ตอนที่ 602 ไม้เฉินเถี่ย
ตอนที่ 602 ไม้เฉินเถี่ย
ทันทีที่อวิ๋นโม่เรียกผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมา นายน้อยผู้นั้นก็รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราทั่วไป แต่ซุกซ่อนพลังบ่มเพาะเอาไว้ จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราจะมีความแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร เขาตะโกนเตือนสติจอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้าเสียงดัง ขณะเดียวกันก็พุ่งเข้าไปคิดจะช่วยเหลือ
จอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้าสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่น่ากลัวของผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณก็เข้าใจอะไรขึ้นมา คิดจะหลบทันที แต่การโจมตีของอวิ๋นโม่รวดเร็วมาก คนผู้นั้นหลบไม่ทัน สุดท้ายส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดคำหนึ่ง ขณะเดียวกันป้ายชิ้นหนึ่งที่นำออกมาป้องกันอยู่ด้านหน้าก็สลายเป็นฝุ่นผงไปพร้อมกัน
สีหน้าของสองคนที่เหลือย่ำแย่ถึงขีดสุด นายน้อยผู้นั้นร้องเสียงโกรธแค้น “เจ้าไม่ใช่ระดับจ้าวดารา!”
อวิ๋นโม่ทำหน้าทะเล้น “จะใช่ระดับจ้าวดาราหรือไม่สำคัญตรงไหน แล้วทำไมข้าต้องประกาศระดับยุทธ์ของตัวเองให้พวกเจ้ารู้ด้วย”
“ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็สังหารผู้ติดตามของข้า วันนี้อย่าหวังว่าจะรอดชีวิตไปจากดาวผนึกจิตเลย!” คุณชายน้อยผู้นั้นพูดอย่างเย็นชา
อีกคนพูดด้วยความโกรธ “ไอ้หนู ข้าจะถลกหนังเจ้า กระชากวิญญาณเจ้าออกมาจุดตะเกียงวิญญาณ เผาสามวันสามคืน!”
อวิ๋นโม่คร้านจะพูดกับคนพวกนี้ เขาใช้อาณาจักรอัสนีกักขังคนทั้งสองไว้ในนั้น บนดาวผนึกจิต ขอบเขตของอาณาจักรอัสนีก็ลดลงมากเช่นกัน อาณาจักรอัสนีที่ไร้ขอบเขตในจักรวาล เมื่ออยู่บนดาวผนึกจิตกลับมีพื้นที่เพียงร้อยจั้งเท่านั้น แต่มันก็เพียงพอที่จะจัดการสองคนที่เหลือแล้ว
หลังจากจอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นหกชั้นฟ้าทั้งสองคนได้เห็นอาณาจักรอัสนี สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที พวกเขารีบขับเคลื่อนพลังปราณในร่างออกมาสกัดการโจมตีของกระแสไฟฟ้า ทั้งสองขยับได้เพียงเล็กน้อยก็พบว่าความเคลื่อนไหวถูกจำกัดราวกับติดหล่ม นายน้อยพูดเสียงต่ำ “รีบฆ่ามัน!”
อวิ๋นโม่กำลังจะใช้ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณฆ่าทั้งสองคน แต่ทันใดนั้นก็เปลี่ยนใจ เพราะพบว่าคนที่อยู่รอบๆ ต่างก็สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวตรงนี้จึงพากันมาตรวจสอบ เขารีบเก็บผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณกลับไปและต่อสู้กับคนทั้งสองด้วยกล้ามเนื้อ อาศัยความแข็งแกร่งของร่างกาย ความเร็วที่มากกว่า ประกอบกับขีดจำกัดในทะเลอัสนี อวิ๋นโม่กับสองคนตรงหน้าต่อสู้กันได้อย่างสูสี
