ตอนที่ 733 เปลี่ยนแปลงไม่หยุด
ตอนที่ 733 เปลี่ยนแปลงไม่หยุด
สีหน้าของลั่วเชียนเฮิ่นเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง คนตรงหน้าเพิ่งจะขึ้นมาถึงขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่เก้าก็ควบคุมพลังได้มากขนาดนี้ นี่หมายความว่าเขาเข้าใจมรรคาเต๋าของที่นี่ไม่ด้อยไปกว่าตน ลั่วเชียนเฮิ่นคิดไม่ออกว่าเป็นไปได้อย่างไร หากบอกว่าคนตรงหน้ามีการรู้แจ้งที่น่ากลัวเขาก็ไม่เชื่อ เพราะนั่นเป็นไปไม่ได้
“ดูเหมือนว่าการตัดสินใจลงมือกับเจ้าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว!” ลั่วเชียนเฮิ่นเอ่ยเสียงเข้ม เพิ่งจะขึ้นมาถึงชั้นที่เก้าก็มีความสามารถระดับเดียวกับเขา หากปล่อยให้อีกฝ่ายได้รู้แจ้งไปอีกสักพัก เช่นนั้นจะทำอย่างไร
เวิ้ง!
พลังของลั่วเชียนเฮิ่นกระตุ้นให้พลังรอบๆ รวมตัวกันบนชั้นที่เก้ามากขึ้น จอมยุทธ์คนอื่นๆ พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะรั้งพลังเหล่านั้นไว้ พลังแทบทั้งหมดไหลไปรวมกันที่ชั้นเก้า
“สวรรค์ บนขั้นบันไดชั้นที่เก้ามีคนกำลังใช้พลังเหล่านี้ต่อสู้กัน สองคนนั้นแข็งแกร่งระดับใดกัน” เหล่าจอมยุทธ์ที่อยู่บนยอดเขาทรงระฆังต่างตกใจ มีคนเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นมาหนึ่งคนก็เหนือความคาดหมายแล้ว แต่กลับมีถึงสองคน!
บนขั้นบันไดชั้นที่แปดสีหน้าของสองพี่น้องเซี่ยหมิงเต๋อและเซี่ยอี้ยิ่งย่ำแย่ พวกเขาคิดไม่ถึงว่าโม่อวี่จะแข็งแกร่งถึงระดับนี้ เดิมทีคิดว่าลั่วเชียนเฮิ่นจะกำราบมันได้ คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องแบบเดียวกัน นี่ย่อมไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาอยากเห็น
เปรี้ยง!
ทันใดนั้นบนบันไดขั้นที่เก้าเกิดเสียงที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ราวกับว่าท้องฟ้าพังทลาย ความผันผวนอันน่าหวาดหวั่นทะลุผ่านเพิงพักบนเส้นทางต่างๆ ส่งผลกระทบต่อเส้นทางที่เหลือ ภูเขาทรงระฆังทั้งลูกสั่นสะท้าน ทุกคนหวาดกลัว คิดไม่ถึงว่าการต่อสู้ระหว่างจอมยุทธ์ระดับพรหมราชทั้งสองทำให้เกิดความผันผวนที่น่ากลัวเช่นนี้
เซี่ยอี้และเซี่ยหมิงเต๋หวั่นใจขึ้นมา พลังนี้น่ายำเกรงมาก ถ้าอวิ๋นโม่ใช้พลังที่ทรงพลังเช่นนี้กับพวกเขา พวกเขาจะรอดได้อย่างไร
ทุกคนบนขั้นบันไดชั้นที่แปดต่างมองภาพฟ้าดินปั่นป่วนตาไม่กะพริบ อยากรู้ว่าที่สุดแล้วระหว่างสองคนนี้ใครจะเป็นผู้ชนะ
“คงไม่ใช่ว่าทั้งสองคนตายแล้วใช่ไหม” มีคนกลืนน้ำลายแล้วเอ่ยด้วยความตกใจ
ทุกคนสงสัย ไม่อาจลบความเป็นไปได้นี้ออกไป แรงสั่นสะเทือนที่น่ากลัวขนาดนั้นเหนือกว่าระดับพรหมราชไปตั้งแต่แรกแล้ว แม้แต่จอมยุทธ์ระดับพรหมราชที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่สามารถแสดงพลังโจมตีที่น่ากลัวเช่นนั้นออกมาได้ ขนาดพวกเขาอยู่บนขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปดยังรู้สึกใจสั่น คนที่อยู่ท่ามกลางพลังนั้นจะรับแรงสั่นสะเทือนที่น่ากลัวเช่นนี้ได้อย่างไร
