ตอนที่ 597 ความจริง
ตอนที่ 597 ความจริง
อวิ๋นโม่ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าไล่ตามเขาอย่างรวดเร็ว แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น คนผู้นั้นพุ่งเข้าไปในดาวของซือหลานฮวา และลอดผ่านค่ายกลจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ทั้งยังทำลายฐานค่ายกล ทำให้เขาไล่ตามต่อไม่ได้
“บัดซบ!” อวิ๋นโม่สีหน้าบูดบึ้ง อุตส่าห์สืบได้เกือบหมดแล้ว แต่พอถึงจุดสำคัญกลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน จู่ๆ เขาก็มองสองมือของตนพลางพึมพำ “ถ้าสะสมพื้นฐานได้ดีพอก็ไม่จำเป็นต้องค่อยๆ เลื่อนระดับทีละน้อยอีก”
เขามองซือหม่าป๋อชงที่อยู่ข้างๆ ก่อนถาม “ป๋อชงหวาง บิดาของเจ้ามีศิษย์บ้างหรือไม่”
ซือหม่าป๋อชงชะงัก เขาไม่รู้ว่าทำไมอวิ๋นโม่ถึงถามเรื่องนี้ในตอนนี้ “พูดถึงศิษย์ ที่จริงแม่ทัพซ้ายและแม่ทัพขวาก็ถือว่าใช่ ทั้งสองคนติดตามบิดาของข้าอยู่เสมอ และฝึกฝนจนถึงระดับพรหมราช น่าเสียดาย…”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ดีเลย มีอยู่หลายเรื่องที่ต้องไปจัดการที่ดาวหลักของอาณาจักรดาราน้อยถงซาน” เขานำเรือออกมา มุ่งหน้าไปยังดาวหลัก
“ผู้ตรวจการ ท่านไปที่นั่นแล้วข้าควรทำอะไร” ซือหม่าป๋อชงถามเสียงดัง
“กลับไปปกป้องเฟยเย่หวาง!” อวิ๋นโม่ทิ้งประโยคนั้นไว้และหายตัวไปในจักรวาล
หลังจากนั้นเขาก็มาที่ดาวหลักของอาณาจักรดาราน้อยถงซานและหาตัวแม่ทัพซ้ายและแม่ทัพขวา ตอนนี้เขาเข้าใจเรื่องส่วนใหญ่แล้ว มีเพียงบางสิ่งที่ยังต้องการข้อพิสูจน์
“แม่ทัพทั้งสอง เหยียนพั่วอวี้จู่กลับมาแล้วหรือยัง” อวิ๋นโม่ถาม
“เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ และออกไปได้พักหนึ่งแล้ว ตอนนี้ยังไม่กลับมา” แม่ทัพซ้ายตอบ
อวิ๋นโม่พักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน หันไปสอบถามคนทั้งสองว่าก่อนที่เกาอู่ตาย มีเรื่องใดที่ทั้งสองรู้สึกว่าแปลกหรือไม่
แม่ทัพซ้ายพูดหลายเรื่อง แต่ไม่มีสิ่งที่มีประโยชน์
จู่ๆ แม่ทัพขวาก็เอ่ย “มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกแปลก มีอยู่วันหนึ่งผู้ติดตามคนหนึ่งของอู่เจิ้นหวางส่งของบางอย่างมาให้ หลังจากเหยียนพั่วอวี้จู่เห็นก็โกรธมาก พอข้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็ไม่พูดอะไร”
“ถ้าอย่างนั้นก็ใช่แน่แล้ว” อวิ๋นโม่คลี่คลายหมอกได้อีกกลุ่ม ตอนนี้เหลือเพียงฐานะของคนที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วผู้นั้นที่เขายังไม่กระจ่าง
“ไม่เป็นไร อีกไม่นานจะต้องรู้” เขาพึมพำ จากนั้นเหาะขึ้นไป ปลดปล่อยญาณหยั่งรู้สำรวจดาวหลักของอาณาจักรดาราน้อยถงซาน จากนั้นไปยังภูเขาที่มีพลังปราณเข้มข้นแห่งหนึ่ง
เขาหยิบโอสถดารกะเม็ดสุดท้ายออกมา “ถึงเวลาก้าวไปอีกขั้นแล้ว”
