ตอนที่ 596 สกัดซือหลานฮวา
ตอนที่ 596 สกัดซือหลานฮวา
“ป๋อชงหวาง ข้าต้องการเลือดของเจ้าสักหยด” อวิ๋นโม่กลับไปที่ดาวจิ้วและพูดกับซือหม่าป๋อชง
แม้จะไม่รู้ว่าอวิ๋นโม่ต้องการเลือดไปทำอะไร แต่ซือหม่าป๋อชงก็ไม่ได้ถาม ใช้ดาบใบไม้ปลิวกรีดนิ้วบีบเลือดออกมาหนึ่งหยด อวิ๋นโม่รับเลือดหยดนั้นมา ก่อนดูน้ำกร่อนกระดูกที่แตกตัวแล้ว ในที่สุดก็พบสิ่งที่ต้องการ
อวิ๋นโม่คลายผนึก ปล่อยพลังขุมนั้นออกมาและส่งหยดเลือดของซือหม่าป๋อชงที่มีพลังขุมหนึ่งเข้าไปหา พลังทั้งสองสายมีลมปราณคล้ายกัน เมื่อพวกมันเข้าใกล้กันก็เกิดการสั่นพ้อง อวิ๋นโม่หันไปถามซือหม่าป๋อชง “ป๋อชงหวาง เลือดของเจ้าไม่เคยมอบให้ผู้อื่นมาก่อนใช่ไหม”
“ไม่เคย” ซือหม่าป๋อชงส่ายหน้าก่อนถามอย่างสงสัย “ผู้ตรวจการ นี่มันเรื่องอะไรกัน”
มุมปากของอวิ๋นโม่ยกขึ้นน้อยๆ “พลังของสายเลือด”
หลังจากได้น้ำกร่อนกระดูกของซือหลานฮวามาหยดหนึ่ง อวิ๋นโม่ก็ไปยังดาวของเถี่ยถัวถัวทันที และพบพลังงานที่คล้ายกับเลือดของเถี่ยถัวถัว จากนั้นก็มาหาซือหม่าป๋อชง และพบพลังสายเลือดที่มีต้นกำเนิดเดียวกัน ทำให้ความจริงบางอย่างถูกเปิดเผยตรงหน้าเขา
เถี่ยถัวถัวถูกซือหลานฮวาสังหาร มีเพียงนางเท่านั้นที่ปลิดชีวิตเขาได้อย่างเงียบเชียบ เถี่ยถัวถัวรักนางมาก เขาไม่ได้ระวังตัวจึงตายด้วยน้ำมือนาง และเลือดของเถี่ยถัวถัวที่เป็นระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้า นางย่อมไม่ทิ้งขว้าง
ความจริงอีกข้อที่อวิ๋นโม่ค้นพบคือ เลือดของซือหม่าว่านหลินอยู่ในน้ำกร่อนกระดูกของซือหลานฮวา! ดูเหมือนว่าการตายเมื่อร้อยปีก่อนของเขาจะมีเงื่อนงำเช่นกัน เหตุใดสัตว์อสูรกลืนดาวจึงปรากฏตัวในอาณาจักรดาราน้อยถงซาน ซือหลานฮวาต้องรู้แน่นอน!
