ตอนที่ 603 ได้ไม้เฉินเถี่ย
ตอนที่ 603 ได้ไม้เฉินเถี่ย
เฉินอวิ้นเจินก้าวออกไปข้างหน้าและเริ่มศึกษาค่ายกล อวิ๋นโม่มองอยู่ด้านข้าง จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ เขาตัดสินใจลองใช้วิชาไปมาไร้ร่องรอย ดูว่าเขาจะนำไม้เฉินเถี่ยที่อยู่ข้างในค่ายกลออกมาได้หรือไม่
พอคิดจะทำก็ลงมือทันที อวิ๋นโม่ทำมุทรา ทันใดนั้นก็คว้าไปทางไม้เฉินเถี่ยที่อยู่ในค่ายกล ฝ่ามือข้างหนึ่งปรากฏขึ้นในค่ายกล แต่ก่อนที่เขาจะเข้าใกล้ไม้เฉินเถี่ย ฝ่ามือปราณก็หายไป อย่าว่าแต่จะหยิบออกมาเลย แม้แต่จะทำให้ฝ่ามือปราณคงรูปลักษณ์ชั่วขณะก็ยังทำไม่ได้
อวิ๋นโม่ยิ้มขื่นพลางส่ายหน้า ระดับของวิชาไปมาไร้ร่องรอยต่ำเกินไป เมื่อเจอกับค่ายกลที่แข็งแกร่งก็ไร้ประโยชน์ แม้ก่อนหน้านี้เขาเคยตัดสินใจศึกษาและยกระดับวิชานี้ให้สูงขึ้น แต่เขาเข้าใจค่ายกลที่อยู่ตรงหน้าเพียงเล็กน้อย ไม่สามารถพัฒนาวิชาที่สูงขึ้นได้ ไม่รู้ว่าตอนนั้นจอมโจรไร้เงาสามารถสร้างศาสตร์ลับที่ร้ายกาจขึ้นมา เป็นเพราะมีพรสวรรค์ หรือเพราะมีความรู้เรื่องค่ายกลในระดับสูง
เมื่อเห็นภาพนี้ เฉินอวิ้นเจินที่อยู่ข้างๆ ก็ตะลึงจนใจลอย เขารู้เรื่องค่ายกลและรู้ว่าระดับค่ายกลนี้ไม่อ่อนด้อย รู้ว่ามันยากแค่ไหนที่จะทำเช่นนี้ เขาจ้องอวิ๋นโม่ด้วยความประหลาดใจ “สหายอวิ๋นโม่ เจ้าทำได้อย่างไร การจะใช้ฝ่ามือปราณวิญญาณเจาะเข้าไปในค่ายกลนั้นยากมาก กระทั่งข้าก็ทำไม่ได้ ไม่สิ แม้แต่ปรมาจารย์ค่ายกลเหล่านั้นก็ไม่สามารถทำโดยไม่ทำลายค่ายกล!”
อวิ๋นโม่โบกมือกล่าว “แค่ลูกเล่นเล็กน้อยเท่านั้น ไม่สามารถใช้งานได้จริง สหายเฉินรีบทำลายค่ายกลเถอะ”
เฉินอวิ้นเจินเห็นเขาไม่ยอมอธิบายก็ไม่สะดวกถาม ได้แต่ก้มหน้าศึกษาค่ายกลต่อไป อวิ๋นโม่เฝ้าดูอยู่ด้านข้าง ทางหนึ่งสัมผัสกับพลังของอักขระเต๋าที่คล้ายมีคล้ายไม่มีบนดาวผนึกจิต หวังว่าจะสามารถได้รับประโยชน์บ้าง
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม เฉินอวิ้นเจินก็ยังไม่สามารถเปิดค่ายกลได้ บนหน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดโต อวิ๋นโม่เห็นแล้วก็ขมวดคิ้ว “สหายเฉินเป็นอย่างไรบ้าง”
พออวิ๋นโม่ถาม เฉินอวิ้นเจินก็ถอนหายใจยาว หันกลับมาตอบ “ขอโทษด้วยสหายอวิ๋นโม่ ค่ายกลนี้ซับซ้อนเกินไป ด้วยระดับความรู้ของข้าสามารถเจาะเข้าไปได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ไม่สามารถเปิดค่ายกลได้ ดูท่าไม้เฉินเถี่ยพวกนี้ เราจะทำได้เพียงมองเท่านั้น เอามันมาไม่ได้”