สามารถชักนำพลังที่คลุ้มคลั่งเช่นนี้มาโจมตี ไม่ได้แสดงว่าพวกเขามีความสามารถในการต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนั้น หากการป้องกันของพวกเขาหรือตัวเองไม่แข็งแกร่งก็ยากจะบอกว่าสองคนนั้นจะรอดจากความผันผวนที่น่ากลัวได้หรือไม่
ลั่วชิงสุ่ยกุมมือทั้งสองข้าง นางกังวลมาก นางไม่ต้องการให้ใครในพวกเขาตาย
สองพี่น้องตระกูลเซี่ยสีหน้าดุดัน สาปแช่งอวิ๋นโม่ไม่หยุด ลั่วเชียนเฮิ่นจะเป็นอย่างไร พวกเขาไม่สนใจ พวกเขาหวังแค่ว่าอวิ๋นโม่จะต้องไม่รอดจากพลังที่น่ากลัวนี้
เมื่อรอบๆ ขั้นบันไดชั้นที่เก้าสงบลงและควันค่อยๆ จางหายไป ทั้งสองก็ผิดหวังมาก
บนลานต่อสู้ อวิ๋นโม่และลั่วเชียนเฮิ่นต่างมีสภาพย่ำแย่ ผมเผ้าหลุดลุ่ย เสื้อผ้าขาดวิ่น เผยผิวหนังที่เต็มไปด้วยรอยเลือด ดูน่าอนาถมาก แต่ทั้งสองคนไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส การบาดเจ็บตามร่างกายเป็นเพียงอาการบาดเจ็บภายนอกที่หายได้ในเวลาไม่นาน
ทั้งสองใช้วิธีการแบบเดียวกัน ทางหนึ่งหลบเลี่ยงจุดที่มีพลังรุนแรง อีกทางรวบรวมพลังจำนวนมากไว้รอบกายเพื่อป้องกัน ดังนั้นแม้การปะทะกันเมื่อครู่จะมีอานุภาพเหนือกว่าระดับการต่อสู้ปกติของพวกเขาไปไกล แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก
เปรี้ยง!
ลมปราณในร่างกายของลั่วเชียนเฮิ่นสั่นไหว สิ่งสกปรกทั้งหมดบนร่างของเขาหายไป บาดแผลตื้นๆ บนร่างเขาสมานกันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า อวิ๋นโม่เหยียดนิ้วออก เลือดและฝุ่นสกปรกทั้งหมดบนร่างกายรวมกันที่ปลายนิ้วของเขาเป็นก้อนสีดำ และถูกเขาโยนทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ
ลั่วเชียนเฮิ่นเบะปาก แสยะยิ้มอย่างเย็นชา “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะต่อสู้กับข้าได้อย่างสูสี ช่างเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าตื่นเต้น!”
“ข้าก็คาดไม่ถึงเช่นกัน” อวิ๋นโม่เอ่ย ถึงอีกฝ่ายเป็นลูกหลานของลั่วเทียนแต่ก็น่าชื่นชมไม่น้อย เขาบรรลุระดับนี้ได้เพราะอาศัยคัมภีร์สุญญตา แต่อีกฝ่ายไม่ได้พึ่งพาสิ่งใดเลย ลั่วเฉียนเฮิ่นคนนี้มีความสามารถในการรู้แจ้งที่น่ากลัวจริงๆ หากไม่มีตน วาสนาในที่นี้คงจะถูกคนผู้นี้คว้าไป
“ถ้าอย่างนั้นเรามาสู้กันให้สะใจเถอะ!” ลั่วเชียนเฮิ่นหัวเราะ เห็นอวิ๋นโม่มีพลังร้ายกาจมากก็ตื่นเต้น ความต้องการต่อสู้พุ่งทะยาน เขาเหยียดสองมือออก พลังปราณมหาศาลบนยอดเขาทรงระฆังรวมมาที่เขาด้วยความเร็วสูง “คราวนี้ข้าจะชิงพลังทั้งหมดของเจ้า! เจ้าถูกกำหนดให้เอาชนะข้าไม่ได้!”
