ตอนที่ 601 พร้อมแล้ว
ตอนที่ 601 พร้อมแล้ว
แดนกันดารไม่เหมาะกับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ แต่มีทรัพยากรมากมายและไม่มีเจ้าของ หากใครคิดจะครอบครองก็จะถูกเหล่าจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งร่วมกันโจมตี ในบรรดาพื้นที่เหล่านี้แดนกันดารใหญ่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุด ส่วนแดนกันดารน้อยมีอยู่จำนวนมากมาย พื้นที่ที่เป็นจุดหมายในครั้งนี้คือแดนกันดารที่อยู่ใกล้กับอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูมากที่สุด
แดนกันดารใหญ่แต่ละแห่งในจักรวาลไม่ได้อยู่ใกล้กันเหมือนอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูกับอาณาจักรดาราใหญ่มังกรอสูร หลายแห่งอยู่ห่างไกลกันมาก ดังนั้นแค่รอบๆ แดนกันดารน้อยแห่งนี้ก็มีอาณาจักรดาราใหญ่ถึงสามสิบกว่าแห่งแล้ว แดนกันดารน้อยแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกฝนของจอมยุทธ์ระดับพรหมราช จอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นกลางส่วนใหญ่มักมาที่นี่ ในบรรดาคนเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของอวี้หวางในอาณาจักรดาราใหญ่ ที่นี่ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานของอวี้หวางคนใดต่างก็เป็นสุดยอดทั้งสิ้น
แดนกันดารน้อยนี้มีดาวที่มีทรัพยากรสำคัญหลายดวง ในบรรดาดาวเหล่านั้น ดาวผนึกจิตมีทรัพยากรมากที่สุด ดังนั้นจอมยุทธ์ส่วนใหญ่ต่างก็มาที่นี่ และเป้าหมายของพวกเขาในครั้งนี้ก็คือที่นี่เช่นกัน แดนกันดารน้อยนี้เป็นแดนกันดารที่อยู่ใกล้กับอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูมากที่สุด แต่ระยะทางไม่นับว่าใกล้ ถึงจะใช้เรือลาดตระเวนเดินทางด้วยความเร็วเต็มกำลังก็ยังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนกว่า
หลังจากเข้าใกล้ดาวผนึกจิต เฮ่อกุยฝานก็เอ่ยเตือน “ดาวผนึกจิตเต็มไปด้วยอันตราย สิ่งที่อันตรายที่สุดคือไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ ไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์รุนแรงมาก หากถูกม้วนเข้าไป โดยมากล้วนต้องตาย ดังนั้นหากพบไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ต้องรีบหลบ นอกจากนี้บนดาวยังมีสัตว์อสูรบางชนิดที่สติปัญญาต่ำ แต่พละกำลังไม่ธรรมดาคอยโจมตี แน่นอนว่าที่นี่ไม่มีกฎใดทั้งสิ้น การฆ่าคนเพื่อปล้นชิงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์และสัตว์อสูร แต่เป็นคน ดังนั้นเราต้องระมัดระวังคนอื่นๆ ให้มาก”
คำพูดเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วพูดให้อวิ๋นโม่ฟัง เพราะเขาคือคนที่เข้าใจสถานการณ์ของที่นี่น้อยที่สุด อวิ๋นโม่ฟังอย่างตั้งใจแต่ไม่จำเป็นต้องกลัวเกินไป เพราะด้วยความแข็งแกร่งของเขา เขาก็เป็นระดับสูงสุดของที่นี่เช่นกัน
ในไม่ช้าทั้งหมดก็มาถึงจักรวาลเหนือดาวผนึกจิต อวิ๋นโม่เก็บเรือลาดตระเวน คนทั้งหมดเตรียมเหาะลงบนดาว จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็หนังตากระตุก ซัดฝ่ามือใส่เฮ่อกุยฝานอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าฝ่ามือนี้ไม่ได้โจมตีเขา แต่เป็นการผลักออกไปอย่างนุ่มนวล
“ไอ้หนู เจ้าทำอะไร!” หลัวเชวี่ยเห็นแล้วก็โมโห อาเจี้ยนที่อยู่ด้านข้างก็ชักกระบี่วิญญาณออกมาเตรียมโจมตีอวิ๋นโม่
พริบตานั้นเอง ห้วงอวกาศก็เกิดรอยแยกตรงจุดที่เฮ่อกุยฝานเคยยืนอยู่ ถ้าอวิ๋นโม่ผลักเขาออกไปไม่ทัน เฮ่อกุยฝานไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส หูซางเหล่าหวางเห็นเข้าก็หน้าเปลี่ยนสีทันที รีบตะโกน “หลบเร็ว!”
