ตอนที่ 598 เกิดใหม่พร้อมเสียงหัวเราะ
- Home
- All Mangas
- กำเนิดใหม่ ปรมาจารย์เทพโอสถ
- ตอนที่ 598 เกิดใหม่พร้อมเสียงหัวเราะ
ตอนที่ 598 เกิดใหม่พร้อมเสียงหัวเราะ
ตูม!
อวิ๋นโม่โบกสองหมัด ถล่มความว่างเปล่าโดยรอบ ในเวลาเดียวกันก็ขว้างผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณใส่ชายชุดคลุม ภายใต้การแทรกแซงของอวิ๋นโม่ ความว่างเปล่ารอบๆ เหยียนพั่วคืนสู่ความสงบ แม้ลมหายใจขาดช่วง แต่เหยียนพั่วก็ยังไม่ตาย อวิ๋นโม่ค่อยถอนหายใจได้อย่างโล่งอก
เพื่อป้องกันเหตุพลิกผัน อวิ๋นโม่ใช้เก้าผนึกเซียนต้องห้ามระดับหกผนึกเหยียนพั่วเอาไว้และโยนออกไปด้านข้าง จากนั้นค่อยหันไปหาชายลึกลับ “ตอนนี้เจ้าคงจะเปิดเผยตัวตนได้แล้วใช่ไหม”
“บอกแล้วไงว่ายังไม่ถึงเวลา” ชายคนนั้นพูดเสียงทุ้มและพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว คิดจะชิงตัวเหยียนพั่วไป
อวิ๋นโม่จะปล่อยให้เขาทำสำเร็จได้อย่างไร รีบพุ่งเข้าไปประชิดตัว ต่อสู้กับคนผู้นั้น
ตึงๆๆ!
กล้ามเนื้อของคนผู้นั้นสู้อวิ๋นโม่ไม่ได้ แต่สองปีกที่อยู่ข้างหลังสกัดอวิ๋นโม่ได้ “ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน ข้าคงต้องขอดูด้วยตัวเอง” อวิ๋นโม่พูดแล้วก็กระตุ้นผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ ทุ่มความแข็งแกร่งทั้งหมดลงไป
เวิ้ง!
ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณเปล่งอานุภาพไร้เทียมทานพร้อมพุ่งเข้าหาคนผู้นั้น อวิ๋นโม่ทุ่มสุดกำลัง มุ่งมั่นว่าต้องปราบเขาให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อยุติเรื่องทั้งหมด
ชายลึกลับไม่ด้อยไปกว่ากันเลย ทุ่มเทขับเคลื่อนพลังปราณทั้งหมด มรรคาเต๋าลึกลับปกคลุมไปทั่วจักรวาล
“โฮก!”
ทันใดนั้นพลังปราณสายหนึ่งก็พุ่งมากลืนกินอวิ๋นโม่ พริบตานั้นความว่างเปล่าโดยรอบหดตัวลงอย่างรวดเร็ว บีบรัดอวิ๋นโม่ ขณะแบกรับพลังที่น่ากลัวนี้ อวิ๋นโม่รู้สึกราวกับว่าพลังทั้งใต้หล้ากำลังกดทับตน
“ย้าก!” อวิ๋นโม่ตะโกนลั่นพร้อมเหยียดมือผลักออกไปข้างหน้า ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณระเบิดพลังไร้เทียมทาน
ตูม!!!
ราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหญ่เกิดการระเบิด ห้วงอวกาศแตกร้าว พลังงานไร้ขอบเขตกวาดออกไปทั้งสี่ทิศ ดวงดาวที่อยู่ใกล้ๆ แตกสลายไปเพราะพลังที่น่ากลัวนี้ อวิ๋นโม่และชายลึกลับกระอักเลือดพร้อมกัน ต่างคนต่างกระเด็นออกไป
อวิ๋นโม่สร้างฝ่ามือปราณยักษ์ขึ้นมาคว้าเหยียนพั่วไว้ขณะถอยไปด้านหลัง ความผันผวนตรงศูนย์กลางการต่อสู้น่ากลัวเกินไป เหยียนพั่วที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่สามารถต้านทานพลังดังกล่าวได้ อวิ๋นโม่จึงเพิกเฉยไม่ได้
“วิชากลืนสิ้นพัฒนามาจากวิชาเทาเที่ยกลืนฟ้าจริงๆ แม้มันจะด้อยกว่ามาก แต่คงนับเป็นวิชาชั้นยอดในแดนดาราชายขอบสามพันแห่งแล้ว” อวิ๋นโม่มองชายคนนั้นและพูดด้วยความประหลาดใจ
คนลึกลับไม่คาดคิดว่าวิชายุทธ์ของตนก้าวหน้าไปมากขนาดนี้แล้วก็ยังเอาชนะอวิ๋นโม่ไม่ได้ เขาจ้องอวิ๋นโม่เขม็งขณะพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น “ข้าเริ่มสนใจวิชาของเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ยังมีวิชาเทาเที่ยกลืนฟ้าที่เจ้าเคยพูดถึง นั่นยิ่งน่าดึงดูดใจ ข้าต้องการทั้งหมด!”
อวิ๋นโม่คิดวิธีรับมือคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว คนผู้นี้มีทั้งพลังและความแข็งแกร่งที่ไม่เป็นรองเขา ดังนั้นเขาต้องใช้ไหวพริบ
จู่ๆ เรือท่องดาราก็ร่อนลงมาพร้อมคนผู้หนึ่ง “เหยียนพั่วอวี้จู่ ผู้ตรวจการ ข้ามาช่วยพวกท่าน!” ผู้มาใหม่คือซือหม่าป๋อชง เขากระชับดาบใบไม้ปลิวและจ้องไปที่ชายลึกลับ
“เรื่องที่เกิดขึ้นในอาณาจักรดาราน้อยถงซานช่วงนี้คงจะเป็นผลงานของเจ้าใช่ไหม ฮึ่ม ทำร้ายยอดฝีมือระดับพรหมราชไปมากมาย วันนี้เจ้าหนีไม่พ้นแล้ว!” ซือหม่าป๋อชงร่ายรำดาบใบไม้ปลิวเต็มกำลัง คิดจะฆ่าคนคนนั้น
อวิ๋นโม่รีบหยุดเขาและเอ่ยอย่างเคร่งเครียด “อย่าเข้าใกล้เขา แค่คุ้มครองเหยียนพั่วก็พอ”
แม้ดาบใบไม้ปลิวจะไม่ธรรมดา แต่ซือหม่าป๋อชงเป็นระดับพรหมราชชั้นต้นเท่านั้น อีกทั้งตอนนี้ตนและคนตรงข้ามต่างมีความแข็งแกร่งระดับพรหมราชชั้นสูง ยามที่ทั้งสองต่อสู้กัน ไม่มีที่ว่างให้ซือหม่าป๋อชงเข้ามาแทรกเลย
“อย่างนั้นก็ได้…”
ฟิ้ว!
ก่อนที่ซือหม่าป๋อชงจะพูดจบ ดาบใบไม้ปลิวที่อยู่กับเขาก็เปล่งแสงเย็นวาบ และฟันใส่อวิ๋นโม่ด้วยความเร็วเหลือเชื่อ
ตึง!
