ตอนที่ 599 รับภารกิจอีกครั้ง
ตอนที่ 599 รับภารกิจอีกครั้ง
พอได้ยินบทสวดโบราณนี้ อวิ๋นโม่ก็ชะงักไปเล็กน้อย เพราะบทเพลงนี้เขาเคยได้ยินมาก่อน มันเป็นเพลงที่เคยได้ยินบนดินแดนต้องห้ามในสนามรบโบราณของดาวหยวนซวี มันเป็นบทสวดนำทางดวงวิญญาณสู่การเกิดใหม่!
“ตอนที่ออกมาจากสนามรบโบราณ ข้าไม่ได้เจอดินแดนต้องห้ามอีก เห็นเพียงสถานที่ที่คล้ายกับหมู่บ้านนั้น ตอนนี้จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงนั้นอีกครั้ง หรือว่าในจักรวาลจะไม่ได้มีเผ่าในดินแดนต้องห้ามเพียงแห่งเดียวที่ทำหน้าที่ชี้นำการกลับมาเกิดใหม่ของวิญญาณ”
อวิ๋นโม่ไม่มีเวลาคิดมากแล้ว เขาไล่ตามวิญญาณของซือหม่าป๋อชงไป แต่ไม่นานดวงวิญญาณก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย และเสียงสวดมนต์นั้นก็หายไปด้วย วิญญาณของซือหม่าป๋อชงไม่ได้สลายไปแน่นอน แต่ใช้เส้นทางอื่นที่ไม่มีใครรู้มุ่งหน้าไปยังสถานที่อื่น บางทีมันอาจเป็นสถานที่สำหรับไปเกิดใหม่
“เสียงสวดมนต์นั่นถูกกระตุ้นโดยซือหม่าป๋อชง หรือว่ามีใครชี้นำเขาไปสู่การเกิดใหม่” อวิ๋นโม่พึมพำ “ยมโลกเกิดปัญหาใหญ่ แล้วใครคือคนที่รักษาการงานของยมโลกในตอนนี้”
คำถามเหล่านี้ อวิ๋นโม่ในตอนนี้ถูกกำหนดให้ไม่อาจหาคำตอบ เขาถอนหายใจแผ่วเบาและหันกลับไปที่สถานที่ต่อสู้เมื่อครู่นี้ เมื่อมองไปยังความยุ่งเหยิงในจักรวาล อวิ๋นโม่ก็หัวเราะจืดเจื่อน “ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้แล้ว แต่สุดท้ายทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้กลับตายกันหมด ไฉ่เอ๋อร์และอู่ตูอวี้หวางคงจะไม่พอใจผลลัพธ์นี้”
“จบเรื่องแล้ว ทำอะไรไม่ได้แล้ว สะสางปัญหาที่เหลือกันเถอะ” อวิ๋นโม่พูดอย่างจนปัญญา เขารวบรวมศพทั้งสองและดาบใบไม้ปลิว สำหรับศพที่ซือหม่าป๋อชงสิงอยู่ถูกระเบิดเป็นผุยผง แม้แต่เศษเนื้อสักชิ้นก็หาไม่พบ เหลือเพียงปีกวิญญาณคู่หนึ่งเท่านั้น
อวิ๋นโม่กลับไปที่ดาวจิ้วและส่งดาบใบไม้ปลิวคืนให้ต้วนฉี จากนั้นไปยังดาวหลักของอาณาจักรดาราน้อยถงซานและเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้แม่ทัพซ้ายแม่ทัพขวารับรู้ เมื่อได้ยินข่าวนี้ จิตใจของคนทั้งสองก็สับสนวุ่นวาย พวกเขาไม่อาจเชื่อในทันทีและรับไม่ได้อยู่บ้าง
