ตอนที่ 605 ขุดเจอไม้เฉินเถี่ย
ตอนที่ 605 ขุดเจอไม้เฉินเถี่ย
เฉินอวิ้นเจินตะลึงอยู่ในใจ ก่อนก้าวเข้าสู่ระดับพรหมราช อวิ๋นโม่ก็มีพลังมากขนาดนี้แล้ว ถ้าเขาก้าวเข้าสู่ระดับพรหมราชจะเกิดอะไรขึ้น ในสมองเฉินอวิ้นเจินมีความคิดมากมาย ในห้วงจักรวาล ผู้ที่ทรงพลังที่สุดคือเหล่าอวี้หวางของแต่ละอาณาจักรดารา แม้อวี้หวางแต่ละคนจะมีทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอ แต่ต่อให้เป็นอวี้หวางที่ทรงพลังที่สุด หากถูกกลุ้มรุมโดยเหล่าอวี้หวางอ่อนแอหลายๆ คนก็ต้องรับไม่ไหวเช่นกัน แต่หากในภายหน้าอวิ๋นโม่ก้าวหน้าถึงระดับสูงส่งเช่นเดียวกับเหล่าอวี้หวาง จะไม่มีใครเอาชนะเขาได้ ต่อให้เหล่าอวี้หวางร่วมกันโจมตีก็ล้มเขาไม่ได้
“รูปแบบในห้วงจักรวาลกำลังจะเปลี่ยนไป!” เฉินอวิ้นเจินพึมพำ เขาเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ หลังจากอวิ๋นโม่เติบโตถึงขั้นนั้น จะไม่มีใครเทียบเขาได้อีกต่อไป เป็นไปได้ว่าเขาจะสามารถรวมห้วงจักรวาลทั้งหมดเข้าด้วยกัน
อวิ๋นโม่ไม่สนใจว่าเฉินอวิ้นเจินกำลังคิดอะไร เขาแค่รีบเร่งเดินทาง ความจริงเขาตั้งใจจะกลับไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์มาตลอด ต่อให้มีความสามารถในการรวมดินแดนดาราชายขอบสามพันแห่งเข้าด้วยกัน เขาก็ไม่คิดจะทำ เพราะสิ่งนั้นไม่มีความหมาย มีแต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นจึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการฝึกฝนในพิภพนี้!
ระหว่างทางพวกเขาพบกับจอมยุทธ์บางคน จอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นกลางมีจำนวนมากที่สุด ขั้นเจ็ดชั้นฟ้าก็พอมีบ้าง แต่น้อยมาก อวิ๋นโม่สงสัยจนอดไม่ได้ หันไปถามเฉินอวิ้นเจิน “บนดาวผนึกจิต ทำไมระดับสูงสุดถึงเป็นแค่จอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าเท่านั้น ไม่มีใครที่สูงกว่านี้”
เฉินอวิ้นเจินแปลกใจจริงๆ อวิ๋นโม่มีพลังแข็งแกร่งมาก แล้วทำไมถึงไม่เข้าใจเรื่องเกี่ยวกับที่นี่ แต่เขาไม่ได้ถามและอธิบาย “ผู้ที่สูงกว่าขั้นเจ็ดชั้นฟ้าทั้งหมดต่างไปที่แดนกันดารใหญ่ พวกเขาจะไม่มาที่นี่ อีกทั้งระหว่างอาณาจักรดาราใหญ่ด้วยกันมีข้อตกลงว่าอนุญาตให้แค่จอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าเข้าไปยังแดนกันดารน้อย หากมีจอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นแปดหรือเก้าชั้นฟ้าขึ้นไปมาแดนกันดารน้อยจะต้องถูกลงโทษ”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” อวิ๋นโม่พยักหน้า เมื่อได้ยินเช่นนี้เขาก็เข้าใจได้ ที่นี่เปรียบเสมือนสถานที่ฝึกฝนของบรรดาศิษย์ของอวี้หวาง ลูกศิษย์เหล่านี้อย่างมากก็มีความสามารถถึงแค่ระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าเท่านั้น หากมียอดฝีมือขั้นแปดหรือขั้นเก้าชั้นฟ้ามาดาวผนึกจิต ลูกศิษย์เหล่านั้นก็ไม่มีโอกาสได้ฝึกฝนแล้ว ทั้งยังจะทำให้ลูกศิษย์จำนวนมากของอวี้หวางล้มตายที่นี่ นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการ
หลังจากมาถึงที่นี่ได้ระยะเวลาหนึ่ง อวิ๋นโม่ก็พอจะเข้าใจกฎเกณฑ์บางอย่างของที่นี่แล้ว บนดาวผนึกจิตมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งแต่ไม่มาก คนส่วนใหญ่เป็นจอมยุทธ์ที่มาจากอาณาจักรดาราใหญ่แต่ละแห่ง ส่วนไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ เขาพบมันอยู่หลายครั้งเช่นกัน ปกติแล้วตอนกลางวันจะมีอยู่น้อย พอตกกลางคืนจะมีมากขึ้น ผู้มีประสบการณ์จะรู้ว่าที่ไหนมีโอกาสเกิดไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ได้น้อยกว่ากัน ดังนั้นปกติแล้วเมื่อถึงยามค่ำคนส่วนใหญ่ก็จะหยุดการค้นหาทรัพยากรและพักเท้าอยู่ในจุดที่มีไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์เกิดขึ้นได้น้อย
คืนนี้ขณะที่พวกเขากำลังเตรียมหาสถานที่พักผ่อน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนหลายคนหัวเราะเสียงดังมาแต่ไกล ราวกับก็มีใครกำลังสนทนากันด้วยความชื่นมื่น อวิ๋นโม่เอะใจขึ้นมาทันทีและรีบเหาะไปทางนั้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะเมื่อครู่ เขาได้ยินเสียงของเฮ่อกุยฝาน
เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าของเฉินอวิ้นเจินก็หม่นหมอง หลายวันมานี้พวกเขาเองก็พบทรัพยากรบ้าง แต่ไม่มาก เป็นของที่เรียกว่าจะมีหรือไม่มีก็ได้ ตอนนี้อวิ๋นโม่พบกลุ่มของตนเอง คงถึงเวลาที่เขาต้องจากไปแล้ว หากเขาเดินทางคนเดียวบนดาวผนึกจิตก็เป็นการยากที่จะได้ทรัพยากรต่างๆ
เขาไม่ได้จากไปทันที แต่เหาะไปกับอวิ๋นโม่ แม้จะต้องการจากไป แต่อย่างน้อยก็ต้องลาอวิ๋นโม่ก่อน
อวิ๋นโม่ได้ยินเสียงหัวเราะก็เหาะไปทันที หลังจากวนรอบหน้าผาแถบหนึ่งก็เห็นกองไฟลุกโชนในหุบเหว ทั้งสองกลุ่มพูดคุยและหัวเราะกันอย่างครื้นเครง คนกลุ่มหนึ่งคือพวกเฮ่อกุยฝาน ในขณะที่อีกกลุ่มมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับพวกเฮ่อกุยฝาน
เมื่อเห็นเฮ่อกุยฝานจากระยะไกล อวิ๋นโม่กำลังจะเข้าไป แต่ทันใดนั้นก็มีคนกระโดดลงมาจากต้นไม้ข้างๆ มาขวางหน้าอวิ๋นโม่ คนนี้คือหลัวเชวี่ย อวิ๋นโม่สังเกตเห็นแต่แรกแล้วแต่ไม่ได้สนใจเขา
หลัวเชวี่ยขวางหน้าอวิ๋นโม่พลางมองขึ้นๆ ลงๆ ก่อนกล่าว “ไม่เสียทีที่เป็นผู้ตรวจการ ดูท่าอู่ตูอวี้หวางคงจะมอบของดีให้เจ้ารักษาชีวิตถึงรอดออกมาจากไต้ฝุ่นไร้ลักษณ์ได้ ฮ่าๆ ข้าคิดว่าเจ้าตายไปแล้วเสียอีก เจ้าตายไปก็หมดจดรวบรัดดี คิดไม่ถึงว่าจะยังมีชีวิตอยู่และตามมาเจอถึงที่นี่ด้วย”
อวิ๋นโม่ขมวดคิ้วและพูดอย่างเย็นชา “หลีกไป”
“อ้ายโยว น้ำเสียงไม่ดีเลย คิดว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้หรือ หากมีความสามารถ พวกเราก็ออกไปไกลสักหน่อย สู้กันสักรอบ อย่าให้กุยฝานหวางเห็น” หลัวเชวี่ยเอียงหน้าพูด สีหน้าดูหมิ่นอย่างยิ่ง
