ตอนที่ 736 สั่นสะท้าน
ตอนที่ 736 สั่นสะท้าน
“อ๊าก!” ลั่วเชียนเฮิ่นที่อยู่บนยอดเขากำลังโมโหมาก คิดไม่ถึงว่าลำบากมาตั้งนานแต่กลับไม่ได้อะไรเลย
“ลั่วเชียนเฮิ่นกำลังทำอะไร ทำไมถึงทุบยอดเขาจนทรุดลงไปตั้งหลายสิบจั้ง” จอมยุทธ์ที่เตรียมตัวไปที่นี่ต่างสงสัย ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นมัวทำอะไรอยู่บนยอดเขา
“หรือว่าเจ้านั่นพอได้รับวาสนาแล้วจะดีใจจนเกินไป” มีคนคาดเดา
หากลั่วเชียนเฮิ่นรู้ว่าคนอื่นคิดอะไรอยู่คงอยากกระอักเลือด เขาไม่ได้รับอะไรทั้งสิ้น จะมาอิจฉาเขาทำไม อิจฉากับผีน่ะสิ
“เดิมทีวาสนาบนนั้นมีโอกาสเป็นของพี่ใหญ่” เซี่ยอี้เหาะออกจากยอดเขาทรงระฆังและพูดอย่างริษยา
จอมยุทธ์รอบๆ เม้มปาก แม้โม่อวี่แพ้ให้ลั่วเชียนเฮิ่น แต่คนอย่างเซี่ยอี้และเซี่ยหมิงเต๋อก็ยังเทียบไม่ได้แม้แต่กระผีก ไม่ว่าจะเทียบกับโม่อวี่หรือลั่วเชียนเฮิ่น พวกเขาก็ยังห่างชั้นอีกมาก มีสองคนนั้นอยู่ เซี่ยหมิงเต๋อจะทำอะไรได้
คำพูดของเซี่ยอี้จึงไร้สาระ ไม่ว่ามองอย่างไร เซี่ยหมิงเต๋อก็ไม่มีโอกาสได้รับวาสนาจากที่นั่น แต่แม้เซี่ยหมิงเต๋อจะไม่เก่งกาจเท่าโม่อวี่และลั่วเชียนเฮิ่นก็ยังเหนือกว่าพวกเขา ดังนั้นแม้จะเหยียดหยามคำกล่าวอ้างของเซี่ยอี้เพียงไรก็ไม่มีใครโต้แย้ง การล่วงเกินเซี่ยหมิงเต๋อไม่ใช่เรื่องฉลาด
เซี่ยหมิงเต๋อเงยหน้ามองลั่วเชียนเฮิ่นที่อยู่บนยอดเขาด้วยแววตาอิจฉาอันปิดไม่มิด เขาสูดหายใจลึกแล้วพูดกับเซี่ยอี้ “ไปกันเถอะ วังมหาสุญญตากว้างใหญ่มาก เราจะไม่กลับไปมือเปล่า”
“อืม” เซี่ยอี้พยักหน้าเตรียมจากไปพร้อมเซี่ยหมิงเต๋อ ทันใดนั้นก็เบิกตาโพลง มองไปยังเชิงเขาทรงระฆังอย่างไม่เชื่อสายตา ครู่ต่อมาใบหน้าของเขาก็ปรากฏความโกรธแค้นรุนแรง
“เกิดอะไรขึ้น” เซี่ยหมิงเต๋อขมวดคิ้วหันกลับมา จากนั้นคนก็เหมือนถูกฟ้าผ่า
ที่เชิงเขาทรงระฆังมีถ้ำแห่งหนึ่ง และบริเวณปากถ้ำก็มีร่างที่คุ้นเคยยืนอยู่
“โม่อวี่!” เซี่ยอี้กัดฟันพ่นสองคำนี้ออกมา อวิ๋นโม่เคยเล่นงานทั้งคู่อย่างโหดเหี้ยม สำหรับพวกเขานี่เป็นความอับอายอย่างที่สุด พวกเขาเกลียดอวิ๋นโม่เข้ากระดูกดำ เดิมคิดว่าศัตรูร่างกายสูญสลายไปในการต่อสู้กับลั่วเชียนเฮิ่น คิดไม่ถึงว่าจะปรากฏตัวตรงหน้าพวกเขาอีกครั้ง
“ทำไมมันยังไม่ตาย!” เซี่ยอี้อารมณ์พลุ่งพล่าน ขณะเดียวกันก็สับสน ภายใต้ความผันผวนที่น่ากลัวนั่น ชายคนนี้รอดมาได้อย่างไร