ลองคิดดูก็เข้าใจได้ เดิมทีคิดว่ามีโจรชั่วก่อความวุ่นวายในอาณาจักรดาราน้อยถงซาน คิดไม่ถึงว่าความจริงจะเกี่ยวพันกับคนเหล่านี้จนแยกแยะไม่ออก สิ่งที่พวกเขาทั้งสองละอายที่สุดก็คือ พวกเขาเป็นเหมือนลูกศิษย์ของซือหม่าว่านหลิน แต่กลับรับใช้ฆาตกรสังหารอาจารย์ของตนมากว่าร้อยปี ทั้งยังให้ความเคารพไม่น้อย ความรู้สึกของทั้งสองจะย่ำแย่เพียงใดก็เป็นที่คาดเดาได้
สีหน้าของอวิ๋นโม่ก็ซับซ้อนเช่นกัน อาณาจักรที่รุ่งเรืองแห่งหนึ่งต้องสูญเสียบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดไปถึงหกคนในคราวเดียว ตอนนี้มีเพียงแม่ทัพขวาที่มีวรยุทธ์สูงที่สุด อวิ๋นโม่ขอให้เขารักษาการณ์ตำแหน่งชั่วคราว เพื่อสะสางงานของอาณาจักรดาราน้อยถงซาน หลังจากจัดการเรียบร้อย เขาก็ขับเรือลาดตระเวนกลับไปที่ดาวเพลิงฉาน
“พี่ไฉ่เอ๋อร์ ท่านต้องช่วยข้านะ” บนดาวเพลิงฉาน บุรุษสง่างามราวหยกผู้หนึ่งกำลังพูดกับไฉ่เอ๋อร์
นอกจากคนผู้นี้ยังมีชายอีกสามคน หนึ่งในนั้นมีแววตาหม่นหมอง “ใช่แล้ว เทพธิดาไฉ่เอ๋อร์ เจ้าจะไม่ปล่อยให้กุยฝานหวางไปทั้งแบบนี้ใช่ไหม หากไม่มีผู้พิทักษ์ระดับพรหมราชชั้นสูงคุ้มครอง มันจะอันตรายมาก”
ไฉ่เอ๋อร์สีหน้าลำบากใจ “อย่างที่ทุกคนรู้ อู่ตูอวี้หวางไปที่นั่นแล้ว ยอดฝีมือระดับพรหมราชชั้นสูงก็ติดตามเขาไป ตอนนี้อย่าว่าแต่ระดับพรหมราชชั้นสูงเลย แม้แต่ชั้นกลางก็ยังจัดหาให้ไม่ได้ ถึงข้าจะอยากหายอดฝีมือระดับพรหมราชชั้นสูงสักคนให้พวกท่านก็ไม่รู้ว่าจะเรียกมาจากที่ใด”
“นี่…” คนเหล่านั้นต่างขมวดคิ้ว
“ยังไงก็รอให้อาจารย์ของเจ้ากลับมาก่อนดีไหม” ไฉ่เอ๋อร์มองไปที่ชายหนุ่มรูปงามพร้อมถามเสียงเบา
ชายคนนั้นลุกขึ้นกล่าว “ไม่จำเป็น ข้าจะหาทางเอง หากไม่ได้จริงๆ ก็ต้องไปทั้งอย่างนี้ แม้ข้าจะเป็นระดับพรหมราชขั้นหกชั้นฟ้า แต่ก็ไม่กลัวระดับพรหมราชชั้นสูง ที่ต้องการระดับพรหมราชชั้นสูงสักคนร่วมทางไปด้วยก็เพราะอยากมีหลักประกันความปลอดภัยสักหน่อยเท่านั้น เรื่องเล็กเพียงเท่านี้ ไยต้องรอให้อาจารย์กลับมา เช่นนั้นไม่เท่ากับว่าข้าเฮ่อกุยฝานใช้ไม่ได้หรือ”
จากนั้นชายคนนั้นก็เตรียมจากไปพร้อมกับคนอื่นๆ
ไฉ่เอ๋อร์รีบตะโกน “เดี๋ยวก่อน ขอข้าคิดหาทางหน่อย”
ตอนนั้นเองสตรีคนหนึ่งเดินเข้ามาและกระซิบกับนางสองสามคำ จากนั้นไฉ่เอ๋อร์ก็ตะลึง ก่อนกัดฟันกล่าว “เจ้าเด็กนี่!”