เขากลืนโอสถลงไป จากนั้นโปรยหินวิญญาณระดับสูงพันกว่าชั่งไว้รอบๆ และเริ่มเลื่อนระดับ เดิมทีเขาสามารถอาศัยโอสถนี้เลื่อนระดับได้อย่างรวดเร็ว แต่เพราะหาสมุนไพรวิญญาณที่ช่วยให้ตนเองเข้าสู่ระดับพรหมราชไม่พบ จึงตัดสินใจค่อยๆ เลื่อนระดับช้าๆ เพื่อรากฐานที่มั่นคง ตอนนี้ไม่เพียงระดับยุทธ์ของตนเองถึงจุดสำคัญที่ต้องเลื่อนระดับ แต่เพราะมีภารกิจรอให้สะสาง จำเป็นต้องเลื่อนระดับเพื่อเพิ่มพูนความสามารถ
หลังจากกินโอสถดารกะ ลมปราณของอวิ๋นโม่ก็ไต่ขึ้นไปอย่างรวดเร็วถึงระดับที่น่าทึ่ง
แม่ทัพซ้ายแม่ทัพขวาเดาว่าเขาต้องการเลื่อนระดับ จึงคิดจะช่วยคุ้มครอง พอเห็นภาพนี้ก็ต้องตกตะลึง แม่ทัพซ้ายอุทานด้วยความตกใจ “นี่เป็นการเลื่อนระดับของจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราจริงหรือ ถ้าข้าดูไม่ผิด ผู้ตรวจการเป็นเพียงระดับจ้าวดาราขั้นแปดชั้นฟ้าเท่านั้น ระดับจ้าวดาราขั้นแปดชั้นฟ้าเลื่อนเป็นขั้นเก้าชั้นฟ้า จะต้องสะท้านสะเทือนขนาดนี้เลยหรือ”
แม่ทัพขวาไม่พูดอะไร แต่มองภาพตรงหน้าอย่างตะลึง เขาตกใจจนพูดไม่ออกแต่แรกแล้ว
ไม่มีสิ่งใดผิดพลาด อวิ๋นโม่ก้าวเข้าสู่ระดับจ้าวดาราขั้นเก้าชั้นฟ้าอย่างราบรื่น กลายเป็นระดับจ้าวดาราชั้นสูงสุด แม้แต่ขอบเขตของระดับพรหมราช เขาก็รู้สึกได้อย่างเลือนรางอยู่บ้าง หากสามารถก้าวไปอีกขั้น ควรไปถึงระดับกึ่งพรหมราชได้แล้ว
แต่แค่ระดับจ้าวดาราชั้นสูงสุดก็พอแล้ว อย่างน้อยก็พอที่จะรับมือสถานการณ์ในตอนนี้
“พลังแข็งแกร่งมาก!” อวิ๋นโม่กำหมัดแน่น ลมปราณอันทรงพลังไหลบ่าออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ มหาวิถีเต๋าของเขาปกคลุมไปทั่วดวงดาว แม้แต่จอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นหกชั้นฟ้าที่อยู่บนดาวดวงนี้ยังต้องสะท้านเพราะมหาวิถีของเขา
“หากผู้ตรวจการเข้าสู่ระดับพรหมราชจะแข็งแกร่งขนาดไหน” แม่ทัพทั้งสองมองเขาด้วยความเคารพอย่างยิ่ง พวกเขานับถือจนไม่อาจจะนับถือไปมากกว่านี้แล้ว
อวิ๋นโม่ไม่ได้รั้งอยู่บนดาวหลัก แต่พุ่งขึ้นไปในจักรวาลและเสาะหาคนบางคน ไม่นานก็สัมผัสได้ถึงพลังแข็งแกร่งสายหนึ่งที่ส่งมาจากจักรวาล เขาพึมพำ “นี่คือข้อได้เปรียบของจอมยุทธ์ระดับพรหมราช ไม่จำเป็นต้องเลื่อนระดับบนดาวมีชีวิต”
อวิ๋นโม่ขับเรือลาดตระเวนและมุ่งหน้าไปยังจุดหมายอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็เห็นชายในชุดคลุมที่ก่อนหน้านี้ออกจากค่ายกลเคลื่อนย้ายบนดาวหลานฮวา เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้เพิ่งเลื่อนระดับ ลมปราณทรงพลังแผ่มาแต่ไกล และนั่นคือเหตุผลที่อวิ๋นโม่หาเขาพบ
“มาแล้วหรือ”
“เหยียนพั่วอวี้จู่ ข้าต้องแสดงความยินดีกับท่านหรือไม่” อวิ๋นโม่กล่าว
“ฮ่าๆ! ถ้าผู้ตรวจการทำเช่นนั้น ข้าจะมีความสุขมาก” เหยียนพั่วกระชากเสื้อคลุมและหน้ากากบนร่างออกไปแล้วหันมามองอวิ๋นโม่ “ในเมื่อรู้แล้วว่าเป็นข้า เช่นนั้นก็ควรรู้ว่าข้าเข้าสู่ระดับพรหมราชชั้นสูงแล้ว ผู้ตรวจการ เจ้ากำลังหาที่ตายหรือ”
“เจ้ากล้าฆ่าข้าหรือ เจ้าไม่กลัวอู่ตูอวี้หวางลงโทษหรือ” อวิ๋นโม่ถาม
