ตอนที่ 399 สนามรบโบราณ
ตอนที่ 399 สนามรบโบราณ
ความสามารถของอวิ๋นโม่ในตอนนี้ไม่มีทางไปจากที่นี่ได้ หากจอมโจรไร้เงานำมันไป เขาคงไม่มีโอกาสหาเจอแล้ว
เรื่องอื่นๆ ของจอมโจรไร้เงา เขาไม่สนใจ รีบพลิกหนังสือไปด้านหลัง สิ่งที่อยากรู้ที่สุดคือสุดท้ายแล้วคนผู้นี้ไปที่ใด
“จอมโจรไร้เงาต่อสู้เอาชนะเจ้าสำนักได้แล้วก็ไร้ศัตรูในใต้หล้า รู้สึกเบื่อหน่าย สายตาเฉียบคมมองไปยังสนามรบโบราณของอาณาจักรฝูซาน (ภูเขาลอยฟ้า) ในใต้หล้านี้คงจะมีที่นั่นที่ทำให้เขาเกิดความสนใจขึ้นมา ไม่นานจอมโจรไร้เงาก็เข้าไปยังส่วนลึกที่สุดของสนามรบโบราณ และนับจากนั้นก็ไม่มีข่าวคราวใดอีก สนามรบโบราณลึกลับพิสดาร ผู้คนเดาว่าจอมโจรไร้เงาคงจบชีวิตอยู่ที่นั่น”
“สนามรบโบราณ” อวิ๋นโม่พึมพำ หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด เป็นไปได้มากว่าจอมโจรไร้เงาจะนำมันไปที่สนามรบโบราณ
เขาสูดลมหายใจลึก “แม้แต่จอมโจรไร้เงาก็อาจจบชีวิตอยู่ในสนามรบโบราณของอาณาจักรฝูซาน เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนั้นอันตรายมาก ความสามารถอย่างข้า หากไปที่นั่นก็เป็นไปได้ว่าจะเหมือนกับเขา ไปแล้วไม่ได้กลับมา”
เขายืนอยู่หน้าชั้นหนังสือพลางขบคิดอย่างลึกซึ้ง จะไปหรือไม่ไป นี่เป็นทางเลือกที่ยากลำบาก หากไปก็เป็นไปได้ว่าจะติดอยู่ที่นั่น แต่ถ้าไม่ไปก็หมดโอกาสครอบครองทัณฑ์พันอัสนีแน่นอน
“ไป!”
หลังจากใคร่ครวญอยู่นาน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้ การฝึกฝนบ่มเพาะเป็นกระบวนการฝืนลิขิตสวรรค์ ระหว่างทางต้องพบอุปสรรคและความเสี่ยงมากมาย หลายครั้งที่โอกาสแฝงอยู่ในอันตรายเหล่านั้น จะสามารถฝึกฝนทัณฑ์พันอัสนีได้หรือไม่เป็นตัวกำหนดความสูงต่ำในเส้นทางการฝึกยุทธ์ของเขา หากละทิ้งมัน ความสำเร็จในอนาคตของเขาก็จะพบขีดจำกัดและอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ
“หากจะยอมแพ้ นั่นก็ต้องเป็นหลังจากทุ่มเทจนถึงที่สุดและพบว่าเรื่องราวไม่มีทางสำเร็จแล้วจึงยอมแพ้ได้!” แววตาของเขาแน่วแน่ บนเส้นทางการบ่มเพาะย่อมไม่ใช่เพราะประสบอันตรายจึงเลือกถอยหลัง มิเช่นนั้นย่อมไม่มีทางประสบความสำเร็จระดับสูง
แต่คิดจะเสาะหาทัณฑ์พันอัสนีย่อมไม่อาจหุนหันพลันแล่น ก่อนไปยังสนามรบโบราณของอาณาจักรฝูซานจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่เช่นนั้นจะไม่ใช่การเผชิญหน้ากับอันตราย แต่จะเป็นการมุ่งหน้าไปสู่ความตาย
เขาพบข้อมูลของสนามรบโบราณในหอคัมภีร์ หลังจากอ่านอย่างละเอียดก็จดจำส่วนที่สำคัญเอาไว้
