ตอนที่ 735 วาสนา
ตอนที่ 735 วาสนา
อวิ๋นโม่ตกตะลึง จักรพรรดิสวรรค์มหาสุญญตาคือยอดคนผู้แข็งแกร่งแห่งยุค แม้จะเทียบกับเทพจักรพรรดิทัณฑ์สวรรค์ไม่ได้ แต่ก็คงไม่ด้อยกว่าเท่าไร ไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ถึงทำให้จักรพรรดิสวรรค์มหาสุญญตาสิ้นลม ระฆังมหาสุญญตาเสียหาย และส่งผลกระทบมาถึงวังมหาสุญญตา
อวิ๋นโม่คารวะระฆังมหาสุญญตา ก่อนถาม “ผู้อาวุโสจิตวิญญาณศาสตรา พาผู้น้อยมาที่นี่ด้วยเหตุใด”
“ข้ากำลังจะแตกสลายไป ร่างของข้าคือความสำเร็จชั่วชีวิตของจักรพรรดิสวรรค์ หากมันหายไปเช่นนี้ก็น่าเสียดายเกินไป” จิตวิญญาณศาสตราของระฆังมหาสุญญตากล่าว
อวิ๋นโม่ลังเลครู่หนึ่งก่อนกล่าว “ผู้อาวุโสจิตวิญญาณศาสตรา ท่านไม่ได้บอกว่าผู้ที่ขึ้นไปถึงยอดเขาจะได้รับวาสนานี้หรือ”
“ฮ่าๆ เจ้าเด็กน้อยซื่อบื้อเหลือเกิน” จิตวิญญาณศาสตราได้ยินก็หัวเราะ “ใครบ้างที่รู้ว่ามีโชควาสนารออยู่แล้วจะไม่ต้องการ อีกอย่างเมื่อครู่เจ้าใช้ฝ่ามือพลิกสวรรค์ อานุภาพนั่นไม่เป็นรองยามที่จักรพรรดิสวรรค์แสดงออกมาเลย เจ้าที่เป็นเช่นนี้ย่อมมีคุณสมบัติจะได้รับทุกสิ่งของที่นี่”
“แต่ว่าผู้น้อยมีวิชาสืบทอดอยู่แล้ว เกรงว่าจะไม่สามารถ…” อวิ๋นโม่เอ่ยอย่างขออภัย เขาสืบทอดวิชายุทธ์ของเทพจักรพรรดิทัณฑ์สวรรค์ที่แข็งแกร่งกว่าวิชาของจักรพรรดิสวรรค์มหาสุญญตา จึงไม่คิดจะทิ้งวิชาสืบทอดของเทพจักรพรรดิทัณฑ์สวรรค์เพื่อรับวิชาของจักรพรรดิสวรรค์มหาสุญญตา
“ข้ารู้ว่าวิชาสืบทอดของเทพจักรพรรดิทัณฑ์สวรรค์มีพลังมากกว่า เรื่องนี้ไม่อาจปฏิเสธ แม้แต่ตอนที่จักรพรรดิสวรรค์ยังมีชีวิตอยู่ก็ยังเคยยอมรับว่าไม่อาจเทียบทัณฑ์สวรรค์ได้” จิตวิญญาณศาสตรากล่าวอย่างไม่ขุ่นเคือง “วิชาที่ข้ามีไม่ใช่วิชาสืบทอดที่สมบูรณ์ ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องรับสืบทอดวิชาของจักรพรรดิสวรรค์ ยิ่งกว่านั้นก่อนที่จักรพรรดิสวรรค์จะจากไปก็เคยกล่าวไว้ว่าการสืบทอดไม่จำเป็นต้องสืบทอดวิชาอย่างสมบูรณ์ ขอเพียงเจตจำนงแห่งความสำเร็จในชีวิตของเขาสามารถสืบทอดบนโลกต่อไป นั่นก็คือการสืบทอดที่แท้จริงแล้ว”
อวิ๋นโม่ได้ยินคำพูดของวิญญาณศาสตราก็เก็บมาครุ่นคิด