“ฮ่าๆ ระหว่างเด็กน้อยระดับจ้าวดาราคนหนึ่งกับระดับพรหมราชชั้นสูง เขาจะเลือกใคร ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะมีคำตอบในใจอยู่แล้ว อีกอย่างถึงเขาจะให้ความสำคัญกับเจ้า แต่บนแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลยังจะไม่มีที่ให้ข้ายืนหรือ” เหยียนพั่วแค่นหัวเราะ “ข้าสงสัยจริงว่าเจ้าสืบสวนเรื่องทั้งหมดถึงไหนแล้ว”
อวิ๋นโม่ก้าวไปข้างหน้าช้าๆ พร้อมเอ่ยเสียงเรียบ “ในเมื่อเหยียนพั่วอวี้จู่อยากรู้ ก่อนที่จะลงมือกัน ไม่สู้ให้ข้าเล่าให้ฟัง จะได้ช่วยข้าแยกแยะว่าผู้แซ่อวิ๋นพบความจริงไปกี่ส่วนแล้ว เป็นอย่างไร”
“น่าสนใจดี ถ้าอย่างนั้นเจ้าพูดมา” เหยียนพั่วผายมือ ทำท่าเชื้อเชิญ
อวิ๋นโม่คิดแล้วก็เริ่มพูด “เรื่องนี้น่าจะเริ่มขึ้นเมื่อร้อยปีก่อน เวลานั้นตำแหน่งอวี้จู่ยังคงเป็นของซือหม่าว่านหลิน แต่เจ้าหมายตาตำแหน่งนี้มานานแล้ว ส่วนซือหลานฮวาก็ต้องการเลือดของผู้แข็งแกร่งมานาน เจ้าจึงไปหานาง เจ้าต้องการตำแหน่งของซือหม่าว่านหลิน ส่วนนางต้องการเลือดของเขา พวกเจ้าสองคนร่วมมือกัน น่าเสียดายที่ความสามารถของซือหม่าว่านหลินแข็งแกร่ง พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ เจ้าจึงคิดแผนการหนึ่งขึ้นมา เพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ว่าพวกเจ้าทำร้ายเขา พวกเจ้าไปพบเกาอู่ วางค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เชื่อมพื้นที่เวิ้งว้างขนาดใหญ่เอาไว้เพื่อล่อสัตว์อสูรกลืนดาวมาที่นี่ แต่ค่ายกลเคลื่อนย้ายนั่น หากพึ่งกำลังของคนเพียงคนเดียวก็คงไม่สำเร็จ ดังนั้นข้าเดาว่าในแผนการนี้ยังมีอาณาจักรดาราใหญ่มังกรอสูร หรือไม่ก็จอมยุทธ์ของอาณาจักรดาราอื่นๆ อยู่เบื้องหลัง ตอนนั้นเถี่ยถัวถัวและไป๋หลี่ฉยงต่างก็พึงใจซือหลานฮวาจนแทบเรียกได้ว่าคลั่งไคล้ คงจะรับปากช่วย พวกเจ้าวางกับดักนี้ด้วยกันและฆ่าซือหม่าว่านหลินได้สำเร็จ เจ้าได้ตำแหน่งอวี้จู่ไป ส่วนซือหลานฮวาได้รับเลือดของซือหม่าว่านหลิน ที่ข้าพูดมาถูกหรือไม่”
“ว่าต่อไป”
“เจ้าฆ่าซือหม่าว่านหลินและคิดว่าไม่มีใครรู้ แต่มีคนรู้ความจริง ดังนั้นต้องการแก้แค้นพวกเจ้า ไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีใดวางค่ายกลเคลื่อนย้ายขึ้นอีกหนึ่งแห่ง ล่อสัตว์อสูรกลืนดาวมา ทำให้พวกเจ้าต้องประหลาดใจ จากนั้นเขาก็ติดต่อหรือไม่ก็บังคับให้ผู้ติดตามคนหนึ่งของเกาอู่ ส่งข่าวอย่างหนึ่งให้พวกเจ้า หากข้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นพวกคำพูดข่มขู่ ดังนั้นพวกเจ้าจึงเชื่ออย่างสนิทใจว่านี่เป็นฝีมือของเกาอู่ เจ้าไปหาซือหลานฮวาและนางก็ไปหาเถี่ยถัวถัว เกาอู่ที่ความจริงเป็นผู้บริสุทธิ์ถูกเถี่ยถัวถัวฆ่าตาย ต่อมาข้าพบว่าเถี่ยถัวถัวเป็นฆาตกร เจ้าเห็นท่าไม่ดี เพราะหวั่นเกรงในความสามารถของข้า หรือไม่ก็กังวลสถานะผู้ตรวจการของข้า พวกเจ้าจึงตัดสินใจฆ่าเถี่ยถัวถัว คนลงมือย่อมเป็นคนที่เขาไม่มีทางระแวงสงสัยอย่างซือหลานฮวา