หลังจากเห็นอวิ๋นโม่ สีหน้าเซี่ยหมิงเต๋อก็มืดครึ้ม อารมณ์ที่เพิ่งจะสงบลงถูกกระตุ้นขึ้นมาอีก ขณะเดียวกันในใจก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดี อวิ๋นโม่หายตัวไปแต่กลับไม่ตาย หลังจากนั้นยอดเขาทรงระฆังกลับกลายเป็นยอดเขาธรรมดา และจู่ๆ คนก็ปรากฏตัวออกมา ส่วนลั่วเชียนเฮิ่นที่อยู่บนยอดเขาก็ทำตัวเหมือนคนบ้า ทุบทำลายยอดเขาอย่างไร้สาเหตุ ทั้งหมดนี้เหมือนบ่งบอกอะไรบางอย่าง เรื่องที่เขาไม่อยากเชื่อและไม่กล้าเชื่อ
ยอดเขาทรงระฆังเกิดจากร่างเดิมของระฆังมหาสุญญตา ระฆังช่วยให้อวิ๋นโม่รู้แจ้งและมอบวาสนาที่อยู่ในนั้นให้ เขาให้ความเคารพระฆังอย่างยิ่ง จึงไม่ทำลายยอดเขา แต่เลือกออกมาทางใต้ดิน
นอกจากพี่น้องตระกูลเซี่ยแล้ว คนอื่นๆ ก็มองมาที่เขาด้วยสายตาไม่อยากเชื่อเช่นกัน ลั่วชิงสุ่ยซึ่งเมื่อครู่มีสีหน้าค่อนข้างผิดหวัง ยามเห็นอวิ๋นโม่ปรากฏตัวและสัมผัสได้ถึงพลังปราณก็เบิกตากลมโตอย่างไม่กล้าเชื่อ ดวงหน้าของนางปรากฏความประหลาดใจ
“โม่อวี่!” ลั่วชิงสุ่ยอุทาน ตอนแรกนางโกรธอวิ๋นโม่มาก แต่อวิ๋นโม่เอาชนะนางและช่วยให้นางรู้แจ้ง จากนั้นแสดงความสามารถที่น่าประหลาดใจอย่างต่อเนื่อง ทำให้นางเกิดความสนใจในตัวคนผู้นี้มาก หลังจากพบว่าโม่อวี่ “สาบสูญ” ในใจก็รู้สึกผิดหวังอย่างแรง รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องจริง คนผู้นี้ไม่ควรตายง่ายๆ ดังนั้นพอเห็นเขาปรากฏตัว สีหน้าของนางก็ตื่นเต้นยินดี
“ที่แท้เจ้านั่นยังไม่ตาย เช่นนั้นก่อนหน้านี้มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมา เขารอดจากความผันผวนที่น่ากลัวได้อย่างไร” ทุกคนประหลาดใจ
ตอนนั้นเองคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้น “ผิดแล้ว!”
“อะไรผิด…” มีคนถาม
“พวกเราทุกคนเข้าใจผิดแล้ว!” คนตอบเป็นอัจฉริยะที่ขึ้นไปบนบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปดเช่นกัน ดังนั้นแม้พูดเช่นนี้ก็ไม่ได้ทำให้ใครไม่พอใจ ทุกคนมองมาที่เขาอย่างสงสัยพร้อมรอคำอธิบาย คนผู้นั้นเงยหน้ามองยอดเขาก่อนเอ่ยต่อ “พวกเราคิดผิดแล้ว คนที่ได้รับวาสนาจากที่นั่นอาจไม่ใช่ลั่วเชียนเฮิ่น แต่เป็นโม่อวี่!”
“โม่อวี่หรือ” ทุกคนพลันเบิกตากว้าง ตอนแรกคิดจะปฏิเสธการคาดเดานั้น แต่หลังจากทบทวนอย่างละเอียดก็พอจะจับทางได้ มันอาจเป็นเรื่องจริง!