คนอื่นๆ เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นทันที หัวใจกระตุกขึ้นมา รีบถอยไปด้านหลังให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เวิ้ง!
ความว่างเปล่าพลันระเบิด ทันใดนั้นพายุขนาดใหญ่ก็ก่อตัวขึ้นและพัดไปด้านหน้า อวิ๋นโม่ผลักเฮ่อกุยฝานออกไป แต่เขากลับโชคร้ายตกอยู่ท่ามกลางไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ ไต้ฝุ่นผ่านพ้นไป ทิ้งไว้เพียงหมอกเลือดเท่านั้น
สีหน้าของเฮ่อกุยฝานย่ำแย่ เขาใช้ญาณหยั่งรู้ตรวจดู แต่ไม่พบอวิ๋นโม่ “คิดไม่ถึงว่าไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ของดาวผนึกจิตจะก่อตัวบริเวณรอบนอกด้วย เรื่องนี้เป็นความผิดของข้า ถ้าข้าระมัดระวังสักหน่อยก็น่าจะรู้ตัวล่วงหน้า”
หลัวเชวี่ยใจสั่น แต่กลับเค้นหัวเราะก่อนพูด “อย่างนั้นถือว่าใช้เขาให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่แล้ว อยู่บนดาวผนึกจิต การบ่มเพาะของเขาอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ การตายเร็วหน่อยก็รวบรัดดี”
“หุบปาก!” สีหน้าของเฮ่อกุยฝานเปลี่ยนเป็นเย็นชา “อวิ๋นโม่ช่วยข้าและช่วยพวกเจ้าทางอ้อม เจ้าจะไม่ขอบคุณเขาก็ได้ แต่อย่าได้ถากถางผู้อื่น! ต้องรู้ว่าถ้าไม่ได้เขาเตือนล่วงหน้าว่าจะมีไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ พวกเราคงต้องประสบเคราะห์!”
หลังจากถูกเฮ่อกุยฝานตำหนิ หลัวเชวี่ยก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
“คิดไม่ถึงว่าเพิ่งมาถึงดาวผนึกจิตก็เกิดเรื่องเช่นนี้ ดูท่าการเดินทางครั้งนี้คงจะไม่ราบรื่นเท่าไร หวังว่าอวิ๋นโม่จะเอาตัวรอดได้ หากเขาโชคร้ายสิ้นลม ข้าก็ทำได้เพียงดูแลญาติของเขาและดาวมีชีวิตเพื่อชดเชย” เฮ่อกุยฝานถอนหายใจกล่าว
หลัวเชวี่ยส่ายหน้า “ถูกดูดเข้าไปในไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ ไม่เคยมีโชคดี ไม่ต้องพูดถึงว่าพลังบ่มเพาะของเจ้านั่นต่ำขนาดไหน เขายากจะรอดแล้ว”
เฮ่อกุยฝานมองตามทางที่ไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์พัดไป และนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แม้คำพูดของหลัวเชวี่ยจะไม่น่าฟัง แต่ก็เป็นเรื่องจริง แม้แต่ยอดฝีมืออย่างเขา หากถูกม้วนเข้าไปก็ยากจะรอด อวิ๋นโม่เป็นแค่จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราคนหนึ่ง จะมีโอกาสรอดได้อย่างไร
“ไปกันเถอะ ถ้าเจ้าอยากชดเชยให้เขา เจ้าก็ต้องทำภารกิจของตนเองให้สำเสร็จก่อน” หูซางเหล่าหวางกล่าว เขาเหาะลงไปที่ดาวผนึกจิตเป็นคนแรก