“จริงหรือ” อวิ๋นโม่ก็สงสัยว่าจะทำได้หรือไม่ ดวงตาของเขาหรี่ลง ปากพึมพำ “หากใช้ฝ่ามือพลิกสวรรค์ที่นี่ น่าจะไปถึงระดับสูงสุดได้ใช่ไหม ไม่รู้ว่าหากใช้ศาสตร์ลับนั้นที่นี่จะมีอานุภาพขนาดไหน ข้า อยากเห็นจริงๆ!”
เขายกสองมือขึ้นมาทำมุทราอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันพลังปราณภายในร่างกายก็กระจายออกมาด้วยวิธีที่แปลกออกไป จากนั้นเหยียดแขนออก ดูเหมือนช้า แต่ก็ตบลงไปรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ!
“เจ้านั่นหาที่ตายหรือ!” จอมยุทธ์ที่อยู่บนขั้นบันไดชั้นที่แปดต่างก็เบิกตาอย่างไม่อยากเชื่อ เผชิญหน้ากับการโจมตีของลั่วเชียนเฮิ่น ชายหนุ่มไม่ดึงดูดพลังปราณมาแต่กลับใช้ฝ่ามือสะบัดออกไป
“บ้า บ้าไปแล้ว! ต่อให้ศาสตร์ลับของเขาแข็งแกร่งกว่านี้ก็ไม่มีทางเทียบกับพลังปริมาณมหาศาลที่ลั่วเชียนเฮิ่นดึงมา!”
“หากไม่รับมือด้วยวิธีเดียวกับลั่วเชียนเฮิ่น ใช้แค่ศาสตร์ลับประจำตัว นั่นก็เท่ากับหาที่ตาย!”
ลั่วชิงสุ่ยเห็นแล้วก็เคร่งเครียดขึ้นมา นางกัดริมฝีปาก สองตาจ้องภาพฟ้าดินถล่มตรงหน้าโดยไม่ให้คลาดสายตา “คนผู้นั้นจะทำอะไรกันแน่ หาที่ตายอยู่หรือ”
นางไม่เข้าใจการกระทำของเขา แต่เหตุผลบอกกับนางว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนบุ่มบ่าม ที่ทำเช่นนี้จะต้องมีความคิดเป็นของตนเอง แต่ศาสตร์ลับของเขาไม่สามารถเทียบกับพลังมหาศาลที่อยู่รอบๆ ได้เลย
“ฮ่าๆ เจ้าเด็กชั่วคงสมองกลับแล้ว มันหาที่ตาย!” เซี่ยอี้หัวเราะลั่น ฝ่ามือนี้ของโม่อวี่มีพลังมากก็จริง แต่เทียบกับการโจมตีของลั่วเชียนเฮิ่นไม่ได้แม้แต่นิดเดียว นี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่เท่าเทียมเลย โม่อวี่ต้องตายแน่!
เซี่ยหมิงเต๋อก็เผยรอยยิ้มเช่นกัน “คราวนี้ไม่ว่าโม่อวี่ซ่อนอะไรไว้ก็พลิกสถานการณ์ไม่ได้แล้ว มันตายแน่!”
ลั่วเชียนเฮิ่นสับสนมาก ไม่เข้าใจการกระทำของคู่ต่อสู้ เขารู้ว่าคนผู้นี้ไม่ได้สติเลอะเลือน ดังนั้นแม้รู้สึกว่าอีกฝ่ายหาที่ตาย แต่ก็ไม่ออมมือ ใช้กำลังขับเคลื่อนพลังอย่างเต็มที่ โจมตีอีกฝ่ายด้วยอานุภาพที่แข็งแกร่งที่สุด
อวิ๋นโมสำแดงฝ่ามือพลิกสวรรค์ สะบัดฝ่ามือออกไปเต็มกำลัง ขณะเดียวกันก็เงยหน้ามองราวกับคาดหวังสิ่งใดอยู่
“โม่อวี่ เจ้าหมดโอกาสแล้ว!” ลั่วเชียนเฮิ่นพูด เขาควบคุมพลังงานมหาศาลพุ่งไปโจมตีอวิ๋นโม่ ไม่ต้องคิดก็ดูออกว่าอานุภาพของฝ่ามือพลิกสวรรค์ที่อวิ๋นโม่แสดงออกมาไม่สามารถเทียบพลังขุมนั้นได้เลย
“เจ้านั่นตายแน่!” คนทั้งหมดที่อยู่บนขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปดต่างส่ายหน้าถอนหายใจ ไม่เข้าใจว่าในเวลาคับขัน สมองของเจ้านั่นเป็นอะไรไป
ขณะที่ทุกคนเห็นว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีอะไรให้ต้องแปลกใจอีกแล้ว ทันใดนั้นก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น
เวิ้ง!
