ตอนที่ 741 ใครฆ่าหม่าเย่
ตอนที่ 741 ใครฆ่าหม่าเย่
พอได้ยินว่าลั่วเชียนเฮิ่นทำยอดเขาพังไปส่วนหนึ่งจึงถูกอวิ๋นโม่อัดจนเละไปหนึ่งรอบ อันวั่งโจวก็ตะลึงจนพูดไม่ออก จากนั้นความนับถือที่เขามีต่ออวิ๋นโม่ก็เพิ่มไปถึงจุดที่ไม่สามารถเพิ่มได้อีก หากจอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้าล่วงเกินคนมากมายพร้อมๆ กันคงต้องตายโดยไม่เหลือกระดูก คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นโม่ไม่เพียงมีชีวิตอยู่ แต่ยังเอาชนะคนเหล่านี้จนศัตรูครั่นคร้ามไปหมด
“ศิษย์น้องโม่อวี่สุดยอดไปเลย!” จื่อซูพึมพำ ตอนแรกที่นางได้ยินเรื่องโม่อวี่ คิดว่าเขาเป็นหนุ่มน้อยที่มีพรสวรรค์คนหนึ่ง คาดไม่ถึงว่าชั่วพริบตาก็จะแสดงความสามารถที่กระทั่งนางยังเทียบไม่ได้
จอมยุทธ์รอบๆ แยกย้ายกันไป จื่อซูและอันวั่งโจวออกจากวังมหาสุญญตา เวลานี้อวิ๋นโม่สอบถามที่อยู่ของเว่ยเจียงแล้ว ไม่เพียงเว่ยเจียง แต่จอมยุทธ์จำนวนมากมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง เขตหวงห้ามของวังมหาสุญญตา!
เขตหวงห้ามของขุมกำลังระดับสุดยอดมักเป็นสถานที่เก็บซ่อนสมบัติในสำนัก ในเมื่อยังไม่ได้ยินว่าใครได้ต้นมหาโพธิ์ไป และมันก็อาจอยู่ที่นั่น อวิ๋นโม่จึงบินตรงไปยังเขตหวงห้ามของวังมหาสุญญตาโดยไม่ลังเล ไม่นานก็มาถึงทางเข้าเขตหวงห้าม เวลานี้จอมยุทธ์จำนวนมากกำลังเข้าสู่เขตหวงห้ามของวังผ่านทางประตูใหญ่
คนเหล่านี้ส่วนใหญ่รู้ถึงพลังต่อสู้ของอวิ๋นโม่ เมื่อเห็นอวิ๋นโม่มาก็ถอยออกไป หลีกทางให้อวิ๋นโม่เข้าไปก่อน อวิ๋นโม่ก็ไม่เกรงใจ เดินตรงเข้าไปในนั้น เขตหวงห้ามของวังมหาสุญญตาแห่งนี้น่าจะเป็นโลกใบน้อยแห่งหนึ่ง ไม่รู้ว่ามันพิเศษอย่างไร ถึงไม่สลายไปพร้อมกับหายนะของวังมหาสุญญตา
ในเขตหวงห้ามมีสิ่งปลูกสร้างอยู่บ้าง เวลานี้พังทลายลงมาเกือบหมดแล้ว ดูจากสภาพคงจะเป็นฝีมือของจอมยุทธ์ที่เข้ามาก่อนหน้านี้ ที่นี่ไม่ควรมีสมบัติใดอีกแล้ว อวิ๋นโม่ไม่ถอดใจ ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้ามุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของเขตหวงห้ามอย่างรวดเร็ว
จากนั้นไม่นานคำสนทนาระหว่างจอมยุทธ์สองคนก็ดึงดูดความสนใจของเขา ได้ยินคนผู้หนึ่งเอ่ยอย่างทอดถอนใจ “พวกเราไปจากที่นี่เถอะ ต่อให้มีสมบัติ พวกเราก็ไม่มีทางได้มา ศิษย์พี่ทั้งสองสิ้นไปแล้ว ข้าไม่อยากถูกฝังตามพวกเขาไป”
“ก็จริง มีเพียงอัจฉริยะระดับสูงเท่านั้นที่จะได้รับวาสนาจากที่นี่”
“แม้แต่อัจฉริยะอย่างเว่ยถงเซิ่งยังถูกเว่ยเจียงทำร้ายบาดเจ็บ ทั้งยังต้องสูญเสียสมบัติที่มีอยู่ หากเป็นพวกเราเล่า!”
