ตอนที่ 600 ไปแดนกันดารน้อย
ตอนที่ 600 ไปแดนกันดารน้อย
อวิ๋นโม่ปรายตามองคนเหล่านั้นอย่างเย็นชา คนธรรมดามองไม่เห็นระดับยุทธ์ของเขา เพราะนี่เป็นธรรมชาติของวิชาทัณฑ์พันอัสนี และเขาไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรต่อแปลกหน้า แต่เพื่อเลี่ยงปัญหา อวิ๋นโม่ถึงได้เปิดเผยระดับยุทธ์ของตน
หลังจากทราบระดับยุทธ์ของอวิ๋นโม่ คนเหล่านั้นก็ตกใจ จากนั้นทำสีหน้าพิลึก โดยเฉพาะคนที่มีดวงตาดุร้ายเหมือนเหยี่ยวผู้นั้น ยิ่งเพิ่มความยโสอีกหลายส่วน เดิมทีพวกเขายังคิดว่าอย่างน้อยอวิ๋นโม่จะต้องเป็นระดับพรหมราช คิดไม่ถึงว่าจะเป็นแค่จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราคนหนึ่ง
“พี่ไฉ่เอ๋อร์ ระดับจ้าวดารา นี่มัน…” เฮ่อกุยฝานไม่ได้พูดต่อ เห็นได้ชัดว่าเขาลังเลที่จะให้ระดับจ้าวดาราติดตามพวกเขาไปแดนกันดารน้อย เขาต้องการระดับพรหมราชชั้นสูง ไม่ใช่จอมยุทธ์ระดับยุทธ์ต่ำเช่นนี้ ตอนนี้เขางุนงงมาก ตามเหตุผลไฉ่เอ๋อร์ไม่มีทางทำเรื่องไร้สาระประเภทนี้ แล้วทำไมถึงแนะนำจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราผู้นี้ให้เขา ขณะเดียวกันก็สงสัยว่าทำไมอาจารย์ของตนถึงได้มอบตำแหน่งผู้ตรวจการให้จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราคนหนึ่ง
“ฮ่าๆๆ! เทพธิดาไฉ่เอ๋อร์ เจ้าเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เด็กหนุ่มระดับจ้าวดาราผู้หนึ่ง ตามพวกเราไปยังแดนกันดารน้อย นี่ไม่ใช่ส่งเขาไปตายหรือ” บุรุษหนุ่มดวงตาดุร้ายเหมื่อนเหยี่ยวหัวเราะเยาะ
บุรุษถือกระบี่ที่อยู่ข้างกายเฮ่อกุยฝานเอ่ยอย่างเย็นชา “ระดับจ้าวดารา อ่อนแอเกินไปจริงๆ”
มีเพียงบุรุษตัวหนาอีกคนหนึ่งเท่านั้นที่ไม่เอ่ยปากอะไร
ไฉ่เอ๋อร์รีบอธิบาย “อวิ๋นโม่ไม่ใช่จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราธรรมดา ความแข็งแกร่งของเขาไม่เพียงเทียบได้กับจอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นกลาง แต่ยังมีความเร็วสูงมากอีกด้วย ในแง่ของพลังการต่อสู้ แม้แต่ข้าก็ยังไม่แน่ว่าจะสู้เขาได้ อีกอย่างความเร็วของเขายังเหนือกว่ายอดฝีมือระดับพรหมราชชั้นสูง อู่ตูอวี้หวางเลือกเขาเป็นผู้ตรวจการ แน่นอนว่าไม่ใช่การเลือกส่งเดช ให้เขาติดตามพวกเจ้าไปจะมีประโยชน์มาก”
ชายที่ดูน่ากลัวพูดอีกครั้ง “เทพธิดาไฉ่เอ๋อร์ ต่อให้เขาแข็งแกร่งเท่าระดับพรหมราชชั้นกลางแล้วอย่างไร ในแดนกันดารน้อย ระดับพรหมราชชั้นกลางทั่วๆ ไปจะมีประโยชน์สักแค่ไหน อย่าว่าแต่ที่พวกเราหาคือยอดฝีมือระดับพรมราชชั้นสูงคนหนึ่ง หากไม่มีก็ไม่ต้องฝืนเสียดีกว่า”
บุรุษที่กอดกระบี่พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยกับคนผู้นั้น
อวิ๋นโม่มองบุรุษดวงตาดุร้ายเหมื่อนเหยี่ยวก่อนถาม “ขอถามสหายมีนามว่าอะไร”
“หลัวเชวี่ย (นกกระจอกแซ่หลัว) ผู้คนเรียกข้าว่า หลัวเชวี่ยหวาง ทำไม จะจดบัญชีแค้นไว้หรือ เจ้าจะจดจำความแค้นนี้หรือไม่นั้นไม่สำคัญ ข้าหลัวเชวี่ยยังยืนยันคำเดิม เจ้าไปก็ไม่มีประโยชน์” หลัวเชวี่ยเหยียดหยาม
“หลัวเชวี่ย” อวิ๋นโม่พยักหน้าน้อยๆ “ถ้าอย่างนั้นขอถามหน่อยว่า หลัวเชวี่ยหวางที่มีความทะนงเต็มเปี่ยม ท่านเป็นระดับพรหมราชชั้นสูงหรือ”
หลัวเชวี่ยหน้าแข็งค้าง จากนั้นเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก “ข้าเป็นถึงระดับพรหมราชขั้นหกชั้นฟ้าสูงสุด ต่อให้ไม่ใช่ระดับพรหมราชชั้นสูง แต่ก็ต่างกันไม่มากแล้ว!”