“เจ้าพูดแบบนี้ได้อย่างไร” เฉินอวิ้นเจินรีบตามมาถึงที่นี่ก่อนพูดอย่างเย็นชา สีหน้าของเขาบูดบึ้ง คนที่พูดจาใช้จมูกชี้ฟ้าผู้นี้เป็นแค่ระดับพรหมราชขั้นหกชั้นฟ้าธรรมดาๆ เท่านั้น แต่กล้าพูดกับอวิ๋นโม่เช่นนี้
“เจ้าเป็นตัวอะไร…” หลัวเชวี่ยรู้สึกว่ามีคนตามหลังอวิ๋นโม่มา แต่คิดว่าคงไม่ใช่ยอดฝีมือจากที่ไหน หลังจากเห็นเฉินอวิ้นเจินชัดๆ สีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ครู่หนึ่งก็เหยียดยิ้ม “อวิ๋นโม่ ข้าก็ว่าทำไมเจ้าถึงรอดมาได้ ที่แท้ก็ประจบขาใหญ่ได้แล้วนี่เอง เฉินอวิ้นเจินคนนี้เป็นศิษย์ของอวี้หวาง ความแข็งแกร่งของเขาไม่ด้อยไปกว่ากุยฝานหวาง ไม่แปลกใจเลยที่เจ้ากล้าใช้น้ำเสียงแบบนี้พูดกับข้า”
“เฮอะ เจ้าอยากตายหรือ” เฉินอวิ้นเจินถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม คิดไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมไก่อ่อนตัวนี้ถึงกล้าพูดกับพวกเขาแบบนี้
“ฮ่าๆ เฉินอวิ้นเจิน อย่ามาอวดเบ่งแถวนี้ กุยฝานหวางของพวกเราก็อยู่ที่นี่ จริงสิ ลืมบอกเจ้าไป ข้างกายกุยฝานหวางมีหูซางเหล่าหวางที่เป็นยอดฝีมือระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้า คนที่นั่งตรงข้ามกับพวกเขาเป็นจอมยุทธ์ที่ความแข็งแกร่งไม่อ่อนด้อย เจ้าน่าจะรู้จักพวกเขา อาศัยความแข็งแกร่งของเจ้า คิดว่าจะมาโอหัวที่นี่ได้หรือ”
“เจ้า!” สีหน้าของเฉินอวิ้นเจินเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ หากไม่ใช่เพราะยังไม่รู้ความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างเจ้าหมอนี่กับอวิ๋นโม่ เขาคงลงมือกับอีกฝ่ายไปแล้ว
อวิ๋นโม่สีหน้าเรียบเฉย ถือเสียว่าได้ยินเสียงสุนัขเห่า เขามองไปทางกองไฟก็เดาว่าหลัวเชวี่ยกำลังเฝ้ายามให้กุยฝานหวาง “ดูเหมือนจะสบายดี” อวิ๋นโม่พูดราวกับกำลังถาม
“กุยฝานหวางก็ต้องสบายดีอยู่แล้ว บนดาวผนึกจิตแทบจะไม่มีใครกล้าหาเรื่อง ทั้งยังหาพันธมิตรได้แล้ว แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว ถ้าเพิ่มเจ้ามาเป็นภาระอีกคน พวกเราคงต้องแบ่งกำลังกันไปคุ้มครองเจ้า ดังนั้น ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่กลับมา แบบนี้ถึงจะดีต่อเขา” หลัวเชวี่ยกล่าวเยาะหยัน
เฉินอวิ้นเจินได้ยินคำพูดของหลัวเชวี่ยก็ไม่รู้ว่าสมควรจะโกรธหรือด่าว่าคนผู้นี้สมองนิ่มดี กล้าพูดว่าอวิ๋นโม่เป็นตัวภาระ หมอนี่เสียสติไปแล้วหรือ แต่ในไม่ช้าก็คิดได้ ลาโง่ที่อยู่ตรงหน้าอาจจะไม่รู้ถึงพลังของอวิ๋นโม่ เฉินอวิ้นเจินดีใจขึ้นมา หากอวิ๋นโม่ไม่กลับเข้ากลุ่ม เขาจะได้มีโอกาสไปหาทรัพยากรกับอวิ๋นโม่ต่อ
มองคนสองกลุ่มที่มีความสามารถไม่อ่อนแอ อวิ๋นโม่พลันเปลี่ยนใจ อยู่บนดาวผนึกจิต เมื่อสองกลุ่มนี้ร่วมมือกันก็ไร้ภัยคุกคาม หากต้องการให้เฮ่อกุยฝานกลับไปอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูเร็วๆ ก็ต้องหาวัตถุดิบขัดเกลาที่เขาต้องการทั้งหมดให้ได้โดยเร็วที่สุด หากแบ่งออกเป็นสองทาง เช่นนั้นโอกาสที่เขาจะได้วัตถุดิบขัดเกลาครบโดยเร็สก็จะมากขึ้น อวิ๋นโม่จึงไม่คิดกลับไปรวมกลุ่มกับเฮ่อกุยฝานและตัดสินใจค้นหาทรัพยากรกับเฉินอวิ้นเจิน