เหตุผลที่อวิ๋นโม่ผลักเฮ่อกุยฝานออกไป ไม่ใช่เพราะเขาเป็นศิษย์ของอู่ตูอวี้หวาง แต่เป็นเพราะอวิ๋นโม่รู้ว่าตนเองสามารถเอาชีวิตรอดในไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ได้ ถ้าตนเองต้องตาย อวิ๋นโม่ไม่มีทางสนใจคนผู้นี้ ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้านั่น หากถูกดูดเข้ามาในไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ คงยากที่จะรอดชีวิต เช่นนี้ผลวิญญาณพิสุทธิ์ของอวิ๋นโม่คงต้องกลายเป็นฟองอากาศ
ขณะที่ไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์กำลังก่อตัว เขาลองคาดการณ์ดูแล้วว่าถึงตนจะพลัดเข้าไปก็ไม่น่าจะมีอันตรายมาก นอกจากตอนแรกที่ถูกดาบลมไร้ลักษณ์ฟันแขนขณะช่วยเฮ่อกุยฝาน หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ในไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ไม่ได้มีเพียงดาบลมไร้ลักษณ์เท่านั้น แต่มีพื้นที่ปลอดภัยอยู่เช่นกัน อวิ๋นโม่ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าเคลื่อนไหวในบริเวณปลอดภัยอย่างผ่อนคลาย หากไม่สามารถหลบได้ก็นำผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณขึ้นมาต้าน
ไม่นานเขาก็มาถึงพื้นที่ชั้นในของดาวผนึกจิต ตอนนี้เองเขาก็บังเอิญโชคดีหลุดออกมาจากไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ พอเข้าสู่พื้นที่ของดาวผนึกจิต อวิ๋นโม่ก็ตกใจ รู้สึกว่าร่างกายหนักขึ้นอย่างกะทันหันและร่วงลงด้วยความเร็วสูง
อวิ๋นโม่รีบควบคุมร่างกายของตนเหาะด้วยกำลังทั้งหมดถึงสามารถหยุดการดิ่งลงพื้นไว้ได้
“มรรคาเต๋าของที่นี่…” อวิ๋นโม่มองไปรอบๆ ด้วยความประหลาดใจ มหาวิถีเต๋าในที่นี้แตกต่างจากดาวดวงอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง อยู่ที่นี่อวิ๋นโม่ก็เหมือนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับคงเขตแดนบนดาวหยวนซวี ความเร็วในการเหาะลดลงมาก และต้องใช้พลังมากกว่าที่เคย
ในขณะที่เขาค่อยๆ ร่อนลงก็ต่อยหมัดออกไป อานุภาพด้อยกว่าข้างนอกมาก ไม่ต้องพูดว่าจะระเบิดดาวดวงนี้ มันแค่พอจะทำลายภูเขาลูกใหญ่ได้เท่านั้น อวิ๋นโม่รู้ทันทีว่านี่เป็นเพราะมรรคาเต๋าของที่นี่แตกต่างจากภายนอก พลังปราณในร่างของเขาเคลื่อนไหวได้ยาก ราวกับถูกปิดกั้น ขณะเดียวกันร่างกายก็สัมผัสถึงมรรคาเต๋าของที่นี่ได้อย่างจำกัดและน้อยจนน่าสงสาร
ไม่น่าแปลกใจที่ดาวดวงนี้ถูกเรียกว่า ดาวผนึกจิต
“มหาวิถีเต๋าที่นี่สมบูรณ์กว่าที่อื่น!” อวิ๋นโม่กล่าวด้วยความประหลาดใจ มรรคาเต๋าที่นี่เกือบจะใกล้เคียงกับแดนศักดิ์สิทธิ์แล้ว ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ จอมยุทธ์ระดับพรหมราชอยู่ห่างไกลจากคำว่าผู้แข็งแกร่ง ในดินแดนบางแห่ง จอมยุทธ์ระดับพรหมราชอาจเป็นเสมือนราชัน แต่หากมองให้ทั่วแดนศักดิ์สิทธิ์ ความแข็งแกร่งของจอมยุทธ์ระดับพรหมราชเทียบกับขุมกำลังระดับสามยังไม่ได้เลย
อวิ๋นโม่ตื่นเต้นขึ้นมา “หากสามารถเลื่อนระดับบนดาวผนึกจิต บางทีความแข็งแกร่งของข้าอาจจะดีขึ้นมาก!”