“ผู้ตรวจการ ท่านพบอะไรหรือ” ซือหม่าป๋อชงถาม
อวิ๋นโม่ไม่อธิบาย เขาเหาะไปที่ดาวของซือหลานฮวาโดยเร็วที่สุด คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญเจอนางอยู่บนเรือท่องดาราเตรียมตัวหลบหนี
เรือของนางความเร็วไม่มีทางเทียบได้กับเรือของอวิ๋นโม่ เขาสกัดนางได้อย่างรวดเร็ว “หลานฮวาหวาง เจ้าจะไปไหน” อวิ๋นโม่ถามปนยิ้ม
ใบหน้าของนางเย็นชา ตะคอกตอบ “ผู้ตรวจการ ข้าจะไปที่ไหนก็ไม่จำเป็นต้องรายงานเจ้าหรอกกระมัง”
อวิ๋นโม่พยักหน้า “เจ้าไม่จำเป็นต้องรายงานข้าก็จริง แต่ข้าอยากรู้ว่าทำไมในน้ำกร่อนกระดูกของเจ้าจึงมีพลังสายเลือดของเถี่ยถัวหวาง”
ซือหลานฮวาพูดเสียงต่ำ “ข้าเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือ เถี่ยถัวถัวยินดีมอบเลือดของเขาให้ข้า…”
“ในน้ำกร่อนกระดูกของเจ้า ข้าพบพลังของสายเลือดหลายสายที่คล้ายกับพลังในสายเลือดของเถี่ยถัวหวาง ดูจากสภาพของพวกมันคงผ่านการขัดเกลาและกลั่นเป็นน้ำกร่อนกระดูกมาหลายครั้ง หลานฮวาหวางไม่ได้โกหกจริงๆ แต่ทำไมถึงมีสายหนึ่งที่ข้าดูแล้วเพิ่งจะผ่านเวลามาไม่นาน เท่าที่ข้ารู้ ก่อนที่เถี่ยถัวหวางจะสิ้นลงไม่นาน เขาไม่ได้ให้เลือดแก่เจ้า และเจ้าไม่ได้เจอเขา นี่มันเรื่องอะไรกันแน่”
ซือหลานฮวาหน้าบึ้งตึง ปิดปากเงียบ
อวิ๋นโม่กล่าวต่อ “ข้ายังพบพลังสายเดียวกับพลังสายเลือดของป๋อชงหวางในนั้น เท่าที่ข้ารู้เขาไม่เคยให้เลือดเจ้า จากนั้นก็คาดเดาได้ว่าพลังงานนี้เป็นของอดีตอวี้จู่อาณาจักรดาราน้อยถงซาน ซือหม่าว่านหลิน! หลานฮวาหวาง อย่าบอกนะว่าเขาเป็นฝ่ายมอบเลือดของเขาให้เจ้า”
ซือหลานฮวาจ้องอวิ๋นโม่ จู่ๆ ก็แค่นหัวเราะ “ผู้ตรวจการเอ๋ยผู้ตรวจการ ไม่รู้ว่าเจ้าฉลาดหรือโง่กันแน่ เจ้าไม่ควรแตะต้องเรื่องนี้ ตอนนี้เจ้ารู้มากเกินไปแล้ว ดังนั้นเจ้าไม่อาจไปจากที่นี่อย่างมีชีวิต!”
“อ๋อ หลานฮวาหวางมั่นใจขนาดนั้นเลยหรือ”
ซือหลานฮวาหัวเราะ “เจ้าคิดว่าด้วยพลังบ่มเพาะระดับจ้าวดาราของเจ้า จะเทียบกับพวกเราได้หรือ”
ทันใดนั้นพลังปราณของนางก็ระเบิดออก จากระดับพรหมราชขั้นสี่ชั้นฟ้ากลายเป็นขั้นห้าชั้นฟ้า ขณะเดียวกันน้ำกร่อนกระดูกนับไม่ถ้วนก็ปรากฏ เผยอานุภาพที่น่ากลัวออกมา “ผู้ตรวจการ หากเจ้าจะตำหนิ ก็ตำหนิตัวเจ้าเองที่สอดรู้มากเกินไป! อีกอย่างเจ้าไม่ควรยกสัตว์อสูรกลืนดาวตัวนั้นให้พวกเรา พอได้เลือดของมันมา น้ำกร่อนกระดูกของข้าก็มีอานุภาพเหนือกว่าแต่ก่อน จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราตัวน้อยอย่างเจ้า อย่าฝันว่าจะต้านได้เลย!” ซือหลานฮวาฉีกยิ้ม
ฟิ้วๆ!
ภายใต้การควบคุมของซือหลานฮวา น้ำกร่อนกระดูกหลายพันหยดพุ่งเข้าหาอวิ๋นโม่ราวเม็ดฝน
“อาณาจักรอัสนี!” เขาทำมุทราอย่างรวดเร็ว เรียกอาณาจักรอัสนีออกมา พลังอันไร้ขีดจำกัดของสายฟ้าแผ่ปกคลุมจักรวาล
แต่น้ำกร่อนกระดูกของนางร้ายกาจเกินไป มันทะลวงผ่านอาณาจักรอัสนีและพุ่งเข้าหาเขา เขารีบนำผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมาสกัดการโจมตีของน้ำกร่อนกระดูก
“ซี้ด!” อวิ๋นโม่สูดลมหายใจเย็นๆ เข้าไป น้ำกร่อนกระดูกของนางพิสดารจริงๆ หลังจากโจมตีผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ ผนึกก็ได้รับความเสียหาย หากยังคงปะทะกับน้ำกร่อนกระดูกตรงๆ เช่นนี้ ไม่แน่ว่าสุดท้ายผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณอาจถูกทำลาย
สีหน้าของเขาเคร่งขรึม ก่อนหน้านี้ใช้เก้าผนึกเซียนต้องห้ามระดับหกผนึกไปหยดหนึ่งยังไม่ใช่เรื่องง่าย ตอนนี้มีน้ำกร่อนกระดูกมากมาย นี่ออกจะเกินกำลังเกินไป เช่นนี้ ต้องหาทางหลบเลี่ยงน้ำกร่อนกระดูกและเข้าปะทะกับนางโดยตรง
ฟิ้ว!