จอมยุทธ์ที่มาตรวจสอบ พอเห็นว่าพวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อแย่งชิงทรัพยากร คนส่วนใหญ่ก็จากไป แต่ก็ยังมีคนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงยังรั้งอยู่ ดังนั้นอวิ๋นโม่จึงไม่ได้แสดงพลังอย่างเต็มที่ ถึงเขาจะมั่นใจในตนเองแต่ก็ไม่ประมาท เป็นไปได้ว่าบนดาวผนึกจิตจะมีคนที่สามารถต้านทานเขาได้และอาจจะแข็งแกร่งกว่าเขา ดังนั้นการเก็บซ่อนความสามารถจึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด
ถึงจะไม่ได้ใช้ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ แต่คนทั้งสองก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ขณะต่อสู้กันไปหลายร้อยกระบวนท่า จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็ใช้ภวังค์นิรันดร์ ทำให้สองคนนั้นสูญเสียสมาธิในการต่อสู้ จากนั้นลงมือสังหารคนทั้งสอง ในสายตาของคนอื่น ความแข็งแกร่งของเขาก็แค่เหนือกว่าสองคนนี้เล็กน้อยเท่านั้น
หลังจากฆ่าสองคนนี้แล้ว อวิ๋นโม่ก็ยึดสิ่งประดิษฐ์จัดเก็บของพวกเขามา สิ่งประดิษฐ์ของคนเป็นนายน้อยคือแหวนเก็บของวงหนึ่ง อวิ๋นโม่พบว่าพื้นที่ของแหวนวงนี้มีมากกว่าพื้นที่แหวนเก็บของของตนมาก เขาเปลี่ยนมาใช้แหวนนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์จัดเก็บของตัวเองอย่างไม่ลังเล ส่วนพวกผนึกและตราประทับวิญญาณทั้งหลาย ในเมื่อเจ้านั่นตายไปแล้วย่อมไม่เป็นปัญหา
“เอ๊ะ” เขานำกล่องไม้ใบหนึ่งออกมา ด้านในมีหยกที่ดูธรรมดาแต่เก่าแก่มากชิ้นหนึ่ง ถูกนายน้อยผู้นั้นเก็บเอาไว้ข้างๆ
หยกโบราณชิ้นนี้ มีอะไรพิเศษหรือไม่ อวิ๋นโม่วางลงบนมือแล้วตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่นาน แต่ไม่พบอะไร เขาส่ายหน้า โยนมันไปที่มุมหนึ่งของแหวนเก็บของลวกๆ บางทีเจ้านั่นเองก็อาจจะไม่รู้ว่าหยกนี้มีประโยชน์อะไร แต่พอเห็นความเก่าแก่ของมันเลยเก็บรักษาอย่างดี
คนที่มาชมดูความครึกครื้นส่วนมากจากไปแล้ว ความแข็งแกร่งที่อวิ๋นโม่แสดงออกมาไม่อ่อนด้อย ทั้งยังไม่ได้มีของดีอะไร คนอื่นจึงไม่ลงมือกับเขา
อวิ๋นโม่เตรียมตัวจากไป บุรุษที่มีท่าทางแข็งแกร่งกว่านายน้อยเมื่อครู่ก็ขยับเข้ามา
ไม่รอให้เขาสอบถาม คนผู้นั้นก็คารวะ “สหายผู้นี้ ข้านามว่าเฉินอวิ้นเจิน เป็นลูกศิษย์ของชิงหมีอวี้หวางแห่งอาณาจักรดาราใหญ่ชิงหมี (สว่างทั่วหล้า)
