ตอนที่ 608 สู้กันจนเจอวัง
ตอนที่ 608 สู้กันจนเจอวัง
ฟางสือแทบไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากอาณาจักรอัสนี พลังปราณบนร่างของเขาไหลเวียน ปิดกั้นการโจมตีของสายฟ้าโดยสมบูรณ์ ความเคลื่อนไหวของเขาก็ยังไหลลื่นกว่าผู้อื่น ได้รับผลกระทบน้อยมาก
“น่ากลัวจริงๆ” แม้จะเป็นคู่ต่อสู้กัน อวิ๋นโม่ก็ยังนึกยกย่องอีกฝ่าย พลังปราณในร่างของเขาไหลมารวมกันบนสองหมัด ขณะเดียวกันอักขระเต๋าที่ไหลเวียนอยู่ก็แสดงพลังที่แข็งแกร่งออกมา
“ความแข็งแกร่งเช่นนี้ ยังไม่พอ!” ฟางสือพูดอย่างเฉยชา พลังปราณทั่วร่างสั่นสะเทือน หอกยาวระเบิดประกายแสงระยิบระยับบาดตา พลังนี้บังคับให้สายฟ้าที่อยู่รอบๆ ล่าถอยไป
เปรี้ยง!!!
ฟางสือแทงหอกออกไป ลำแสงสายหนึ่งพาดผ่านความว่างเปล่า สะบั้นอาณาจักรอัสนีและพุ่งโจมตีอวิ๋นโม่ ความเร็วของลำแสงนี้ อวิ๋นโม่ยากจะหลบทัน
ในเมื่อไม่สามารถหลบก็ได้แต่เผชิญหน้าตรงๆ เขากระตุ้นผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณที่อยู่ในตันเถียน ส่งมันออกมาปะทะกับลำแสงนั้น
ตูม!
การระเบิดอันน่ากลัวทำลายสมุนไพรวิญญาณไปแถบหนึ่ง ดินหินที่อยู่บนพื้นกระดอนออกไปเพราะแรงสะท้อน จากนั้นระเบิดออก การต่อสู้ของทั้งสอง แม้จะอยู่ภายใต้แรงกดดันของมรรคาเต๋าบนดาวผนึกจิตก็ยังกินพื้นที่กว้างหลายลี้อย่างน่ากลัว จอมยุทธ์ที่เฝ้าดูอยู่รอบๆ ต่างมีสีหน้าประหลาดใจ ขยับถอยออกไปไม่หยุด ไม่กล้าเข้าไปใกล้อีก
“สองคนนี้แข็งแกร่งมาก!” มีคนร้องออกมา หากพวกเขาเข้าไปเกรงว่าคงถูกฉีกทึ้ง แค่กระบวนท่าเดียวก็ยากจะรับไหว
“พลังของนู่เชียงหวางน่ากลัวมาก ไม่แปลกใจที่ทุกคนกลัวเขา”
“จอมยุทธ์นามอวิ๋นโม่ต่างหากที่น่ากลัว เขาเป็นแค่ระดับจ้าวดาราเท่านั้น แต่สามารถต่อสู้กับนู่เชียงหวางอย่างสูสี ไม่รู้ว่าระดับยุทธ์ของเขาเป็นของจริงหรือปลอม ถ้าเป็นเรื่องจริงก็น่ากลัวมาก”
“คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะสามารถต่อกรนู่เชียงหวาง การต่อสู้ครั้งนี้ ใครจะเป็นผู้ชนะคงบอกได้ยากแล้ว”
เฉินอวิ้นเจินมองฉากนี้ด้วยความงุนงง เขาไม่คาดคิดว่าฝีมือที่แท้จริงของอวิ๋นโม่จะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจออวิ๋นโม่จนต่อสู้กับพวกฉยงกวนหลิน ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เคยมองอวิ๋นโม่ออกเลย ก่อนหน้านี้อวิ๋นโม่บอกว่าตนไม่กลัวฟางสือ เขายังคิดว่าอวิ๋นโม่เป็นคนไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดิน คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะมีความแข็งแกร่งที่ไม่ด้อยไปกว่าฟางสือจริงๆ
เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยจากผู้คนโดยรอบ เฉินอวิ้นเจินก็ผุดยิ้ม มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าอวิ๋นโม่เป็นเพียงระดับจ้าวดาราจริง และยังไม่ก้าวเข้าสู่ระดับพรหมราช เทียบกับฟางสือแล้ว อวิ๋นโม่ต่างหากที่ร้ายกาจ ร้ายกาจกว่าไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า เขาเชื่อว่าถ้าอวิ๋นโม่ก้าวเข้าสู่ระดับพรหมราช อีกฝ่ายจะไม่มีคุณสมบัติต่อสู้กับอวิ๋นโม่เลย
หลังจากนั้นไม่นาน ฝุ่นควันก็จางหายไป ทุกคนอยากจะชมการต่อสู้ระหว่างอวิ๋นโม่และฟางสือต่อ จู่ๆ ก็มีคนชี้ไปที่ใต้ร่างของพวกเขาและร้องด้วยความตกใจ “ข้างล่างนั่นคืออะไร”
ทุกคนมองลงไปและอุทานด้วยความดีใจ “นั่นคือวัง เป็นส่วนหนึ่งของวัง!”