หลังจากอวิ๋นโม่ร่ายฝ่ามือพลิกสวรรค์ที่มีแก่นแท้วิชาฝ่ามือ ภูเขาทรงระฆังทั้งลูกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังงานจำนวนมากรวมตัวกันที่ปราณฝ่ามือยักษ์ข้างนี้ ปราณฝ่ามือยักษ์กว้างหลายจั้งขยายใหญ่ขึ้น ไม่กี่อึดใจก็มีขนาดเท่ากับยอดเขาทั้งลูก อานุภาพไพศาลราวกับจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน!
ตุบ!
เมื่อเห็นฉากนี้ จอมยุทธ์บนยอดเขาทรงระฆังก็ตัวอ่อนยวบ ทรุดลงกับพื้น
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่ามีจอมยุทธ์ระดับควบคุมสรรพสิ่งต่อสู้กันอยู่ แต่จอมยุทธ์ระดับอริยะและระดับควบคุมสรรพสิ่งไม่สามารถเข้ามาในวังมหาสุญญตาไม่ใช่หรือ”
“หรือว่าในวังยังมีศิษย์หลงเหลืออยู่”
ทุกคนตกตะลึง อานุภาพของปราณฝ่ามือยักษ์น่ากลัวมากจริงๆ หากซัดลงมาเกรงว่ายอดเขาทั้งลูกคงแหลกเป็นผุยผง
เมื่อเห็นปราณฝ่ามือยักษ์ขนาดใหญ่นั้น ลั่วเชียนเฮิ่นเผยสีหน้าหวาดกลัว การโจมตีของเขาหยุดชะงัก มองอวิ๋นโม่อย่างไม่เชื่อสายตา คนผู้นี้สร้างการโจมตีน่ากลัวเช่นนี้ได้อย่างไร ตนชักนำพลังมาได้จำนวนมหาศาลชนิดที่หากไม่ใช่ระดับจอมยุทธ์ระดับอริยะคงรับไม่ไหว แต่เมื่อเทียบกับปราณฝ่ามือยักษ์ของอวิ๋นโม่ มันกลับอ่อนแอกว่ามาก ทั้งสองฝ่ายเทียบกันไม่ได้เลย
อานุภาพที่น่ากลัวนี้ทำให้ขาของเขาสั่นเทาไม่หยุด เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาที่เขารู้สึกหวาดกลัวมาก
ไม่ต้องพูดถึงผู้อื่น แม้แต่อวิ๋นโม่ก็ยังตกใจ เขาเดาว่าฝ่ามือพลิกสวรรค์มาจากวังมหาสุญญตา หากแสดงฝ่ามือพลิกสวรรค์ที่นี่อาจได้เปรียบอยู่บ้าง คิดไม่ถึงว่าจะไปถึงระดับที่น่ากลัวเช่นนี้
“จบแล้ว ลั่วเชียนเฮิ่นไม่ใช่คู่ต่อสู้เลย!” ทุกคนที่อยู่บนบันไดชั้นที่แปดพึมพำ บางคนไม่อาจเรียกสติคืนมา เดิมคิดว่าอวิ๋นโม่ต้องตายแน่ คาดไม่ถึงว่าเพียงชั่วพริบตาสถานการณ์ก็เปลี่ยนเป็นลั่วเชียนเฮิ่นต้องตาย
ตึงๆ!
