ตอนที่ 584 ทุบเจ้าให้ตาย
ตอนที่ 584 ทุบเจ้าให้ตาย
อวิ๋นโม่ไม่มีทางรับปากง่ายๆ เขาต้องดูก่อนว่างานนี้ตนทำได้หรือไม่ หากยังไม่ทันได้ถามอะไรก็รีบรับปาก นั่นไม่เรียกว่าโง่หรือ
ไฉ่เอ๋อร์หยิบแผนที่ดาวใบหนึ่งออกมา ขยายใหญ่และชี้ไปอาณาจักรเล็กๆ แห่งหน่ง “อันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร อาณาจักรถงซาน (ภูเขาทองแดง) มีสัตว์อสูรกลืนดาวปรากฏตัว”
“สัตว์อสูรกลืนดาว?” อวิ๋นโม่เองก็เคยได้ยินเรื่องสัตว์อสูรชนิดนี้มาก่อน สติปัญญาของมันไม่สูงเท่าไร แต่ทรงพลังมาก ชอบกินดวงดาวเป็นอาหาร โดยเฉพาะดาวมีชีวิต
ไฉ่เอ๋อร์พยักหน้า “สัตว์อสูรกลืนดาวตัวนี้น่าจะเป็นระดับพรหมราชชั้นกลาง และใกล้ถึงชั้นสูง ท่าน…”
“เดี๋ยวก่อน พี่สาว ท่านคิดว่าความแข็งแกร่งของข้าสามารถจัดการมันได้หรือไม่” อวิ๋นโม่เตรียมถอยทันที ตอนนี้ต่อให้เขาลงมือสุดกำลังก็แค่สู้กับจอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นห้าหรือหกชั้นฟ้าได้อย่างสูสีเท่านั้น ให้รับมือระดับพรหมราชชั้นสูง นั่นเกินกำลังไปแล้ว หากตอนนี้เขาอยู่ที่ระดับจ้าวดาราชั้นสูงสุดอาจจะลองดู
“เจ้าได้ยินผิดแล้ว มันเป็นระดับพรหมราชชั้นกลาง ใกล้จะถึงชั้นสูง” ไฉ่เอ๋อร์แก้ไข
“พี่สาว ท่านคิดว่าข้าหลอกง่ายหรือ” อวิ๋นโม่ยักไหล่ เจ้าตัวนั้นชอบกินดาวมีชีวิตเป็นอาหาร ตอนนี้มาถึงอาณาจักรดาราน้อยถงซาน จะต้องได้กินไปไม่น้อย พละกำลังย่อมเพิ่มขึ้น หากไม่เข้าสู่ระดับพรหมราชชั้นสูงก็แปลกแล้ว
“เจ้าผีขี้ขลาด” ไฉ่เอ๋อร์กลอกตา “ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าไปตายหรอก”
พูดแล้วก็นำยันต์ใบหนึ่งวางตรงหน้าเขา
“นี่คือ?” อวิ๋นโม่คว้ายันต์ใบนั้นขึ้นมาดู ดวงตาหรี่ลง นี่เป็นของดีมาก ยันต์ใบนี้ร้ายกาจกว่ายันต์ผู้ตรวจการที่เขามีเสียอีก “ของดี! มีอีกไหม เอามาให้ข้าสักร้อยใบ”
“ร้อยใบ? เจ้าคิดว่ามันเป็นผัดกาดขาวหรือ ยันต์นี้เป็นยันต์ระดับสูงสุดในอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูแล้ว วัตถุดิบที่ใช้สร้างยันต์นี้ล้ำค่ามาก กว่าจะวาดขึ้นมาได้ก็แสนยากลำบาก มันจึงมีไม่มาก ทุกใบล้วนต้องหยิบใช้ยามจำเป็น ไม่เช่นนั้นก็สิ้นเปลืองเปล่าๆ” ไฉ่เอ๋อร์กล่าว
“ข้ารู้แต่ว่ามันไม่ธรรมดา ไม่รู้ว่ามีอานุภาพมากขนาดไหน”
“ต่อให้สังหารยอดฝีมือระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าก็ไม่เป็นปัญหา ถึงสัตว์อสูรกลืนดาวนั่นจะเลื่อนระดับแล้วก็ยังต้านทานยันต์ใบนี้ไม่ได้อยู่ดี เจ้าวางใจได้เลย หากมีมันอยู่ในมือย่อมปลอดภัยไร้เรื่องราว”
อวิ๋นโม่วางยันต์กลับลงไปบนโต๊ะ เขาไม่ได้รีบรับปาก แต่ยิ้มกล่าว “งานนี้ง่ายเกินไป ดูท่าเรื่องนี้จะต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังใช่ไหม”