ต่อมานางพูดกับเฮ่อกุยฝาน “กุยฝานรอก่อน ข้าจะไปจัดการเรื่องบางอย่างแล้วจะรีบกลับมา” พูดจบก็ออกไปยังสถานที่ว่าราชการ
ตอนนี้อวิ๋นโม่รออยู่ที่นั่นแล้ว หลังจากเห็นอวิ๋นโม่ ไฉ่เอ๋อร์ก็พูดอย่างไม่พอใจ “ใต้เท้าผู้ตรวจการของพวกเรา ข้าขอให้เจ้าตรวจสอบปัญหาเรื่องสัตว์อสูรกลืนดาวในอาณาจักรดาราน้อยถงซาน เจ้าปล่อยให้ยอดฝีมือทั้งหมดของที่นั่นตายรวดเดียวถึงหกคน เจ้าจะอธิบายอย่างไร”
อวิ๋นโม่ทำหน้าหนา “พี่ไฉ่เอ๋อร์…”
“เรียกพี่ก็ไม่มีประโยชน์!” ไฉ่เอ๋อร์จ้องเขาตาเขียว การสูญเสียระดับพรหมราชหกคนในครั้งเดียว อีกทั้งมีห้าคนที่เป็นถึงชั้นกลาง นี่มีผลกระทบต่ออาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูไม่น้อย
“เรื่องนี้ท่านก็อย่าเอาแต่มองแค่จุดนั้น ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นข้าสืบจนได้ความแล้ว การตายของพวกเขาหกคนไม่ใช่ความต้องการของข้า พี่ไฉ่เอ๋อร์ไม่อยากฟังรายละเอียดหรือ”
“แน่นอนว่าต้องให้เจ้าอธิบาย!”
อวิ๋นโม่อับจนหนทาง ความตายของทั้งหกคน เขาต้องมีส่วนรับผิดชอบอยู่แล้ว หลังจากเรียบเรียงเรื่องในสมองครู่หนึ่งก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในอาณาจักรดาราน้อยถงซานให้นางฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ส่งมอบหลักฐานสำคัญแต่ละชิ้น เรื่องของคนอื่นๆ อวิ๋นโม่บอกเล่าตามความจริง มีแค่เรื่องของซือหม่าป๋อชงและเหยียนพั่วที่รวมไว้ด้วยกัน ทั้งหกคนนี้ตายไป เดิมไฉ่เอ๋อร์ไม่พอใจ ถ้านางรู้ว่าซือหม่าป๋อชงฆ่าตัวตายเองก็ไม่รู้ว่านางจะคิดอย่างไร
หลังจากฟังจบแล้วสีหน้าไฉ่เอ๋อร์ก็ดีขึ้นเล็กน้อย “คิดไม่ถึงว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นเช่นนี้ การตายของคนเหล่านั้นจะโทษเจ้าทั้งหมดก็ไม่ได้”
แม้อวิ๋นโม่จะพูดออกมาอย่างสบายๆ แต่นางรู้ว่าการตรวจสอบเรื่องนี้ที่จริงอันตรายขนาดไหน พวกเหยียนพั่วสามารถเล่นงานได้กระทั่งซือหม่าว่านหลิน หากให้คนธรรมดาไปสืบหาความจริงก็เท่ากับส่งคนไปตาย
“ดูเหมือนว่านอกจากพรสวรรค์ยุทธ์ของอวิ๋นโม่จะไม่ธรรมดา เป็นระดับจ้าวดาราที่เล่นงานระดับพรหมราชชั้นกลางได้แล้ว มันสมองก็ยอดเยี่ยมด้วย ไม่เช่นนั้นคงเอาชีวิตรอดจากการสืบหาความจริงไม่ได้” ไฉ่เอ๋อร์คิด นางไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของอวิ๋นโม่เทียบได้กับระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้า คิดว่าความแข็งแกร่งของเขาแค่ฆ่าฝานหลีได้เท่านั้น