ทุกคนตื่นตระหนก ฝ่ามือข้างนั้นฟาดลงมา อย่าว่าแต่ลั่วเชียนเฮิ่น ต่อให้เป็นพวกเขาก็คงจบสิ้น!
“มัวดูอะไรอยู่ ยังไม่รีบหนีอีก!” มีคนตะโกน
“มารดาของข้า แข้งขาอ่อนไปหมดแล้ว” มีคนร้องอย่างไร้น้ำตา
ตอนนั้นเองลั่วชิงสุ่ยก็พุ่งขึ้นไปบนบันไดรอบภูเขาชั้นที่เก้า เพียงแต่วิ่งขึ้นไปได้ไม่กี่สิบขั้นก็กระอักเลือด ไม่สามารถขึ้นไปได้อีก นางครางก่อนตะโกนลั่น “โม่อวี่ หยุดนะ! อย่าฆ่าพี่เชียนเฮิ่น!”
นางตะโกนอยู่ตรงนี้ คนด้านบนไม่มีทางได้ยิน
อวิ๋นโม่รู้ว่าหากซัดฝ่ามือลงไปจริงๆ ผลที่ตามมาจะเลวร้ายขนาดไหน นั่นเป็นการสังหารจอมยุทธ์ที่อยู่บนยอดเขาทั้งหมด ไม่แน่ว่าแม้แต่ตัวเองก็โดนไปด้วย ต่อให้รอดไปได้ก็คงไม่ใช่เรื่องดี บนยอดเขานี้มีสุดยอดอัจฉริยะมากมายมารวมตัวกัน หากเขาสังหารคนเหล่านี้ แม้แต่สำนักกระบี่หลิ่วหยวนก็ยังปกป้องเขาไม่ได้
นอกจากนี้บนยอดเขายังมีลูกศิษย์ของสำนักกระบี่หลิ่วหยวนอยู่ไม่น้อย!
อวิ๋นโม่ควบคุมฝ่ามือพลิกสวรรค์ให้หยุด แต่คิดจะทำเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เขากระอักเลือดติดกันหลายครั้งถึงหยุดการโจมตีลงได้
ขณะที่อวิ๋นโม่คิดจะบอกให้ลั่วเชียนเฮิ่นยอมแพ้ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น กลุ่มพลังงานที่ลั่วเชียนเฮิ่นควบคุมพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ก่อตัวเป็นปราณฝ่ามือยักษ์เหมือนกับฝ่ามือของอวิ๋นโม่!
“หรือว่าเจ้านั่นกำลังฝึกฝ่ามือพลิกสวรรค์” ม่านตาของอวิ๋นโม่หดตัวลง มองดูลั่วเชียนเฮิ่นอย่างไม่เชื่อสายตา ศาสตร์ลับของคัมภีร์มหาสุญญตาอยู่ที่เขา อีกฝ่ายไปร่ำเรียนฝ่ามือพลิกสวรรค์มาจากไหน หรือว่าคนผู้นี้จะร้ายกาจถึงขนาดบรรลุจากการเห็นเมื่อครู่และใช้ฝ่ามือพลิกสวรรค์ออกมาได้
หากเป็นเช่นนั้น ลั่วเชียนเฮิ่นผู้นี้ก็น่ากลัวเกินไปแล้ว และยังร้ายกาจยิ่งกว่าเทพจักรพรรดิทัณฑ์สวรรค์เสียอีก!
ในไม่ช้าอวิ๋นโม่ก็ตระหนักได้ว่าความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดจากลั่วเชียนเฮิ่น เพราะขณะนี้ลั่วเชียนเฮิ่นก็กำลังมองพลังขุมนั้นด้วยความตระหนกเช่นกัน และพลังกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในความควบคุมของเขา
เวิ้ง!
ทันใดนั้นท่ามกลางสายตาของทุกคน พลังปราณจากทุกทิศทางก็ไหลมารวมกันที่พลังปราณฝ่ามือเหนือศีรษะของลั่วเชียนเฮิ่นและขยายใหญ่ขึ้น เพียงครู่เดียวก็มีขนาดพอๆ กับปราณฝ่ามือพลิกสวรรค์ที่อวิ๋นโม่ใช้
อานุภาพน่ากลัวใกล้เคียงกัน!
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 733 เปลี่ยนแปลงไม่หยุด"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com