อวิ๋นโม่เปลือกตากระตุกอย่างแรง ยามคับขันได้แต่เรียกผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมาสกัดการโจมตีของดาบใบไม้ปลิว แต่จู่ๆ ชายชุดคลุมก็โจมตี ต่อยเขากระเด็นในหมัดเดียว จากนั้นชิงตัวเหยียนพั่วไป
“ซือหม่าป๋อชง เจ้าทำอะไร!” อวิ๋นโม่ตะโกนด้วยโทสะเต็มอก พริบตาที่ซือหม่าป๋อชงลงมือ เขาก็เดาได้แล้ว ดูท่าป๋อชงหวางน่าจะรู้อยู่แล้วว่าการตายของซือหม่าว่านหลินมีเงื่อนงำ
“น่าเสียดายที่ไม่ทำให้เจ้าบาดเจ็บสาหัส” ซือหม่าป๋อชงกล่าวอย่างเสียดาย ชายชุดคลุมพูดขึ้นทันที “เจ้าอยากรู้ว่าข้าเป็นใครไม่ใช่หรือ ตอนนี้ถึงเวลาที่จะเปิดเผยแล้ว”
พูดแล้วชายคนนั้นก็ปลดเสื้อคลุมและสลายหมอกดำบริเวณใบหน้า
พริบตานั้นอวิ๋นโม่และเหยียนพั่วต่างมองคนผู้นั้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา คนผู้นี้เหมือนกับซือหม่าป๋อชงไม่ผิดเพี้ยน! อวิ๋นโม่ประหลาดใจอย่างยิ่ง หรือว่าซือหม่าป๋อชงมีพี่น้องฝาแฝด แต่ทำไมเขาถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
“เป็นไปไม่ได้ ซือหม่าว่านหลินมีลูกชายคนเดียว!” เหยียนพั่วเอ่ยเสียงแหบแห้ง
“หึๆ!” ซือหม่าป๋อชงหัวเราะเสียงดัง “เจ้าพูดถูก บิดาของข้ามีข้าเป็นลูกชายคนเดียว”
“แล้วคนคนนี้เป็นใคร” สายตาของเหยียนพั่วจ้องไปที่ชายผู้นั้น
“ข้าเอง!” ชายคนนั้นเหยียดยิ้ม เสียงของเขาเหมือนเสียงของซือหม่าป๋อชงทุกประการ
ดวงตาของอวิ๋นโม่ทอประกายก่อนเอ่ย “พวกเจ้าต่างก็คือซือหม่าป๋อชง!”
“ผู้ตรวจการหลักแหลมมาก!” ซือหม่าป๋อชงยิ้มกว้าง
“เป็นไปไม่ได้! ลมปราณและญาณหยั่งรู้ของเจ้าทั้งสองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เจ้าจะเป็นคนเดียวกันได้อย่างไร!” เหยียนพั่วไม่เชื่อ เขาไม่อยากเชื่อว่าตนจะตกอยู่ในกำมือของซือหม่าป๋อชง
“ฮ่าๆ ถ้าทำไม่ได้ถึงขั้นนี้ จะหลอกพวกเจ้าได้อย่างไร” ซือหม่าป๋อชงเย้ยหยัน “เจ้ารู้ไหมว่าเพื่อทำสิ่งนี้ ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข้าต้องทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหน”
ซือหม่าป๋อชงที่จับเหยียนพั่วไปกล่าวต่อ “ตอนที่บิดาของข้ายังไม่ตาย ครั้งหนึ่งเขาบังเอิญเข้าไปในอาณาจักรเล็กแห่งหนึ่งและได้วิชากลืนสิ้น รวมทั้งสัตว์อสูรที่มีสายเลือดของเทาเที่ยมาตัวหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานท่านพ่อของข้าก็ถูกพวกเจ้าทำร้ายจนตาย ข้าอดทนต่อความเจ็บปวด ฝึกฝนวิชาแยกจิตวิญญาณ ความเจ็บปวดนี้ไม่ต่างอะไรกับการที่จิตวิญญาณถูกคนฉีกเป็นสองส่วน! แต่ข้าก็ทำสำเร็จ จิตวิญญาณครึ่งหนึ่งเข้าสิงสัตว์อสูรตัวนั้นและฝึกฝนวิชากลืนสิ้น ส่วนจิตวิญญาณอีกครึ่งหนึ่งก็อยู่ในร่างเดิม จิตวิญญาณทั้งสองส่วนมีร่างกายต่างกัน ฝึกวิชายุทธ์ไม่เหมือนกัน พลังปราณจึงค่อยๆ ต่างกันออกไป ต่อมาข้าเหมือนกลายเป็นคนสองคน บางครั้งข้าก็สงสัยว่าตัวข้าถูกแบ่งออกเป็นสองคนจริงๆ หรือไม่ จนถึงตอนนี้ข้าถึงได้รู้ว่าข้ามีคนเดียว!”
