายหน้าจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดหรือไม่ นั่นก็มีข้อกังขาแล้ว
อวิ๋นโม่ย่อมไม่อาจถอดใจจึงถามต่อ “ที่ปรึกษาฮั่วสามารถบอกเบาะแสของบันทึกหยกนั้นได้หรือไม่”
ที่ปรึกษาฮั่วส่ายหน้าและตอบ “ไม่รู้ชัด มันหายไปนานมากแล้ว ข้าเกรงว่าคนที่รู้ร่องรอยคงมีน้อยมาก แต่ว่าบันทึกหยกนี้ไม่ใช่สิ่งของธรรมดา เพราะเป็นบันทึกวิชายุทธ์ทัณฑ์พันอัสนีที่เล่าลือกันจึงมีคุณค่ามหาศาล ข้าคิดว่าในบันทึกประวัติศาสตร์ภายในของสำนักสมควรมีการจดบันทึกอยู่ แต่บันทึกประวัติศาสตร์อยู่ในหอเก็บคัมภีร์ ที่นั่นมีแต่ลูกศิษย์ที่ถูกต้องเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้ เจ้าเป็นศิษย์รับใช้จึงเข้าไปไม่ได้ หากต้องการพลิกดูบันทึกประวัติศาสตร์ เจ้าก็ต้องเป็นลูกศิษย์ที่ถูกต้องเสียก่อน”
หากอยากเป็นศิษย์นอก อวิ๋นโม่ต้องรอห้าปี เขาไม่มีเวลามากขนาดนั้น “ที่ปรึกษาฮั่ว ไม่มีทางอื่นแล้วหรือ”
“เจ้าสนใจทัณฑ์พันอัสนีหรือ หรือว่าเจ้าต้องการฝึกฝนวิชานั้นให้ได้”
“เฮ้อ ของสิ่งนั้นแม้แต่ยอดอัจฉริยะที่โดดเด่นในประวัติศาสตร์เหล่านั้นยังไม่อาจฝึกสำเร็จ เจ้าไม่มีทางฝึกได้หรอก” ที่ปรึกษาฮั่วแนะนำ
ขบคิดไปมารอบหนึ่งอวิ๋นโม่ก็เอ่ย “ที่ปรึกษาฮั่ว ไม่ขอปิดบังท่าน ไม่ใช่ว่าข้าต้องการฝึกทัณฑ์พันอัสนี แต่ผู้อาวุโสของข้าท่านหนึ่งฝึกมัน และก็เหมือนกับคนอื่นๆ สุดท้ายพละกำลังของเขาก็ห่างจากระดับเดียวกันอย่างไม่อาจเทียบ แต่เขาคิดว่าที่ตัวเองฝึกไม่สำเร็จอาจเป็นเพราะไม่ได้ฝึกทัณฑ์พันอัสนีที่แท้จริง เขาคิดว่าในบันทึกหยกนั้นจะต้องมีทัณฑ์พันอัสนีที่ฝึกได้จริง ขอเพียงเสาะหามันพบก็จะสามารถฝึกได้สำเร็จ นี่ถือเป็นความลุ่มหลงของผู้อาวุโสท่านนั้น เขาดีต่อข้ามาก ข้าอยากช่วยเขา อีกอย่างผู้อาวุโสท่านนั้นใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว ไม่อาจรอนานเกินไป ขอร้องที่ปรึกษาฮั่วช่วยข้าคิดหาวิธี”
ทักษะการแสดงของอวิ๋นโม่เรียกได้ว่าเป็นธรรมชาติ ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ ความจริงก่อนหน้านี้เขาเคยคิดแล้วว่าจะบอกสำนักเรื่องที่ตนสามารถฝึกทัณฑ์พันอัสนี หากได้รับความสนใจ ไม่แน่ว่าสำนักอาจเป็นฝ่ายนำบันทึกหยกมาให้เขา แต่จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง นับตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ไม่รู้ว่ามีคนเท่าไรที่คิดจะฝึกมันให้สำเร็จ หากมีพวกที่ฝีมือเหี้ยมโหดรู้เรื่องนี้ ไม่แน่ว่าอาจจับเขาหั่นเป็นชิ้นเพื่อศึกษาและหาวิธีฝึกฝนให้สำเร็จ
ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถเทียบกับจอมยุทธ์ระดับมโนสำนึก เขาจะเสี่ยงไม่ได้ ได้แต่ใช้วิธีนี้เพื่อค้นทัณฑ์พันอัสนี
หลังจากได้ยินเรื่องราวของเขา ที่ปรึกษาฮั่วก็รู้สึกซาบซึ้ง “คิดไม่ถึงว่าเจ้าเป็นคนกตัญญูเช่นนี้ ที่จริงก็ไม่ใช่ว่าไร้หนทาง ครั้งนี้ข้าเลื่อนระดับเป็นแพทย์โอสถขั้นห้าสำเร็จ สำหรับสำนักถือเป็นข่าวดียิ่งใหญ่ เรื่องนี้เจ้ามีผลงานไม่น้อย ข้าสามารถขอให้สำนักบันทึกผลงานของเจ้าไว้ หากไม่มีปัญหา เจ้าจะได้รับป้ายผลงานขั้นมนุษย์ ได้ป้ายนี้มา แม้เจ้าจะไม่ใช่ศิษย์นอก แต่ก็มีสิทธิ์เช่นเดียวกับศิษย์นอกแล้ว บันทึกประวัติศาสตร์ของสำนักที่อยู่ในชั้นหนึ่งของหอเก็บคัมภีร์ เจ้าสามารถใช้ป้ายผลงานขั้นมนุษย์เข้าไปดูได้”
