ตอนที่ 738 อวดดี รนหาที่ตาย
ตอนที่ 738 อวดดี รนหาที่ตาย
จอมยุทธ์หลายคนที่อยู่รอบๆ รู้จักคนผู้นี้ และรู้ว่าความแข็งแกร่งของเขาเทียบได้กับเซี่ยหมิงเต๋อ แม้แต่อัจฉริยะระดับพรหมราชขั้นเก้าชั้นฟ้าอย่างเซี่ยอี้ก็เทียบเขาไม่ได้ แต่คนที่อยู่ตรงหน้าคือ โม่อวี่! อัจฉริยะของสำนักเทพสวรรค์ลั่วเทียนลั่วเชียนเฮิ่นยังถูกโม่อวี่ทุบตีจนไม่อาจตอบโต้ สองพี่น้องเซี่ยอี้และเซี่ยหมิงเต๋ออยู่ต่อหน้าโม่อวี่ยิ่งหวาดหวั่น ปิดปากเงียบราวจักจั่นในฤดูหนาว เผชิญหน้ากับโม่อวี่ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ หม่าเย่ยังกล้าผยอง เขาเบื่อชีวิตแล้วใช่ไหม
จอมยุทธ์รอบๆ มองหม่าเย่ด้วยสายตาพิกล ในใจไว้อาลัยให้คนผู้นี้ แต่หม่าเย่ยังไม่รู้ตัว เอ่ยวาจาโอหังต่อไป
ได้ยินคำพูดของหม่าเย่ อันวั่งโจวก็ยิ่งหนักใจ เขามองไปทางอวิ๋นโม่ “ศิษย์น้องโม่อวี่ เจ้ารีบพาศิษย์พี่หญิงหนีไป อย่าได้รักษาศิษย์พี่หญิงส่งเดช อาการบาดเจ็บของนางหากไม่ใช่แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญอาจทำให้ร่างกายของนางเกิดปัญหาใหญ่!”
เขากังวลกับอาการบาดเจ็บเช่นนี้มาก จำเป็นต้องให้แพทย์โอสถที่มีทักษะการแพทย์สูงรักษาเท่านั้น แพทย์โอสถทั่วไปหากกระทำโดยพลการ อาจทำให้อาการบาดเจ็บของนางแย่ลง นี่เป็นเหตุผลว่าแพทย์หลายคนเมื่อไม่มีความมั่นใจก็ไม่กล้าลงมือ เห็นอวิ๋นโม่จะรักษาซื่อซูให้ได้ อันวั่งโจวก็กังวลมาก โม่อวี่มีความสามารถไม่อ่อนด้อย คงทุ่มเทจิตใจไปกับการฝึกฝน จะมีวิชาแพทย์สูงส่งได้อย่างไร อีกทั้งไม่ใช่ศิษย์ของสำนักเทพสวรรค์ลั่วเทียน ในใต้หล้านี้จอมยุทธ์ที่มีความสามารถแข็งแกร่งและวิชาแพทย์สูงส่งก็มีแต่ลูกศิษย์ของสำนักเทพสวรรค์ลั่วเทียนเท่านั้น
เขาหวังว่าอวิ๋นโม่จะพาจื่อซูหนีไป ดังนั้นไม่กล้าหักหาญน้ำใจชายหนุ่ม ได้แต่ร้อนใจอยู่ด้านข้าง อวิ๋นโม่ปรายตามองอันวั่งโจวก่อนกล่าวเสียงเรียบล “ไม่ต้องห่วง ข้ารักษานางได้”
ความคิดแรกของอันวั่งโจวคือไม่เชื่อ แต่พอลองคิดดูแล้ว โม่อวี่สามารถฝึกฝนจนถึงระดับนี้จะต้องไม่ใช่ชนชั้นธรรมดา บางทีอาจมีความสามารถในการรักษาจื่อซูจริงๆ ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมชายหนุ่มถึงสามารถรักษานางได้ อันวั่งโจวไม่มีเวลาคิดแล้ว สิ่งที่เขากำลังร้อนใจคือจะรักษานางให้หายได้หรือไม่