แต่ในไม่ช้าความเป็นจริงก็ราดน้ำเย็นลงบนศีรษะอวิ๋นโม่ เพราะจู่ๆ ไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง อวิ๋นโม่ไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้อีก เขารีบใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าหลบเลี่ยงมัน แม้จะถูกดูดเข้าไป เขาก็มีวิธีเอาตัวรอด แต่มันค่อนข้างอันตรายอยู่ดี
ตอนนี้อวิ๋นโม่เข้าใจแล้ว ที่นี่ไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงไม่มีใครกล้าเลื่อนระดับที่นี่ ไม่เช่นนั้นหากในช่วงเวลาสำคัญถูกไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ม้วนเข้าไป ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอัจฉริยะขนาดไหนก็คงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่
อวิ๋นโม่ล้มเลิกความคิดที่จะเลื่อนระดับที่นี่ ขณะที่เขาร่อนลงมาก็คอยระวังไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ ไม่นานก็ร่อนลงบนดาวผนึกจิต แต่ทันทีที่ลงมา เขาก็ได้ยินเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด
พอหันกลับไปก็เห็นสัตว์อสูรระดับเจ็ดชั้นต้นตัวหนึ่ง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสัตว์อสูรบนดาวผนึกจิต สติปัญญาของพวกมันต่ำมาก ราวกับเป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่ง ถ้าเป็นสัตว์อสูรของที่อื่นคงกลายร่างเป็นมนุษย์ไปนานแล้ว แต่อสูรปีศาจที่นี่แม้ถึงระดับเจ็ดก็ยังไม่สามารถกลายร่างได้ ความแข็งแกร่งของอวิ๋นโม่เทียบได้กับระดับพรหมราชชั้นสูง ย่อมไม่กลัวสัตว์อสูรระดับเจ็ด เขาหยอกเย้าสัตว์อสูรตัวนี้พลางสังเกตบรรยากาศรอบด้านไปด้วย หลังจากแน่ใจว่ามีสัตว์อสูรตัวนี้เพียงตัวเดียวก็ลงมือสังหารมันทันที
“ที่แท้ก็เป็นเพียงจอมยุทธ์ระดับจ้าวดารา” ฉับพลันนั้นเสียงหนึ่งก็ดังมาจากหน้าผาข้างๆ
ยามนี้เองอวิ๋นโม่ถึงได้สังเกตเห็นว่าบนดาวผนึกจิตไม่เพียงระดับความสามารถในการต่อสู้จะลดลง แม้แต่ญาณหยั่งรู้ก็ถูกกดไว้ ดังนั้นก่อนหน้านี้จึงไม่ทันสังเกตว่าบนหน้าผามีคนอยู่ บนดาวผนึกจิตคงจะมีเพียงพลังสายตาเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ อวิ๋นโม่หันกลับมา เห็นคนสามคนกำลังจ้องมองเขาจากหน้าผา โดยเฉพาะผู้พูด ดวงตาของเขาร้อนผ่าว มองอวิ๋นโม่ราวกับเจอสมบัติหายาก
หลังจากเห็นพลังบ่มเพาะของทั้งสามคนนี้อย่างชัดเจน อวิ๋นโม่ก็ไม่กังวล เพราะผู้พูดเป็นระดับพรหมราชขั้นหกชั้นฟ้าเท่านั้น แข็งแกร่งกว่าขั้นหกชั้นฟ้าทั่วไปสักหน่อย ก็คงพอๆ กับเฮ่อกุยฝาน อีกสองคนยิ่งไม่ต้องพูดถึง คนหนึ่งเป็นระดับพรหมราชขั้นหกชั้นฟ้าทั่วไป อีกคนเป็นขั้นห้าชั้นฟ้า ไร้ซึ่งภัยคุกคามใดๆ
อวิ๋นโม่ไม่สนใจทั้งสามคน ลอยตัวขึ้นเตรียมผละไปตามหาพวกเฮ่อกุยฝาน แต่ทั้งสามคนเหาะขึ้นขวางเขาไว้
ชายที่แข็งแกร่งที่สุดฉีกยิ้ม “ถ้าข้าดูไม่ผิด เจ้าเพิ่งหนีออกมาจากไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์สินะ”
“มีลมก็รีบผาย ไม่มีธุระก็ไสหัวไป!” เห็นชัดว่าทั้งสามไม่ประสงค์ดี อวิ๋นโม่ก็ไม่คิดจะญาติดีด้วย
จอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้าหัวเราะลั่น “อ้ายหยา จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราท่านนี้อารมณ์ร้อนมาก”
“เป็นเพียงระดับจ้าวดารา แต่สามารถเอาชีวิตรอดจากไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ได้ ในร่างต้องมีสมบัติล้ำค่า!”