“บนกำแพงระฆังนี้ทั้งหมดคือสัมผัสแห่งการรู้แจ้งชั่วชีวิตของจักรพรรดิสวรรค์ หากไม่มีคนมารับไป มันก็จะสลายไปพร้อมกับข้า แม้เจ้าสืบทอดวิชาของทัณฑ์สวรรค์ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการรับรู้มหาวิถีเต๋าที่นี่ หินของภูเขาลูกอื่นสามารถนำมาขัดเกลาหยกได้เช่นกัน เมื่อเจ้ารับมหาวิถีเต๋าไปแล้วจะมีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสีย ยิ่งกว่านั้นเจ้ายังได้รับส่วนหนึ่งของคัมภีร์มหาสุญญตาซึ่งถือว่ามีวาสนากับวิชาสืบทอดของที่นี่ ดังนั้นวาสนานี้จึงควรเป็นของเจ้า”
ได้รับโอกาสรับการรู้แจ้งของที่นี่ อวิ๋นโม่ย่อมดีใจมาก เหตุผลที่เขามาที่นี่ก็เพื่อสิ่งนี้ แต่ต้องพูดกันให้เข้าใจชัดเจนก่อนเขาจึงจะรับการรู้แจ้งนี้ได้อย่างสบายใจ เขาโชคดีนัก โชคดีที่นักพรตน้อยไม่ได้มาที่นี่ ไม่เช่นนั้นเมื่ออีกฝ่ายได้อ่านคัมภีร์มหาสุญญตาระดับจ้าวดาราและระดับพรหมราชจะต้องได้เปรียบกว่าตน
“เจ้าเริ่มการรู้แจ้งได้แล้ว ข้าจะช่วยเจ้าด้วย ส่วนเจ้าจะรับได้มากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของเจ้าเอง” เสียงของจิตวิญญาณศาสตราดังขึ้นอีกครั้ง
อวิ๋นโม่คารวะสุดตัวอย่างซาบซึ้งใจ
ชายหนุ่มนั่งลงตรงกลางระฆังยักษ์อย่างไม่เกรงใจ เริ่มรับการรู้แจ้งมหาวิถีเต๋า ครู่หนึ่งอักขระศักดิ์สิทธิ์บนผนังระฆังก็เหมือนมีชีวิต เคลื่อนตัวลอยเข้าหาเขา ส่วนอวิ๋นโม่ก็เหมือนท่องอยู่ในมหาสมุทรแห่งมรรคาเต๋า มหาวิถีเต๋าของจักรพรรดิสวรรค์มหาสุญญตาแตกต่างจากจักรพรรดิสวรรค์องค์อื่นๆ อย่างสิ้นเชิง อวิ๋นโม่เหมือนได้เปิดประตูสู่โลกใหม่ ในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจเขาก็ได้รับประโยชน์ไปมากมาย
โอกาสเช่นนี้ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ต้องการ เขาต้องมีทั้งความสามารถและโชควาสนาจึงได้รับมา
ไม่รู้ว่าใช้เวลานานแค่ไหน จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็ขมวดคิ้วพลางกัดฟันแน่น เหงื่อเย็นไหลทั่วร่าง เสียงของจิตวิญญาณศาสตราดังขึ้นในเวลาที่เหมาะสม “ในเมื่อน้ำหลากมายามเขื่อนสร้างเสร็จก็ไม่อาจรั้งไว้ได้อีก จะกดเอาไว้ทำไม”
อวิ๋นโม่ถึงระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าสูงสุดแล้ว หลังจากการต่อสู้หลายครั้งก็เข้าใจมรรคาเต๋าของจักรพรรดิสวรรค์ที่นี่ ทำให้สบโอกาสในการเลื่อนระดับ หลังจากได้ยินคำของจิตวิญญาณศาสตรา อวิ๋นโม่ก็ไม่ได้ฝืนยับยั้งมันอีก แต่โปรยหินวิญญาณชั้นเลิศหลายพันชั่งและเริ่มเลื่อนสู่ระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้า
เวิ้ง!