อวิ๋นโม่ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าพุ่งเข้าหาซือหลานฮวา ความเร็วเป็นข้อได้เปรียบของเขา และในอาณาจักรอัสนีข้อได้เปรียบนี้จะเพิ่มระดับขึ้นไปอีกขั้น เขาใช้ประโยชน์ได้พอดี
ตึง!
อวิ๋นโม่ใช้ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณโจมตีศัตรูอย่างดุดันจนกระเด็นออกไป สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดของนางก็คือน้ำกร่อนกระดูก การป้องกันตนเองไม่ได้ดีนัก
ตูม!
ซือหลานฮวากระอักเลือดกบปาก สองมือวาดออกไปอย่างรวดเร็ว เรียกน้ำกร่อนกระดูกที่อยู่ไกลออกไปกลับมาป้องกัน ไม่กล้าโจมตีเขาอย่างบุ่มบ่ามอีก
ตอนนั้นเองเงาร่างหนึ่งเร่งรุดเหาะมาแต่ไกลและร่อนลงข้างกายนาง คนผู้นี้สวมชุดยาวและมีหมอกสีดำคลุมใบหน้า เขาเป็นคนที่ลอบสังหารอวิ๋นโม่ในวันนั้น หลังจากเห็นคนผู้นี้ ซือหลานฮวาก็หัวเราะสุดเสียงได้ทันที “เจ้ามาแล้วหรือ”
ชายคนนั้นพยักหน้าน้อยๆ จากนั้นหันมองอวิ๋นโม่ ซือหลานฮวาเอ่ย “เจ้าคอยคุ้มกันข้า ข้าจะใช้น้ำกร่อนกระดูกฆ่าเขา! ตอนนี้พลังของน้ำกร่อนกระดูกแข็งแกร่งขึ้น เขาต้านมันไม่ได้”
ชายคนนั้นยังคงไม่พูด เอาแต่พยักหน้า
อวิ๋นโม่จ้องชายในชุดคลุม หัวคิ้วขมวดขึ้นมา มีหลายเรื่องที่เขาคาดเดาได้แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าคนผู้นี้คือใคร ดูเหมือนว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับซือหลานฮวา
ซือหลานฮวามองอวิ๋นโม่ด้วยใบหน้าเยาะเย้ย จากนั้นใช้น้ำกร่อนกระดูกโจมตีอวิ๋นโม่อีกครั้ง
สีหน้าอวิ๋นโม่เคร่งขรึม สองคนนี้ร่วมมือกันทำให้เขาต้องระวัง แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในวินาทีถัดมาทำให้อวิ๋นโม่ตกตะลึง เพราะฉับพลันนั้นด้านหลังของชายในชุดคลุมก็มีปีกคู่หนึ่งกางออกมา ก่อนแทงซือหลานฮวาอย่างจัง
สวบ!
ซือหลานฮวากระอักเลือดคำโต หันกลับไปอย่างไม่เชื่อสายตา “ทำ… ทำไม”
ชายคนนั้นไม่ตอบ ขยับปีกกรีดร่างของนาง ร่างกายของนางถูกเฉือน ลมปราณลดฮวบ นางมองคนผู้นั้นด้วยความหวาดกลัว งุนงง และโกรธแค้น จู่ๆ ซือหลานฮวาก็เบิกตากว้าง ยื่นมือออกมาชี้หน้าเขา ร้องเสียงสั่นด้วยความกลัว “เจ้า เจ้าไม่ใช่เขา!”
ชายที่ปกปิดตัวตนกล่าวด้วยเสียงเย้ยหยัน “ทำไมถึงมีสตรีโง่งมเช่นนี้ ถ้ารู้แต่แรกว่าเจ้าโง่ขนาดนี้ ข้าคงไม่ต้องรอถึงตอนนี้ค่อยฆ่าเจ้า”
“แค่ก!”