ไฉ่เอ๋อร์จ้องเขาอย่างไม่อยากเชื่อ “เดาถูกแล้ว เจ้าฉลาดจริงๆ อู่ตูอวี้หวางพูดเอาไว้ไม่ผิดเลย ให้เจ้าไปทำเรื่องนี้เหมาะสมมาก อีกอย่างเดิมทีนี่ก็เป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการอยู่แล้ว”
“ว่ามาดีกว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ไฉ่เอ๋อร์เริ่มอธิบายให้เขาฟังอย่างระมัดระวัง “สัตว์อสูรกลืนดาวตัวนี้ไม่ใช่ว่าที่ใดก็จะมี ในอาณาจักรดาราใหญ่ที่มีราชันย์ปกครองล้วนไม่มีมันอยู่ มีแต่แดนกันดารขนาดใหญ่เท่านั้นจึงจะมีสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ การที่มันปรากฏตัวที่อาณาจักรดาราน้อยถงซานจึงเป็นเรื่องแปลก”
“ในจักรวาลมีเส้นทางลัดมากมาย เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันจะอาศัยเส้นทางชนิดนี้มายังอาณาจักรดาราน้อยถงซาน” อวิ๋นโม่ถาม
ไฉ่เอ๋อร์ส่ายหน้า “เป็นไปไม่ได้ อันที่จริงเส้นทางลับเหล่านั้นส่วนใหญ่ถูกบันทึกเอาไว้หมดแล้ว ตัวอย่างเช่น การที่จู่ๆ เจ้าก็ไปปรากฏตัวในอาณาจักรดาราน้อยกุยฟาง หากข้าไปตรวจสอบข้อมูลก็จะเจอเส้นทางลัดเส้นนั้น แต่ในอาณาจักรดาราน้อยถงซานไม่มีเส้นทางไปที่นั่น ต่อให้เป็นอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูทั้งหมดก็ไม่มีเส้นทางแบบนั้น
แน่นอนว่าเป็นไปได้ที่อาจมีเส้นทางที่พวกเราไม่รู้อยู่ แต่ประเด็นสำคัญคือ เมื่อร้อยปีก่อนอาณาจักรดาราน้อยถงซานก็เคยมีสัตว์อสูรกลืนดาวปรากฏตัว และครั้งนั้นแม้แต่อวี้จู่ของอาณาจักรดาราน้อยถงซานก็เสียชีวิตในการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรกลืนดาว พวกเราส่งคนไปตรวจสอบ แต่ตรวจสอบอยู่หลายปีก็ไม่พบเส้นทางใดๆ หากมันมีอยู่จริง เป็นไปไม่ได้ที่จะหาไม่เจอ ดังนั้นมันน่าจะปรากฏตัวที่อาณาจักรดาราน้อยถงซานด้วยเหตุผลอื่น”
อวิ๋นโม่ลูบคาง ถ้าเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน
ไฉ่เอ๋อร์กล่าวต่อ “ข้าหวังว่าเจ้าจะค้นหาความจริงที่อยู่เบื้องหลังได้ หวังว่าเจ้าจะปราดเปรื่องกว่าคนที่เคยตรวจสอบเรื่องนี้ และสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ขอเพียงเจ้าสืบได้ความชัดเจน ผลวิญญาณพิสุทธิ์ผลนั้นไม่มีทางหนีหายไปไหน”
อวิ๋นโม่ยื่นมือไปกดยันต์ใบนั้นเอาไว้ ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ ครู่หนึ่งถึงได้เก็บยันต์ไป “งานนี้ข้าจะรับไว้! หวังว่าพี่ไฉ่เอ๋อร์จะไม่หลอกข้า อย่าลืมเตรียมผลวิญญาณพิสุทธิ์ไว้ มิฉะนั้นหากข้าตรวจสอบจนชัดเจนแล้วกลับมาไม่เห็นมัน จะต้องผิดหวังมาก”
ไฉ่เอ๋อร์โบกมือพูด “ตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนค่อยว่ากัน เรื่องนี้ไม่ง่าย ไม่เช่นนั้นคนที่เคยไปตรวจสอบคงจะไม่กลับมามือเปล่า”