เห็นคนผู้นี้มีมารยาท อวิ๋นโม่จึงไม่ชักสีหน้าใส่เขา แต่ตอบอย่างมีมารยาทเช่นกัน “ข้านามว่าอวิ๋นโม่ ไม่ทราบว่าสหายเฉินมาหาข้าด้วยเรื่องใด”
เฉินอวิ้นเจินมองไปรอบๆก่อนกล่าว “เมื่อครู่สหายคงจะเห็นแล้วว่าบนดาวผนึกจิตมีผู้แข็งแกร่งมากมาย หากเดินทางเพียงลำพังก็อันตรายมาก แม้เจ้าจะฆ่าคนเหล่านี้ได้ แต่พวกเขาเป็นเพียงกลุ่มที่อ่อนแอที่สุดบนดาวดวงนี้เท่านั้น หากสหายเจอกับกลุ่มที่แข็งแรงยิ่งกว่าเกรงว่าจะมีอันตราย เหมือนกับข้าก่อนหน้านี้ กลุ่มของเราแข็งแกร่งกว่าพวกเขา แต่ตอนนี้กลับเหลือข้าเพียงคนเดียวแล้ว”
“แดนกันดารน้อยเต็มไปด้วยอันตราย ข้าคิดว่าก่อนมาทุกคนต่างก็รู้อยู่แล้ว ฉะนั้นเมื่อตัดสินใจมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบตนเอง หากว่ากลัว ไม่สู้จากไปเสียเดี๋ยวนี้ จะได้รักษาชีวิตเอาไว้” อวิ๋นโม่ยิ้ม
เฉินอวิ้นเจินรีบกล่าว “สหายอวิ๋นโม่พูดมีเหตุผล เพียงแต่การเดินทางบนดาวผนึกจิตตามลำพังอย่างไรก็อันตรายเกินไป ดังนั้นข้าอยากเชิญเจ้ามาร่วมทางกับข้า ไม่ทราบว่าเจ้าคิดเห็นอย่างไร”
อวิ๋นโม่ผุดยิ้ม ที่แท้ชายคนนี้ต้องการร่วมมือกับตน เมื่อครู่เขาเพิ่งแสดงฝีมือการต่อสู้ออกมา สามารถเทียบได้กับลูกศิษย์ของอวี้หวางทั่วไปได้แล้ว หากรวมกลุ่มกับคนผู้นี้ ความสามารถก็จะเป็นที่ยำเกรงของหลายคน แต่เขาไม่สนใจ ด้วยความสามารถของเขายังจะต้องรวมกลุ่มอีกหรือ อีกอย่างเขาต้องไปตามหาเฮ่อกุยฝาน
“สหายเฉิน เจ้าบอกว่าก่อนหน้านี้เจ้ามีกลุ่มอยู่ แต่ตอนนี้เหลือเพียงคนเดียว แสดงว่าจะต้องล่วงเกินผู้แข็งแกร่ง หากข้ารวมกลุ่มกับเจ้าจะไม่เท่ากับว่าเสี่ยงที่จะถูกผู้แข็งแกร่งไล่ล่าหรือ ดังนั้นข้าว่าช่างเถอะ ต่างคนต่างเดินดีกว่า” อวิ๋นโม่ส่ายหน้าและจากไปทันที
เฉินอวิ้นเจินเห็นเช่นนี้ก็ร้อนใจ รีบโน้มน้าว “ช้าก่อนสหายอวิ๋นโม่ ข้ารู้ว่าที่ไหนมีไม้เฉินเถี่ย หากสหายยอมรวมกลุ่มกับข้าไปหามัน ข้ายินดีแบ่งปันกับสหาย สี่ต่อหกส่วน ข้าสี่ เจ้าหก!”
อวิ๋นโม่ได้ยินก็หยุดเท้า ไม้เฉินเถี่ยคือไม้ที่จมน้ำได้เหมือนเหล็ก เป็นไม้ที่มีน้ำหนักมากกว่าเหล็ก เหมาะสำหรับทำด้ามขวาน ลำทวน และสิ่งอื่นๆ อย่างยิ่ง เป็นวัตถุดิบหายาก สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม้เฉินเถี่ยนี้เป็นวัสดุขัดเกลาที่เฮ่อกุยฟานต้องการ
หากหาวัตถุดิบหลอมอาวุธไม่ได้ คิดว่าเฮ่อกุยฝานคงจะไม่ยอมกลับไปง่ายๆ ดังนั้นไม่สู้ช่วยเขารวบรวมวัตถุดิบดีกว่า หลังจากตัดสินใจแล้ว อวิ๋นโม่ก็เดินไปหาเฉินอวิ้นเจิน “สามกับเจ็ด ข้าเจ็ด เจ้าสาม”
เขาไม่รู้ว่าไม้เฉินเถี่ยมีปริมาณมากแค่ไหน ไม่รู้ว่าเฮ่อกุยฝานต้องการเท่าไร ดังนั้นต้องรวบรวมให้มากเข้าไว้ก่อน
เฉินอวิ้นเจินกัดฟัน ในที่สุดก็พยักหน้า “ได้ ข้าตกลง!”