อวิ๋นโม่ได้ยินก็ตะลึง เขาดีใจมาก สำนักมีป้ายผลงานสามชนิด สวรรค์ ปฐพี และมนุษย์ หลังจากได้รับป้ายผลงานก็จะมีฐานะระดับหนึ่ง เรื่องนี้เขาเองก็รู้อยู่ เดิมทีเขาคิดจะขอให้ที่ปรึกษาฮั่วเสาะหาเบาะแสทัณฑ์พันอัสนีให้เขา คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะช่วงชิงป้ายผลงานมนุษย์ให้เขาป้ายหนึ่ง เช่นนี้เขาก็จะสามารถเข้าไปดูบันทึกประวัติศาสตร์เหล่านั้นในหอเก็บคัมภีร์ด้วยตนเอง แบบนี้ยิ่งดี เขาจะได้หาให้ละเอียด
“ขอบคุณที่ปรึกษาฮั่ว!” เขาคำนับที่ปรึกษาฮั่ว ครั้งนี้เป็นการแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ
“ไม่ต้องขอบคุณข้า เดิมทีเจ้าก็สมควรได้รับอยู่แล้ว ที่ข้าทำก็ลำบากเพียงยกมือเท่านั้น เพียงเช่นนี้ยังไม่พอ เทียบกับสิ่งที่เจ้าช่วยข้าไม่ได้เลย บอกมาเถอะว่าเจ้าต้องการอะไรอีก”
ในเมื่อที่ปรึกษาฮั่วพูดเช่นนี้ เขาก็ไม่อิดออดอีก บอกชื่อสมุนไพรบางอย่างออกไป ก่อนจะได้รับทัณฑ์พันอัสนีเขาคิดจะเพิ่มพูนความสามารถ จำเป็นต้องหลอมโอสถกำเนิดเต๋า สมุนไพรวิญญาณที่เขาเอ่ยถึงคือสิ่งจำเป็นสำหรับการหลอมโอสถกำเนิดเต๋า
ที่ปรึกษาฮั่วยิ้มเฝื่อน “สมุนไพรวิญญาณอื่นๆ ข้าสามารถหาให้เจ้า แต่ผลบรรลุเต๋าขั้นต้นเล็กๆ ลูกนั้นล้ำค่ามาก ทันทีที่สำนักได้รับมาก็จะมอบให้ลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์ไม่เลวอย่างรวดเร็ว ไม่เคยเก็บไว้ในคลัง นอกจากเหล่าศิษย์ที่มีพรสวรรค์ในสำนักแล้ว หากคนอื่นๆ ต้องการก็ต้องไปเสาะหาในสถานที่เร้นลับบางแห่ง”
อวิ๋นโม่ได้ยินก็ไม่รู้สึกผิดหวังอะไร เขาเดาเรื่องนี้ออกแต่แรก ก่อนหน้านี้ในบึงใหญ่ของอาณาจักรจั่วสุยและโย่วสุยก็ปรากฏผลบรรลุเต๋าซึ่งดึงดูดยอดฝีมือจำนวนมากไปแย่งชิง เห็นได้ชัดว่าของสิ่งนี้มีคุณค่ามหาศาลเพียงไหน เขาไม่คิดว่าจะได้รับมันมาง่ายๆ หากได้รับสมุนไพรวิญญาณอื่นๆ ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
“ดูจากชนิดและอายุของสมุนไพรวิญญาณเหล่านี้ที่เจ้าต้องการ นี่เป็นสิ่งที่จอมยุทธ์ระดับคงเขตแดนต้องการใช้ ตอนนี้เจ้ายังเป็นแค่ระดับกึ่งคงเขตแดนเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่อาจใช้พวกมันได้กระมัง” ที่ปรึกษาฮั่วถาม
“เตรียมพร้อมจึงไม่เกิดข้อผิดพลาด ภายหน้าเมื่อเลื่อนระดับเป็นคงเขตแดนก็ได้ใช้” เขากล่าว
“ก็จริงอยู่” ที่ปรึกษาฮั่วพยักหน้า “เอาล่ะ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว เจ้ากลับไปรอข่าวเถอะ วางใจได้ ข้าจะต้องช่วงชิงป้ายผลงานมาให้เจ้า ส่วนสมุนไพรเหล่านั้นข้าก็จะช่วยเจ้าหามา”
อวิ๋นโม่ขอบคุณเขาอีกครั้ง จากนั้นกลับไปที่พักของตน รอรับป้ายผลงานขั้นมนุษย์เงียบๆ
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 397 ความก้าวหน้า"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com