“นี่คือโบราณสถาน! ต้องมีของดีอยู่ในนั้นแน่!”
คิดไม่ถึงว่าการต่อสู้ระหว่างจอมยุทธ์สองคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะทำให้ค้นพบสวนสมุนไพรวิญญาณ ขณะเดียวกันการต่อสู้ระหว่างอวิ๋นโม่และฟางสือก็เปิดหน้าดินออกมาและเผยส่วนหนึ่งของพระราชวัง เหล่าจอมยุทธ์ต่างตื่นเต้น ตอนนี้พวกเขาไม่สนใจคนทั้งสองแล้ว พากันเหาะลงไปยังพระราชวัง
สิ่งก่อสร้างที่นี่มีพื้นที่กว้างขวางมาก ยังมีพื้นที่กว้างใหญ่ที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินซึ่งยังไม่ถูกเปิดเผย เหล่าจอมยุทธ์ต่างพุ่งเข้าไปและเริ่มแยกย้ายกันเข้าไปในส่วนต่างๆ เพื่อค้นหาสมบัติ
เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ อวิ๋นโม่ไหนเลยยังมีแก่ใจต่อสู้กับฟางสืออีก เขากวักมือเรียกเฉินอวิ้นเจินแล้วพุ่งลงไปยังวังที่อยู่ด้านล่าง สีหน้าของฟางสือเปลี่ยนไปมา ในที่สุดก็กัดฟันและพุ่งลงไปเช่นกัน ศิษย์น้องที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและหลบอยู่ไกลๆ เห็นแล้วก็ตะโกนเสียงดัง “ศิษย์พี่แล้วข้าล่ะ ข้าควรทำอย่างไร”
ฟางสือแค่นเสียงเย็นชา เขาคงตามใจศิษย์น้องคนนี้มากเกินไป ถึงกับไม่รู้จักมีความคิดของตนเองเลย “ไปหาที่ลับตารักษาอาการบาดเจ็บของตนเอง ตอนนี้ข้าไม่มีเวลาดูแลเจ้า”
พูดแล้วก็โยนโอสถเม็ดหนึ่งไปให้ ศิษย์น้องคว้ามาได้ก็รีบโซเซลุกขึ้นมา ก่อนเหาะไปไกล หากไม่มีศิษย์พี่ปกป้อง เขาก็กลายเป็นอันดับล่างสุดของที่นี่ ไหนเลยจะยังกล้าวางท่าอย่างก่อนหน้านี้อีก
ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากฟางสือเข้าไปในพระราชวัง และศิษย์น้องของเขาจากไปอย่างทุลักทุเลแล้ว มีเงาร่างสายหนึ่งแอบตามหลังศิษย์น้องของเขาไปอย่างเงียบๆ
เห็นได้ชัดว่าพระราชวังแห่งนี้ไม่ธรรมดา วัสดุที่ใช้ในการสร้าง แม้แต่ชนิดแย่ที่สุดก็ยังทำให้จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราเห็นแล้วต้องคลั่ง มีวัสดุจำนวนมากที่เมื่อยอดฝีมือระดับพรหมราชเห็นแล้วต้องตาลุกวาว ดังนั้นเมื่อจอมยุทธ์บางคนไม่สามารถเสาะหาสมบัติอื่นๆ ได้ก็เริ่มรื้อถอนห้องหับ
อวิ๋นโม่รีบเข้าไปในพระราชวังโดยไม่หยุดเท้า เขาเหาะไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ญาณหยั่งรู้กวาดไปทั่วอาคารต่างๆ วัตถุดิบธรรมดาไม่มีค่าในสายตาเขา มีแต่วัตถุดิบล้ำค่าหรือวัตถุดิบหลอมอาวุธที่เฮ่อกุยฝานต้องการถึงจะดึงดูดเขาได้ เห็นศาสตร์ลับและวิชายุทธ์บางอย่างในบางตำหนัก แต่เขาไม่สนใจ เพราะพวกมันไม่ดีพอ เก็บไปก็ไม่ค่อยเกิดประโยชน์