ในร่างของอวิ๋นโม่มีเสียงเหมือนระฆังดังออกมา จากนั้นพลังปราณของเขาก็พุ่งสูงและเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โอกาสนี้ทำให้เขาก้าวเข้าสู่ระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้าอย่างราบรื่น ตอนนี้เขารู้สึกว่าความแข็งแกร่งของตนมาถึงจุดใหม่แล้ว คาดว่าแม้แต่นักพรตน้อย เขาก็สามารถสู้ได้แล้ว! ทั้งยังไม่แน่ว่าจะแพ้!
ถ้าเป็นพวกเซี่ยหมิงเต๋อ เขาสามารถเล่นงานมันได้อย่างง่ายดาย!
“ไม่เลว!” เสียงชื่นชมของวิญญาณศาสตราดังขึ้น หากคนภายนอกได้รู้คงจะต้องตกตะลึง ระฆังมหาสุญญตาคือสัญลักษณ์และผลงานของจักรพรรดิสวรรค์มหาสุญญตา สายตานี้ไม่ใช่จักรพรรดิสวรรค์ทั่วไปจะเทียบได้ น้ำหนักของคำชมนี้ไม่ต้องคิดก็รู้แล้ว
เลื่อนมาถึงระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้า อวิ๋นโม่ก็ต้องใช้หินวิญญาณชั้นเลิศไปเกือบห้าพันชั่ง ปริมาณมหาศาลขนาดนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะรับไหว แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าหลังจากเลื่อนระดับแล้ว อวิ๋นโม่มีพลังมากแค่ไหน
หลังจากนั้นอวิ๋นโม่ไม่หยุดการบรรลุ ด้วยความช่วยเหลือของจิตวิญญาณศาสตรา เขายังคงรับการรู้แจ้งจากระฆังมหาสุญญตาต่อไป ในนั้นประกอบด้วยมรรคาเต๋านับไม่ถ้วน แม้ตอนนี้เขายังไม่สามารถรับมหาวิถีเต๋าที่ลึกซึ้งและสูงส่งเกินไปได้ แต่ด้วยความช่วยเหลือของจิตวิญญาณศาสตรา เขาก็ได้ประทับมรรคาเต๋าเหล่านั้นลงไปในความทรงจำของตนเองแล้ว รอให้ภายหน้าความสามารถเพิ่มขึ้นก็สามารถศึกษาและทำความเข้าใจจนทะลุปรุโปร่ง และเมื่อผสานกับมหาวิถีของตนก็จะได้รับประโยชน์มหาศาล!
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ภายในระฆังมหาสุญญตาก็เงียบลง อวิ๋นโม่ลืมตาขึ้นและตระหนักว่าแสงในระฆังมหาสุญญตากำลังหมองลงอย่างที่สุด อักขระศักดิ์สิทธิ์บนผนังระฆังหายไปทั้งหมด รัศมีเทพสีทองสองสายในดวงตาของอวิ๋นโม่เห็นเพียงความตาย
“ผู้อาวุโสจิตวิญญาณศาสตรา” อวิ๋นโม่ตะโกนก้องอยู่ในใจ พลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี
เสียงอ่อนล้าของจิตวิญญาณศาสตราดังขึ้นท่ามกลางความมืด “ในที่สุดก็เดินมาถึงปลายทางแล้ว!”
“ผู้อาวุโส!” อวิ๋นโม่ตะโกน ลำคอตีบตัน หัวใจของเขาปวดร้าว
“ฮ่าๆ ไม่เป็นไร จะได้ไปพบจักรพรรดิสวรรค์แล้ว ข้ามีความสุขมาก” จิตวิญญาณศาสตรากล่าว “เจ้าหนู ขอมอบวาสนาสุดท้ายแก่เจ้า นำอาวุธวิญญาณของเจ้าออกมา!”