หลังจากไป๋หลี่ฉยงรู้เรื่องทั้งหมดก็โกรธมาก เขาไม่มีวิธีอื่นจึงคิดหนีไปจากที่นี่ แต่ถูกข้าจับตัวไว้ ส่วนเจ้ากลัวว่าไป๋หลี่ฉยงจะแพร่ข่าวออกไป และกลัวว่าเขาจะโจมตีพวกเจ้าเพราะเรื่องเกาอู่และเถี่ยถัวถัว เจ้าจึงซ่อมดาบใบไม้ปลิวของอาจารย์ต้วนฉีให้นาง เพื่อสร้างโอกาสให้นางฆ่าไป๋หลี่ฉยง ต่อมาข้าตรวจสอบมาถึงซือหลานฮวา ในที่สุดพวกเจ้าก็รู้สึกว่าปล่อยให้ข้าตรวจสอบต่อไปไม่ได้ ดังนั้นไม่สนใจสิ่งใดอีก แต่จับมือกันเพื่อฆ่าข้า น่าเสียดาย ระหว่างนั้นปรากฏคนลึกลับไล่ฆ่าและปลิดชีวิตของซือหลานฮวาไป นี่คงจะเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของเจ้า คนผู้นั้นอาจเป็นคนที่ต้องการแก้แค้นให้ซือหม่าว่านหลินและวางแผนให้พวกเจ้าเกิดความวุ่นวายภายใน แต่จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นใคร เหยียนพั่วอวี้จู่ บอกข้าได้ไหมว่าเขาเป็นใคร”
แปะ! แปะ! แปะ!
เหยียนพั่วปรบมือและเหยียดยิ้ม “ผู้ตรวจการร้ายกาจมาก อาศัยเบาะแสเพียงเล็กน้อยก็สืบความลับเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนราวกับเห็นมากับตา นับถือ ช่างน่านับถือ แต่ข้าเองก็ไม่รู้ว่าผู้ใดวางแผนลับหลัง ข้ายังคิดว่าผู้ตรวจการจะตรวจสอบได้”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะจับเจ้าก่อนค่อยไปตามหาเขา” อวิ๋นโม่กล่าว
“ข้าควรเป็นคนพูดเช่นนี้ ฆ่าเจ้าแล้วก็ไปฆ่าเขาซะ” เหยียนพั่วกล่าวเสียงเย็น “ฮ่าๆ ผู้ตรวจการช่างมั่นใจในตนเองจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าข้าเลื่อนเป็นระดับพรหมราชชั้นสูงแล้วก็ยังคิดจะจับข้าให้ได้ หรือว่าเจ้ายังมียันต์แบบที่ใช้ฆ่าสัตว์อสูรกลืนดาวอยู่อีกใบ”
“ยันต์นั่นล้ำค่าขนาดไหน ข้าย่อมไม่มีอยู่แล้ว” อวิ๋นโม่ส่ายหน้า
“เช่นนั้นข้าก็ต้องแปลกใจแล้ว ความสามารถของผู้ตรวจการเป็นแค่ระดับจ้าวดาราขั้นหกชั้นฟ้าสูงสุดเท่านั้น ไปเอาความมั่นใจว่าจับข้าได้มาจากไหน”
“หึๆ อยู่นี่กันหมดเลยหรือ” ตอนนั้นเองเสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้น ห้วงอวกาศไหววูบ บุรุษที่ซ่อนใบหน้าใต้หมอกปรากฏตัวออกมา มองอวิ๋นโม่และเหยียนพั่ว
“คราวนี้ครบแล้ว” อวิ๋นโม่คลี่ยิ้ม
เหยียนพั่วเห็นคนผู้นั้นก็เอ่ย “ไอ้หนู ไม่ต้องเสแสร้งแล้ว มาถึงขั้นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไป เผยโฉมหน้าออกมา ให้ข้าได้เห็นว่าเจ้าเป็นใครกันแน่ถึงสามารถวางแผนเล่นงานข้าได้”
“ไม่ต้องรีบ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา” ชายคนนั้นพูดอย่างขบขัน จากนั้นมองไปที่อวิ๋นโม่ “ใต้เท้าผู้ตรวจการ คนผู้นี้เลื่อนเป็นระดับพรหมราชชั้นสูงสุดแล้ว ความสามารถเพิ่มพูนขึ้นมาก ท่านกับข้าร่วมมือจัดการเขาเป็นอย่างไร”
“ตรงกับใจข้าพอดี” อวิ๋นโม่พยักหน้า
เหยียนพั่วยืนอย่างเย่อหยิ่ง มองพวกเขาอย่างไม่แยแส แค่นเสียงเอ่ย “ก็ดีเหมือนกัน ข้าจะได้ไม่ต้องฆ่าทีละคน พวกเจ้าเข้ามารับความตายพร้อมกันเลย!”