“ศิษย์น้องโม่อวี่ ในเมื่อเจ้ารักษาศิษย์พี่หญิงได้ก็รีบพานางหนีไปซะ! ข้าจะรั้งตัวหม่าเย่ไว้ เจ้าพานางไปยังที่ปลอดภัยแล้วค่อยรักษา เช่นนี้จึงจะรักษานางได้จริงๆ หากหม่าเย่ลงมือกับพวกเรา ต่อให้รักษานางได้แล้วจะมีประโยชน์อะไร”
อวิ๋นโม่ไม่โต้ตอบแต่จดจ่ออยู่กับการหลอมโอสถในมือ เขาไม่แยแสหม่าเย่สักนิด หากเป็นก่อนที่จะได้พบจิตวิญญาณศาสตราของระฆังมหาสุญญตา เขาอาจระวังคนผู้นี้อยู่บ้าง คิดหาวิธีขับไล่ไปก่อนค่อยลงมือรักษาจื่อซู แต่ตอนนี้หม่าเย่ไม่สามารถเทียบความแข็งแกร่งกับเขาได้เลย เขาย่อมไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะทำให้เสียเรื่อง หากเจ้านั่นรนหาที่ตายโจมตีเขาก่อน เขาก็ไม่ถือสาที่จะฆ่ามันในทันที
แต่อันวั่งโจวไม่รู้เรื่องนี้สักนิด เห็นโม่อวี่ไม่ขยับไปไหนก็ยิ่งร้อนรน
“ศิษย์น้องโม่ เจ้าดูมั่นใจมาก ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไปเอาความมั่นใจมาจากไหน แต่ข้าจำเป็นต้องบอกเจ้าเรื่องหนึ่ง หม่าเย่ไม่ใช่คนธรรมดา เขาเป็นยอดฝีมือระดับพรหมราชชั้นสูงสุดที่แข็งแกร่งเหนือสามัญผู้หนึ่ง เขาเป็นผู้ติดตามของเว่ยเจียงแห่งสำนักแสวงจักรพรรดิ เทียบกับศิษย์พี่หญิงยามลงมือสุดกำลังแล้วไม่ด้อยกว่า เจ้าคิดว่าตัวเองจะรับมือได้หรือ” อันวั่งโจวเอ่ยเสียงเข้ม ต้องการให้อวิ๋นโม่เข้าใจความหนักหนาของสถานการณ์และพาจื่อซู่หนีไปจากที่นี่
ได้ยินอันวั่งโจวพูดเช่นนั้น อวิ๋นโม่ก็จำได้ว่าฝั่งตะวันออกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีผู้ฝึกยุทธ์อิสระที่พรสวรรค์ยุทธ์โดดเด่นผู้หนึ่ง พลังการต่อสู้ของเขาไม่ด้อยไปกว่าอัจฉริยะของขุมกำลังชั้นยอดเลย ต่อมาเขาแพ้ให้กับเว่ยเจียง ยอมสยบให้กับบารมีของอีกฝ่าย สุดท้ายกลายเป็นผู้ติดตาม จอมยุทธ์อิสระที่มีความสามารถในการต่อสู้ไม่ธรรมดาผู้นั้นคงจะเป็นคนที่อยู่ตรงหน้า อวิ๋นโม่เคยกังวลเรื่องเว่ยเจียงมาก่อนจึงรู้เรื่องนี้
ตอนนี้เขาไม่กลัวเว่ยเจียงแล้ว แล้วจะกลัวหม่าเย่ได้อย่างไร
ได้ยินคำพูดของอันวั่งโจว หม่าเย่ที่ก้มมองพวกเขาจากกลางอากาศก็หัวเราะ “อันวั่งโจว เจ้าคิดว่าจะหยุดข้าได้หรือ ข้าว่าเจ้าเด็กนี่คงรู้จักตัวเองดี รู้ว่าต่อให้เจ้าลงมือสุดกำลังก็รั้งข้าไม่ได้จึงตัดสินใจไม่หนี ฮ่าๆ ไอ้หนู เจ้าไม่ต้องคิดมาก รักษานางอย่างสบายใจเถอะ จนกว่าจะถึงตอนนั้นข้าจะไม่ลงมือกับเจ้า”