เฉินอวิ้นเจินหงุดหงิดมาก หากวิชาค่ายกลของเขาดีกว่านี้สักหน่อยก็อาจจะเปิดได้แล้ว แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงถอนหายใจมองกองไม้ตรงหน้า
“สหายอวิ๋นโม่ เจ้าไม่รู้วิชาค่ายกลจริงหรือ หากเจ้ารู้วิชาค่ายกล พวกเราสามารถช่วยกันศึกษา ไม่แน่ว่าบางทีเราอาจทำลายมันได้” เฉินอวิ้นเจินกล่าว เขาสงสัยว่าที่อวิ๋นโม่สามารถใช้ฝ่ามือลมปราณเจาะเข้าไปในค่ายกลได้เป็นเพราะรู้จักวิชาค่ายกล
อวิ๋นโม่ส่ายหน้า “เรื่องวิชาค่ายกล ความรู้ที่ข้ามีไม่สามารถใช้งานได้ ที่เจ้าเห็นเมื่อครู่เป็นเพียงศาสตร์ลับอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เพราะข้ารู้จักวิชาค่ายกล”
มองดูไม้เฉินเถี่ยในค่ายกล จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็นึกได้ว่าเขาและเซียงหงเคยร่วมมือกันเจาะค่ายกลดาวจวี้หมัวมาก่อน จึงเอ่ยถาม “สหายเฉิน เจ้ารู้วิชาค่ายกล รู้ไหมว่าฐานค่ายกลของค่ายกลนี้อยู่ที่ไหน หากข้าทุ่มเทสุดความสามารถ ฝ่ามือปราณนั่นอาจปรากฏอยู่ในค่ายกลชั่วขณะ หากเจ้าและข้าร่วมมือกัน เราอาจทำลายฐานค่ายกลและสลายค่ายกลจากด้านในได้”
ดวงตาของเฉินอวิ้นเจินเป็นประกาย เขารีบถาม “วิธีนี้ของเจ้ามีพลังขนาดไหน”
“จุดสำคัญของวิธีนี้คือ มันสามารถทะลุผ่านค่ายกลได้ ส่วนพลังมีไม่มากนัก” อวิ๋นโม่กล่าว
เฉินอวิ้นเจินไม่ได้คับข้องใจ เขาคิดเรื่องนี้แล้วพูดอย่างตื่นเต้น “มีวิธีแล้ว!”
ขณะที่เขาพูดก็วาดภาพในอากาศ และถ่ายทอดบทท่องจำให้อวิ๋นโม่ไปด้วย เป็นวิธีเคลื่อนลมปราณในร่างกายของเขา “นี่เป็นวิธีวาดค่ายกลอักขระอย่างหนึ่ง ในเมื่อเจ้าไม่มีพลังมากพอที่จะทำลายฐานค่ายกล เช่นนั้นก็ได้แต่ใช้วิธีวาดค่ายกลอักขระ เพื่อทำลายค่ายกลนี้เท่านั้น”
ต่อมาเฉินอวิ้นเจินก็บอกตำแหน่งของค่ายกลและลักษณะของที่นั่นให้อวิ๋นโม่ฟัง อวิ๋นโม่ใช้วิชาไปมาไร้ร่องรอย ทันใดนั้นฝ่ามือปราณก็ปรากฏขึ้นข้างฐานค่ายกล อวิ๋นโม่ไม่มัวคิดมาก ใช้วิธีที่เฉินอวิ้นเจินสอนทันที แกะสลักลวดลายมากมายบนฐานของค่ายกล แต่เขาเพิ่งจะวาดอักขระเต๋าขึ้นมา ฝ่ามือปราณก็หายไป
ไม่มีทางอื่น เขาต้องพยามอีกครั้ง อวิ๋นโม่ค่อยๆ แกะสลักอักขระบนฐานค่ายกล หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม ในที่สุดเขาก็วาดอักขระทั้งหมดที่ต้องการลงบนฐานค่ายกลจนครบ เมื่อถึงจังหวะสุดท้าย ค่ายกลนี้ก็อ่อนแอลง เฉินอวิ้นเจินเห็นก็ดีใจมาก รีบลงมือทำลายค่ายกลจนหมดสิ้น
“ฐานค่ายกลนี้เป็นของดี!” เฉินอวิ้นเจินพูดอย่างตื่นเต้น จากนั้นมองอวิ๋นโม่ “สหายอวิ๋นโม่ เจ้าไม่ต้องการฐานค่ายกลนี้ใช่ไหม”