“ที่แท้ก็ไม่ใช่ระดับพรหมราชชั้นสูงนี่เอง ฟังจากน้ำเสียงของเจ้า ข้ายังนึกว่าเป็นระดับพรหมราชชั้นสูงเสียอีก” อวิ๋นโม่ส่ายหน้าพร้อมเหยียดยิ้ม
หลัวเชวี่ยได้ยินแล้วก็ไม่พอใจ “ข้าไม่ใช่ระดับพรหมราชชั้นสูง แต่ก็ต่างกันไม่มาก ส่วนเจ้าล่ะ เป็นแค่จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราคนหนึ่งเท่านั้น หรือว่าเจ้าจะแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับพรหมราชชั้นสูง”
คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นโม่กลับพยักหน้าอย่างจริงจัง “เจ้าพูดถูกแล้ว ความแข็งแกร่งของข้าเทียบได้กับจอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นสูง”
“ฮ่าๆ!” หลัวเชวี่ยหัวเราะลั่น บุรุษที่ถือกระบี่ก็เผยสีหน้าดูถูก แม้แต่ชายที่ไม่พูดมาตลอดก็ยังขมวดคิ้วน้อยๆ หลัวเชวี่ยกล่าว “เทพธิดาไฉ่เอ๋อร์ เจ้าคงไม่คิดจะให้คนจองหองขนาดนี้ติดตามพวกเราไปยังแดนกันดารน้อยหรอกนะ”
“ไม่เชื่อข้าหรือ ทดสอบดูไหม แต่ข้าขอเตือนเจ้าก่อนว่าเมื่อข้าลงมือจะไม่มีการไว้ไมตรี ถ้าเผลอทำร้ายเจ้าเข้าก็อย่าถือโทษข้า” อวิ๋นโม่เอ่ยเสียงเรียบ
“หึ! ข้าหลัวเชวี่ยหวางยังจะกลัวระดับจ้าวดาราผู้หนึ่งหรือ ขอยืมคำพูดของเจ้า หากเผลอทำร้ายเจ้าขึ้นมาก็อย่าโทษข้า!” หลัวเชวี่ยแค่นเสียงเย็นชา ก้าวเท้าออกมาเตรียมสู้กับอวิ๋นโม่
เมื่อเห็นเช่นนี้ไฉ่เอ๋อร์ก็รีบทัดทาน หากทั้งสองต่อสู้กันบนดาวเพลิงฉาน นั่นจะไม่ยุ่งกันใหญ่หรือ
“พอแล้ว! หลัวเชวี่ย ถอยไปก่อน ในเมื่อเป็นคนที่พี่ไฉ่เอ๋อร์แนะนำ ข้าก็จะยอมรับ” เฮ่อกุยฝานกล่าว
หลัวเชวี่ยมองเฮ่อกุยฝานอย่างตกใจ “กุยฝานหวาง เจ้าเด็กนี่เป็นเพียงระดับจ้าวดารา…”
เฮ่อกุยฝานยกมือขึ้นห้าม “อาจารย์ของข้าเลือกเขาเป็นผู้ตรวจการ จะต้องเห็นความพิเศษในตัวเขา บวกกับความเร็วของเขาอาจเป็นประโยชน์กับพวกเรา ยิ่งกว่านั้นเรือลาดตระเวนเป็นพาหนะวิญญาณที่เดินทางได้เร็วที่สุดในอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตู เป็นรองเพียงพาหนะของอาจารย์เท่านั้น หากพวกเราเจอปัญหาก็สามารถใช้มันหลบหนีได้เร็วขึ้น”
เฮ่อกุยฝานเป็นศิษย์คนเดียวของอู่ตู ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งหรือสถานะ พวกหลัวเชวี่ยก็เทียบเขาไม่ได้ อีกทั้งครั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาคือการช่วยเฮ่อกุยฝานค้นหาวัตถุดิบหลอมอาวุธ ย่อมต้องยึดเฮ่อกุยฝานเป็นหลัก ในเมื่อเขาออกปากเช่นนี้ คนอื่นๆ ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