เฉินอวิ้นเจินติดตามอยู่ด้านหลังอวิ๋นโม่ บางครั้งหยุดเก็บของบางอย่าง จากนั้นรีบติดตามเขาไป เขารู้ว่าลำพังตัวเองคนเดียวหากเจอกับกลุ่มอื่นๆ ก็สู้ไม่ได้ มีแต่ติดตามอยู่ด้านหลังอวิ๋นโม่จึงจะปลอดภัย แม้การที่อวิ๋นโม่เหาะอย่างรวดเร็วจะทำให้เขาได้ของมาน้อย แต่สิ่งที่เก็บรักษาไว้ได้จึงจะเป็นของจริง ต่อให้ได้ของดีๆ แต่ถูกคนแย่งไปก็เท่ากับเสียแรงเปล่า เหมือนก่อนหน้านี้ที่ได้ไม้เฉินเถี่ย หากไม่ใช่เพราะอวิ๋นโม่ ถึงเขาจะได้มาก็เท่ากับตัดชุดแต่งงานให้สยงกวนหลิน
อวิ๋นโม่พุ่งตรงไปตามเส้นทางหลักมาตลอด พอด้านหน้าถึงจุดหักเลี้ยวถึงได้อ้อมไป หลังจากเลี้ยวที่มุมหนึ่ง ดวงตาของอวิ๋นโม่ก็สว่างวาบ ด้านหน้ามีลานจัตุรัสเล็กๆ บนนั้นมีเสาโคมอยู่สองเสา เสาทั้งสองทำจากเหล็กนิลดารา!
เหล็กนิลดาราเป็นวัสดุหลอมอาวุธวิญญาณที่ล้ำค่ามากในอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตู และเป็นหนึ่งในวัสดุหลอมที่เฮ่อกุยฝานต้องการ คิดไม่ถึงว่าเขาจะเจออย่างรวดเร็ว อวิ๋นโม่ดีใจมาก รีบพุ่งเข้าไป แม้เหล็กนิลดาราจะเทียบกับปฐมอัสนีไม่ได้เลย และเทียบกับทรายเงินเหมันต์ไม่ได้เช่นกัน แต่ก็เป็นวัตถุดิบล้ำค่าหายากอย่างหนึ่ง เป็นของที่จอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นสูงแย่งชิงกันอย่างบ้าคลั่ง วัตถุดิบเช่นนี้ถึงกับถูกคนนำมาทำเป็นเสาโคมไฟ วางไว้ที่นี่โดยไม่ได้ขัดเกลาแต่หลอมเป็นเสา วางทิ้งไว้เฉยๆ ทั้งแท่ง อวิ๋นโม่ถึงกับหวั่นไหว เจ้าของคนก่อนของที่นี่จะต้องมั่งคั่งร่ำรวยมาก
ทันทีที่เห็นเหล็กนิลดารา อวิ๋นโม่ก็จะถอนมันออกมาโดยไม่เสียเวลาพูด แต่กลับพบว่าไม่สามารถนำฐานโคมไฟนี้ใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์จัดเก็บวิญญาณ มีพลังแปลกๆ พันธนาการโคมไฟทั้งสองไว้
บูม!
อวิ๋นโม่นำผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมากระแทกเข้าใต้ฐานเสาทั้งสอง ทำลายอักขระงดงามที่ไหลเวียนอยู่ เสาโคมไฟทั้งสองหลุดออกมา อวิ๋นโม่ก็โบกมือเก็บพวกมันเข้าไปในวงแหวนเก็บของทันที แต่พริบตาต่อมาหนังตาของเขาก็กระตุกอย่างแรง ขณะเก็บเสาโคมทั้งสองไป ลำแสงกระบี่สายหนึ่งก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าโจมตีใส่เขา อานุภาพของลำแสงกระบี่นี้ยังน่ากลัวกว่าการโจมตีครั้งก่อนของฟางสือเสียอีก!
“ค่ายกลสังหาร!” อวิ๋นโม่ตกใจ เขารู้ว่านี่ไม่ใช่การลอบโจมตี แต่เป็นลำแสงกระบี่ที่ออกมาจากค่ายกลสังหารอันทรงพลัง
แสงดาบนี้กำหนดเป้าไว้ที่เขา ทำให้เขาไม่สามารถใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าหลบหนี ไม่มีทางอื่น อวิ๋นโม่ต้องนำผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมา และใช้พลังทั้งหมดต้านทานลำแสงกระบี่
ติ๊ง!