อันวั่งโจวกำหมัดแน่น รู้สึกถูกเหยียดหยามอย่างแรง เขาเองก็เป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง ตอนอยู่ที่ปั้นเฟิง นอกจากจื่อซู่ก็ไม่มีใครเหนือกว่าเขา แต่วันนี้เผชิญหน้ากับหม่าเย่ ในใจเกิดความรู้สึกหมดแรง แม้คำพูดของหม่าเย่จะโอหังมาก แต่เมื่อครู่พวกเขาได้ประมือกันช่วงสั้นๆ เขารู้ดีว่าที่อีกฝ่ายพูดมาเป็นเรื่องจริง ต่อให้เขาพยายามสุดชีวิตก็ยังไม่แน่ว่าจะรั้งคนผู้นี้ได้ ที่อยากให้อวิ๋นโม่รีบพาจื่อซู่หนีไปก็แค่อยากเดิมพันดูสักตั้ง หากมีความหวัง เขาไม่มีทางยอมแพ้
จอมยุทธ์ที่อยู่รอบๆ เกิดสับสนขึ้นมา หม่าเย่ต้องการสังหารคนของสำนักกระบี่หลิ่วหยวนไม่ใช่หรือ ทำไมถึงยังใจกว้างปล่อยให้โม่อวี่รักษาจื่อซู
สัมผัสได้ถึงความสงสัยของทุกคน หม่าเย่ก็หัวเราะร่วนก่อนเอ่ยอย่างชั่วร้าย “หากฆ่าเจ้าพวกนี้เดี๋ยวนี้ก็ไม่สนุก ให้เจ้าช่วยนาง จากนั้นค่อยลงมือกับพวกเจ้า ให้พวกเจ้าตายไปพร้อมกับความหวัง นั่นจึงจะยอดเยี่ยมที่สุด”
คนผู้นั้นไม่ลงมือตอนนี้ก็เพราะมีความคิดชั่วร้ายยิ่ง
สายตาของเหล่าจอมยุทธ์ที่มองไปยังหม่าเย่เปลี่ยนเป็นสงสารยิ่งกว่าเดิม เจ้านี่ค่อนๆ เดินเข้าหาความตายแล้ว ยิ่งเดินยิ่งไกล
“ผู้ฝึกตนอิสระที่เปลี่ยนเป็นสุนัขรับใช้ของเว่ยเจียงก็กล้าโอหังถึงขนาดนี้ สมควรเจอกับคนที่น่าสะพรึงกลัวอย่างโม่อวี่แล้ว!” เซี่ยหมิงเต๋อมองหม่าเย่ราวกับมองคนโง่ ก่อนหน้านี้เขาเคยพลาดท่าเสียทีอวิ๋นโม่ครั้งใหญ่ ตอนนี้พอเห็นคนอื่นโชคร้ายบ้างก็สุขใจขึ้นมา
ลั่วเชียนเฮิ่นได้รับความช่วยเหลือจากลั่วชิงสุ่ยจนพอจะฟื้นฟูพละกำลังและเริ่มขยับได้บ้าง เขามองไปทางหม่าเย่ราวกับมองคนตาย ก่อนหน้านี้เขาแค่อยากระบายโทสะจึงลงมือกับยอดเขาแห่งนี้ ยังถูกอวิ๋นโม่อัดเกือบตาย หม่าเย่ข่มขู่ว่าจะฆ่าพวกเขาทั้งสามคน จุดจบจะอนาถเพียงใด ลั่วเชียนเฮิ่นย่อมเดาได้
ตอนนี้อวิ๋นโม่หลอมกลั่นยาน้ำเสร็จแล้ว เขานำถังไม้ใบใหญ่ออกมาเทยาน้ำลงไป จากนั้นเติมน้ำและเพิ่มความร้อนเข้าไปในถังไม้ ด้วยสภาพร่างกายของจื่อซูในตอนนี้ไม่สามารถรักษาด้วยโอสถ ต้องใช้วิธีแช่ยาที่ให้ผลช้าแต่อ่อนโยนกว่า อวิ๋นโม่ใช้พลังปราณประคองนางขึ้นมาอย่างอ่อนโยน หลังจากพยุงนางนั่งในถังไม้ค่อยหันมามองอันวั่งโจว “ตอนนี้เจ้าบอกมาได้แล้วว่าศิษย์พี่หญิงถูกใครทำร้ายมา” เขาเงยหน้ามองหม่าเย่ “ไอ้โง่บนฟ้านั่นไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น”