“สำนักแสวงจักรพรรดิคงจะกลายเป็นขุมกำลังระดับจักรพรรดิในไม่ช้า เว่ยถงเซิ่งเป็นถึงศิษย์อันดับหนึ่งของระดับพรหมราชตระกูลเว่ยซึ่งเป็นขุมกำลังระดับกึ่งจักรพรรดิ คิดไม่ถึงว่าจะถูกเว่ยเจียงทำร้ายเข้า”
“เว่ยเจียงหรือ” อวิ๋นโม่ได้ยินชื่อคนก็หัวเราะอย่างเย็นชา ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงกับชนะเว่ยถงเซิ่งได้ เว่ยถงเซิ่ง (魏同盛) เป็นศิษย์อันดับหนึ่งระดับพรหมราชตระกูลเว่ย แน่นอนว่าไม่ธรรมดา เว่ยเจียง (卫江) เอาชนะเขาได้ก็หมายความว่าความสามารถแข็งแกร่งมาก แต่ในเมื่อเขาตั้งใจฆ่าศิษย์พี่หญิงจื่อซู ไม่ว่าอย่างไรอวิ๋นโม่ก็ไม่มีทางปล่อยคนผู้นี้ไป
อวิ๋นโม่ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าไปหาคนพูด คำนับแล้วเอ่ย “สหาย ข้าอยากถามว่าตอนนี้เว่ยเจียงอยู่ที่ไหน ไม่ทราบว่าเจ้ารู้หรือไม่”
“เจ้าเป็นใคร” คนเหล่านั้นระมัดระวังขึ้นมา ที่นี่การฆ่าฟันแย่งชิงเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นไม่มีใครกล้าผ่อนคลาย
“โม่อวี่ สำนักกระบี่หลิ่วหยวน แค่อยากรู้เบาะแสของเว่ยเจียงเท่านั้น ไม่ได้คิดร้าย” อวิ๋นโม่กล่าว
“โม่อวี่? คือโม่อวี่ที่เอาชนะลั่วเฉินเฟิงหรือ” ในใจของพวกเขาเกิดความเคารพขึ้นมาทันที
“ได้ยินมาว่าแม่เสือดุของสำนักกระบี่หลิ่วหยวนถูกเว่ยเจียงทำร้าย โม่อวี่สอบถามเบาะแสของเว่ยเจียง หรือว่า…”
“เป็นไปไม่ได้กระมัง แม้เขาเอาชนะลั่วเฉินเฟิงได้ แต่ช่องว่างระหว่างเขากับเว่ยเจียงยังกว้างเกินไป เขาไปหาเว่ยเจียงจะไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรือ”
“จะสนใจไปไย ความซวยล้วนมาจากปาก พูดให้น้อยหน่อยก็พอ”
พวกเขาหารือกันเสียงเบา จากนั้นคนหนึ่งก็ชี้ทางพร้อมเอ่ย “เมื่อครู่พวกเราเพิ่งมาจากทางนั้น เห็นเงาของเว่ยเจียงอยู่ที่นั่น”
จากนั้นทั้งกลุ่มก็คารวะอวิ๋นโม่และจากไป
อวิ๋นโม่มองไปทางนั้นแล้วแค่นหัวเราะ เหาะไปตามทางอย่างรวดเร็ว