เขาต้านลำแสงกระบี่เอาไว้ได้ แต่ขณะถอนหายใจอย่างโล่งอกก็ต้องเจ็บปวดใจอย่างที่สุด เพราะบนผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณปรากฏรอยบากลึกเส้นหนึ่ง สามารถทิ้งรอยไว้บนผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ เห็นได้ชัดว่าลำแสงกระบี่นี้น่ากลัวเพียงใด โชคดีที่ปฐมอัสนีไม่ใช่วัสดุธรรมดา เขาสามารถค่อยๆ บ่มเพาะให้มันกลับมาเหมือนเดิม
อวิ๋นโม่สกัดลำแสงกระบี่นั้นได้ ยังไม่ทันถอนหายใจจนสุด ลำแสงกระบี่อีกสายก็พุ่งมาพร้อมอานุภาพสุดประมาณ เมื่อครู่เพิ่งจะสกัดลำแสงกระบี่ไป สิ้นเปลืองพลังปราณจำนวนมาก ในชั่วเวลานั้นเองลำแสงหอกอีกสายโจมตีลงมาอีก อวิ๋นโม่หันกลับไปต้านไม่ทันแล้ว หากเขาถูกลำแสงหอกนี้ แม้จะมีร่างกายแข็งแกร่งก็อาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
ในช่วงเวลาคับขัน โล่หินก็ปรากฏขึ้นด้านหลังเขาและสกัดการโจมตีของหอกไว้
เปรี๊ยะ!
ภายใต้ลำแสงหอกนั้น โล่หินก็แตกกระจาย แต่อวิ๋นโม่สามารถใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าหลบออกมาได้แล้ว พื้นที่ลำแสงหอกนั้นโจมตีลงมาถูกทะลวงจนกลายเป็นหลุมลึกสีดำ
“ฟางสือ!” อวิ๋นโม่หน้าตึง เกิดความต้องการสังหารคนผู้นี้ เมื่อครู่หากไม่ใช่เพราะเฉินอวิ้นเจินที่ติดตามมาสกัดเอาไว้ทัน เกรงว่าเขาคงต้องบาดเจ็บสาหัส
ฟางสือสีหน้าบูดบึ้งเช่นกัน เขาอุตส่าห์สบจังหวะเหมาะโจมตี คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นโม่ยังจะหลบพ้น
ตูม!
ฉับพลันนั้นเกิดระเบิดพายุฝนฟ้าคะนอง สายฟ้าน่าสะพรึงกลัวสองสายฟาดลงมาโจมตีอวิ๋นโม่ เฉินอวิ้นเจิน และฟางสือ พลังสายฟ้านี้ไม่ด้อยไปกว่าแสงกระบี่ที่โจมตีอวิ๋นโม่เมื่อครู่ ฟางสือเห็นแล้วก็หน้าเปลี่ยนสีอย่างแรง ทางหนึ่งรีบเอาอาวุธวิญญาณป้องกันออกมา อีกทางก็หลบหนีไปไกลอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของเฉินอวิ้นเจินซีดเซียว เพื่อช่วยอวิ๋นโม่ อาวุธวิญญาณป้องกันตัวของเขาเพิ่งถูกฟางสือทำลาย เมื่อเผชิญกับสายฟ้าที่น่าสะพรึงนี้ เขาก็ไร้กำลังต้านทาน
ยามคับขันอวิ๋นโม่ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าเข้ามาสกัดอยู่ข้างหน้าเฉินอวิ้นเจิน
เปรี้ยง!
สายฟ้าทั้งสองตกลงมาที่อวิ๋นโม่ สีหน้าของเฉินอวิ้นเจินเปลี่ยนไปอย่างแรง อุทานว่า “พี่อวิ๋น!”