“มอบสมบัติมา แล้วจะไว้ชีวิตเจ้า!” ชายผู้แข็งแกร่งที่สุดพูดอย่างเย็นชา
อวิ๋นโม่หัวเราะเยาะก่อนถาม “เจ้าจะปล้นข้าหรือ”
“เจ้าหนู ที่นี่คือดาวผนึกจิต ผู้แข็งแกร่งคือผู้ตัดสิน เจ้าเป็นแค่มดระดับจ้าวดาราก็กล้าวิ่งมาดาวผนึกจิต ถูกคนปล้นก็ต้องยอบรับเคราะห์แต่โดยดี นับว่าเจ้าโชคดีที่ได้พบพวกเรา หากเจ้ามอบสมบัติมา เราจะไม่ฆ่าเจ้า หากเป็นคนอื่นคงไม่เสียเวลากล่าวคำไร้สาระ แต่จะฆ่าเจ้าทันที!”
“พวกเจ้าแน่ใจนะว่าจะปล้นข้า” อวิ๋นโม่ถามซ้ำ
“พูดอะไรไร้สาระ จะมอบของมาหรือไม่”
“นายน้อยฆ่ามันเลย อย่ามัวเสียเวลากับมัน”
คนที่แข็งแกร่งที่สุดในสามคนพยักหน้า “เด็กคนนี้ไม่รู้จักรักดี ฆ่าเสียก็ดี!”
หลังจากนั้นเขากำลังจะลงมือ จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็ตะโกน “เดี๋ยวก่อน!”
“ว่าอย่างไร ยอมมอบสมบัติแล้วใช่หรือไม่ สายเกินไปแล้ว! พวกเราตัดสินใจว่าจะไม่ไว้ชีวิตเจ้า!” จอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้าหัวเราะเสียงเย็น จากนั้นพุ่งเข้าหาอวิ๋นโม่ “นายน้อย แค่จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราเท่านั้น จะต้องลำบากท่านลงมือทำไม ให้ข้าจัดการไอ้หนูคนนี้เถอะ พวกท่านรอดูอยู่ข้างๆ ก็พอ!”
จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็นำผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมาและแสดงสีหน้าหวาดกลัว “นี่คือสมบัติที่เจ้าต้องการ ข้าจะมอบให้เจ้าเดี๋ยวนี้ อย่าฆ่าข้านะ”
“เด็กดี มีสมบัติจริงด้วย วัตถุดิบของอิฐก้อนนี้ไม่ธรรมดา!” ดวงตาของจอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้าเป็นประกาย ยื่นสองมือมารับมันไป
“ให้เจ้า รับให้ดี!” มุมปากของอวิ๋นโม่กดรอยยิ้มพร้อมสั่งให้ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณฟาดลงมา
“ระวัง! รีบถอย!” เปลือกตาของนายน้อยผู้นั้นกระตุก ตะโกนสั่งจอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้าเสียงหลง
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 601 พร้อมแล้ว"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com