“วางแผนมาหลายปี ในที่สุดข้าก็แก้แค้นให้ท่านพ่อได้แล้ว! เหยียนพั่ว เจ้าไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ใช่ไหม” ร่างเดิมของซือหม่าป๋อชงพูด
“ข้าแค้นใจนัก! ข้าควรจะฆ่าเจ้าตั้งแต่แรก!” เหยียนพั่วระเบิดความเสียใจ
“น่าเสียดายที่ข้าเสแสร้งได้ดีเกินไปใช่ไหม ข้าชื่นชมเจ้า เคารพเจ้าอย่างที่สุด จนเจ้าเกิดความรักเอ็นดู คิดจะปลูกฝังให้ข้าเป็นมือเป็นเท้าในอนาคตใช่ไหม ฮ่าๆ ไม่ใช่ว่าเจ้าโง่ แต่ข้าซือหม่าป๋อชงฉลาดมากพอ!”
อวิ๋นโม่พูดกับซือหม่าป๋อชง “ซือหม่าป๋อชง เจ้าใจเย็นๆ วางเหยียนพั่วลงก่อน เรื่องนี้เป็นความผิดของพวกเขา เจ้าแก้แค้นให้บิดาก็ไม่ถือเป็นความผิด ขอเพียงเจ้าตามข้าไปที่ดาวเพลิงฉานและชี้แจงให้ชัดเจน เจ้าไม่เพียงสามารถฆ่าเขาเพื่อแก้แค้นให้บิดา แต่ยังจะได้รับการละเว้นโทษ”
“หึๆ!” ซือหม่าป๋อชงแค่นหัวเราะเย็นชา “เจ้าคิดว่าข้าโง่เง่าเพียงนั้นเลยหรือ อู่ตูจะไม่รู้ความจริงของเรื่องนี้ตั้งแต่แรกได้อย่างไร เขาไม่ได้ลงโทษพวกเหยียนพั่วก็นับว่ามีความผิดเช่นกัน! พวกเจ้าคิดว่าข้ารู้ความจริงได้อย่างไร ตอนนั้นพวกเหยียนพั่วสมรู้ร่วมคิดกับปรมาจารย์ค่ายกลผู้หนึ่งของอาณาจักรดาราใหญ่มังกรอสูร สร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่เวิ้งว้างขนาดใหญ่ ต่อมาพวกเขาก็ทำลายฐานค่ายกลของอาณาจักรดาราน้อยถงซาน ปรมาจารย์ผู้นั้นคาใจเรื่องนี้มาตลอด ต่อมาเขาหาวิถีทุกทางเพื่อเข้ามาในอาณาจักรดาราน้อยถงซานและตามหาข้าจนเจอ ภายใต้ความช่วยเหลือของข้าก็เลือกใช้ฐานค่ายกลของอาณาจักรดาราน้อยถงซาน ดึงดูดสัตว์อสูรกลืนดาวตัวหนึ่งมา น่าเสียดายที่เขาโง่เขลาเกินไป แม้ข้าต้องการฆ่าพวกเหยียนพั่ว แต่ไม่ได้ต้องการทำลายอาณาจักรดาราน้อยถงซานที่บิดาของข้ารัก ดังนั้นข้าจึงฆ่าเขา ส่วนเรื่องหลังจากนั้นพวกเจ้าก็รู้หมดแล้ว ผู้ตรวจการ เจ้าว่าข้าที่สมคบคิดกับคนนอก ทำลายดาวมีชีวิตไปมากมาย ทำให้อาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูตกอยู่ในอันตราย อู่ตูอวี้หวางจะยอมละเว้นข้าหรือ ผู้ตรวจการ เจ้าเป็นคนฉลาด แต่อย่าคิดว่าข้าโง่!”