“เฮือก!” อวิ๋นโม่ลมหายใจสะดุด “ไม่เป็นไร ข้าฝึกวิชายุทธ์สายฟ้าที่ร้ายกาจมากอย่างหนึ่ง แม้สายฟ้านี้จะร้ายกาจมาก แต่ทำร้ายข้าไม่ได้ กลับกันยังช่วยให้ข้าฝึกฝนพลังได้ด้วย”
“อ๊าก!” จู่ๆ จอมยุทธ์คนหนึ่งก็กรีดร้องและรีบวิ่งออกไป
เสียงดังฉับตามมา ชายคนนั้นถูกสับครึ่งด้วยขวานยาวเล่มหนึ่ง ร่างหินสูงเท่าตัวมนุษย์ปรากฏตัว มองอวิ๋นโม่และเฉินอวิ้นเจินอย่างไร้ความรู้สึก ทั้งคู่สัมผัสได้ถึงไอสังหารที่น่ากลัวจากมัน
“นี่คือหุ่นเชิด!” อวิ๋นโม่พูดด้วยเสียงต่ำ “ออกไปจากที่นี่กัน ค่ายกลสังหารที่นี่มีพลังมาก หุ่นเชิดตัวนี้ก็แข็งแกร่งกว่าข้า อยู่ที่นี่อันตรายมาก”
พูดจบอวิ๋นโม่ก็รีบคว้าแขนของเฉินอวิ้นเจินวิ่งไปด้วยมรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้า เหาะออกจากสิ่งปลูกสร้าง ความแข็งแกร่งของเฉินอวิ้นเจินไม่เพียงพอ อีกทั้งเคลื่อนไหวได้ช้ามาก คิดจะล่าถอยอย่างปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องยาก อวิ๋นโม่จึงต้องช่วยเขา
หลังจากหลบการโจมตีมากมายมาตลอดทาง ทั้งสองคนก็รีบออกจากสิ่งก่อสร้างด้วยความตื่นตระหนก จอมยุทธ์อื่นๆ ก็รีบพุ่งออกมาอย่างตาลีตาเหลือก ในเวลาเพียงไม่กี่นาที กว่าครึ่งหนึ่งของพวกเขาเสียชีวิตอยู่ในนั้น หากเป็นที่อื่น นี่เป็นสิ่งที่ยากจะเกิดขึ้น ในจักรวาลใดๆ ผู้ที่ไปถึงระดับพรหมราชก็จะเป็นผู้แข็งแกร่งคนหนึ่ง การที่จอมยุทธ์ระดับพรหมราชผู้หนึ่งสิ้นชีพเป็นเรื่องใหญ่เทียมฟ้า แต่ที่นี่กลับมีระดับพรหมราชเสียชีวิตกะทันหันหลายคน อีกทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นระดับกลาง
“สหายเฉิน เมื่อครู่ขอบคุณมาก หากไม่ใช่เพราะเจ้า แม้ข้าจะต้านหอกนั้นได้ แต่เกรงว่าคงได้รับบาดเจ็บสาหัส” อวิ๋นโม่คารวะขอบคุณเฉินอวิ้นเจิน
เฉินอวิ้นเจินโบกมือกล่าว “พี่อวิ๋น ไม่ต้องขอบคุณข้า ก่อนหน้านี้ตอนที่เจอกับสยงกวนหลิน ท่านไม่ได้ช่วยข้าไว้หรือ”
อวิ๋นโม่สร้างผนึกปิดกั้นขึ้นมา สั่งห้ามไม่ให้ผู้อื่นสอดส่อง เขาหยิบฐานโคมไฟที่ทำจากเหล็กนิลดาราออกมาวางไว้ตรงหน้าเฉินอวิ้นเจิน “สหายเฉิน ข้ามีฐานโคมไฟที่ทำจากเหล็กนิลดาราสองชิ้น ชิ้นนี้ให้เจ้า”
“นี่คือเหล็กนิลดาราจริงๆ!” หลังจากเห็นเหล็กนิลดารา เฉินอวิ้นเจินก็ตื่นเต้นมาก เขาจ้องฐานโคมไฟตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “พี่อวิ๋น นี่ให้ข้าจริงหรือ”
“แน่นอน อีกชิ้นนี้ถ้าไม่ใช่เพราะข้าต้องการก็คงให้เจ้าไปแล้ว เมื่อเทียบกับความช่วยเหลือของเจ้า แค่เหล็กนิลดารานับเป็นอะไรได้”
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะรับไป” เฉินอวิ้นเจินเก็บเหล็กนิลดาราไปด้วยความตื่นเต้น หลังจากอวิ๋นโม่สลายผนึกปิดกั้นรอบตัว เฉินอวิ้นเจินก็คารวะอวิ๋นโม่ “พี่อวิ๋น ข้าคิดว่าจะไปจากดาวผนึกจิต ข้าหวังว่าต่อไปพี่อวิ๋นจะเก็บเกี่ยวได้มากมาย พวกเราลากันตรงนี้เถอะ”
อวิ๋นโม่ชะงัก “เจ้าจะไปเร็วขนาดนี้เลยหรือ ในวังนี้ต้องมีอะไรดีๆ แน่ คิดหาทางดูสักหน่อยก็น่าจะได้สมบัติมาอีกไม่น้อย”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 608 สู้กันจนเจอวัง"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com