“เจ้า… เป็นใคร… กันแน่”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้!” ชายคนนั้นพูดอย่างเย็นชา ขยับปีกบนหลังตัดศีรษะนางในทันที
“หยุดมือ!” อวิ๋นโม่ตะคอกเสียงดัง คิดจะรีบเข้าไปช่วยนาง แต่คนผู้นี้เร็วมากเช่นกัน แม้อวิ๋นโม่ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าก็ยังสายเกินไปที่จะหยุดเขา
“เจอกันอีกแล้ว ใต้เท้าผู้ตรวจการ” ชายคนนั้นถอยกลับอย่างรวดเร็วและเงยหน้ามองอวิ๋นโม่ เสียงของเขาเต็มไปด้วยการเย้าแหย่
“เจ้าเป็นใครกันแน่” อวิ๋นโม่ถามเสียงเย็น
“เจ้าไม่รู้จริงหรือ เช่นนี้ข้าต้องภูมิใจมากแล้วที่สามารถหลบเลี่ยงความเฉลียวฉลาดของเจ้าได้” ชายคนนั้นหัวเราะ “อันที่จริงแม้ข้าไม่ต้องการให้เจ้ารู้มากเกินไป แต่ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าคงไม่อาจฆ่าคนเหล่านี้ได้ง่ายๆ ตอนนี้เหลือเพียงคนเดียวแล้ว”
อวิ๋นโม่สีหน้าบูดบึ้ง “เจ้าคือซือหม่าป๋อชงใช่ไหม”
“ฮ่าๆ ผู้ตรวจการคิดว่าข้าเป็นไอ้สวะนั่น หึๆ ข้าเสียใจจริงๆ” ชายคนนั้นส่ายหน้า จากนั้นแผ่พลังหนีไป
“คราวนี้เจ้าหนีไม่รอดหรอก!” อวิ๋นโม่ตะโกน ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าเต็มกำลัง ขณะเดียวกันก็ควบคุมผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณโจมตีคนผู้นั้น
“ดีเหมือนกัน เล่นสนุกเป็นเพื่อนเจ้าเสียหน่อย อย่างไรครั้งหน้าที่เจอกันก็คือเวลาตายของเจ้าแล้ว!” ชายคนนั้นหัวเราะและหันกลับมาเผชิญหน้ากับอวิ๋นโม่ แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เขานำออกมาคือเครื่องรางที่วางไว้บนหน้าผาก เขายังคงไม่ประมาทอานุภาพของมายาเนตรปีศาจ
การต่อสู้ของคนทั้งสองราวกับดวงอาทิตย์สองดวงกำลังระเบิดในจักรวาลด้วยอานุภาพอันน่าสะพรึง ทำให้ดวงดาวที่อยู่รอบๆ สะท้านอย่างรุนแรง ยิ่งต่อสู้กับเขา อวิ๋นโม่ก็ยิ่งหนักใจ คนผู้นี้ร้ายกาจมาก ความแข็งแกร่งพัฒนาเหนือกว่าครั้งก่อน ตอนนั้นอวิ๋นโม่พอจะกำราบเขาได้ชั่วขณะ แต่ตอนนี้ในเวลาสั้นๆ ยากจะจัดการอีกฝ่ายได้
ขณะที่คนทั้งสองกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด เงาร่างหนึ่งก็เหาะมา คนผู้นี้ใส่ชุดคลุมยาว สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ทันทีที่เขาเห็นศพของซือหลานฮวาในจักรวาลก็รีบพุ่งเข้าไปตรวจสอบ พอรู้ว่านางตายแน่แล้วก็มองอวิ๋นโม่ด้วยสายตาเย็นชา
“ใต้เท้าผู้ตรวจการ ทำให้อาณาจักรดาราน้อยถงซานของเราไร้ความสงบสุข ท่านจะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร ให้ข้าส่งท่านเดินทางเถอะ!” ชายคนนั้นพูดอย่างเย็นชาและพุ่งไปหาอวิ๋นโม่
เสียงของคนผู้นี้แหบพร่า เห็นได้ชัดว่าจงใจปกปิดตัวตน แต่อวิ๋นโม่เดาตัวตนของอีกฝ่ายได้แล้ว สีหน้าของเขาเคร่งขรึม ทั้งสองคนไม่ใช่ตอไม้ ยากที่จะจัดการคนใดคนหนึ่ง เผชิญหน้ากับทั้งสองคน ต่อให้เป็นเขาก็ต้องถอยชั่วคราว
ตูม!