“ไอ้หนู ช่างกำแหงนัก!” หม่าเย่ได้ยินอวิ๋นโม่ด่าตนเป็นไอ้โง่ก็แค่นหัวเราะเย็นชา เขาอยากจะดูซิว่าอีกเดี๋ยวเมื่อเจ้านี่ถูกเขากำราบแล้วจะยังกล้าพูดกับเขาอย่างโอหังอีกหรือไม่
อันวั่งโจวพูดไม่ออก เขารู้ความแข็งแกร่งของโม่อวี่ แม้ชายหนุ่มจะร้ายกาจ เอาชนะทั้งเฉียวเริ่นซานและลั่วเฉินเฟิงได้ แต่เทียบกับหม่าเย่แล้วยังห่างไกล เขาไม่รู้จริงๆ ว่าคนตรงหน้าไปเอาความมั่นใจมาจากไหน แม้เขาไม่พอใจกับความมั่นใจจนเหมือน ‘คนตาบอด’ ของอีกฝ่ายแต่ก็ยังกัดฟันตอบกลับไป “เป็นเว่ยเจียง! ข้ากับศิษย์พี่หญิงพบมันโดยบังเอิญ เจ้านั่นไม่พูดอะไรก็ลงมือกับพวกเรา ทำร้ายนางจนบาดเจ็บสาหัส”
“แล้วพวกเจ้าหนีมาได้อย่างไร” อวิ๋นโม่ถามต่อ เว่ยเจียงร้ายกาจมากจริงๆ อันวั่งโจวจะพานางหนีจากเงื้อมมือของมันได้อย่างไร
“ฮ่าๆ เจ้าขยะนี่ไม่มีความสามารถนั้นอยู่แล้ว” หม่าเย่หัวเราะร่า “ข้าจะบอกเจ้าเอง ใต้เท้าของพวกเราทำร้ายนางแล้ว นางก็ยังทุ่มเทสุดกำลังพามันหลบหนี ใต้เท้าส่งข้ามาไล่ล่าสังหารพวกมัน ข้าไล่ตามพวกมันมาก็ซัดนางไปหนึ่งฝ่ามือจนนางหมดสติไป จากนั้นเจ้าขยะอันวั่งโจวก็พานางหนีมาถึงที่นี่ ที่เจ้ายังได้เจอพวกนางก็เป็นเพราะข้าจงใจปล่อยพวกมันเพื่อจะได้เจอกับลูกศิษย์ของสำนักกระบี่หลิ่วหยวนมากขึ้น จะได้จัดการสังหารในคราวเดียว! ดังนั้นเจ้าถึงได้โชคร้าย ถูกข้าพบเข้า หากจะโทษก็ต้องโทษเจ้านี่ที่ไม่ยอมรับชะตากรรม คิดว่าจะหลบหนีพ้น หอบสตรีนางหนึ่งที่ไม่อาจช่วยชีวิตได้อีกหลบหนีหัวซุกหัวซุน หากเจ้าไม่บังเอิญเจอกับพวกมัน บางทีอาจมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักพัก ได้ยินว่าเจ้าเองก็เป็นลูกศิษย์อัจฉริยะคนหนึ่งของสำนักกระบี่หลิ่วหยวน ฆ่าอีกสักคนก็ไม่เลว ใต้เท้าทราบแล้วจะต้องพอใจมาก”
“ฮ่าๆ เจ้าไม่คิดว่าตัวเองอวดดีเกินไปหรือ” อวิ๋นโม่แค่นหัวเราะถาม ดวงตาหรี่ลง ประกายตาแฝงไอสังหารสองสายจับจ้องร่างของหม่าเย่ แม้เคยพบหน้ากันเพียงครั้งเดียวแต่อวิ๋นโม่ก็ชื่นชอบศิษย์พี่หญิงผู้นี้มาก จึงไม่สนว่าอีกฝ่ายเป็นใคร คนที่ทำร้ายนาง เขาจะต้องให้พวกมันจ่ายค่าตอบแทน!
