ตอนที่ 583 สังหารฝานหลี
ตอนที่ 583 สังหารฝานหลี
อวิ๋นโม่มองฝานหลีอย่างนึกสนุก “เจ้าคิดว่ายาพิษที่เจ้าใช้ร้ายกาจมากหรือ ฮ่าๆ ยาพิษหายากที่ได้มาอย่างยากลำบาก ข้าแค่หลอมยาน้ำออกมาถังหนึ่งก็สลายพิษให้พวกเขาได้แล้ว ไม่ต้องหลอมโอสถด้วยซ้ำ”
“โกหก! มีเพียงข้าเท่านั้นที่รู้วิธีทำยาถอนพิษนี้!” ฝานหลีกล่าวอย่างโมโห
“โกหกหรือไม่ ดูพวกเขาก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ” อวิ๋นโม่ยักไหล่ สำหรับเขา ไม่มีพิษใดในใต้หล้าที่แก้ไม่ได้
ความจริงหลังจากได้เห็นการต่อต้านของเหล่าเจ้าดารา ฝานหลีก็เดาความจริงออกแล้ว เพียงแต่ไม่อยากยอมรับเท่านั้น เขาแค่นเสียงเย็นชา “ที่แท้ ผ่านไปหลายวันเจ้าถึงค่อยมาหาข้าก็เพราะช่วยพวกมันถอนสลายพิษอยู่นี่เอง แต่ต่อให้เจ้าสลายพิษให้พวกมันแล้วอย่างไร ข้าคือจอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นสี่ชั้นฟ้า อาศัยพวกเจ้าจะทำอะไรข้าได้ แค่มดฝูงหนึ่งเท่านั้น ข้าแค่พลิกมือก็บดขยี้ได้แล้ว!”
ประกายตาเย็นยะเยือกของเขากวาดไปยังเหล่าเจ้าดารานับหมื่นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอาฆาต “คนผู้นี้คือผู้ตรวจการตัวปลอม พวกเจ้าจงคิดให้ดี หากร่วมมือกับมันจะเท่ากับว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ข้าจะลงมืออย่างไม่ไว้ไมตรี! อาศัยสวะอย่างพวกเจ้า ไม่มีทางสู้ข้าได้ จะอยู่หรือตาย พวกเจ้าต้องเลือกเอง!”
พอได้ยินคำพูดของฝานหลี ประกายตาของหลายคนก็หวั่นไหว ความน่ากลัวของฝานหลีฝังลึกลงไปในใจของพวกเขาแล้ว การร่วมมือกับผู้ตรวจการต่อต้านฝานหลีเป็นทางเลือกที่ฉลาดหรือไม่ ต้องใคร่ครวญให้ดี
เห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ จอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชผู้หนึ่งก็ตะโกนเสียงดัง “ทุกท่าน โปรดฟังข้าสักคำ!”
ทุกคนได้ยินก็หันไปมอง
“พวกเราถูกฝานหลีทรมานมานานแล้ว หากร่วมมือกับผู้ตรวจการต่อต้านเขา อย่างน้อยก็ยังมีแสงสว่างของความหวังอยู่ แต่หากเข้าร่วมกับฝานหลีและต้องใช้ชีวิตอย่างมืดมนไปตลอดกาลจะมีความหมายอะไร พวกเราต่างเป็นผู้มากความสามารถ ความทะนงฝังลึกอยู่ในกระดูก ลืมสิ่งเหล่านี้ไปหมดแล้วหรือ! จะให้ข้าใช้ชีวิตเหมือนอยู่ไม่สู้ตายเช่นนี้ต่อไป ข้าขอสู้ตายดีกว่า!”
“จริงด้วย พวกเราต่างก็เคยเป็นอัจฉริยะที่องอาจห้าวหาญ ต้องกลายเป็นคนขี้ขลาดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร! ข้าขอสู้ตาย ข้าเลือกที่จะต่อต้านฝานหลีร่วมกับผู้ตรวจการ!”
“หากต้องขลาดเขลาไปชั่วชีวิต ไม่สู้ตายอย่างสะใจ!”