ไม่เช่นนั้นจะอธิบายเรื่องการหายตัวและปรากฏตัวใหม่ของโม่อวี่ได้อย่างไร จะอธิบายว่าทำไมลั่วเชียนเฮิ่นถึงได้คลุ้มคลั่งอยู่บนยอดเขาอย่างไร เป็นไปได้ว่าโม่อวี่หายตัวไปเพราะรับวาสนาอยู่ที่ไหนสักแห่ง ลั่วเชียนเฮิ่นไม่ได้อะไรเลยจึงระเบิดโทสะ
“พี่ใหญ่ เป็นแบบนั้นจริงหรือ” เซี่ยอี้กัดฟันถาม หากเป็นเช่นนั้นก็ยากจะยอมรับ แค่เรื่องที่อวิ๋นโม่ยังมีชีวิตอยู่ก็ทำให้เขาหงุดหงิดมากแล้ว เจ้านั่นไม่เพียงไม่ตายแต่อาจได้รับประโยชน์สูงสุด เขาจะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร
เซี่ยหมิงเต๋อพยักหน้า “แม้ยากจะยอมรับ แต่นี่เป็นการคาดเดาที่ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุด”
“เป็นไปได้อย่างไร! ทำไมมันโชคดีแบบนี้ ไม่ เป็นไปไม่ได้!” เซี่ยอี้ไม่อยากเชื่อ เดิมทีพวกเขาเป็นอัจฉริยะอันดับต้นๆ ของตระกูลเซี่ย ที่ผ่านมาไม่ว่าเรื่องใดล้วนราบรื่น แต่ตอนนี้ไม่เพียงแพ้ให้ผู้อื่น เสียหน้ายับเยิน ยังถูกอีกฝ่ายชิงวาสนาไป ทำให้เขารู้สึกว่าถูกหยามอย่างแรง พวกเขาเป็นยอดอัจฉริยะ ไม่ควรต้องพบกับเรื่องเหล่านี้ พวกเขามีโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่ ควรได้รับวาสนามากมายไม่สิ้นสุดจึงจะถูก!
มองน้องชายที่โกรธจนตัวสั่น เซี่ยหมิงเต๋อเอ่ยปากปราม “ใจเย็นก่อน!”
“พี่ใหญ่ ข้าจะใจเย็นได้อย่างไร” เซี่ยอี้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“ฮ่าๆ” เซี่ยหมิงเต๋อหัวเราะอย่างเย็นชา “ใช่ เจ้าไม่จำเป็นต้องใจเย็น เจ้าไม่จำเป็นต้องใจเย็น!”
“พี่…” เซี่ยอี้มองเซี่ยหมิงเต๋อด้วยความสงสัย รู้สึกว่าคำพูดของเขามีความหมายแฝง
เซี่ยหมิงเต๋อจ้องอวิ๋นโม่และพูดเสียงเย็นชา “ข้าจะชิงวาสนาที่มันได้รับมาให้หมด! แม้เป็นการล่วงเกินสำนักกระบี่หลิ่วหยวนก็ไม่เสียดาย!”
ได้ยินคำพูดของเซี่ยหมิงเต๋อ เซี่ยอี้ก็ตกใจ แม้เขาเกลียดอวิ๋นโม่เข้ากระดูกดำ แต่ก็กลัวอวิ๋นโม่จับจิตเช่นกัน “พี่ใหญ่ ความแข็งแกร่งของมัน…”
“เจ้าเข้าใจอะไรผิดหรือไม่”
“เข้าใจผิดหรือ” เซี่ยอี้สงสัย หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาเบิกกว้างทันที จากนั้นในดวงตาก็ปรากฏความเกรี้ยวกราดอันน่ากลัว เขาแค่นหัวเราะ “จริงด้วย ข้าเข้าใจผิดแล้ว”
“ฮ่าๆ ก่อนหน้านี้ที่มันชนะเราได้อย่างง่ายดายเพราะพึ่งความเข้าใจอันลึกซึ้งในมรรคาเต๋าของที่นี่ ชักนำพลังได้มากกว่า ตอนนี้ภูเขาทรงระฆังกลายเป็นภูเขาธรรมดาไปแล้ว มันไม่อาจดึงพลังรอบตัวมาใช้ได้อีก ด้วยความสามารถของพวกเรายังต้องกลัวมันหรือ”
“ใช่แล้ว” เซี่ยอี้เปลี่ยนเป็นมั่นใจขึ้นมาเช่นกัน “มันไม่สามารถดึงพลังมาโจมตีเราได้เหมือนก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้มันเป็นเพียงตัวขยะระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าเท่านั้น ต่อให้เป็นข้าก็มั่นใจว่าจัดการมันได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพี่ใหญ่!”