“หืม ความผันผวนจากการต่อสู้หรือ” อวิ๋นโม่สังเกตเห็นความผันผวนจากการต่อสู้ที่รุนแรงข้างหน้า จึงบินไปทางนั้นทันที จากการคาดเดาของเขา คู่ต่อสู้ทั้งสองฝ่ายน่าจะเป็นยอดฝีมือระดับพรหมราชชั้นสูงสุด จอมยุทธ์ระดับพรหมราชทั่วไปไม่มีทางสร้างแรงสั่นสะเทือนได้มากขนาดนี้
อวิ๋นโม่ยังไปไม่ถึง ความผันผวนจากการต่อสู้ก็ยุติลงแล้ว อวิ๋นโม่กระตุ้นมรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้า เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ ทันทีที่ไปถึงสถานที่ต่อสู้ แววตาก็หยุดนิ่ง เพราะเขาเห็นคนที่คุ้นเคยสองคน
นักพรตน้อยแห่งสำนักมหาวิถีไท่เสวียนและจวงจู่ซาจากซีเฟิง
นอกจากนักพรตน้อยแล้วยังมีจอมยุทธ์ที่มีกลิ่นอายแข็งแกร่ง ฐานะของเขาเดาได้ไม่ยาก ย่อมเป็นเว่ยเจียงจากสำนักแสวงจักรพรรดิ ก่อนหน้านี้จื่อซูบอกว่านักพรตน้อยและเว่ยเจียงอยู่ด้วยกัน คนทั่วไปไม่มีคุณสมบัติยืนอยู่ข้างกายนักพรตน้อย คนผู้นั้นจะต้องเป็นเว่ยเจียง
อวิ๋นโม่มองจวงจู่ซาพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นมองไปที่เว่ยเจียงด้วยจิตสังหาร ขณะนี้ลมปราณของจวงจู่ซาไม่เสถียร มีเลือดที่มุมปาก เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บ การต่อสู้เมื่อครู่หนึ่งในนั้นต้องเป็นเขา ตอนนั้นอวิ๋นโม่และเฉินเจ๋อทำให้คนของสำนักแสวงจักรพรรดิต้องหลบหนีออกจากแดนดาราชายขอบสามพันแห่งอย่างทุลักทุเล บัญชีนี้ย่อมต้องมาคิดกับสำนักกระบี่หลิ่วหยวน เว่ยเจียงถึงได้โจมตีจื่อซู และตอนนี้เว่ยเจียงลงมือกับจวงจู่ซาหรือ
แม้จวงจู่ซาเป็นอริกับเฉินเจ๋อ และก่อนหน้านั้นอวิ๋นโม่มีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับสองพี่น้องจวงจู่ซา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นความขัดแย้งภายใน ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นลูกศิษย์ของสำนักกระบี่หลิ่วหยวน อีกทั้งเรื่องนี้ก็มีสาเหตุมาจากอวิ๋นโม่ ทำให้จวงจู่ซาได้รับผลกระทบ อวิ๋นโม่จึงคิดจะออกหน้าให้จวงจู่ซา
เขามองเว่ยเจียงอย่างเย็นชาและตะโกน “เว่ยเจียง มารับความตายซะ!”