อวิ๋นโม่มองหลัวเชวี่ยขณะถาม “กุยฝานหวางพบวัตถุดิบอะไรแล้วบ้าง”
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเจ้า” รูจมูกของหลัวเชวี่ยหันไปทางท้องฟ้า
“อย่าไร้สาระ ตอบข้ามา!” อวิ๋นโม่พูดเสียงเย็น แววตาเย็นชา
ฉับพลันนั้นหลัวเชวี่ยก็สะท้านและกลัวขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้ เขาเล่าเรื่องวัตถุดิบที่เฮ่อกุยฝานได้มาให้อวิ๋นโม่ฟังทันที หลังจากได้สติก็มองไปที่เฉินอวิ้นเจิน และคิดว่าจะต้องเป็นฝีมือของคนผู้นี้แน่ แม้เขาจะมีเฮ่อกุยฝานเป็นที่พึ่ง ไม่ต้องเกรงเฉินอวิ้นเจิน แต่เขาไม่กล้าโจมตีอีกฝ่ายก่อน จึงต้องทนต่อความขุ่นข้องหมองใจในครั้งนี้
หลังจากคิดดูแล้ว อวิ๋นโม่ก็หยิบไม้เฉินเถี่ยออกมาสองสามชิ้น “ไม้เฉินเถี่ยหาเจอแล้ว พวกเจ้าไม่ต้องไปหาให้ยุ่งยากอีก ตอนนี้ข้าจะไม่ไปกับกุยฝานหวาง แยกกันค้นหาสองทางจะได้เร็วยิ่งขึ้น”
หลัวเชวี่ยแค่นหัวเราะใส่อวิ๋นโม่ บอกว่าเขาจะไปหาเจอได้อย่างไร แต่พอเห็นไม้เฉินเถี่ยที่อยู่ตรงหน้าก็ต้องหุบปากฉับ พวกเขาอยู่กันตั้งหลายคน หลายวันมานี้แค่หาวัตถุดิบได้บางอย่างเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นโม่ตัวคนเดียวกลับหาวัตถุดิบอย่างหนึ่งเจอ เขามองเฉินอวิ้นเจินที่อยู่ข้างๆ และคิดทันทีว่าอวิ๋นโม่คงพึ่งบารมีของเฉินอวิ้นเจิน
หลัวเชวี่ยไม่พูดอะไรอีก อวิ๋นโม่ไม่ไปด้วยก็ดีแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องทนเห็นคนโอหังที่น่ารังเกียจผู้นี้ทุกวี่วัน
หลังจากเสร็จเรื่อง อวิ๋นโม่ก็เตรียมจากไปพร้อมกับเฉินอวิ้นเจิน แต่จู่ๆ ก็หันกลับมามองหลัวเชวี่ย หลัวเชวี่ยถามอย่างไร้อารมณ์ “มีอะไรอีก”
อวิ๋นโม่กล่าวเสียงเย็นชา “เห็นแก่หน้าของกุยฝานหวางข้าถึงได้ทนเจ้ามาหลายครั้ง หากครั้งหน้ายังกล้าหาเรื่องข้าอีกก็ต้องรับผลเอาเอง! ถึงเวลานั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้า”
พูดจบอวิ๋นโม่และเฉินอวิ้นเจินก็จากไปพร้อมกัน
หลัวเชวี่ยได้ยินแล้วก็ไม่พอใจมาก แต่ขณะที่จะอ้าปากด่าทอสักหลายคำ จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ เหมือนครั้งก่อนขึ้นมา ราวกับถ้าตนพูดประโยคนั้นออกไปอาจจะถูกฆ่า ดังนั้นได้แต่อึกอัก กลืนคำพูดกลับไป ไม่ได้ด่าออกมา เขาไม่พอใจ มองเงาหลังที่กำลังจากไปของอวิ๋นโม่อย่างคับข้อง
หลังจากอวิ๋นโม่ไปแล้ว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปมาไม่หยุด ต่อสู้กับตัวเองอยู่ในใจ ที่จริงเขาคิดจะเก็บไม้เฉินเถี่ยเหล่านี้เอาไว้เอง แต่เมื่อนึกถึงผลที่จะตามมาเมื่อถูกพบเข้าก็ล้มเลิกความคิดนี้ไป หลังจากคิดอยู่นาน ดวงตาของหลัวเชวี่ยก็สว่างวาบ มุมปากกดยิ้ม เขาคิดวิธีที่ยอดเยี่ยมออกแล้ว!