“สู้กับฝานหลี!”
“เป็นไงเป็นกัน!”
เหล่าเจ้าดาราทั้งหมดมีผู้ใดบ้างที่ไม่ใช่อัจฉริยะของดาวบ้านเกิด พวกเขาต่างมีความหยิ่งทะนงในตนเอง แต่เพราะถูกฝานหลีกดดัน ทำให้ต้องก้มหัวค้อมหลัง ตอนนี้เมื่อบรรยากาศของการเห็นความตายดุจคืนสู่มาตุภูมิแพร่กระจายออกไป ต่างก็ปลุกตัวตนในอดีต เลือดลมร้อนระอุถูกปลุกขึ้นมา
“ฆ่า!” เหล่าเจ้าดาราตะโกนอย่างโกรธแค้น
เมื่ออวิ๋นโม่เห็นภาพนี้ก็อดขยับมุมปากไม่ได้ คนตัวเล็กๆ เหล่านี้ต่างมีชีวิตและจิตใจเช่นกัน
“พวกมดปลวก ต่อให้ตายก็ไม่รู้สำนึก! ฆ่าพวกเจ้าเสียก็ดี ข้าจะได้ถือโอกาสนี้สนับสนุนเจ้าดาราชุดใหม่ขึ้นมา!” ฝานหลีเฉยเมย “เผชิญหน้ากับระดับพรหมราชชั้นกลาง พวกเจ้าก็เป็นแค่มดปลวกเท่านั้น!”
อวิ๋นโม่หันไปมองชายชราที่ลมปราณแผ่วจางลงเรื่อยๆ “เจ้าดูให้ดี ข้าจะไปฆ่าเขาแล้ว!”
จากนั้นชายหนุ่มก็ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ข้ามกลุ่มเจ้าดาราและยกมือขึ้นห้ามพวกเขา ก่อนพูดอย่างใจเย็น “ขอแค่ทุกคนมีน้ำใจให้ก็พอแล้ว รอดูอยู่ด้านข้างเถอะ”
“ผู้ตรวจการ ให้พวกเราช่วยท่านเถอะ!”
“ใช่ ท่านผู้ตรวจการ พวกเราต้องหดหัวมาหลายปี ตอนนี้ไม่อยากขี้ขลาดอีกต่อไป!”
“พวกเราไม่กลัวตาย!”
“เขาเป็นถึงยอดยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นกลาง พลังยุทธ์แข็งแกร่ง พวกข้าแม้ความสามารถต่ำต้อย แต่หากรวมกำลังเข้าด้วยกันก็สามารถช่วยผู้ตรวจการยับยั้งเขาได้ชั่วครู่!”
เหล่าเจ้าดาราพากันเอ่ยปาก ต้องการช่วยเหลืออวิ๋นโม่
อวิ๋นโม่โบกมือให้พวกเขา จากนั้นมองฝานหลีแล้วเอ่ย “ก็แค่ระดับพรหมราชขั้นสี่ชั้นฟ้าเท่านั้น คิดว่าความสามารถของเจ้าจะทำให้ตนเองไร้พ่ายแล้วหรือ”
ฝานหลีสีหน้ามืดครึ้ม น้ำเสียงเย็นชา “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นแค่มดระดับเจ้าดาราคนหนึ่งเท่านั้น ยังจะกล้าพูดจาเช่นนี้กับข้าอีกหรือ”
“หึ หากข้าไม่มีความสามารถ จะเป็นผู้ตรวจการได้หรือ ข้าจะกล้ารับหน้าที่ผู้ตรวจการหรือ” อวิ๋นโม่คร้านจะพูดมากอีก เรียกผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมาทันที ขณะเดียวกันสองมือก็ทำมุทราสร้างอาณาจักรอัสนีขึ้นมา
“อ๊าก!”