จู่ๆ นางก็นึกขึ้นได้ว่า ความเร็วของเขาน่าทึ่งมาก ทั้งยังมีมันสมองเช่นนี้ หากติดตามอยู่ข้างกายเฮ่อกุยฝานอาจช่วยเหลืออีกฝ่ายได้มาก เฮ่อกุยฝานดึงดันที่จะไปที่นั่นให้ได้ นางห้ามเขาไม่ได้ก็ทำได้เพียงเตรียมการให้แน่ใจว่าเขาจะปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ไฉ่เอ๋อร์ก็เอ่ยเนิบนาบ “อวิ๋นโม่ แม้เจ้าจะตรวจสอบเรื่องนี้จนได้ความจริงออกมา แต่ก็ปล่อยให้จอมยุทธ์ระดับพรหมราชตายไปหกคน หนึ่งในนั้นยังมีคนที่เข้าสู่ระดับพรหมราชชั้นสูง อีกทั้งคนเหล่านั้นล้วนเป็นต้นกล้าชั้นดีของระดับพรหมราชชั้นสูง ดังนั้นการทำภารกิจครั้งนี้ไม่ถือว่าสำเร็จด้วยดี”
“พี่ไฉ่เอ๋อร์ ผลวิญญาณพิสุทธิ์ที่ตกลงกันไว้ล่ะ” เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็ไม่ใส่ใจว่าผลลัพธ์จะดีจะร้ายอย่างไรอีก ขอแค่ได้รับผลวิญญาณพิสุทธิ์ ทุกเรื่องก็ตกลงกันได้
“ภารกิจของเจ้า ทำก็เหมือนไม่ได้ทำ ยังจะกล้าถามถึงผลวิญญาณพิสุทธิ์อีกหรือ” ไฉ่เอ๋อร์เอ็ดเสียงเขียวเบา
มุมปากอวิ๋นโม่กระตุก “แม้งานนี้จะสำเร็จโดยมีข้อผิดพลาดบางอย่าง แต่ก็นับว่าสำเร็จแล้ว พี่ไฉ่เอ๋อร์ ก่อนหน้านี้บอกไว้ว่าขอเพียงข้าทำสำเร็จจะยกผลวิญญาณพิสุทธิ์ให้ข้า คงจะไม่บิดพลิ้วกระมัง”
“จอมยุทธ์ระดับพรหมราชตายไปหกคน เจ้าบอกว่าเป็นแค่เรื่องผิดพลาดหรือ” ไฉ่เอ๋อร์ถลึงตา
“พี่ไฉ่เอ๋อร์พูดมาเถอะ ตกลงต้องทำอย่างไรจึงจะมอบผลวิญญาณพิสุทธิ์ให้ข้า” อวิ๋นโม่ถามออกไปตามตรง ผลวิญญาณพิสุทธิ์สำคัญเกินกว่าที่เขาจะยอมแพ้ ถ้าไร้หนทางจริงๆ เขาอาจต้องใช้เล่ห์กลบางอย่าง แม้ครั้งนี้จะทำได้ไม่ดีพอ แต่เขามั่นใจว่าถึงส่งคนอื่นไปก็ไม่มีทางทำได้ดีไปกว่าเขา
“ผลวิญญาณพิสุทธิ์เป็นสมุนไพรวิญญาณล้ำค่า จะได้มาง่ายๆ ได้อย่างไร แต่หากเจ้าทำภารกิจสำเร็จอีกหนึ่งอย่าง ข้าก็จะยกมันให้เจ้า”
“ช่างเถอะ ไม่แน่ว่าหลังจากครั้งนี้ท่านก็จะมอบภารกิจให้ข้าอีก พี่ไฉ่เอ๋อร์เห็นข้าเป็นคนรับใช้ไปแล้ว” อวิ๋นโม่ส่ายหน้า
“ภารกิจคราวนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่เจ้าสัญญาว่าจะทำให้คนผู้หนึ่งกลับมาอย่างปลอดภัย เจ้าจะต้องได้รับมันแน่” ไฉ่เอ๋อร์กล่าว
“พูดน่ะมันง่าย แต่ข้าเกรงว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่พูด ท่านแจ้งรายละเอียดมาก่อน ข้าจะลองฟังก่อนค่อยตัดสินใจ”