อวิ๋นโม่ส่ายหน้า “ข้าไม่สนใจฐานค่ายกล สหายเฉินเชิญเก็บมันไป”
เฉินอวิ้นเจินตื่นเต้นมาก รีบเก็บฐานค่ายกลทั้งหมดไป อวิ๋นโม่ตรวจสอบไม้เฉินเถี่ยชิ้นหนึ่ง ขณะที่เขากำลังจะหยิบมันขึ้นมาก็ได้ยินเสียงหัวเราะ
“ฮ่าๆ เฉินอวิ้นเจิน คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะกลับมาอีกครั้งและช่วยพวกเราทำลายค่ายกลและผนึก ขอบใจเจ้ามากจริงๆ” ชายคนหนึ่งหัวเราะร่วน ด้านหลังยังมีจอมยุทธ์ระดับพรหมราชหกเจ็ดคนตามมา
หลังจากได้ยินเสียงนี้ ใบหน้าของเฉินอวิ้นเจินก็ซีดเผือด เขาหันกลับมามองผู้พูดตัวแข็งทื่อ ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและหวาดกลัว อวิ๋นโม่มองบุคคลนั้น พบว่าแม้คนผู้นี้จะเป็นระดับพรหมราชขั้นหกชั้นฟ้า แต่พลังปราณของเขาแข็งแกร่งกว่าเฉินอวิ้นเจินมาก หากเป็นเหยียนพั่วของอาณาจักรดาราน้อยถงซาน คงต้องไปให้ถึงระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าสูงสุดถึงจะพอเทียบกับคนผู้นี้ได้ แต่สำหรับอวิ๋นโม่ นี่ไม่นับว่าเท่าไร เพราะความแข็งแกร่งของเขายังเหนือกว่า
เฉินอวิ้นเจินเอ่ยกับอวิ๋นโม่เสียงสั่น “สหายอวิ๋นโม่ พวกเราไม่เอาไม้เฉินเถี่ยแล้ว รีบไปกันเถอะ”
“คนเหล่านี้คือคนที่ฆ่ากลุ่มของเจ้าหรือ” อวิ๋นโม่ถาม
“ใช่ ผู้พูดนามว่าสยงกวนหลิน ในบรรดาลูกศิษย์ของอวี้หวางจากอาณาจักรดาราใหญ่ที่อยู่รอบๆ นี้ เขาเป็นยอดฝีมือที่อยู่ในอันดับยี่สิบกว่า” เฉินอวิ้นเจินแนะนำ เขาหวั่นเกรงสยงกวนหลินมากถึงขั้นหวาดกลัว
อวิ๋นโม่ยิ้มถาม “รอบๆ นี้มีอาณาจักรดาราใหญ่สามสิบกว่าแห่ง ลำดับที่ยี่สิบกว่าของบรรดาลูกศิษย์ของอวี้หวางนี่ร้ายกาจมากหรือ”
“แม้จะมีอาณาจักรดาราใหญ่เพียงสามสิบกว่าแห่ง แต่ลูกศิษย์ของอวี้หวางแต่ละคนไม่ได้มีเพียงคนเดียว บางแห่งอาจมีลูกศิษย์ที่แข็งแกร่งอยู่หลายคน” เฉินอวิ้นเจินพูดอย่างปลงๆ เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมอวิ๋นโม่ถึงไม่รู้เรื่องเหล่านี้
อวิ๋นโม่ชะงัก จริงด้วย เขาเห็นอู่ตูมีเฮ่อกุยฝานเป็นศิษย์เพียงคนเดียวจึงเข้าใจว่าอวี้หวางคนอื่นๆ ก็มีศิษย์เพียงคนเดียวเช่นกัน แต่เขาไม่กลัวคนเหล่านี้และไม่มีทางผละจากไป เขาโบกมือเก็บไม้เฉินเถี่ยไปเจ็ดส่วน “ไม่ต้องกลัว พวกเราจะแบ่งกันสามและเจ็ดส่วน ไม้เฉินเถี่ยที่เหลือเป็นของเจ้า แม้สยงกวนหลินจะยอดเยี่ยม แต่ถ้าพวกเราร่วมมือกัน เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเรา”