แม้เว่ยเจียงดูแข็งแกร่งมาก จวงจู่ซาบาดเจ็บแต่เว่ยเจียงกลับไม่เป็นอะไรเลย อวิ๋นโม่ก็ไม่กลัวแม้แต่น้อย ถึงอย่างนั้นก็ไม่ประมาท สู้กับเว่ยเจียงเพียงลำพังเขาไม่กลัว แต่หากนักพรตน้อยจะลงมือด้วย เขาต้องคิดให้ดี แม้ตอนนี้เป็นระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้าแล้ว แต่ต่อสู้กับนักพรตน้อยเขาก็ยังไม่มีความมั่นใจเต็มร้อนว่าจะจัดการอีกฝ่ายได้ หากเขาเป็นระดับพรหมราชขั้นเก้าชั้นฟ้าย่อมไม่แยแสคนทั้งสอง แต่ตอนนี้อย่างไรก็เป็นแค่ขั้นแปดชั้นฟ้าเท่านั้น
ความแข็งแกร่งของจวงจู่ซาน่าจะพอๆ กับจื่อซู ผลการต่อสู้นี้ทำให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเว่ยเจียง หากนักพรตน้อยและเว่ยเจียงร่วมมือกันโจมตีพวกเขา อวิ๋นโม่ทำได้เพียงคุ้มครองจวงจู่ซาล่าถอยไปด้วยกัน
เรื่องราวไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ดูเหมือนเขาจะคาดผิดไป
หลังจากเห็นอวิ๋นโม่ มุมปากของนักพรตน้อยก็ขยับยิ้ม เว่ยเจียงไม่รู้จักอวิ๋นโม่จึงถาม “เศษสวะอย่างเจ้าเป็นใครมาจากไหน กล้ามาโอหังต่อหน้าข้า”
“หึ!” จวงจู่ซาแค่นเสียงเย็นชาและบินไปตรงหน้าอวิ๋นโม่ แววตาของเขาเย็นยะเยือก “เจ้านี่คือโม่อวี่จากปั้นเฟิง มาจากแดนดาราชายขอบสามพันแห่ง”
“อ้อ เขาหรือ” สีหน้าของเว่ยเจียงปรากฏร่องรอยความประหลาดใจ ทันใดนั้นแววตาก็ปรากฏจิตสังหาร ก่อนหน้านี้ที่สำนักแสวงจักรพรรดิต้องประสบความสูญเสียอย่างหนักหน่วงในแดนดาราชายขอบสามพันแห่งก็เพราะคนตรงหน้าไม่ใช่หรือ ที่จริงความสูญเสียเป็นเรื่องเล็ก แต่การเสียหน้าคือเรื่องที่เขารับไม่ได้ที่สุด เพราะพวกที่ตายไปเป็นเพียงขยะไร้ความสำคัญเท่านั้น
“พี่เว่ยเจียงไม่จำเป็นต้องยุ่งยาก ให้ข้าจัดการเรื่องนี้เอง” จวงจู่ซาออกตัว เขามองอวิ๋นโม่พร้อมใช้น้ำเสียงออกคำสั่ง “โม่อวี่ เจ้ากล้าหยาบคายกับพี่เว่ยเจียง ยังไม่รีบขอขมาอีก!”
อวิ๋นโม่ขมวดคิ้วแน่น ตอนนี้เขารู้แล้วว่าสิ่งที่ตนคิดเมื่อครู่นั้นผิดไปจากความจริง จวงจู่ซาไม่ได้สู้กับเว่ยเจียง ไม่เช่นนั้นคงไม่ออกหน้าแทนเว่ยเจียง
“ก่อนหน้านี้เว่ยเจียงทำให้ศิษย์พี่หญิงจื่อซูเกือบตาย!” อวิ๋นโม่ขมวดคิ้ว จวงจู่ซาไม่รู้หรือว่าตอนนี้ทั้งสองฝ่ายเป็นเหมือนน้ำกับไฟ
“ฮ่าๆ นังนั่นรนหาที่เอง ข้าได้ยินว่านางลงมือฆ่าพี่น้องกู่หลิว นั่นเป็นลูกศิษย์อัจฉริยะของสำนักแสวงจักรพรรดิ เมื่อนางทำผิด พี่เว่ยเจียงลงมือฆ่าก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว” จวงจู่ซาพูดอย่างเย็นชา
แววตาที่อวิ๋นโม่มองจวงจู่ซาเปลี่ยนเป็นเย็นชา จวงจู่ซารู้เรื่องนี้แล้ว เช่นนั้นก็ไม่มีทางที่จะไม่รู้ว่าสองคนนั้นคิดจะฆ่าตนถึงได้ถูกจื่อซูฆ่า รู้ว่าจื่อซูเกือบตายด้วยน้ำมือของเว่ยเจียง จวงจู่ซาก็ยังออกหน้าให้มัน นี่ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ แล้ว
แม้อวิ๋นโม่ไม่เคยรู้สึกดีกับจวงจู่ซา แต่เขาคิดว่าต่างก็เป็นลูกศิษย์สำนักเดียวกัน ควรร่วมมือกันเล่นงานคนนอก ไม่คิดว่าคนผู้นี้จะหันไปเข้าข้างเว่ยเจียง ยามอยู่ต่อหน้าเว่ยเจียงยังทำตัวเป็นเหมือนสุนัขขี้ประจบ ต่ำต้อยไร้ศักดิ์ศรี น่ารังเกียจยิ่ง
“อย่าได้ไร้สาระ โม่อวี่ รู้ความผิดหรือยัง!” จวงจู่ซาตะโกนกร้าว “ถ้ารู้ผิดแล้วก็รีบมาขอโทษพี่เว่ยเจียง!”