ว่ากันว่าสนามรบโบราณเป็นสถานที่ต้องห้าม ไม่ว่ามีระดับยุทธ์สูงหรือต่ำ เพียงเข้าไปในนั้นก็ไม่อาจกลับออกมาอีก ต่อมาภายหลังเกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ที่นั่นแม้ไม่อันตรายดังเก่าก่อน แต่ยังคงอันตรายมาก ผู้ฝึกยุทธ์ที่เข้าไปข้างใน บางคนก็กลับออกมาได้ บางคนก็หายสาบสูญ แม้แต่จอมยุทธ์ระดับมโนสำนึกชั้นสูงสุดก็ยังติดอยู่ในนั้น ในหมู่พวกเขา ผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดก็คือจอมโจรไร้เงา
ตอนนั้นอาณาเขตของอาณาจักรฝูซานยังไม่ใหญ่เท่าในตอนนี้ ทั้งสองด้านของแดนต้องห้ามมีมหาอาณาจักรขนาบ หนึ่งในนั้นคืออาณาจักรฝูซาน เล่าลือกันว่าหลังจากดินแดนต้องห้ามไม่อันตรายขนาดนั้นแล้ว เมื่ออาณาจักรฝูซานยึดเมืองหลวงของอาณาจักรอีกแห่งได้ ผู้คนที่หลงเหลืออยู่ในอาณาจักรแห่งนั้นหลบหนีการฆ่าล้างจึงเข้าไปในแดนต้องห้าม ดินแดนต้องห้ามในตอนนั้น แม้ยังมีอันตรายแต่ก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนแต่ก่อน กองทัพของอาณาจักรฝูซานจึงไล่ตามเข้าไป กองทัพของมหาอาณาจักรทั้งสองเปิดฉากต่อสู้ฆ่าฟันอยู่ในนั้น สนามรบแห่งนั้นเลวร้ายมาก ว่ากันว่าแม้แต่ยอดฝีมือระดับมโนสำนึกก็ยังตายไปนับร้อยคน
ผลสุดท้ายย่อมเป็นผู้คนที่เหลือของอาณาจักรอีกแห่งตกตายอยู่ในแดนต้องห้าม สงครามครั้งนั้นมีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนนับไม่ถ้วน ทุกที่มีแต่กองกระดูกขาวโพลน ตั้งแต่นั้นมาที่นั่นก็ถูกผู้คนเรียกขานว่า สนามรบโบราณ มหาสงครามครั้งนั้นทำให้แดนต้องห้ามที่ไม่ได้อันตรายขนาดนั้นกลายเป็นสถานที่พิสดารอีกครั้ง
ว่ากันว่าในสนามรบโบราณไม่ว่าที่ใดก็มีแต่กระดูกขาวโพลน ไม่ว่าที่ใดล้วนมีแต่ดวงวิญญาณ แม้แต่กลางวันแสกๆ ยังได้ยินเสียงผู้คนร้องโหยหวน บางครั้งผู้คนก็ได้ยินเสียงฆ่าฟันของกองทัพ นี่เป็นเรื่องพิสดารมาก
“แม้จะมีคำอธิบายสภาพคร่าวๆ ของสนามรบโบราณ แต่สภาพภายในที่แท้จริงไม่มีบันทึกเอาไว้” อวิ๋นโม่ขมวดคิ้ว เพราะเหตุใดสถานที่แห่งนั้นจึงมีความลึกลับพิสดาร แม้แต่จอมโจรไร้เงาก็ยังถูกบางสิ่งดึงดูดเข้าไป บุคคลที่แข็งแกร่งเช่นนั้น ทำไมไปแล้วไม่อาจกลับมา อันตรายที่มองไม่เห็นเหล่านี้ยากจะทำให้คนเข้าใจ
เด็กหนุ่มค้นหาอยู่นาน หนังสือเกือบทุกเล่มบอกว่าสนามรบโบราณลึกลับซับซ้อน แต่ไม่ได้อธิบายว่าสภาพภายในแท้จริงเป็นเช่นไร
“ดูท่าสุดท้ายคงได้แต่พึ่งตนเอง หาข้อมูลได้ขนาดนี้ก็นับว่ามากแล้ว” เขาเอ่ยเสียงเบา
พอรู้เบาะแสสำคัญของทัณฑ์พันอัสนี เขาก็ไม่รีบร้อนจากไป ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสนใจมาก นั่นก็คือความรู้ความเข้าใจในการบ่มเพาะของผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมาก
แม้ชั้นแรกของหอเก็บคัมภีร์จะไม่มีความรู้ความเข้าใจของยอดยุทธ์ระดับสูงสุด แต่ก็มีของผู้ฝึกยุทธ์ระดับคงเขตแดนบางส่วน สำหรับเขานี่มีประโยชน์มาก อย่าว่าแต่ในนี้ยังมีความรู้ความเข้าใจของระดับมโนสำนึกชั้นต้นอยู่ไม่น้อย
สิ่งเหล่านี้เมื่อถูกสำนักจัดวางเอาไว้ที่นี่จะต้องมีคุณค่าแน่นอน แม้ไม่อาจเทียบกับความรู้การฝึกฝนของชั้นอื่นๆ แต่ก็ล้ำค่ายิ่ง เป็นสิ่งที่อยากจะพบเห็นในที่อื่นๆ
หลังจากออกจากสำนักไปแล้วอาจกลับมา ก่อนจากไป เขาต้องจดจำสิ่งเหล่านี้เอาไว้ในสมองให้หมด เหมือนกับที่ตัวเองเคยทำในสำนักศึกษาจั่วสุย จดจำไว้ก่อน ภายหน้าเมื่อมีระดับยุทธ์เหมาะสมแล้วค่อยทำความเข้าใจและเปรียบเทียบ สิ่งนี้จะมีประโยชน์ต่อการฝึกของเขามาก
หนังสือประเภทนี้มีอยู่จำนวนมาก แม้แต่ผู้ที่จิตวิญญาณแข็งแกร่งอย่างเขาก็ยังต้องใช้เวลาหลายวันถึงพอจะจดจำไว้ในสมองได้บางส่วน
“เตรียมตัวสักหน่อยก็ไปจากสำนักได้แล้ว” เขาเปรยเสียงเบาและเดินออกจากหอเก็บคัมภีร์
ด้านนอก
“เอาล่ะ เจ้ารออยู่ที่ลานกว้างก่อน ข้าใช้เวลาไม่นานก็จะออกมา” ชายผู้สวมกวานสีทอง บุคลิกไม่ธรรมดา กำลังเอ่ยกับศิษย์รับใช้คนหนึ่ง
ศิษย์รับใช้คนนี้ก็คือสื่อเม่าที่เค้นสมองวางแผนจะฆ่าอวิ๋นโม่ให้ตาย ชายที่สวมกวานสีทองคือศิษย์ใน สวี่หมิงชิง
“ขอรับ ศิษย์พี่สวี่” สื่อเม่าเอ่ยด้วยความเคารพ แต่จู่ๆ เขาก็มองไปด้านหน้าอย่างตะลึง เผยสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมา “เจ้านั่นออกมาจากหอเก็บคัมภีร์ได้อย่างไร”
สวี่หมิงชิงหันไปมอง เห็นอวิ๋นโม่เดินออกมาจากหอเก็บคัมภีร์ก็ถาม “เจ้ารู้จักคนผู้นี้หรือ”
“ศิษย์พี่สวี่ เด็กนี่คือคนที่ข้าเคยเล่าให้ท่านฟัง ศิษย์รับใช้มาใหม่ที่หยิ่งผยองคนนั้น” สื่อเม่ากัดฟันกรอด
“เอ๋ คือคนที่เป็นระดับกึ่งคงเขตแดนและสามารถเล่นงานเจ้าได้หรือ” สวี่หมิงชิงเลิกคิ้ว “แต่เขาไม่ใช่ศิษย์รับใช้หรือ ทำไมถึงเข้าไปในหอเก็บคัมภีร์ได้”
“ข้าก็สงสัยเหมือนกัน คนผู้นี้เป็นผู้ช่วยของที่ปรึกษาฮั่ว ไม่ต้องพูดถึงว่าเข้าไปในหอเก็บคัมภีร์ไม่ได้ แม้แต่การมาที่นี่ก็ผิดกฎแล้ว!” สื่อเม่าเอ่ยด้วยสีหน้ามุ่งร้าย “ศิษย์พี่สวี่ ข้าสงสัยว่าเจ้านี่จะต้องแอบเข้าไปในหอเก็บคัมภีร์!”
สวี่หมิงชิงหรี่ตามองอวิ๋นโม่ “เขาโอหังเช่นนี้ เพิ่งมาถึงสำนัก แม้แต่เจ้าที่เป็นศิษย์พี่ซึ่งกำลังจะเป็นศิษย์นอกก็ยังไม่เห็นอยู่ในสายตา จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปได้อย่างไร คงไม่ใช่ว่าพอได้เป็นศิษย์นอก แม้แต่ศิษย์พี่ที่เป็นศิษย์ในอย่างพวกเราก็ไม่เห็นอยู่ในสายตาแล้วหรอกนะ ถึงกับกล้าทำผิดกฎ ออกจากพื้นที่ของตนเอง แอบเข้าไปในหอคัมภีร์ หึ คนเช่นนี้หากไม่จัดการจะต้องกลายเป็นเนื้อร้ายของสำนัก ในเมื่อข้าเจอแล้วจะไม่สนใจไม่ได้!”