ตอนนี้เขาเป็นระดับจ้าวดาราขั้นแปดชั้นฟ้าแล้ว อานุภาพของอาณาจักรอัสนีเหนือกว่าแต่ก่อน ทันทีที่พลังสายฟ้าสำแดงฤทธิ์ก็ทำให้เหล่าผู้ติดตามข้างกายฝานหลีสิ้นชีพ ฝานหลีเองก็ได้รับผลกระทบรุนแรง สีหน้าของเขามืดครึ้ม ใช้พลังทั้งหมดผลักดันพลังปราณต้านทานการโจมตีของสายฟ้า
เขาไม่แยแสความตายของคนข้างกาย ดวงตาจับจ้องไปยังผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ “อาวุธวิญญาณนั่นจะต้องเป็นของข้า!”
“เช่นนั้นก็ยกให้เจ้า!” อวิ๋นโม่แค่นหัวเราะ ใช้พลังทั้งหมดขับเคลื่อนผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณทุ่มใส่ศีรษะฝานหลี
ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นภูเขาลูกโตกดทับลงไป ภายใต้การกระตุ้นของอวิ๋นโม่ กระแสไฟฟ้าสั่นสะเทือนด้วยอานุภาพทำลายฟ้าดิน แม้แต่ห้วงอากาศว่างเปล่าก็ยังสะเทือน
“แข็งแกร่งมาก!” เหล่าจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราต่างชมดูเหตุการณ์นี้ด้วยความตกตะลึงอย่างไม่อาจเชื่อ ตอนที่อวิ๋นโม่เปิดเผยระดับยุทธ์ออกมา พวกเขาต่างก็คร่ำครวญอยู่ในใจ คิดว่าวันนี้ต้องตายแน่แล้ว แต่เมื่ออวิ๋นโม่สำแดงอานุภาพของทะเลอัสนีและผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ พวกเขาก็ต้องตกตะลึงสุดขีด ความสามารถในการต่อสู้ระดับจ้าวดาราของอวิ๋นโม่เกินกว่าที่พวกเขาคาดคิด นั่นเป็นพลังที่แม้แต่จอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นกลางก็ยังเทียบไม่ได้!
“เป็นไปได้อย่างไร!” เมื่อสัมผัสได้ถึงอานุภาพที่น่ากลัวของผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ ฝานหลีก็ต้องหวาดผวา เพราะแม้แต่เขาก็ไม่มีความมั่นใจที่จะรับการโจมตีนี้ เมื่อเขาคิดได้ว่าต้องหลบหนีก็พบว่าตนเองอยู่ในอาณาจักรอัสนีที่ติดหนึบเหมือนบ่อโคลน ความเคลื่อนไหวเชื่องช้า
“เฮือก!” เมื่อไร้หนทาง ฝานหลีก็ได้แต่ฝืนรับการโจมตีของผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ เขานำม้วนภาพชุดหนึ่งออกมา เรียกภูเขาหลายสิบลูกออกมาต้าน
ผัวะๆๆ!
ไม่ต้องสงสัยเลย เมื่อภูเขาเหล่านั้นเผชิญหน้ากับผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณก็ถูกบดขยี้จนแหลกสลายไปพร้อมกับม้วนกระดาษ
ตูม!
ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณฟาดลงไปบนม้วนภาพจนสลายเป็นผุยผง สุดท้ายผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณที่ใหญ่โตราวกับภูเขาสูงก็กดทับลงบนร่างของฝานหลี ทำให้จิตวิญญาณสะท้าน กายเนื้อแตกสลาย
เพียงกระบวนท่าเดียว ฝานหลีที่เปรียบดั่งผู้ไร้พ่ายในสายตาของเหล่าจอมยุทธ์อาณาจักรดาราน้อยกุยฟางก็สิ้นชีพ ร่างของเขาเหมือนกับขวดกระเบื้องแตกร้าวที่พยายามประสาน พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเวลา
ฝานหลีสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง เขาพยายามกลืนโอสถอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ แต่อาการสาหัสเช่นนี้ โอสถที่กินลงไปล้วนไม่เกิดประโยชน์ “ไม่ เป็นไปไม่ได้ เจ้าเป็นแค่มดระดับจ้าวดาราคนหนึ่ง ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้”
ฝานหลีไม่อยากจะเชื่อ เขาเป็นระดับพรหมราชชั้นกลาง จะพ่ายแพ้ให้กับจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราผู้หนึ่งได้อย่างไร
“ใช้อำนาจในทางมิชอบ ขัดขวางความเจริญของอาณาจักรดาราน้อยกุยฟาง เข่นฆ่าจอมยุทธ์ระดับพรหมราชที่ไร้ความผิด ทั้งยังคิดจะสังหารผู้ตรวจการ ทั้งหมดนี้รวมกันก็สามารถตัดสินโทษประหารให้เจ้าได้แล้ว!” อวิ๋นโม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา จากนั้นขับเคลื่อนผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณอีกครั้ง และส่งมันไปจัดการฝานหลี
“ไม่! ข้าคืออวี้จู่ของอาณาจักรดาราน้อยกุยฟาง! ข้าเป็นระดับพรหมราชชั้นกลาง! เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้ เจ้า…”
ตูม!
ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณร่วงลงมา ฝานหลีกลายเป็นก้อนเนื้อแหลกเละ แม้แต่จิตวิญญาณก็สูญสลายจนหมดสิ้น
ตูม!
ทันใดนั้นทรัพยากรต่างๆ ที่มีทั้งอาวุธวิญญาณ โอสถ และหินวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นในห้วงจักรวาล เพราะอุปกรณ์จัดเก็บของฝานหลีแตกสลาย ทำให้สิ่งที่อยู่ข้างในกระจายออกมา หลังจากเห็นทรัพยากรเหล่านี้ แม้แต่อวิ๋นโม่ก็ยังต้องเบิกตากว้าง ทรัพยากรมากมายเหล่านี้มูลค่าแทบจะเทียบได้กับอาณาจักรดาราน้อยแห่งหนึ่ง แม้แต่หินวิญญาณและโอสถที่เขามีอยู่ยังเทียบห่างกันไกล
นี่ก็เข้าใจได้ไม่ยาก ฝานหลีปกครองอาณาจักรดาราน้อยราวกับปกครองข้าทาสมานานหลายปี สะสมทรัพยากรเอาไว้มากมาย
เหล่าเจ้าดาราเห็นทรัพยากรเหล่านี้ก็รู้สึกปากคอแห้งผากขึ้นมาในทันที พวกเขาถูกฝานหลีปกครองเยี่ยงทาส แม้จะเคยเห็นทรัพยากรก็ได้แต่มองเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ครอบครอง เมื่อได้เห็นทรัพยากรมากมายเช่นนี้ย่อมไม่อาจละสายตาไปได้เลย แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาแย่งชิง ขนาดอวิ๋นโม่ที่อยู่ตรงนี้ยังไม่พูดอะไร พวกเขาจะกล้าสร้างความวุ่นวายได้อย่างไร
อวิ๋นโม่ชี้ไปที่ทรัพยากรเหล่านั้น “ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมากมายนี้ควรเป็นของพวกเจ้า พวกเจ้าจงดูให้ดีว่ามีอยู่เท่าไร ข้าจะรวบรวมขึ้นมาและส่งไปที่ดาวเพลิงฉาน รอให้อวี้จู่คนใหม่ที่ดาวเพลิงฉานส่งมาเดินทางมาถึง สิ่งที่ควรเป็นของพวกเจ้าจะไม่น้อยหรือขาดไปแม้แต่ส่วนเดียว หากขาดไป จงรีบไปแจ้งอู่ตูอวี้หวาง ไม่ว่าเป็นข้าหรือใครที่ยักยอกเอาไป ล้วนต้องถูกลงโทษ!”
“พวกเราต่างเชื่อถือผู้ตรวจการ!”
“พวกข้าต่างเชื่อถือผู้ตรวจการ!”