พอคิดได้เช่นนี้ เซี่ยอี้ก็คลายกังวล หันไปมองอวิ๋นโม่ด้วยสีหน้าดุร้าย ก่อนหน้านี้เจ้านั่นทุบตีพวกเขาสองพี่สองอย่างหนำใจ ตอนนี้ถึงเวลาต้องชดใช้แล้ว!
“ไป ไปคิดบัญชีกับมันกัน!” เซี่ยหมิงเต๋อเอ่ยเสียงเย็นชาแล้วเหาะไปหาอวิ๋นโม่
ลั่วชิงสุ่ยที่ยังอยู่บนเขาคิดจะเหาะไปหาอวิ๋นโม่ แต่เหลือบเห็นเซี่ยอี้และเซี่ยหมิงเต๋อเหาะไปหาอวิ๋นโม่อ นางเกิดความสงสัย ทำไมสองคนนั้นยังคิดจะเข้าใกล้โม่อวี่
“ใช่แล้ว” ลั่วชิงสุ่ยก็คิดขึ้นได้เช่นกัน ตอนนี้ไม่สามารถพึ่งมรรคาเต๋ามาชักนำพลังงานรอบๆ ได้แล้ว โม่อวี่เป็นระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้า ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพี่น้องตระกูลเซี่ย! แม้พรสวรรค์ของเขาไม่ธรรมดา ความแข็งแกร่งเกินกว่าจอมยุทธ์ระดับเดียวกัน สามารถรับมือเซี่ยอี้ระดับพรหมราชขั้นเก้าชั้นฟ้าได้ แต่ไม่สามารถต้านทานเซี่ยหมิงเต๋อที่เป็นชั้นสูงสุด!
คิดได้เช่นนี้นางก็กังวล คิดจะใช้ญาณหยั่งรู้ถ่ายทอดเสียงไปเตือนอวิ๋นโม่ให้รีบหนีไป แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยปากก็เห็นอวิ๋นโม่ทำหน้าเครียด บินไปที่ยอดเขาอย่างรวดเร็ว
“เขาจะทำอะไร” ลั่วชิงสุ่ยสงสัย ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ อวิ๋นโม่ถึงบินไปที่ยอดเขา “หรือเขาคิดจะสู้กับพี่เชียนเฮิ่นอีก เจ้านั่นคิดอะไรอยู่ พี่เชียนเฮิ่นเป็นระดับพรหมราชชั้นสูงสุด ไม่ใช่คนที่เขาจะเทียบได้ มิหนำซ้ำด้านหลังยังมีพี่น้องตระกูลเซี่ยที่เกลียดชังเขามาก เขาไม่เพียงไม่หนี แต่ยังไปท้าทายพี่เชียนเฮิ่นอีก นี่เขาสมองกลับไปแล้วหรือ”
พี่น้องตระกูลเซี่ยที่บินไปหาอวิ๋นโม่เห็นอีกฝ่ายเหาะอย่างรวดเร็วก็เข้าใจว่าเขาจะหนี แต่พอเห็นทิศทางที่เขามุ่งไปก็ยิ้มเย็น เซี่ยอี้กล่าว “มันโง่จริงๆ คิดจะขึ้นไปยั่วโทสะลั่วเชียนเฮิ่นที่อยู่บนยอดเขา ไม่รู้หรือว่าตอนนี้ภูเขาทรงระฆังกลายเป็นภูเขาธรรมดาไปแล้ว มันไม่สามารถยืมพลังได้อีก หึๆ กล้ายั่วโทสะลั่วเชียนเฮิ่น มันตายแน่!”
เซี่ยหมิงเต๋อกล่าว “อย่ามัวพูดไร้สาระ รีบหยุดมันไว้ ของต่างๆ บนตัวมันจะต้องเป็นของพวกเราเท่านั้น จะให้ลั่วเชียนเฮิ่นเอาไปไม่ได้!”