“ผู้อาวุโส ท่าน…”
“อย่าให้มันสูญเปล่า!” เสียงของจิตวิญญาณศาสตราเข้มงวดขึ้นมา
อวิ๋นโม่กัดฟันนำผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมา หลังจากเห็นผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ จิตวิญญาณศาสตราก็เหมือนมีประกายเจิดจ้า มันหัวเราะร่า “ปฐมอัสนีนิลสุวรรณ ทั้งยังได้รับการหล่อหลอมจนร้ายกาจขนาดนี้ ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ! เจ้าหนู เจ้านับเป็นศิษย์ของจักรพรรดิสวรรค์อยู่ครึ่งตัว หวังว่าความสำเร็จในอนาคตจะไม่ด้อยไปกว่าจักรพรรดิสวรรค์! วิถีของจักรพรรดิสวรรค์จึงจะไม่มีวันเสื่อมสลาย! ฮ่าๆๆๆๆ
วิญญาณที่เหลืออยู่เล็กน้อยในระฆังมหาสุญญตาลอยออกมา พอถึงครึ่งทางก็กลายเป็นละอองแสงละเอียดเล็กลอยมาพร้อมกับเสียงหัวเราะ นั่นคือจิตวิญญาณแท้จริงของวิญญาณที่เหลือในระฆังมหาสุญญตา วิญญาณแท้จริงนี้ผลุบหายเข้าไปในผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ
เหง่งหง่าง!!!
เสียงระฆังดังกังวานไปทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ลอยออกไปไกลแสนไกล นี่คือเสียงสุดท้ายของระฆังมหาสุญญตา
พริบตานั้นจักรพรรดิสวรรค์ทั้งหมดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ลุกขึ้นยืน หันไปทางวังมหาสุญญตาพร้อมเอ่ยเสียงกระซิบ “ขอจงเดินทางสู่สุขติ!”
อวิ๋นโม่หลับตาไว้อาลัยให้ระฆังมหาสุญญตา และไว้อาลัยให้จักรพรรดิสวรรค์มหาสุญญตา จากนั้นลืมตาขึ้น และเริ่มเคี่ยวกรำผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ
………………………………………
ด้านนอก บนระฆังมหาสุญญตาที่กลายเป็นยอดเขา เหล่าจอมยุทธ์ต่างประหลาดใจ เพราะพวกเขาได้ยินเสียงระฆังแผ่วเบาดังมาจากเชิงเขาอย่างชัดเจน จากนั้นพลังที่ช่วยเหลือผู้คนให้รู้แจ้งก็หายสาบสูญไป แม้พวกเขาพยายามเข้าถึงให้มากขึ้นก็สัมผัสได้เพียงความตายบนยอดเขาแห่งนี้เท่านั้น มันเปลี่ยนเป็นยอดเขาที่เทียบไม่ได้แม้แต่ยอดเขาธรรมดา
“เป็นไปได้อย่างไร” ทุกคนประหลาดใจ
“เกรงว่าลั่วเชียนเฮิ่นคงจะได้รับวาสนาของที่นี่ไปแล้ว ยอดเขาแห่งนี้จึงไม่เหลือพลังที่จะช่วยให้ผู้คนรู้แจ้งอีกต่อไป” จอมยุทธผู้หนึ่งที่อยู่บนบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปดเอ่ยขึ้น
“สมควรเป็นเช่นนี้ เพราะเมื่อครู่ลั่วเชียนเฮิ่นขึ้นไปถึงยอดเขาแล้ว”
“สำนักเทพสวรรค์ลั่วเทียนน่าทึ่งมากจริงๆ บุคคลที่น่าตื่นตะลึงอย่างลั่วเชียนเฮิ่นยังเป็นแค่ลูกศิษย์ระดับพรหมราชอันดับที่สอง ช่างน่าประหลาดใจเหลือเกิน”
“ฮ่าๆ ตอนนี้เขาได้รับวาสนานั่นมาแล้ว ไม่แน่ว่าอาจไม่ใช่ที่สอง อีกแล้ว” มีคนหัวเราะ
“มีเหตุผล น่าเสียดายที่วาสนาระดับนี้ พวกเราได้แต่อิจฉาเท่านั้น”
คนทั้งหมดที่อยู่บนบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปดเผยสีหน้าอิจฉา โดยเฉพาะเซี่ยหมิงเต๋อ ก่อนหน้านี้เขาเคยมีโอกาสอยู่บ้าง และเข้าใกล้วาสนานั้นมาแล้ว
“ไปกันเถอะ ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ที่นี่แล้ว ต้องรีบไปเสาะหาสิ่งอื่นต่อ ไม่เช่นนั้นเกรงว่าวาสนาต่างๆ ในวังมหาสุญญตาจะถูกผู้อื่นเก็บเกี่ยวไปจนหมด” เซี่ยหมิงเต๋อพูดก่อนลุกขึ้นบินไปอีกทาง
เวลานี้ลั่วเชียนเฮิ่นที่ทุกคนต่างอิจฉากลับยืนงุนงงอยู่บนยอดเขา
“ว่ากันว่ามีวาสนาอยู่บนนี้ไม่ใช่หรือ วาสนาเล่า วาสนานั้นอยู่ที่ใด!” ลั่วเชียนเฮิ่นคำราม เขาปีนขึ้นมาบนยอดเขาและเดินวนรอบๆ ที่นี่อยู่นานแล้ว อย่าว่าแต่วาสนาเลย แม้แต่ขนสักเส้นก็ไม่พบ
“หลอกข้าหรือ บัดซบ!” เสียเวลาไปตั้งมากมาย แต่กลับไม่ได้อะไรเลย จิตใจของลั่วเชียนเฮิ่นย่ำแย่เพียงใดเป็นที่ทราบได้
ตูม!