ไฉ่เอ๋อร์อธิบาย “กุยฝานหวางต้องการไปที่แดนกันดารน้อยเพื่อหาวัตถุดิบหลอมอาวุธ เจ้าไม่จำเป็นต้องช่วยเขาหา ขอแค่ดูแลให้เขากลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ถือว่างานสำเร็จ เป็นอย่างไร ง่ายไหม”
“พี่ไฉ่เอ๋อร์อย่าหลอกข้าเลย เท่าที่ข้ารู้ แม้แดนกันดารน้อยจะไม่เหมือนแดนกันดารใหญ่ แต่ก็เป็นสถานที่อันตรายมากเช่นกัน…”
“แล้วเจ้าจะไปไหม”
“ไป!” อวิ๋นโม่รับปากอย่างจนใจ ผลวิญญาณพิสุทธิ์อยู่ในมือผู้อื่น เขาจะแย่งมาก็ไม่ได้จริงไหม โชคดีที่ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มมากขึ้น การไปแดนกันดารน้อยไม่น่าจะมีปัญหาหนักหนาอะไร
“กุยฝานหวางคือใคร พี่ไฉ่เอ๋อร์ถึงเป็นห่วงความปลอดภัยของเขามาก” อวิ๋นโม่ถาม
“เขาชื่อเฮ่อกุยฝาน เป็นศิษย์เพียงคนเดียวของอู่ตูอวี้หวาง และเป็นความหวังสูงสุดที่จะไปถึงจุดสูงสุดเช่นเดียวกับอู่ตูอวี้หวาง” ไฉ่เอ๋อร์แนะนำ จากนั้นพาเขาไปยังห้องที่เฮ่อกุยฝานอยู่
“คนผู้นี้คือ?” เฮ่อกุยฝานมองอวิ๋นโม่อย่างสงสัย คิดไม่ถึงว่าไฉ่เอ๋อร์จะหาคนให้เขาได้จริงๆ แต่ในไม่ช้าก็ต้องขมวดคิ้ว คนผู้นี้ดูเด็กมาก แม้ระดับยุทธ์จะมองออกได้ยากแต่ก็เดาได้ว่าพลังบ่มเพาะของอีกฝ่ายไม่น่าจะสูงเท่าไร เหตุใดพี่ไฉ่เอ๋อร์จึงพาเขามา
ไฉ่เอ๋อร์แนะนำ “กุยฝาน นี่คืออวิ๋นโม่ ผู้ตรวจการคนใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยอาจารย์ของเจ้า ข้าตั้งใจจะให้เขาไปกับเจ้า”
“พี่ไฉ่เอ๋อร์ ไม่ทราบว่าผู้ตรวจการมีการบ่มเพาะระดับใด” เฮ่อกุยฝานถามตรงๆ
บุรุษข้างกายที่มีดวงตาดุร้ายเหมือนเหยี่ยวกล่าว “พบกุยฝานหวางแล้วทำไมยังจะต้องปกปิดพลังยุทธ์”
อย่างอวิ๋นโม่แค่เห็นแวบแรกก็รู้แล้วว่าเด็กมาก จะต้องอายุน้อยกว่าเฮ่อกุยฝานหลายปี เขาจึงพูดอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด ขณะเดียวกันก็ไม่เข้าใจว่าไฉ่เอ๋อร์ที่มักจะจัดการสิ่งต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ทำไมคราวนี้ถึวเรียกเจ้าเด็กนี่มา สิ่งที่พวกเขาต้องการ คือการคุ้มกันจากยอดฝีมือระดับพรหมราชชั้นสูง ไม่ใช่เด็กที่พวกเขาต้องคอยปกป้อง
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 599 รับภารกิจอีกครั้ง"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com