“ขอโทษงั้นหรือ” อวิ๋นโม่แค่นหัวเราะ “มันเกือบฆ่าศิษย์พี่จื่อซู ข้าอยากจะฆ่ามัน ยังต้องขอโทษด้วยหรือ”
“บังอาจ! ใครให้ท้ายเจ้าถึงได้กล้าพูดจาเช่นนี้” จวงจู่ซาตวาด “ฐานะของพี่เว่ยเจียงเป็นระดับใด เจ้าคือระดับใด ฆ่าพี่เว่ยเจียง? เจ้ามีคุณสมบัติและความสามารถหรือ คุกเข่าลงและขอโทษพี่เขาซะ บางทีพี่เว่ยเจียงอาจไม่ถือสา มิฉะนั้นเจ้าจะรับผลที่ตามมาไม่ไหว!”
อวิ๋นโม่จ้องจวงจู่ซาอย่างเย็นชา ตอนนี้เขารังเกียจจวงจู่ซามากกว่าเว่ยเจียงเสียอีก “จวงจู่ซา เจ้ากลายเป็นสุนัขของเว่ยเจียงตั้งแต่เมื่อไร ในฐานะศิษย์ของสำนักกระบี่หลิ่วหยวน กลับกลายเป็นสุนัขของเว่ยเจียง เจ้ายังถือกระบี่ในมือได้อีกหรือ”
วิชายุทธ์ที่จักรพรรดิสวรรค์หลิ่วหยวนสร้างขึ้นต้องใช้วิถีในดวงจิตที่แหลมคมฝึกฝน ต้องมีความทระนงอยู่เสมอ แม้อยู่ต่อหน้าศัตรูที่สู้ไม่ได้ก็ไม่ก้มหัวให้ แต่ในฐานะลูกศิษย์อัจฉริยะอันดับต้นๆ ของสำนัก จวงจู่ซากลับก้มหัวให้เว่ยเจียง ถือว่าผิดต่อสำนึกกระบี่อย่างร้ายแรง อวิ๋นโม่จึงถามว่าจวงจู่ซายังสามารถถือกระบี่วิญญาณไว้ในมือได้อีกหรือ
ได้ยินคำถามของอวิ๋นโม่ จวงจู่ซาพลันโกรธขึ้ง “โม่อวี่ เรื่องของข้า ถึงคราวให้เจ้าปากมากได้หรือ! ไอ้หนูที่เพิ่งเข้าสำนักได้ไม่นานอย่างเจ้า เอาความกล้าจากที่ใดมาพูดกับข้า ว่าตามกฎระเบียบแล้วเจ้าต้องเรียกข้าว่าศิษย์พี่ อยู่ภายนอกต้องฟังคำสั่งข้า! เจ้าไม่เพียงหยาบคายกับพี่เว่ยเจียง แต่ยังไม่เคารพข้า ทำความผิดมหันต์!”
“ฮ่าๆ!” อวิ๋นโม่หัวเราะเสียงดัง “ความผิดมหันต์อันทุเรศทุรัง จวงจู่ซา อย่าได้ยกเรื่องไร้สาระมาข่มข้า เจ้าคิดว่าข้าจะแยแสหรือ ยิ่งกว่านั้น ข้าเป็นศิษย์ของปั้นเฟิง แม้เจ้าเป็นประมุขยอดเขาซีเฟิงก็ไม่อาจบงการข้า!”