เห็นอวิ๋นโม่เก็บไม้เฉินเถี่ยไป เฉินอวิ้นเจินก็ร้อนใจใหญ่ “สหายอวิ๋นโม่ รีบวางไม้เฉินเถี่ยคืนไป เจ้าไม่รู้ว่าคนผู้นี้ร้ายกาจแค่ไหน แม้พวกเราร่วมมือกันอาจจะพอสู้เขาได้ แต่ด้านหลังเขายังมีระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้าสามคน ขั้นหกชั้นฟ้าอีกสามคน ความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่อาจประมาท ยังมีชายชราที่อยู่ข้างกายสยงกวนหลิน รู้ไหมว่าเขาคือใคร”
“ไม่รู้จัก” อวิ๋นโม่ส่ายหน้า
เฉินอวิ้นเจินกล่าว “นั่นคือปรมาจารย์ค่ายกลที่มักจะอยู่ที่ดาวผนึกจิตตลอดทั้งปี คนผู้นี้ไม่เพียงเป็นปรมาจารย์ค่ายกลที่ยอดเยี่ยม แต่ยังสามารถวาดอักขระค่ายกลโจมตีศัตรู ความแข็งแกร่งของเขาไม่ด้อยไปกว่าสยงกวนหลิน หากพวกเราปะทะกับพวกเขาก็ไม่มีโอกาสจะชนะได้เลย”
ดวงตาของเฉินอวิ้นเจินแฝงความกลัว ไม่กล้าหยิบไม้เฉินเถี่ยขึ้นมา ทั้งยังคิดจะรีบหนีไปจากที่นี่
“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงเก็บไม้เฉินเถี่ยต่อหน้าพวกเรา!” จอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นหกชั้นฟ้าผู้หนึ่งตวาด
สยงกวนหลินโบกมือห้ามผู้ใต้บัญชา หันมาพูดกับเฉินอวิ้นเจิน “เฉินอวิ้นเจิน คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้ากลับมา แต่ไม่เป็นไร ขอบใจที่เจ้าเปิดค่ายกลและผนึกให้ ทำให้ผู้เฒ่าโฉวไม่ต้องเปลืองแรงทำลายค่ายกลด้วยตนเอง ฉะนั้นข้าตัดสินใจจะไว้ชีวิตพวกเจ้า ขอเพียงพวกเจ้าวางไม้เฉินเถี่ยไว้และไสหัวไปอย่างว่าง่าย พวกข้าจะไม่ไล่ตาม”
ปรมาจารย์ค่ายกลนามผู้เฒ่าโฉวหัวเราะ “สหายสยงช่างมีน้ำใจเสียจริง หากเป็นข้าคงไม่มีทางปล่อยพวกมันไป เด็กน้อยหัวดื้ออย่างพวกมันควรถูกส่งไปยมโลก”
สยงกวนหลินยิ้มกว้าง “ผู้เฒ่าโฉวเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยพวกเขาไป ลองคิดดูสิ สองคนนี้มีทักษะบางอย่าง พวกเขาสามารถหาทรัพยากรบนดาวผนึกจิตได้มากแน่ หากปล่อยพวกเขาไป ทรัพยากรที่พวกเขาพบจะไม่ใช่ของเราหรือ”
“อย่างนี้นี่เอง ฮ่าๆ สหายสยงรู้จักทำการค้ายิ่งกว่าพวกเราเสียอีก นับถือ ช่างน่านับถือ” ผู้เฒ่าโฉวหัวเราะร่วน
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างไม่ปิดบัง เอ่ยเสียงดังโต้งๆ ใบหน้าของเฉินอวิ้นเจินย่ำแย่มาก คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเห็นเขาเป็นคนงานไม่คิดค่าแรง ทั้งยังไม่ปิดบังความคิดตนเองเลย แม้เขาจะโกรธมาก แต่ก็จนปัญญา ทั้งยังกลัวมาก พลังของสยงกวนหลินแข็งแกร่งกว่าเขา เขาจะทำอะไรได้
“ในเมื่อสหายสยงจะปล่อยพวกเจ้าไปก็คืนไม้เฉินเถี่ยมา!” ผู้เฒ่าโฉวแค่นหัวเราะ