อวิ๋นโม่โบกมือลาไฉ่เอ๋อร์และออกจากเมือง เหาะขึ้นไปในจักรวาล หลังจากทหารเหล่านั้นเห็นเขา คราวนี้ให้ความเคารพอย่างยิ่ง พวกเขาขานนามผู้ตรวจการเสียงดังกึกก้องด้วยความเคารพนับถือ ก่อนเปิดค่ายกลให้อวิ๋นโม่ออกไป
อวิ๋นโม่ขับเรือลาดตระเวนไปถึงอาณาจักรดาราน้อยถงซานด้วยความเร็วสูงสุด จากนั้นมุ่งหน้าตรงไปยังดาวหลักของอาณาจักร
“ใครกัน…” ทหารอาณาจักรดาราน้อยถงซานรั้งเขาเอาไว้
ชายหนุ่มไม่พูดมาก นำยันต์ผู้ตรวจการออกมาพร้อมเอ่ย “ข้าคือผู้ตรวจการ รับมอบหมายให้มาตรวจสอบปัญหาเรื่องสัตว์อสูรกลืนดาว รีบเปิดค่ายกลให้ข้าเข้าพบอวี้จู่ของพวกเจ้า”
“ผู้ตรวจการ?” ชายคนนั้นมองอวิ๋นโม่อย่างไม่เชื่อถือ
อวิ๋นโม่ขี้เกียจพูดมาก เขาปลดปล่อยลมปราณออกมาพร้อมตะโกนเสียงดัง “เหยียนพั่วอวี้จู่อยู่ที่ใด”
วูบ!
จอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นหกชั้นฟ้าผู้หนึ่งออกมา พอเห็นยันต์ผู้ตรวจการสีหน้าก็เปลี่ยนไป คารวะพร้อมเอ่ย “ท่านผู้ตรวจการ!” จากนั้นมองเหล่าทหารและแค่นเสียงเย็นชา “มัวยืนทำอะไรกันอยู่ ยังไม่รีบเปิดค่ายกลเชิญใต้เท้าผู้ตรวจการเข้ามา!”
“ขอรับๆ!” คนเหล่านั้นหลั่งเหงื่อเย็นบนหน้าผาก คิดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นผู้ตรวจการจริงๆ หลายคนรีบเปิดค่ายกลและเชิญอวิ๋นโม่เข้าไป
อวิ๋นโม่ติดตามเหยียนพั่วอวี้จู่ร่อนลงไป จากนั้นถาม “สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง”
เหยียนพั่วถอนหายใจ “อาณาจักรดาราน้อยถงซานของข้าสูญเสียดาวมีชีวิตไปสิบกว่าดวงแล้ว รายละเอียดพวกเราเข้าจวนก่อนค่อยคุยกันเถอะ จอมยุทธ์ระดับพรหมราชทั้งสิบคนของอาณาจักรดาราน้อยถงซานน้อมรอผู้ตรวจการอยู่นานแล้ว”
“จอมยุทธ์ระดับพรหมราชสิบคน” อวิ๋นโม่หวั่นไหวเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เขารู้มาว่าอาณาจักรดาราน้อยถงซานเป็นอาณาจักรดาราน้อยที่อยู่อันดับต้นๆ ของอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตู มันไม่เพียงมีพื้นที่กว้างขวาง มีดาวมีชีวิตจำนวนมาก แต่ยังมีจอมยุทธ์ระดับพรหมราชหลายคน จึงเหนือกว่าพื้นที่อื่นๆ อาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่ ต่อให้นับอวี้จู่อย่างเซียงหงไปด้วยก็มีจอมยุทธ์ระดับพรหมราชเพียงสองคนเท่านั้น และตอนนี้ก็เหลือนางเพียงคนเดียวแล้ว แต่อาณาจักรดาราน้อยถงซานมีจอมยุทธ์ระดับพรหมราชถึงสิบคน หากอวี้จู่คนก่อนไม่ตาย ตอนนี้ก็มีถึงสิบเอ็ดคน
ไม่ช้าทั้งสองก็มาถึงจวนอวี้จู่ ในห้องประชุม นอกจากพวกทหารแล้ว ทั้งหมดคือจอมยุทธ์ระดับพรหมราชทั้งเก้าคน
“ทุกท่าน ท่านผู้นี้คือผู้ตรวจการที่จะมาช่วยพวกเราปราบสัตว์อสูรกลืนดาว” เหยียนพั่วแนะนำ จอมยุทธ์ระดับพรหมราชทีละคน
“ท่านผู้ตรวจการ”
“คารวะใต้เท้าผู้ตรวจการ!”