ไม่ไกลนักจอมยุทธ์ระดับพรหมราชสิบกว่าคนกำลังพูดคุยเย้าแหย่กัน ในหมู่พวกเขามีสองคนที่เป็นศิษย์ของอวี้หวางและเป็นจอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นสูง เฮ่อกุยฝานและศิษย์ของอวี้หวางอีกคนกำลังคุยกันอย่างออกรส จู่ๆ หลัวเชวี่ยรีบวิ่งมาด้วยความกระตือรือร้น
“กุยฝานหวาง มีเรื่องดี เป็นข่าวดีมากๆ!” หลัวเชวี่ยกล่าวด้วยความตื่นเต้น
เฮ่อกุยฝานมองหลัวเชวี่ยและถามด้วยรอยยิ้ม “หลัวเชวี่ย ดูเหมือนว่าเมื่อครู่จะมีความเคลื่อนไหวบางอย่าง เกิดอะไรขึ้นเจ้าถึงความสุขขนาดนี้”
“กุยฝานหวาง หากท่านรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจะต้องตื่นเต้นเช่นกัน” หลัวเชวี่ยกล่าวอย่างจงใจ
“เจ้าหนู อย่าได้อมพะนำ มีอะไรก็บอกมา” หูซางเหล่าหวางถาม
หลัวเชวี่ยไม่สามารถปิดบังความสุขบนใบหน้า เขาพูดอย่างตื่นเต้น “เมื่อครู่ข้าเฝ้าระวังอยู่ที่นั่น เกิดรู้สึกเบื่อจึงหยิบดาบออกมาขุดพื้น พวกท่านเดาสิว่าพบอะไร”
“คงไม่ใช่ว่าเจอสมบัติ” มีคนหัวเราะ
ชายอ้วนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกล่าวยิ้มๆ “ไม่ถูกต้องๆ ข้าคิดว่าคนที่เฝ้ายามก่อนหน้านี้คงจะฉี่ทิ้งไว้และถูกเขาขุดขึ้นมา”
ทุกคนได้ยินแล้วก็หัวเราะลั่น นี่เป็นเรื่องขบขัน เมื่อถึงระดับของพวกเขา ไหนเลยจะต้องระบายของเสียอีก แค่ใช้พลังปราณ สิ่งสกปรกในร่างกายก็สลายเป็นละออง ใช้พลังขับออกสู่ภายนอกก็ได้แล้ว
“บอกข้ามา เจ้าขุดอะไรขึ้นมากันแน่” เฮ่อกุยฝานถาม
หลัวเชวี่ยเงียบไป พอโบกมือครั้งหนึ่งก็มีไม้สองสามชิ้นออกมา หลังจากเห็นไม้เหล่านี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนก็หายไปกลายเป็นตกใจ
“ไม้ ไม้เฉินเถี่ย! เป็นไปได้อย่างไร” มีคนอุทาน
“เจ้าขุดขึ้นมาง่ายๆ เจ้าขุดไม้เฉินเถี่ยขึ้นมา?”
ทุกคนไม่อยากจะเชื่อ ของสิ่งนี้ล้ำค่ามาก ต้องมีบุญวาสนามากขนาดไหนถึงขุดขึ้นมาได้ง่ายๆ
เฮ่อกุยฝานตื่นเต้นยินดี “เยี่ยม! ดี! คิดไม่ถึงว่าเพิ่งมาได้ไม่นาน พวกเราก็หาวัตถุดิบขัดเกลาได้สองอย่างแล้ว ดูท่าครั้งนี้โชคของพวกเราจะดีมาก ไม่แน่ว่าแม้แต่ทรายเงินเหมันต์ก็อาจจะหาพบ!”
เฮ่อกุยฝานรีบเก็บไม้เฉินเถี่ยเหล่านี้ไปก่อนพูดกับหลัวเชวี่ย “หลัวเชวี่ย เจ้าทำได้ดีมาก เมื่อกลับไปจะตกรางวัลอย่างงาม”
“นี่เป็นสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว” หลัวเชวี่ยกำหมัดคำนับ ได้ยืมดอกไม้ไหว้พระ ในใจของเขาเบิกบานมาก
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 605 ขุดเจอไม้เฉินเถี่ย"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com