ซือหม่าป๋อชงที่ฝึกวิชากลืนสิ้นหัวเราะอย่างเย็นชา “ข้าสนใจสิ่งที่อยู่ในตัวเจ้ามาก ดังนั้นวันนี้เจ้าต้องตาย! แต่ก่อนอื่น…”
ซือหม่าป๋อชงขยับสองปีกด้านหลังฟันเหยียนพั่ว เก้าผนึกเซียนต้องห้ามถูกทำลายทันที เหยียนพั่วร้องคำรามอย่างไม่ยินยอมและสลายไป
อวิ๋นโม่สีหน้าปั้นยาก “ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องพาเจ้ากลับไป”
“อย่ามั่นใจเกินไปนัก ผู้ตรวจการ ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณครึ่งหนึ่งของข้าเท่ากับความแข็งแกร่งของเจ้า หากจิตวิญญาณของข้าสมบูรณ์แล้ว เจ้าคิดว่ายังจะเอาชนะข้าได้หรือ”
พูดแล้วร่างเดิมของซือหม่าป๋อชงก็หลับตาลง เงาร่างเลือนรางเงาหนึ่งปรากฏขึ้นบนทะเลวิญญาณ นั่นเป็นจิตวิญญาณครึ่งหนึ่งของซือหม่าป๋อชงที่ไม่ได้ฝึกวิชากลืนสิ้น
“เจ้าจะละทิ้งร่างเดิมของตนจริงๆ!” อวิ๋นโม่มองซือหม่าป๋อชงอย่างเหลือเชื่อ
“ฮ่าๆ ร่างกายนี้มีความสามารถและทรงพลังมากกว่า ทำไมข้าต้องเก็บร่างก่อนหน้านี้ไว้ด้วย” ซือหม่าป๋อชงพูดอย่างผ่อนคลาย ร่างเดิมของเขาสูญเสียจิตวิญญาณแล้วก็สูญเสียพลังชีวิตอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของอวิ๋นโม่หยุดนิ่ง หลังจากวิญญาณของซือหม่าป๋อชงสมบูรณ์แล้ว ลมปราณของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก!
“ผู้ตรวจการ น่าเสียดายมาก แม้พรสวรรค์ของเจ้าจะน่าทึ่ง ความแข็งแกร่งของเจ้าก็ยิ่งน่ากลัว แต่วันนี้เมื่อต้องเจอกับข้า เจ้าก็หมดโอกาสแล้ว” ซือหม่าป๋อชงหัวเราะขณะเดินไปหาอวิ๋นโม่ทีละก้าว
“งั้นหรือ” อวิ๋นโม่ยิ้มขบขัน จู่ๆ ก็สร้างอักขระศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากออกมาห่อหุ้มซือหม่าป๋อชง
เก้าผนึกเซียนต้องห้ามระดับเจ็ด! เมื่อครู่ขณะที่ซือหม่าป๋อชงพูดอยู่ อวิ๋นโม่วาดอักขระศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนอย่างเงียบๆ น่าเสียดายที่ขาดไปเล็กน้อย อักขระศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ดที่อวิ๋นโม่วาดขึ้นมาในตอนนี้จึงไม่อาจแสดงอานุภาพได้เต็มที่ แต่พวกมันก็มีผลในระดับเจ็ดแล้ว
“ฮ่าๆ ผนึกพวกนี้ทำอะไรข้าไม่ได้” ซือหม่าป๋อชงแค่นหัวเราะและสะบัดฝ่ามือง่ายๆ คิดจะสลายอักขระศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ แต่แล้วสีหน้าของเขาก็ต้องเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เพราะพบว่าตนเองไม่สามารถทำลายพวกมันได้
“มันไม่ใช่วิชาผนึกนั่น!”
ซือหม่าป๋อชงกระพือปีกฟันใส่อักขระศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น แต่ถึงจะโจมตีด้วยพลังทั้งหมดของสองปีกก็ทำลายได้แค่หนึ่งหรือสองอันเท่านั้น อักขระศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือยังคงห้อมล้อมเขาไว้ อักขระศักดิ์สิทธิ์ที่แตกสลายไปเหล่านั้นถูกอวิ๋นโม่เติมเต็มอย่างรวดเร็ว
“โฮก!”
ซือหม่าป๋อชงไม่กล้าประมาทอีกต่อไป รีบร่ายศาสตร์ลับที่แข็งแกร่งที่สุดและกัดกินอักขระศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นในคำเดียว
ผัวะๆๆ!
อักขระศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากถูกทำลาย แต่ส่วนใหญ่ประทับลงบนร่างของซือหม่าป๋อชงและค่อยๆ ผนึกเขาไว้ทีละน้อย ซือหม่าป๋อชงดิ้นรนอย่างเกรี้ยวกราด เขาไม่มีทางยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ผนึกระดับเจ็ดน่ากลัวเกินไป เขาไม่สามารถหลุดพ้น อักขระศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมร่างกายของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ร่างของซือหม่าป๋อชงค่อยๆ แข็งทื่อ ในที่สุดเขาก็เผยสีหน้าหวาดกลัวออกมา
“ถึงข้าจะทำลายผนึกไม่ได้ก็ยังฆ่าเจ้าได้! ข้าแข็งแกร่งมาก ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะต้านศาสตร์ลับของข้าได้!” ซือหม่าป๋อชงคิดอย่างโกรธแค้น อ้าปากเตรียมกัดกินอวิ๋นโม่
แต่แล้วฉับพลันนั้นก็เกิดเสียงดังกึกก้อง ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณถูกเขวี้ยงเข้าไปในปากของเขาจนฟันของเขาร่วงกรู
“ถ้าข้าปล่อยให้เจ้าโจมตีข้าตอนนี้ ข้าก็ใช้การไม่ได้เกินไปแล้ว” อวิ๋นโม่แค่นหัวเราะ
เมื่อเห็นว่าร่างกายของตนกำลังจะเคลื่อนไหวไม่ได้ สีหน้าซือหม่าป๋อชงก็ฉายแววสิ้นหวัง เขาคิดไม่ถึงว่าทั้งๆ ที่ชัยชนะอยู่ในมือแท้ๆ แต่สุดท้ายกลับต้องพ่ายแพ้
“อ๊าก!” จู่ๆ ซือหม่าป๋อชงก็ส่งเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว พลังปราณในร่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
“เจ้าไม่อยากมีชีวิตแล้วหรือ!” อวิ๋นโม่ตกใจ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะใช้ศาสตร์ลับบางอย่างที่แทบจะเป็นการฆ่าตัวตาย แทนที่จะยอมถูกอวิ๋นโม่ผนึก
“หึๆ!” ซือหม่าป๋อชงยิ้มแล้วระเบิดตัวเองทันที
ซูม!
อวิ๋นโม่ใช้ท่ามรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าถอยหนีอย่างรวดเร็ว หลบเลี่ยงคลื่นกระแทกที่น่ากลัว หลังจากถอยออกไปไกลมากก็หยุดมองฉากที่เหมือนกับการระเบิดของดวงอาทิตย์ขนาดยักษ์
หลังจากจักรวาลสงบลง อวิ๋นโม่ก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและพบวิญญาณที่อ่อนระโหยของซือหม่าป๋อชง
อวิ๋นโม่มองวิญญาณของซือหม่าป๋อชงด้วยสีหน้าซับซ้อน ทันใดนั้นก็หันมองร่างเดิมของซือหม่าป๋อชงที่อยู่ห่างไกลออกไปและยังสลายไม่หมด ก่อนเอ่ย “ซือหม่าป๋อชง ข้าชื่นชมเจ้ามาก หากเจ้าเต็มใจติดตามข้า ข้าสามารถช่วยเจ้าได้”
วิญญาณสภาพร่อแร่ของซือหม่าป๋อชงหัวเราะเสียงเย็นชา ส่งความเคลื่อนไหว่ผ่านทางญาณหยั่งรู้ “ข้าซือหม่าป๋อชงก็มีศักดิ์ศรีของตนเอง แม้จะด้อยกว่าเจ้า แต่ไม่ยินยอมเป็นผู้ติดตามเจ้า!”
“เช่นนั้นเจ้าต้องตายเท่านั้น”
“ฮ่าๆ!” ญาณหยั่งรู้ของซือหม่าป๋อชงส่งผ่านข้อความผันผวนอย่างรุนแรง
“ชนะก็รอด แพ้ก็ตาย มีอะไรน่ากลัว ข้าจะไปเกิดใหม่พร้อมเสียงหัวเราะ!”
พูดแล้วก็เหมือนมีเสียงสวดบทเพลงโบราณดังขึ้นในจักรวาล จากนั้นจิตวิญญาณของเขาก็พุ่งไปยังส่วนลึกของจักรวาล
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 598 เกิดใหม่พร้อมเสียงหัวเราะ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com