เขาซัดฝ่ามือออกไปในฉับพลัน ทำให้ยอดเขาทั้งหมดทรุดลงไปหลายสิบจั้ง แต่ก็ยังไม่พบอะไร ลั่วเชียนเฮิ่นในยามนี้ถึงได้มั่นใจว่าที่นี่ไม่ได้มีวาสนาใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องหลอกลวงผู้คนเท่านั้น!
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าคนที่ได้รับวาสนานั้น ตอนนี้กำลังยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ในระฆังมหาสุญญตา ด้วยความช่วยเหลือของวิญญาณแท้จริงของวิญญาณศาสตราในระฆังมหาสุญญตา อวิ๋นโม่ขัดเกลาจิตวิญญาณศาสตราขั้นต้นของปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมาสำเร็จแล้ว แม้สติปัญญาของมันจะยังต่ำมาก มีเพียงจิตสำนึกเรียบง่ายเท่านั้น แต่สิ่งนี้เหนือกว่าอาวุธวิญญาณส่วนมากแล้ว แม้เริ่มมีต้นแบบของจิตวิญญาณศาสตราเพียงเล็กน้อย อานุภาพของผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณก็เพิ่มขึ้นอย่างมากมายแล้ว
ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณลอยไปหาอวิ๋นโม่และถูไถกับร่างกายของเขาไม่หยุด มันผูกพันกับเขามาก
“เด็กดี!” อวิ๋นโม่ลูบมันเบาๆ แล้วใส่มันกลับเข้าไปในตันเถียน ปฐมอัสนีที่เดินไปรอบๆ อย่างเบื่อหน่าย หลังจากเห็นผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณอีกครั้ง ดวงตาก็สว่างวาบ โอบกอดผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณพลางหัวเราะคิกคักไม่หยุด ปฐมอัสนีที่สวมผ้าคาดอกนั้นน่ารักมากอยู่แล้ว ตอนนี้พอกอดผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณและหัวเราะคิกคักก็ยิ่งน่ารักกว่าเดิม หากพูดอย่างเคร่งครัด ปฐมอัสนีและปฐมอัสนีนิลสุวรรณถือกำเนิดจากมรรคาเต๋าสวรรค์และปฐพีเดียวกัน เป็นดั่งพี่น้อง ใกล้ชิดกันโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณมีจิตวิญญาณของอาวุธแล้ว ปฐมอัสนีก็ชื่นชอบผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณมากขึ้นไปอีก
ปฐมอัสนีตัวอ้วนกลมโอบกอดผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณพลางพูดอ้อแอ้ คล้ายจะบอกว่า “ต่อไปเวลาออกไปข้างนอก พี่จะปกป้องเจ้าเอง!”
น่ารักยิ่ง
อวิ๋นโม่เห็นแล้วก็อมยิ้ม เปรยเสียงแผ่ว “ได้เวลาออกไปแล้ว”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 735 วาสนา"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com