เมื่อมีคนผู้หนึ่งเอ่ยปาก คนอื่นๆ ก็สนับสนุน สำหรับพวกเขา การที่อวิ๋นโม่สังหารฝานหลีอวี้จู่เป็นเรื่องน่ายินดีเทียมฟ้าแล้ว ต่อให้ไม่ได้รับทรัพยากรเหล่านี้ พวกเขาก็ยังดีใจมาก
เหล่าเจ้าดาราต่างซาบซึ้งอย่างที่สุด พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีวันที่ตนได้รับอิสรภาพ ก่อนหน้านี้พวกเขายังตั้งใจว่าจะต่อสู้กับฝานหลีจนตัวตายอยู่เลย คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายอวิ๋นโม่เพียงคนเดียวก็สังหารฝานหลีได้แล้ว
อวิ๋นโม่รวบรวมทรัพยากรมากมายลงไปในอุปกรณ์จัดเก็บที่ว่างเปล่า เขาเคยฆ่าจอมยุทธ์ไปมาก มีอุปกรณ์จัดเก็บใช้ไม่ขาดแคลน
เมื่อชายหนุ่มกลับไปที่เรือลาดตระเวน ชายชราก็จากไปพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าแล้ว อวิ๋นโม่หยิบโลงศพใบหนึ่งออกมาบรรจุร่างเขาลงไปและฝากให้เจ้าดาราผู้หนึ่งช่วยฝังชายชราเอาไว้บนดาวมีชีวิตของเขา
หลังจากนั้นเขาก็ยังไม่ได้รีบกลับไปที่ดาวเพลิงฉาน แต่พาเหล่าเจ้าดาราทั้งหมดกลับไปยังดาวหลักของอาณาจักรดาราน้อยกุยฟาง และแต่งตั้งให้จอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชที่ตัดสินใจเสี่ยงชีวิตเป็นคนแรกรับตำแหน่งอวี้จู่ชั่วคราว ให้เขาดูแลเรื่องใหญ่น้อยในอาณาจักรดาราไปก่อน หลังจากนั้นก็ดำเนินการตามขั้นตอนให้ดาวฟู่จื่อ รวมทั้งนำค่ายกลคุ้มกันที่เป็นเครื่องหมายมาให้ดาวฟู่จื่อ
เขาไม่ได้ไปหาพวกปรมาจารย์ผู้เฒ่า หลังจากจัดวางค่ายกลเหล่านั้นเสร็จก็ขับเรือลาดตระเวนตรงกลับไปยังดาวเพลิงฉาน
อู่ตูไม่ได้อยู่ที่ดาวเพลิงฉาน ทุกเรื่องมีไฉ่เอ๋อร์ดำเนินการ อวิ๋นโม่นำหลักฐานออกมาทีละชิ้น สุดท้ายก็นำแผนที่ดวงดาวออกมาเปิดหลักฐานทั้งหมดที่บันทึกไว้ให้ไฉ่เอ๋อร์ดู
ไฉ่เอ๋อร์ยิ้ม “ไม่จำเป็นแล้ว อันที่จริงพวกเรารู้ปัญหาของแต่ละอาณาจักรอยู่ก่อนแล้ว เหตุผลที่ไม่ได้บอกกับเจ้าก็เพราะอยากจะดูว่าเจ้ามีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้ตรวจการหรือไม่ ตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีคุณสมบัตินั้น”
อวิ๋นโม่เผยสีหน้าขุ่นเคือง “อู่ตูอวี้หวางมอบหมายหน้าที่นี้ให้ข้าไม่ใช่หรือ แล้วทำไมยังต้องทดสอบด้วย”
“อู่ตูอวี้หวางหมายตาเจ้า แต่ก็ต้องดูด้วยว่าสายตาของตนนั้นผิดพลาดหรือไม่ ใช่ไหม” ไฉ่เอ๋อร์หัวเราะ “แต่ว่าเจ้าเป็นแค่ระดับจ้าวดาราจริงหรือ แม้แต่ฝานหลีก็ยังฆ่าได้ ต่อให้ข้าสู้กับเขาก็ยังไม่แน่ว่าจะฆ่าได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น”
“บางทีข้าอาจโชคดีก็ได้” เขาไม่ได้อธิบาย แต่นำทรัพยากรเหล่านั้นออกมาส่งให้ไฉ่เอ๋อร์