“ฮ่าๆ สหายเฉิน เช่นนั้นก็รีบไปกันเถอะ” อวิ๋นโม่ยิ้ม
ทั้งสองคนเหาะไปทางหนึ่ง ระหว่างทางอวิ๋นโม่ก็ถาม “คนในกลุ่มของสหายเฉินถูกฆ่าตายเพราะไม้เฉินเถี่ยใช่ไหม”
พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ เฉินอวิ้นเจินก็เจ็บแค้นมาก เขากัดฟันกรอด “ไม่ผิด พวกเราเจอไม้เฉินเถี่ย ตอนที่เตรียมจะลงมือเก็บ คนอีกกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัว พวกเขาไม่พูดพร่ำทำเพลงก็โจมตีพวกเราทันที สุดท้ายเหลือข้าที่หนีออกมาได้คนเดียว คนอื่นๆ ถูกฆ่าตายหมด”
ไม่ต้องให้อวิ๋นโม่ถาม เฉินอวิ้นเจินก็อธิบาย “ไม้เฉินเถี่ยอยู่ในค่ายกลและผนึกที่แข็งแกร่ง ในกลุ่มของพวกเขาไม่มีปรมาจารย์ค่ายกล ไม่มีทางได้มันไป ตอนนี้พวกเขาคงจะยอมแพ้และจากไปแล้ว แต่พวกเขาก็อาจจะไปหาคนมาช่วย ดังนั้นเราต้องรีบไปเอามันมาก่อนที่พวกเขาจะย้อนกลับมา”
อวิ๋นโม่ไม่ได้กังวลสักเท่าไร ความสามารถอย่างเฉินอวิ้นเจินยังหลบหนีจากเงื้อมมือของอีกฝ่ายได้ แสดงว่าความแข็งแกร่งของฝ่ายนั้นค่อนข้างจำกัด อวิ๋นโม่นึกอะไรขึ้นได้ก็ถามต่อ “สหายเฉิน ได้ยินมาว่าบนดาวผนึกจิตมีทรายเงินเหมันต์ ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่”
“เป็นความจริง” เฉินอวิ้นเจินพยักหน้า ดวงตาของเขาเป็นประกาย เห็นได้ชัดว่าทรายเงินเหมันต์ก็เป็นสิ่งที่เขาหมายตาเช่นกัน หลายเดือนก่อนลูกศิษย์ของอวี้หวางผู้หนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส มีคนพบเขาก่อนตาย พอสอบถามว่าใครเป็นคนทำร้าย เขาก็โพล่งออกมา ‘ทรายเงินเหมันต์’ สุดท้ายตรวจสอบพบว่าเขาไม่ได้ตายเพราะฝีมือของผู้ใดแต่ถูกค่ายกลทำร้าย จึงสรุปกันว่า มีทรายเงินเหมันต์บนดาวผนึกจิต แต่ทุกคนค้นหาเป็นเวลาหลายเดือนก็ยังไม่พบ”
“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าข่าวของทรายเงินเหมันต์น่าจะเป็นข่าวปลอม ทำไมทุกคนยังคงพยายามค้นหามันอยู่อีก” อวิ๋นโม่สงสัย
เฉินอวิ้นเจินจ้องอวิ๋นโม่อย่างประหลาดใจ “สหายอวิ๋นโม่ เจ้าคงไม่ได้มองข้ามทรายเงินเหมันต์หรอกนะ นี่เป็นวัตถุดิบหลอมอาวุธวิญญาณที่ล้ำค่ายิ่ง อย่าว่าแต่เสาะหาหลายเดือน แม้จะต้องหากันเป็นปีหรือสิบปี ขอเพียงหาพบก็คุ้มค่า ยิ่งกว่านั้น ดาวผนึกจิตยังมีทรัพยากรนับไม่ถ้วน แม้เจ้าไม่พบทรายเงินเหมันต์ แต่ก็ยังมีสิ่งอื่นๆ ให้เก็บเกี่ยว ดังนั้นการอยู่เพื่อตามหาทรายเงินเหมันต์จึงไม่ใช่เรื่องขาดทุน”
อวิ๋นโม่เงียบไป เช่นนี้ก็หมายความว่าหากยังหาทรายเงินเหมันต์ไม่พบ เฮ่อกุยฝานก็อาจรั้งอยู่บนดาวผนึกจิตอีกนาน เขาตัดสินใจได้ทันที หากภายในสามปีเฮ่อกุยฝานไม่กลับไป เช่นนั้นเขาก็จะไม่เอาผลวิญญาณพิสุทธิ์แล้ว ผลไม้นั่นมีความสำคัญต่อเขาก็จริง แต่ต้องไม่เสียเวลามากนัก ถึงอย่างไรเมื่อระดับยุทธ์ของเขาสูงขึ้น จิตวิญญาณก็จะเพิ่มพูนเช่นกัน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องฝืนเดินบนเส้นทางนี้จนสุดทาง
เพราะอิทธิพลของมรรคาเต๋าบนดาวผนึกจิต ทำให้ความเร็วของพวกเขาไม่มากเท่าไร ดังนั้นหลังจากเหาะอยู่หลายชั่วยาม ทั้งสองจึงค่อยมาถึงจุดที่เฉินอวิ้นเจินค้นพบไม้เฉินเถี่ย หลังจากมาถึง อวิ๋นโม่ยังไม่เห็นไม้เฉินเถี่ย พบเพียงก้อนหินเท่านั้น
“คนพวกนั้นยังไม่ได้มันไปจริงๆ” เฉินอวิ้นเจินมองก้อนหินตรงหน้าและพูดอย่างตื่นเต้น
อวิ๋นโม่พลันเข้าใจ ไม้เฉินเถี่ยต้องอยู่ใต้ก้อนหินนี้ หากคนเหล่านั้นได้ไปแล้ว ไม่มีทางย้ายก้อนหินมาปิดเอาไว้แน่
เปรี้ยง!