เซี่ยอี้ได้ยินก็ตกใจ พอคิดดูก็เห็นว่ามีเหตุผล ตอนนี้โม่อวี่ไม่อาจหยิบยืมพลัง เป็นแค่จอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าคนหนึ่ง ไม่มีทางเทียบพวกเขาได้ หากมันถูกลั่วเชียนเฮิ่นจัดการ ของที่อยู่บนตัวมันจะไม่ถูกลั่วเชียนเฮิ่นเอาไปหรือ พอคิดเช่นนี้เซี่ยอี้ก็กระตุ้นพลังปราณอย่างบ้าคลั่งและไล่ตามอวิ๋นโม่ด้วยความเร็วสูงสุด แต่อวิ๋นโม่ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้า เคลื่อนที่รวดเร็วมาก เซี่ยหมิงเต๋อสองพี่น้องไม่มีทางไล่ทัน
“มันเร็วเกินไป! พี่ใหญ่ ทำอย่างไรดี” เซี่ยอี้กล่าวอย่างร้อนใจ
เซี่ยหมิงเต๋อกัดฟัน ทำได้เพียงไล่ตามอีกฝ่ายสุดกำลัง โม่อวี่เร็วเกินไป เขาจะทำอะไรได้ ได้แต่หวังว่าเจ้านั่นจะรับมือลั่วเชียนเฮิ่นได้สักหลายกระบวนท่า
เหตุผลที่อวิ๋นโม่รีบเหาะไปหาลั่วเชียนเฮิ่นเพราะเขากำลังทำลายยอดเขาทรงระฆังอย่างคลุ้มคลั่ง! ยอดเขานี้เกิดมาจากระฆังมหาสุญญตา อวิ๋นโม่ให้ความเคารพระฆังมาก จะยอมให้ใครทำลายร่างของผู้อาวุโสได้อย่างไร เห็นลั่วเชียนเฮิ่นนำมายาวารีออกมาทำลายยอดเขา อวิ๋นโม่ก็รีบใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าพุ่งขึ้นไป
หากปล่อยให้เขาโจมตีต่อไป ยอดเขาแห่งนี้คงพังทลายลงมาแน่!
“หยุดมือ!” อวิ๋นโม่คำรามด้วยความโกรธ เรียกผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมาโจมตีลั่วเชียนเฮิ่น
อานุภาพน่าเกรงขามทะยานออกไป ลั่วเชียนเฮิ่นที่กำลังทำลายยอดเขาเบิกตาโต สีหน้าหวาดกลัว อานุภาพเช่นนี้น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ในบรรดาจอมยุทธ์ระดับพรหมราช เขาเคยเห็นพลังระดับนี้จากผู้ที่เป็นอันดับหนึ่งในสำนักเทพสวรรค์ลั่วเทียนเท่านั้น
“เป็นเจ้า!” ด้วยความหวาดกลัว ลั่วเชียนเฮิ่นรีบเปลี่ยนการโจมตีเป็นป้องกัน พอเห็นว่าคนที่มาคืออวิ๋นโม่ก็ยิ่งตกใจ
ตูม!
ตูม!
ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณทำลายการป้องกันของมายาวารี แล้วยังโจมตีลั่วเชียนเฮิ่นจนกระอักเลือดกระเด็นออกไป สีหน้าของเขาบ่งบอกว่าไม่อยากเชื่อ โม่อวี่ระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าไม่ใช่หรือ ทำไมแค่ชั่วพริบตาก็กลายเป็นชั้นแปดชั้นฟ้าไปแล้ว ทั้งยังแข็งแกร่งขนาดนี้ โจมตีมาครั้งหนึ่งเขาถึงกับไม่สามารถตอบโต้ได้เลย! นี่ยังนับเป็นจอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้าอยู่อีกหรือ
หลังจากเห็นภาพนี้ พี่น้องตระกูลเซี่ยก็หยุดชะงัก ตกตะลึงพรึงเพริด สมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ
เมื่อเห็นยอดเขาจมลงไปหลายสิบจั้ง อวิ๋นโม่ก็โกรธมาก ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าเข้าประชิดตัวลั่วเชียนเฮิ่นแล้วต่อยซ้ำอีกหมัดเต็มๆ
ตูม!
ลั่วเชียนเฮิ่นกระอักเลือดกบปากอีกครั้งและร่วงลงด้านล่าง
ตูม!
เขาตกลงมาตรงหน้าพี่น้องตระกูลเซี่ย ภาพนี้ทำให้เปลือกตาของทั้งสองคนกระตุกรุนแรง
อวิ๋นโม่ย่างเท้าไปตรงหน้าคนทั้งสาม ปรายตามองเซี่ยหมิงเต๋อและเซี่ยอี้ด้วยแววตาเย็นชา “พวกเจ้ามาทำอะไร”
“เอื๊อก!”
ทั้งสองกลืนน้ำลายอย่างแรงแล้วส่ายหน้าสุดชีวิต
“ไม่ ไม่มีอะไร”
ทั้งสองตอบเสียงสั่นพร้อมกัน
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 736 สั่นสะท้าน"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com