พูดแล้วสองมือก็ทำมุทรา พลังปราณในร่างทะลักทลาย พลังเต๋าในร่างและพลังปราณแผ่ขยายออกไปทุกทิศทาง เขาซัดฝ่ามือออกไป ฝ่ามือนี้คว้าทั้งอวิ๋นโม่และชายลึกลับเอาไว้
ฝ่ามือยักษ์ที่แดงประดุจเลือดข้างหนึ่งปรากฏ พลังที่สามารถเด็ดดวงดาวและดวงจันทร์ลงมาได้ ซัดใส่อวิ๋นโม่และชายลึกลับอย่างดุดัน เหยียนพั่วก้าวเข้าสู่ระดับพรหมราชชั้นสูงสุดแล้ว ศาสตร์ลับที่แสดงออกมามีอานุภาพโจมตีเหนือกว่าครั้งก่อนไม่รู้ว่ามากขนาดไหน
มุมปากของอวิ๋นโม่ยกขึ้น ทันใดนั้นก็นำผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมาและทุ่มพลังทั้งหมดของตนลงไป เขาควบคุมผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณทุบฝ่ามือสีแดงข้างนั้น
อวิ๋นโม่ก้าวเข้าสู่ระดับจ้าวดาราชั้นสูงสุดแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าแต่ก่อนอย่างเทียบกันไม่ได้ เมื่อผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณถูกนำออกมา ความว่างเปล่ารอบตัวเขาก็สั่นสะท้าน อานุภาพนี้ยังน่ากลัวยิ่งกว่าฝ่ามือนั้นของเหยียนพั่วเสียอีก
“เป็นไปได้อย่างไร!” เหยียนพั่วหน้าเปลี่ยนสีอย่างแรง และในไม่ช้าก็ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ ไม่เพียงเขาที่เลื่อนระดับ อวิ๋นโม่ก็เลื่อนระดับเช่นกัน มิหนำซ้ำหลังจากเลื่อนระดับแล้ว ความสามารถในการต่อสู้ที่เพิ่มพูนขึ้นของอวิ๋นโม่ยังเหนือกว่าเขามาก
แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาหวาดหวั่นที่สุด ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณพุ่งเข้ามากระแทกพลังปราณฝ่ามือของเขาจนแตกสลาย อีกด้านหนึ่งคนลึกลับผู้นั้นก็อ้าปาก จากนั้นความสั่นสะเทือนในห้วงอวกาศก็กดดันมาที่เขา แรงกดดันรุนแรงกระหน่ำลงมาแทบจะบดขยี้เขา
“พวกเจ้า!” เหยียนพั่วกระอักเลือดคำโต ไม่เหลือท่าทีเย่อหยิ่งเหมือนก่อนหน้านี้อีก ไม่เพียงเขา อวิ๋นโม่และชายลึกลับต่างก็เลื่อนระดับแล้ว อีกทั้งความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นยังเหนือกว่าเขามาก
เหยียนพั่วโดนวิชากลืนสิ้นของชายลึกลับเข้าไปเต็มๆ และรับไม่ไหว ลมปราณที่ทรงพลังจางหาย
“หยุดมือ!” อวิ๋นโม่ตะโกนเสียงดัง หากยังลงมือต่อ เหยียนพั่วคงตายแน่ อวิ๋นโม่ไม่อยากเห็นฉากนี้ ถ้าทุกคนตาย เขาจะอธิบายต่ออู่ตูอย่างไร
อวิ๋นโม่ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าพุ่งเข้าไป
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 597 ความจริง"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com