“ฮ่าๆ ไม่โอ้อวดเลยๆ!” หม่าเย่โบกมือ “ในบรรดาศิษย์ระดับพรหมราชของสำนักกระบี่หลิ่วหยวน คนที่สามารถต่อสู้กับข้าได้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น จวงจู่ซากับกัวเหมี่ยว ข้าเห็นพวกมันเข้าไปในเขตหวงห้าม ส่วนเฉินเจ๋อและเจิ้งหมิง ไปสถานที่นั้นยังไม่กลับออกมา ในบรรดาลูกศิษย์ระดับพรหมราชของสำนักกระบี่หลิ่วหยวนจะยังมีใครสามารถรับมือข้าได้อีก หรือเจ้าคิดว่าตัวเองมีความสามารถเช่นนั้น”
หม่าเย่มองไปที่อวิ๋นโม่ด้วยแววตาเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง “ข้าเคยได้ยินชื่อเจ้ามาก่อน ลูกศิษย์จากแดนดาราชายขอบสามพันแห่งของสำนักกระบี่หลิ่วหยวน มากพรสวรรค์ เมื่อไม่นานมานี้ก็เอาชนะลั่วเฉินเฟิงมาได้ แต่ความแข็งแกร่งเช่นนี้ไม่มีค่าอะไรเลย ที่เจ้ามีชื่อเสียงขึ้นมาก็เพราะมาจากแดนดาราชายขอบสามพันแห่งเท่านั้น หากเจ้าเป็นคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เอาชนะลั่วเฉินเฟิงได้แล้วอย่างไร ความแข็งแกร่งเช่นนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าข้าก็ไม่มีค่าพอให้เอ่ยปาก”
หม่าเย่วางท่าหยิ่งทะนง เขามีคุณสมบัติจะจองหอง ชื่อเสียงเล็กน้อยของอวิ๋นโม่สำหรับเขาแล้วไม่มีค่าพอให้เอ่ยถึง เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์อิสระ ล้มลุกคลุกคลานอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ สุดท้ายกลายเป็นบุคคลที่โดดเด่นทัดเทียมลูกศิษย์อัจฉริยะของสุดยอดขุมกำลัง ย่อมภาคภูมิใจในตนเองเป็นธรรมดา
น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่าอวิ๋นโม่น่ากลัวแค่ไหน จอมยุทธ์รอบตัวมองหม่าเย่ราวกับกำลังดูการแสดงของตัวตลก หม่าเย่คิดว่ายามนี้ตนเองมีชื่อเสียงยิ่งใหญ่องอาจมาก จึงไม่รู้เลยว่าในสายตาของผู้อื่นนั้นน่าขำเพียงไหน
หม่าเย่กระดิกนิ้วให้อวิ๋นโม่และอันวั่งโจว “ข้าจะไม่เอาเปรียบพวกเจ้า เข้ามาพร้อมกันเถอะ!”
ไกลออกไปพวกเซี่ยหมิงเต๋อต่างมุมปากกระตุก “เจ้านั่น… พูดจริงหรือ”
“นี่มัน… เบื่อชีวิตแล้วใช่ไหม!”
…………………
เวลานี้ในเขตหวงห้ามของวังมหาสุญญตา บุรุษที่มีพลังปราณแข็งแกร่งสองคนยืนอยู่ด้วยกันเงียบๆ ถ้าอวิ๋นโม่อยู่ที่นี่จะรู้ว่าหนึ่งในนั้นคืออัจฉริยะของสำนักมหาวิถีไท่เสวียน นักพรตน้อย
นักพรตน้อยหันไปมองคนที่อยู่ข้างๆ แล้วถามปนยิ้ม “ปล่อยให้หม่าเย่ตามล่าจื่อซูและอันวั่งโจวเพียงลำพังจะวางใจได้หรือ แม้จื่อซูได้รับบาดเจ็บ แต่เกรงว่ายังมีพลังต่อสู้ไม่น้อย ส่วนความแข็งแกร่งของอันวั่งโจวก็ไม่ควรประมาท หม่าเย่จะเก็บเจ้าสองคนนั้นได้จริงหรือ ยิ่งกว่านั้นศิษย์คนอื่นๆ ของสำนักกระบี่หลิ่วหยวนก็อาจให้ความช่วยเหลือ”
“ฮ่าๆ นักพรตน้อยกังวลเกินไป จื่อซูได้รับบาดเจ็บด้วยฝีมือข้า อาการร้ายแรงกว่าที่เจ้าคิด หากต้องการรักษานาง อย่างน้อยต้องเป็นแพทย์โอสถระดับแปด และต้องรักษานางภายในหนึ่งชั่วยาม ดังนั้นนางต้องตายแน่! อีกอย่างนักพรตน้อยประเมินผู้ติดตามของข้าคนนี้ต่ำไปแล้ว ความสามารถของหม่าเย่พอๆ กับจื่อซู อันวั่งโจวไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา จอมยุทธ์ระดับพรหมราชคนอื่นๆ ของสำนักกระบี่หลิ่วหยวน ทั้งเฉินเจ๋อและเจิ้งหมิงก็ไปที่นั่นแล้ว จวงจู่ซาและกัวเหมี่ยวก็อยู่ด้านหน้า เช่นนั้นยังจะมีใครขวางเขาได้อีก”
พูดแล้วคนผู้นี้ก็มองไปด้านหน้า เห็นเงาร่างสองเงา คนหนึ่งคือจวงจู่ซาและอีกหนึ่งคือกัวเหมี่ยว
“พี่เว่ยเจียง สองคนนี้เจ้าก็คิดจะ?”
“หาโอกาสกำจัดมันซะ!”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 738 อวดดี รนหาที่ตาย"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com