ในห้องประชุม นอกจากเหล่าทหารที่ทำความเคารพอวิ๋นโม่แล้วก็มีจอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นต้นสวมเกราะสองคนที่คารวะเขาด้วยความเคารพ จอมยุทธ์ระดับพรหมราชคนอื่นๆ บางคนมีสีหน้าเรียบเฉย บางคนยิ้มแปลกๆ บางคนสีหน้าไม่แยแส และบางคนยิ้มให้อย่างมีไมตรี
“ข้าขอแนะนำก่อน” เหยียนพั่วพาเขามาตรงหน้าคนทั้งกลุ่ม ชี้ไปทางชายท่าทางสุขุมที่อยู่ด้านหน้าสุดก่อนแนะนำ “ผู้นี้คือไป๋หลี่ฉยง สมญานามฉยงหวาง เป็นยอดฝีมือระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้า”
“ไป๋หลี่ฉยงคารวะผู้ตรวจการ” ชายคนนั้นกำหมัดคารวะ
“ฉยงหวาง” อวิ๋นโม่ตอบรับโดยการพยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงว่าจดจำไว้แล้ว
เหยียนพั่วมองชายร่างกำยำคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ “นี่คือเถี่ยถัวถัว เถี่ยถัวหวาง (ราชันย์เหล็ก) เป็นระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้า”
ขณะที่อวิ๋นโม่กำลังจะประคองหมัดก็เห็นเถี่ยถัวถัวมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจพร้อมแค่นเสียงเอ่ย “อู่ตูอวี้หวางส่งคนปวกเปียกเช่นนี้มาหรือ ได้ยินว่าผู้ตรวจการคนนี้เป็นแค่ระดับจ้าวดาราเท่านั้น มาแล้วจะมีประโยชน์อะไร ถึงตอนที่เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรกลืนดาว ไม่แน่ว่าพวกเรายังต้องคอยปกป้องเขาด้วย เช่นนี้ไม่สู้ไม่ส่งคนมาเสียดีกว่า!”
สีหน้าเหยียนพั่วเปลี่ยนไป ออกปากดุ “เถี่ยถัวถัว เจ้าพูดเรื่องอะไร! หากท่านผู้ตรวจการไม่มีความสามารถจะนั่งในตำแหน่งผู้ตรวจการได้อย่างไร อย่าได้เหลวไหล รู้จักให้ความเคารพเสียบ้าง!”
เถี่ยถัวถัวแค่นเสียงเย็นชาและหันหน้าไปทางอื่นอย่างไม่เห็นด้วย
“เจ้าตัวบัดซบ รีบขออภัยท่านผู้ตรวจการ!”
“ขอโทษเรื่องอะไร ข้าพูดความจริง คนที่พวกเราต้องการคือจอมยุทธ์ที่จะมากำราบสัตว์อสูรกลืนดาว ไม่ใช่ระดับจ้าวดาราที่มาหาที่ตาย ตัวบางขนาดนี้ หากตายในปากของสัตว์อสูรกลืนดาว พวกเราก็ต้องรับโทษจากอู่ตูอวี้หวางไปด้วย” เถี่ยถัวถัวพูดอย่างไม่พอใจ
“เจ้า!” เหยียนพั่วโมโหแล้ว
อวิ๋นโม่โบกมือกล่าว “ไม่เป็นไรหรอกเหยียนพั่วอวี้จู่ ผู้แซ่อวิ๋นเป็นระดับจ้าวดาราจริงๆ เถี่ยถัวหวางข้องใจในความสามารถของข้าก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ข้าไม่คิดจะแก้ตัว ความสามารถของข้าเป็นเช่นไร ไว้เมื่อเจอกับสัตว์อสูรกลืนดาวแล้วก็รู้เอง หากข้าตกอยู่ในอันตรายก็ไม่ต้องการให้ทุกท่านเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือ ทุกท่านทำหน้าที่ของตนให้ดีก็พอ”
เถี่ยถัวถัวปรายตามองเขา “ถึงความสามารถจะไม่เท่าไร แต่นับว่ายังรู้จักวางตัวอยู่”