“นี่คือทรัพยากรของอาณาจักรดาราน้อยกุยฟาง ควรจัดการเช่นไรเชื่อว่าพวกท่านคงรู้ดีกว่าข้า ข้าไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว ตอนนี้ อาณาจักรดาราน้อยกุยฟางไม่มีจอมยุทธ์ระดับพรหมราชเลยสักคน ดังนั้นพวกท่านต้องรีบส่งใครสักคนไปให้เร็วที่สุด”
ไฉ่เอ๋อร์เก็บทรัพยากรแล้วถามปนยิ้ม “จริงสิ ข้าได้ยินมาว่าตอนแรกเจ้าอยู่ไกลจากอาณาจักรดาราน้อยกุยฟางมาก ทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้ไปโผล่ที่นั่นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย”
“ในห้วงจักรวาลมีเส้นทางลับอยู่ อย่าบอกข้านะว่าพวกท่านไม่รู้”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” ไฉ่เอ๋อร์พยักหน้า “อู่ตูอวี้หวางเคยบอกว่า หากเจ้าสามารถแก้ปัญหาในอาณาจักรดาราน้อยกุยฟางได้ ต้องให้รางวัล เจ้าแก้ปัญหาได้ดีกว่าที่ข้าคาดไว้ ไม่เสียเจ้าดาราไปแม้แต่คนเดียว บอกมาสิ ว่าอยากได้อะไร”
“รางวัลหรือ” อวิ๋นโม่ลูบคางพลางแล้วเอ่ยชื่อสมุนไพรวิญญาณหลายอย่าง ทั้งหมดนี้เป็นของหายากที่เขาต้องการในตอนนี้ และในอนาคต
ไฉ่เอ๋อร์ได้ยินก็ต้องกลอกตา “อ้าปากทีก็กว้างเป็นสิงโต สมุนไพรวิญญาณล้ำค่าเหล่านั้น แม้แต่อู่ตูอวี้หวางก็ใช่ว่าจะหามาได้ง่ายๆ เจ้าไม่สู้บอกว่ายกทรัพยากรทั้งหมดนี้ให้เจ้าไป”
อวิ๋นโม่โบกมือ “ท่านบอกให้ข้าพูดเองไม่ใช่หรือ ข้าบอกแล้วท่านก็ให้ไม่ได้”
ไฉ่เอ๋อร์เท้าคาง คิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ย “ข้ามีภารกิจอยู่ชิ้นหนึ่ง หากเจ้าทำได้ดี จะยกผลวิญญาณพิสุทธิ์ให้เจ้าก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”
ผลวิญญาณพิสุทธิ์เป็นผลไม้วิญญาณชนิดหนึ่ง เมื่อหลอมเป็นโอสถวิญญาณพิสุทธิ์จะมีประโยชน์ต่ออวิ๋นโม่มาก เมื่อระดับจิตวิญญาณอยู่ในระดับเดียวกับระดับยุทธ์ก็มีแต่ต้องรอให้ระดับยุทธ์เลื่อนขึ้น จึงจะเพิ่มพูนได้อย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ ระดับจิตวิญญาณของเขาเหนือกว่าร่างกายมาก แต่เมื่อระดับยุทธ์เพิ่มขึ้น ระดับวิญญาณกลับเติบโตได้ช้า ตอนนี้จิตวิญญาณของเขาเทียบได้กับจิตวิญญาณของจอมยุทธ์ระดับเจ้าดาราทั่วไปเท่านั้น ยามใช้มายาเนตรปีศาจก็แค่พอจะมีผลต่อจอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้าอยู่บ้าง สำหรับเขา นี่ไม่ดีพอ หากสามารถเพิ่มพูนจิตวิญญาณได้ พลังการต่อสู้ของเขาจะเพิ่มขึ้นมาก
“ภารกิจอะไร ลองเล่ามาก่อน”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 583 สังหารฝานหลี"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com