หลัวเชวี่ยปรายตามองอวิ๋นโม่แวบหนึ่งด้วยความไม่พอใจ ไอ้หนูระดับจ้าวดาราคนหนึ่งก็กล้ามาท้าทายเขา ช่างไม่รู้จักตาย เขาไม่เชื่อว่าแค่จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราคนหนึ่งจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ายอดฝีมือระดับพรหมราชชั้นกลาง แต่ตอนนี้ต้องระงับความไม่พอใจไว้ชั่วคราว เพราะเขาไม่กล้าขัดคำพูดของเฮ่อกุยฝาน
อวิ๋นโม่มองข้ามหลัวเชวี่ยไปเสีย ในเมื่อได้ไปแดนกันดารน้อย เช่นนั้นเท่ากับว่าเขาได้ผลวิญญาณพิสุทธิ์มาไว้ในมือครึ่งหนึ่งแล้ว เขาไม่อยากสูญเสียมันไปเพราะตัวตลกคนหนึ่ง
จากนั้นไม่นานอวิ๋นโม่ก็นำเรือลาดตระเวนออกมา คนทั้งหมดพากันขึ้นเรือ อวิ๋นโม่พอจะรู้จักคนเหล่านี้อยู่บ้าง เฮ่อกุยฝานและหลัวเชวี่ยหวางไม่ต้องพูดถึงแล้ว บุรุษที่กอดกระบี่คนนั้นดูเหมือนจะไม่มีชื่อแซ่ ทุกคนต่างเรียกเขาว่าอาเจี้ยน (กระบี่) ชายผู้ประหยัดถ้อยคำนามว่าหานจื่อมู่ รู้จักกันในนามจื่อมู่หวาง
จากการสังเกตของอวิ๋นโม่ เฮ่อกุยฝานคนนี้เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเขาสี่คน ความแข็งแกร่งของเขาแทบจะเทียบได้กับเหยียนพั่วที่เลื่อนระดับแล้ว คนที่สองคือบุรุษที่ชื่ออาเจี้ยน ความแข็งแกร่งรองจากเฮ่อกุยฝาน ส่วนหลัวเชวี่ยที่จองหองที่สุดน่าจะอ่อนแอที่สุดในบรรดาสี่คนนี้
หลังจากขึ้นมาบนเรือลาดตระเวน หลัวเชวี่ยเห็นว่าเรือลำนี้ไม่ธรรมดาก็รู้สึกอิจฉาอยู่บ้าง “ระดับยุทธ์ต่ำขนาดนั้น แต่มีเรือที่ดีขนาดนี้” จากนั้นหันไปถามเฮ่อกุยฝาน “ไม่มีจอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นสูง พวกเราจะไปแดนกันดารน้อยทั้งอย่างนี้จริงๆ หรือ”
“ไม่ เดี๋ยวข้าจะเชิญบุคคลหนึ่ง วรยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้า แต่วัยวุฒิของคนผู้นี้สูงกว่าอาจารย์ของข้า นิสัยก็ไม่ดี ดังนั้นพวกเจ้าพูดจาต้องรู้จักระมัดระวัง อย่าล่วงเกินเขาเด็ดขาด” เฮ่อกุยฝานกำชับ
หานจื่อมู่เลิกคิ้วถาม “กุยฝานหวางหมายถึงหูซางเหล่าหวาง? (ราชันเฒ่าหูซาง)”
“ถูกต้อง!” เฮ่อกุยฝานพยักหน้า “หูซางเหล่าหวางเจ้าอารมณ์ หวังว่าเขาจะเห็นแก่อาจารย์รับปากคำเชิญของข้า แต่จะรับปากหรือไม่ก็ไม่เป็นไร คนที่ไปแดนกันดารน้อยส่วนมากต่างก็เป็นบุตรหลานของอวี้หวางในอาณาจักรดาราใหญ่ มีอยู่ไม่น้อยที่ไม่มียอดฝีมือระดับพรหมราชชั้นสูงคุ้มครอง ถึงพวกเราจะเชิญเขามาไม่ได้ก็แค่เหมือนกับคนเหล่านั้นเท่านั้น”
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงดาวมีชีวิตที่ไม่ธรรมดาดวงหนึ่ง เฮ่อกุยฝานลงจากเรือลาดตระเวน คารวะดาวมีชีวิตตรงหน้า “ผู้เยาว์เฮ่อกุยฝาน ขอเข้าพบหูซางเหล่าหวาง”
“เฮ่อกุยฝานที่เป็นศิษย์ของอู่ตูอวี้หวางหรือ” เสียงชราดังขึ้น