เหยียนพั่วถลึงตามองเถี่ยถัวถัวอย่างดุดัน จากนั้นหันไปทางชายผอมสูงที่ถือพู่กันในมือคนหนึ่ง “ผู้นี้คือเกาอู่ อู่เจิ้นหวาง (ราชันย์ค่ายกลแซ่อู่) เป็นระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้าเช่นกัน อู่เจิ้นหวางเป็นปรมาจารย์ค่ายกลในอาณาจักรดาราน้อยถงซานของเรา ชำนาญเรื่องค่ายกลอย่างยิ่ง”
“เกาอู่คารวะผู้ตรวจการ” เกาอู่คารวะอวิ๋นโม่พร้อมพู่กันในมือ
อวิ๋นโม่ก้มคารวะเล็กน้อย มองพู่กันในมือของเขาอย่างพิจารณา “พู่กันของท่านด้ามนี้ ใช้วาดยามวางค่ายกลสินะ”
“ฮ่าๆ ท่านผู้ตรวจการสายตาแหลมคม วิชาค่ายกลของข้าแตกต่างจากผู้อื่น ที่ข้าใช้ก็คือพู่กันด้ามนี้ ค่ายกลอักขระที่ใช้พู่กันวาดขึ้นมาแข็งแกร่งกว่าอักขระอื่นๆ มาก!” อู่เจิ้นหวางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ดีใจมากที่อวิ๋นโม่มองประโยชน์ของพู่กันด้ามนี้ออก
เหยียนพั่วพยักหน้าเอ่ย “อู่เจิ้นหวางไม่ได้พูดเกินจริง ค่ายกลที่พวกเราใช้ล้วนเป็นเขาวาดขึ้น”
อวิ๋นโม่คารวะเขาอีกครั้ง แสดงถึงความนับถือ
จากนั้นเหยียนพั่วก็หันไปมองสตรีนางหนึ่งที่แต่งหน้าราวนางปีศาจ “นี่คือซือหลานฮวา หลานฮวาหวาง (ราชันย์หญิงกล้วยไม้) ระดับพรหมราชขั้นสี่ชั้นฟ้า แม้ระดับยุทธ์เทียบไม่ได้กับสามคนก่อนหน้า แต่ความแข็งแกร่งของนางก็ไม่อาจประมาท นางครอบครองของเหลวพิสดารชนิดหนึ่ง เรียกว่า น้ำกร่อนกระดูก สามารถละลายได้ทุกอย่าง ฤทธิ์ร้ายกาจมาก แม้แต่ข้ายังต้องกริ่งเกรง”
ซือหลานฮวาไม่เพียงแต่งหน้าราวกับนางปีศาจ ทั่วทั้งร่างยังมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ นางคลี่ยิ้มมองอวิ๋นโม่ แต่จู่ๆ ก็พ่นไอน้ำจำนวนมากใส่เขา ปากก็เอ่ยกลั้วหัวเราะ “ใต้เท้าผู้ตรวจการ ลองชิมน้ำกร่อนกระดูกของข้าดู”
อวิ๋นโม่หน้าขรึม โบกแขนเสื้อแรงๆ ไอน้ำกลุ่มนั้นก็ม้วนกลับไปใส่หน้าของนาง
นางหน้าเปลี่ยนสี ปากร้องเสียงแหลม “เครื่องสำอางของข้า!”
“หลานฮวาหวาง เรื่องบางอย่างทางที่ดีอย่าได้ทำเป็นเล่น” อวิ๋นโม่พูดเสียงเข้ม
นางเช็ดหยดน้ำบนใบหน้า เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คนน่ารังเกียจ นี่เป็นน้ำหอม แค่ล้อเล่นกับใต้เท้าผู้ตรวจการหน่อยเท่านั้น ใต้เท้าอย่าได้โมโห”
อวิ๋นโม่คิดจะเอ่ยอะไร คาดไม่ถึงว่าเถี่ยถัวถัวจะถลันออกมาพร้อมกระแทกพลองเขี้ยวหมาป่าด้ามใหญ่ใส่พื้นอย่างแรง และเอ่ยด้วยความโมโห “เจ้าคนปวกเปียก ข้าอยากได้น้ำหอมของนางมาตั้งนานก็ยังไม่สำเร็จ เจ้ากลับดีมาก กล้ารังคัดรังแค ทั้งยังล้างเครื่องสำอางที่น่ามองของนาง มันน่าโมโห! ไม่ได้ ข้าจะต้องทุบเจ้าให้ตาย!”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 584 ทุบเจ้าให้ตาย"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com