พูดแล้วสวี่หมิงชิงก็เข้าไปหาอวิ๋นโม่ สื่อเม่าแววตาแฝงความชั่วร้าย มุมปากแสยะยิ้ม
หลังอวิ๋นโม่เดินออกมาจากหอเก็บคัมภีร์ก็เห็นสื่อเม่าและสวี่หมิงชิง เขาคาดเดาฐานะของสวี่หมิงชิงได้อย่างง่ายดาย เห็นคนทั้งสองกระซิบกระซาบกัน เขาก็ขมวดคิ้ว เดาได้ว่าสื่อเม่าไม่มีทางพูดเรื่องดีๆ แม้เขาจะไม่กลัว แต่สวี่หมิงชิงเป็นศิษย์ใน สถานะในสำนักสูงกว่า หากขัดแย้งกันก็เป็นไปได้ว่าสำนักจะเข้าข้างสวี่หมิงชิง
พอสวี่หมิงชิงและสื่อเม่าขวางอยู่เบื้องหน้า เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง “ศิษย์พี่สื่อเม่า ไม่พบกันนานเป็นอย่างไรบ้าง ศิษย์พี่ท่านนี้คงจะเป็นศิษย์พี่สวี่หมิงชิงที่เป็นศิษย์ในกระมัง”
สวี่หมิงชิงหัวคิ้วกระตุก ในใจกรุ่นโกรธ สื่อเม่าพูดไว้ไม่ผิด ศิษย์รับใช้ที่มาใหม่ผู้นี้โอหังมาก ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา ศิษย์รับใช้คนอื่นๆ ได้พบเขา ใครบ้างไม่ให้ความเคารพยำเกรงเป็นพิเศษ แต่อวิ๋นโม่ยามทักทายเขากลับใช้น้ำเสียงปกติ ไร้ซึ่งความเคารพ ราวกับตนเองคือศิษย์ในเท่าเทียมกัน
“เจ้าคืออวิ๋นโม่หรือ” สวี่หมิงชิงมองขึ้นลงพินิจเด็กหนุ่ม
“ใช่แล้ว ไม่ทราบว่าศิษย์พี่ทั้งสองรั้งข้าไว้ด้วยเรื่องใด” เขาพยายามยับยั้งตัวเอง ไม่ต้องการปะทะกับอีกฝ่าย ถึงอย่างไรก็ยังอยู่ในสำนักหยวนซวี ไม่ใช่ภายนอก ทันทีที่เกิดความขัดแย้ง ความยุ่งยากจะตามมา
“อ้อ เรื่องใดน่ะหรือ เจ้าเป็นศิษย์รับใช้ เข้าไปในหอเก็บคัมภีร์แล้วยังจะมาถามข้าอีกว่าหมายถึงเรื่องอะไร!” สื่อเม่าแค่นเสียง
“ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ ในฐานะศิษย์รับใช้ ออกจากพื้นที่ตนเอง บุกรุกเข้าไปในหอเก็บคัมภีร์ เจ้าละเมิดกฎอย่างร้ายแรง ตามข้าไปรับโทษที่ฝ่ายคุมกฎ!” สวี่หมิงชิงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ฮ่าๆ!” อวิ๋นโม่นำป้ายผลงานออกมา “ศิษย์พี่ทั้งสอง ไม่ใช่แค่ศิษย์อย่างเป็นทางการเท่านั้นที่จะเข้าไปในหอเก็บคัมภีร์ได้ ศิษย์ที่มีป้ายผลงานก็เข้าไปได้เช่นกัน”
“อะไรนะ เจ้ามีป้ายผลงานด้วยหรือ” สื่อเม่าหน้าเปลี่ยนสีทันควัน “เป็นไปไม่ได้ เจ้าเพิ่งเป็นศิษย์รับใช้ในสำนักได้ไม่นาน จะมีป้ายผลงานได้อย่างไร”
“ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ ป้ายผลงานไม่ใช่ว่าใครๆ อยากจะมีก็มีได้ หากปลอมแปลงป้าย มีโทษถึงตาย!” สวี่หมิงชิงพูดอย่างเย็นชา
“เรื่องนี้ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร แต่ข้ามีป้ายจริงๆ นี่ไง พวกท่านคงรู้จักป้ายผลงานใช่ไหม” เขายิ้มและโบกป้ายในมือ
“ให้ข้าดูซิ!” สื่อเม่าก้าวเข้าไปคว้าป้ายไปจากเขา
อวิ๋นโม่ไม่สนใจอีก คนทั้งสองเห็นป้ายแล้วคงไม่มีเรื่องใดอีกกระมัง แต่การกระทำของสื่อเม่าในนาทีถัดมาอยู่นอกเหนือสิ่งที่เขาคาดเอาไว้
เปรี้ยง!
สื่อเม่าใช้กำลังทำลายป้ายผลงานเป็นผุยผง
“ป้ายอะไร นี่มันของปลอม! อวิ๋นโม่ เพื่อเข้าไปในหอเก็บคัมภีร์ เจ้าถึงกับทำป้ายปลอม มีโทษสมควรตาย!” สื่อเม่าตะคอกเสียงดัง
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 399 สนามรบโบราณ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com