“ขอรับ!” เฮ่อกุยฝานกล่าวด้วยความนอบน้อม
“อืม พรสวรรค์ยุทธ์ไม่ธรรมดา ไม่ต้องอาศัยชื่อเสียงของอาจารย์ก็เปล่งประกายได้ นับว่าไม่เลว เข้ามาเถอะ”
ค่ายกลรอบๆ ดาวมีชีวิตเปิดออก คนทั้งกลุ่มเดินเข้าไป ไม่นานก็พบกับหูซางเหล่าหวางที่มีรอยเหี่ยวย่นทั่วใบหน้าในจวนหลังหนึ่ง ไม่น่าแปลกใจที่เขามีวัยวุฒิสูงกว่าอู่ตู ดูจากรูปลักษณ์ก็คงจะอยู่มานานมากแล้ว
“สหายน้อย เกิดอะไรขึ้นถึงได้มาหาคนแก่อย่างข้า” หูซางเหล่าหวางหลับตาลงถาม
เฮ่อกุยฝานไม่ได้แสดงความไม่พอใจใดๆ ต่อท่าทีของเขา แต่กลับให้ความเคารพมากขึ้น “ตอบหูซางเหล่าหวาง ผู้เยาว์ต้องการไปแดนกันดารน้อยเพื่อค้นหาวัตถุดิบหลอมอาวุธ ข้าอยากขอเชิญผู้อาวุโสเดินทางไปด้วยกัน”
“เห็นแก่หน้าของอู่ตู ข้าจะไปกับเจ้าก็ได้” หูซางเหล่าหวางลืมตามองเฮ่อกุยฝาน ไม่รอให้พวกเขาได้ดีใจก็พูดต่อ “แต่ข้าจะไม่คุ้มครองพวกเจ้าเปล่าๆ”
“นี่แน่นอน หลังจากเสร็จเรื่อง ข้าจะมอบหินวิญญาณระดับสูงสองแสนชั่งให้ท่าน”
อวิ๋นโม่ลอบถอนหายใจ สมแล้วที่เป็นลูกศิษย์ของอู่ตู มีเงินทองล้นเหลือ จ่ายสองแสนชั่งได้โดยตาไม่กะพริบ
หูซางเหล่าหวางกลับส่ายหน้า “จะให้ข้าออกหน้า หินวิญญาณระดับสูงสองแสนชั่งยังไม่พอ”
เฮ่อกุยฝานคำนับก่อนถาม “หูซางเหล่าหวางโปรดแจ้งราคา”
“หินวิญญาณระดับสูงสองแสนชั่งและวัตถุดิบหลอมอาวุธวิญญาณที่พวกเจ้าหาได้อีกครึ่งหนึ่ง!” หูซางเหล่าหวางกล่าว “แน่นอนว่าวัตถุดิบที่เจ้าต้องการนั้นเก็บไว้สำหรับเจ้าเท่านั้น ข้าจะไม่แย่งชิง แต่ต้องจ่ายด้วยวัตถุดิบอื่นๆ ที่เท่าเทียมเป็นการชดเชย”
อวิ๋นโม่ส่ายหน้าน้อยๆ ชายชราคนนี้ช่างกล้าเอ่ยปาก แม้เขาจะเป็นระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้า แต่เลือดลมถดถอย เขาอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฮ่อกุยฝานด้วยซ้ำ อ้าปากก็ขอวัตถุดิบครึ่งหนึ่ง ทั้งยังต้องจ่ายหินวิญญาณระดับสูงสองแสนชั่งอีก แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับอวิ๋นโม่ เขาแค่ต้องรับประกันว่าเฮ่อกุยฝานจะมีชีวิตรอดกลับมา จากนั้นผลวิญญาณพิสุทธิ์เป็นอันจบ ส่วนวัตถุดิบหลอมอาวุธ ในเมื่อเขามีผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณแล้วก็ไม่สนใจสิ่งอื่น ดังนั้นชายชราคนนี้จะต้องการเท่าไรก็ไม่เกี่ยวกับเขา
“ตกลงตามที่ท่านว่า” เฮ่อกุยฝานกัดฟันรับปาก
หูซางเหล่าหวางหรี่ตามองไปที่อวิ๋นโม่ก่อนกล่าว “แดนกันดารน้อยอันตรายมาก ทำไมเจ้ายังพาจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราผู้หนึ่งไป”