เฉินอวิ้นเจินกัดฟันกรอด ไม่กล้าด่าออกมาแม้แต่คำเดียว หันกายเตรียมจากไป แต่ต้องหันกลับมามองอวิ๋นโม่ด้วยความประหลาดใจ “สหายอวิ๋นโม่ วางไม้เฉินเถี่ยคืนไปแล้วไปกันเถอะ! พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ไม้เฉินเถี่ยแม้ล้ำค่า แต่ชีวิตสำคัญยิ่งกว่า ครั้งนี้เป็นเพราะพวกเราชักช้าเกินไป แต่บนดาวนี้มีทรัพยากรมากมาย พวกเราสามารถหาอย่างอื่นได้”
อวิ๋นโม่ยิ้มกล่าว “สหายเฉิน เจ้าพวกแตงเบี้ยวพุทราแตก (อัปลักษณ์) เหล่านี้สู้ข้าไม่ได้หรอก ดังนั้นไม่ต้องกลัว เก็บไม้เฉินเถี่ยพวกนี้ไปแล้วคอยดูอยู่ข้างๆ เถอะ”
“เฮ้อ ทำไมเจ้าถึงไม่เข้าใจอะไรเลย เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา ความสามารถของสยงกวนหลินและผู้เฒ่าโฉวน่ากลัวมาก ไม่ใช่คนที่เจ้าจะรับมือได้” เฉินอวิ้นเจินพูดอย่างกังวล ตอนที่อวิ๋นโม่ลงมือครั้งก่อน เขาก็ได้เห็นแล้ว จัดการเจ้าพวกนั้นยังใช้เวลาตั้งนาน ความสามารถไม่ได้สูงสักเท่าไร ไม่มีทางเทียบกับสยงกวนหลินได้
“ฮ่าๆ ดูเหมือนว่าใครบางคนจะไม่เต็มใจปล่อยมือจากไม้เฉินเถี่ยสินะ” สยงกวนหลินกล่าวเย้ยหยันพลางมองเฉินอวิ้นเจิน “เฉินอวิ้นเจิน เจ้าอยากจะตายพร้อมกับมันหรือไสหัวไปจากที่นี่ ถ้าไม่อยากตายก็ไปซะ!”
“เฮ้อ!” เฉินอวิ้นเจินถอนหายใจหนักหน่วง ไม่สนใจอวิ๋นโม่ หันหลังเหาะจากไป
อวิ๋นโม่เหลือบมองเฉินอวิ้นเจินจากไป ในเมื่อไปแล้วไม้เฉินเถี่ยเหล่านี้ก็เป็นของเขา อวิ๋นโม่โบกมือเก็บไม้เฉินเถี่ยสามส่วนที่เหลือ จากนั้นมองอีกฝ่ายอย่างสบายอารมณ์
สยงกวนหลินไม่ได้ห้ามอวิ๋นโม่ อย่างไรอวิ๋นโม่ก็ต้องตาย ของเหล่านี้ย่อมตกเป็นของเขา ดังนั้นอวิ๋นโม่จะเก็บหรือไม่เก็บก็ไม่แตกต่าง
ผู้เฒ่าโฉวมองอวิ๋นโม่พร้อมถามสยงกวนหลินด้วยรอยยิ้ม “สหายสยง เจ้าจะเล่นเป็นเพื่อนเขา หรือให้ข้าผู้เฒ่าเล่นกับเขา”
“ไม่รบกวนผู้เฒ่าโฉว ข้าจะจัดการเอง” สยงกวนหลินกล่าวด้วยท่าทางสบายๆ จากนั้นเดินไปหาอวิ๋นโม่ทีละก้าว
ตูม!
การต่อสู้ครั้งใหญ่ระเบิดขึ้น เฉินอวิ้นเจินที่เหาะหนีสัมผัสได้ถึงความผันผวนทางด้านหลังก็หยุดทันที จิตใจสับสน สุดท้ายกำหมัดกัดฟัน “ก่อนหน้านี้ข้าหนีมารอบหนึ่งแล้ว พวกเขาก็ตายกันหมด ตอนนี้หากข้าหนีอีกแล้วจะต้องหนีไปถึงเมื่อไร เช่นนี้ข้าจะกล้าเป็นศิษย์ของอาจารย์ได้อย่างไร”
“เป็นไงเป็นกัน!”
เฉินอวิ้นเจินพุ่งกลับไป ระเบิดลมปราณทั้งหมดออกมา
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 603 ได้ไม้เฉินเถี่ย"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com