อวิ๋นโม่ใช้ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณจนคู่ต่อสู้ต้องผละห่าง จากนั้นใช้ญาณหยั่งรู้สร้างภวังค์นิรันดร์ขึ้นมา ชายชุดคลุมยาวชะงักไป แต่ก็คืนสติได้อย่างรวดเร็ว อวิ๋นโม่ใช้เวลาชั่วพริบตานั้นขว้างผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกไป จากนั้นรีบถอยหลังด้วยมรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้า
ชายคนนั้นป้องกันได้ทันและไม่ได้รับบาดเจ็บ
“จัดการคนที่มีระดับยุทธ์สูง ภวังค์นิรันดร์ในตอนนี้ไม่เกิดประโยชน์จริงๆ” อวิ๋นโม่พึมพำ
หลังจากคนที่ตามมาถูกอวิ๋นโม่บีบให้ล่าถอย บุรุษที่มีหมอกดำคลุมใบหน้าก็พุ่งเข้าไป ใช้ปีกทั้งสองโจมตีอีกฝ่าย
ตูม!
แม้จะรีบหลบแล้ว แต่คนที่ตามมาผู้นั้นก็ถูกฟันจนเลือดไหลเป็นทางยาว
“เป็นเจ้า!” ชายชุดคลุมผู้ตามมาทีหลังจ้องชายในหมอกสีดำ สีหน้าของเขาบูดบึ้งมาก “ไม่ใช่ผู้ตรวจการ เจ้าฆ่าซือหลานฮวา!”
“แล้วจะอย่างไร” ชายคนนั้นเย้ยหยัน “ข้าบอกเจ้าได้เช่นกัน เจ้าอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”
“ทั้งหมดนี้คือฝีมือของเจ้าใช่ไหม! คนที่ส่งของมาในวันนั้นไม่ใช่คนของเขา แต่เป็นคนของเจ้า!”
“ถูกต้อง แต่ก็สายไปแล้ว ต่อให้เจ้าเสียใจก็ไร้ประโยชน์”
ผู้มาทีหลังสีหน้ามืดครึ้ม ปากพึมพำ “ไม่นับว่าสาย แค่ฆ่าเจ้าได้ ทุกอย่างก็จบสิ้น”
“ท่านผู้ตรวจการ” ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงตะโกน อวิ๋นโม่หันศีรษะไปมองและเห็นว่าเป็นซือหม่าป๋อชงเหาะมาอย่างรวดเร็ว
ซือหม่าป๋อชงตะโกน “ผู้ตรวจการ ข้าจะช่วยท่านเอง!”
หลังจากเห็นซือหม่าป๋อชง ไม่เพียงอวิ๋นโม่เท่านั้น กระทั่งชายชุดคลุมผู้มาทีหลังก็ตกใจเช่นกัน ทันใดนั้นเขาก็มองชายที่มีหมอกสีดำบนใบหน้าและถามว่า “เจ้าเป็นใคร!”
“หึ ฮ่าๆ ฮ่าๆ!” ชายคนนั้นหัวเราะลั่น “พวกเจ้าก็หากันไปเถอะ เมื่อใดที่ข้าเชี่ยวชาญศาสตร์ลับแล้ว พวกเจ้าก็ต้องตายกันหมด!”
ชายคนนั้นกระพือปีกและจากไปอย่างรวดเร็ว ชายชุดคลุมผู้มาทีหลังคิดจะไล่ตามเขา แต่พบว่าความเร็วของตนสู้ชายคนนั้นไม่ได้
อวิ๋นโม่ก้าวออกมาพูดอย่างเย็นชา “ตอนนี้เหลือเพียงเจ้าคนเดียวแล้ว เรื่องนี้ควรได้รับการแก้ไข”
ชายชุดคลุมหันกลับมา มองอวิ๋นโม่อย่างเย็นชา “ยังไม่ถึงเวลา จากนี้ไม่นานข้าจะฆ่าเจ้าอีกครั้ง”
พูดจบก็หันหลังบินหนีไป
อวิ๋นโม่แค่นหัวเราะ “ความเร็วของเจ้าพอๆ กับข้า ข้ายากจะไล่เจ้าทัน แต่คิดว่าข้าจะตามเจ้าไม่ได้หรือ!”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 596 สกัดซือหลานฮวา"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com