“หึ เขาไม่ใช่ระดับจ้าวดาราธรรมดา แต่เป็นจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราที่มีพลังต่อสู้เทียบเท่าจอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นสูง” หลัวเชวี่ยเอ่ยเสียงหยัน
“เอ๋ มิน่าเล่า พอได้ยินคำพูดของข้าถึงได้เอาแต่ส่ายหน้า คิดว่าข้าผู้เฒ่าขอมากเกินไปหรือ” หูซางเหล่าหวางถาม เขาฟังน้ำเสียงเหยียดหยามในคำพูดของหลัวเชวี่ยออก จึงไม่เชื่อว่าอวิ๋นโม่จะมีความแข็งแกร่งระดับพรหมราชชั้นสูง
ในเมื่อหูซางเหล่าหวางถาม อวิ๋นโม่ก็ไม่อ้อมค้อม พยักหน้าตอบตามตรง “มันสูงไปหน่อยจริงๆ”
“เฮอะ!” สีหน้าของหูซางเหล่าหวางขรึมลง คิดไม่ถึงว่าเด็กน้อยจ้าวดาราคนนี้จะกล้าพูดกับตนเช่นนี้ “เด็กน้อยที่ไม่รู้ความ ผยองว่าตนเองแกร่งกล้า เป็นแค่ระดับจ้าวดารา จะรู้ถึงความแข็งแกร่งของระดับพรหมราชได้อย่างไร เมื่อครู่แค่คิดจะไว้หน้าเจ้าบ้างเท่านั้น เจ้า…”
“หูซางเหล่าหวางโปรดระงับโทสะ อวิ๋นโม่เป็นผู้ตรวจการที่อาจารย์ของข้าแต่งตั้งด้วยตนเอง มีความสามารถพิเศษบางอย่าง พวกเราจะไปที่แดนกันดารน้อยต้องอาศัยเรือลาดตระเวน จะได้เร็วขึ้นอีกสักหน่อย นอกจากนี้การแลกเปลี่ยนระหว่างพวกเราไม่เกี่ยวข้องกับเขา เขาจะพูดอะไรก็เปลี่ยนข้อตกลงของเราไม่ได้” เฮ่อกุยฝานรีบเอ่ยปาก ดูจากการแสดงออกของอวิ๋นโม่เมื่อครู่ เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ไม่กลัวฟ้าไม่เกรงดิน หากไม่รีบตัดบทจะต้องโต้เถียงกับหูซางเหล่าหวางแน่ เฮ่อกุยฝานจึงรีบเอ่ยปากเพื่อระงับความขัดแย้ง
หลังจากปลอบหูซางเหล่าหวางแล้วก็หันมาเอ่ยกับอวิ๋นโม่ “อวิ๋นโม่ รีบไปเตรียมเรือลาดตระเวน พวกเราจะออกเดินทางทันที”
หลังจากเฮ่อกุยฝานการไกล่เกลี่ยก็ไม่มีเหตุอะไรอีก แต่หลัวเชวี่ยและหูซางเหล่าหวางไม่ถูกชะตากับอวิ๋นโม่อย่างยิ่ง ส่วนอวิ๋นโม่ กลับเฉยๆ ด้วยความแข็งแกร่งของเขา เขาจะสนใจจอมยุทธ์ระดับพรหมราชและคนแก่เลือดลมถดถอยคนหนึ่งได้อย่างไร
ไม่นานทั้งหมดก็ออกเดินทางไปแดนกันดารน้อยด้วยเรือลาดตระเวน ดาวที่พวกเขากำลังจะไปเป็นดาวที่สำคัญที่สุดในแดนกันดารน้อย นามว่าดาวผนึกจิต จอมยุทธ์ที่เดินทางไปยังแดนกันดารน้อยต่างก็ไปยังดาวผนึกจิต สิ่งที่เฮ่อกุยฝานเสาะหาคือวัตถุดิบหลอมอาวุธที่หาได้ยาก สิ่งสำคัญที่สุดคือทรายเงินเหมันต์ วัตถุดิบหลอมอาวุธหายากอย่างยิ่งชนิดหนึ่ง แม้แต่ยอดฝีมือระดับพรหมราชชั้นสูงก็ยังต้องตาร้อนผ่าว ได้ยินมาว่ามีคนพบทรายเงินเหมันต์บนดาวผนึกจิต ดังนั้นเฮ่อกุยฝานจึงตัดสินใจมาที่นี่
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 600 ไปแดนกันดารน้อย"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com