เฉินอวิ้นเจินซัดก้อนหินกระเด็นออกไป ไม้เฉินเถี่ยปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา เมื่อเห็นกองไม้เฉินเถี่ย อวิ๋นโม่ก็เข้าใจทันทีว่าทำไม ดาวผนึกจิตจึงอุดมไปด้วยทรัพยากร หากเป็นที่อื่น มีไม้เฉินเถี่ยเพียงชิ้นเดียวก็ถือว่ามากแล้ว คิดไม่ถึงว่าที่นี่จะมีอยู่เป็นกอง!
อวิ๋นโม่ยังเห็นว่ารอบๆ ไม้เฉินเถี่ยมีค่ายกลอักขระไหลเวียนเป็นชั้นเบาบาง ยิ่งกว่านั้นจากการสังเกตของเขา ด้านนอกค่ายกลยังมีผนึกที่แข็งแกร่งชั้นหนึ่ง
“สหายอวิ๋นโม่ พวกเราร่วมมือกันทำลายผนึกนี้ก่อน จากนั้นข้าจะหาโอกาสทำลายค่ายกลข้างใน ขอเพียงพวกเราทำลายผนึกและค่ายกลได้ ไม้เฉินเถี่ยกองนี้จะเป็นของเรา” เฉินอวิ้นเจินกล่าวอย่างตื่นเต้น
“เอ๋ สหายเฉินยังเป็นปรมาจารย์ค่ายกลด้วยหรือ” อวิ๋นโม่ถาม
เฉินอวิ้นเจินโบกมือพูด “ไม่ใช่ปรมาจารย์ หากเทียบกับยอดปรมาจารย์ค่ายกล ข้ายังด้อยกว่ามาก แต่ข้าก็มีความมั่นใจในเรื่องนี้เช่นกัน สำหรับผนึกนี้ ข้าไม่มีวิธี ทำได้เพียงโจมตีอย่างรุนแรงเท่านั้น”
หลังจากนั้นเฉินอวิ้นเจินก็ขอให้อวิ๋นโม่โจมตีผนึกภายนอกพร้อมๆกับเขา อวิ๋นโม่ยิ้ม “ไม่ต้องเปลืองแรงเช่นนั้น ผนึกนี้ข้าทำลายมันได้”
“สหายอวิ๋นโม่มีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรือ” เฉินอวิ้นเจินมองอวิ๋นโม่ด้วยความประหลาดใจ เขาคิดว่าอวิ๋นโม่จะทำลายผนึกด้วยแรงของตนเพียงลำพัง
อวิ๋นโม่ไม่ได้อธิบายว่าเขาฝึกฝนเก้าผนึกเซียนต้องห้ามซึ่งเป็นหนึ่งในผนึกที่ทรงพลังที่สุดในใต้หล้า ผนึกตรงหน้าเขา เมื่อเทียบกับเก้าผนึกเซียนต้องห้ามก็ไร้ค่า
หลังจากสังเกตอย่างถี่ถ้วน อวิ๋นโม่ก็เริ่มวาดอักขระศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นไม่นานเสียงแก๊กเบาๆ ก็ดังขึ้นหลายครั้ง ผนึกถูกเขาคลี่คลายได้แล้ว
เฉินอวิ้นเจินเห็นอวิ๋นโม่เปิดผนึกที่ทรงพลังได้อย่างง่ายดายก็ประหลาดใจ พูดอย่างตื่นเต้น “คิดไม่ถึงว่าสหายอวิ๋นโม่จะมีความเชี่ยวชาญเรื่องผนึก ข้าพบคนที่ใช่จริงๆ! สหายอวิ๋นโม่ ต่อไปมอบค่ายกลที่เหลือให้ข้าจัดการเถอะ”
อวิ๋นโม่พยักหน้า แม้เขาจะไม่รู้เรื่องค่ายกลเท่าไร แต่ก็รู้ว่าค่ายกลนี้ทรงพลังมาก แม้แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ยากที่จะทำลายมัน จึงยกหน้าที่ทำลายค่ายกลให้เฉินอวิ้นเจิน
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 602 ไม้เฉินเถี่ย"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com