“ดีๆๆ!” จวงจู่ซายิ้มอย่างอาฆาต “ร้ายกาจมาก ไอ้หนูที่เพิ่งเข้าสำนักได้ไม่นานคนหนึ่งก็กล้าพูดกับข้าเช่นนี้ ไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าไปเอาความกล้ามาจากไหน ตอนนั้นเจ้ามีเฉินเจ๋อให้ท้ายถึงได้กล้าโอหัง อยู่ในสำนักก็มีประมุขยอดเขาปั้นเฟิงหนุนหลัง ทำเรื่องใดล้วนไม่เกรงกลัว แต่ตอนนี้ที่นี่ไม่มีใครช่วยเจ้าได้แล้ว เจ้าไปเอาความกล้าจากไหนมาสู้กับข้า เจ้าคิดว่าหากข้าจัดการเจ้าที่นี่แล้วจะมีคนช่วยเจ้าหรือ”
แววตาของจวงจู่ซาเย็นชา เดินเข้าหาอวิ๋นโม่ทีละก้าว เมื่อครู่เขาเพิ่งต่อสู้มายังไม่ทันสงบ บนร่างจึงเปี่ยมไปด้วยอารมณ์รุนแรง
“ฮ่าๆ” อวิ๋นโม่แค่นหัวเราะ “ถ้าเจ้าอยากรู้ก็ไสหัวเข้ามาหาคำตอบได้! เพียงแต่ไม่รู้ว่าด้วยสำนึกกระบี่ที่เจ้าฝึกฝนมา ตอนนี้ยังจะถือกระบี่เอาไว้ในมือได้หรือไม่ ข้าว่าเจ้าไม่คู่ควรจะถือกระบี่ ข้าจะเอากระบี่วิญญาณในมือของเจ้าคืนมา!”
ตอนที่เพิ่งเข้าสำนัก อวิ๋นโม่เป็นแค่ระดับพรหมราชขั้นสามชั้นฟ้าเท่านั้น แน่นอนว่าห่างจากจวงจู่ซามาก ต่อมาถึงเขาจะได้รับการรู้แจ้งใต้ต้นโพธิ์ ก้าวเข้าสู่ระดับพรหมราชขั้นสี่ชั้นฟ้าก็ยังเทียบไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาเป็นระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้า เมื่อเร็วๆ นี้ก็เพิ่งได้รับสิ่งดีๆ มามากมายจึงไม่กลัวคนผู้นี้แล้ว เขาจึงไม่เห็นจวงจู่ซาอยู่ในสายตา คู่ต่อสู้ของเขาในวันนี้มีเพียงคนอย่างเว่ยเจียงและนักพรตน้อย จวงจู่ซาไม่มีอะไรน่ากลัว!
“ฮ่าๆ น่าสนุก” นักพรตน้อยและเว่ยเจียงมองพวกเขาด้วยความสนใจ พวกเขาต่างเป็นศิษย์ของสำนักกระบี่หลิ่วหยวน นี่น่าสนใจมาก
“นักพรตน้อย เจ้าประมือกับโม่อวี่มาก่อน คิดว่าระหว่างพวกเขาสองคนใครจะชนะ” เว่ยเจียงถาม
นักพรตน้อยตอบด้วยรอยยิ้ม “โม่อวี่มีความสามารถอยู่เหมือนกัน แต่ไม่แน่ว่าจะเอาชนะจวงจู่ซาได้ ระหว่างสองคนนี้ผู้ใดแข็งแกร่งผู้ใดอ่อนแอนั้นบอกยาก ในแง่ความเร็ว คนผู้นี้ร้ายกาจมาก ก่อนหน้านี้กระทั่งข้าก็ยังไล่ตามไม่ทัน แต่ครั้งนี้ ฮ่าๆ เจ้าและข้าต่างก็อยู่ที่นี่ ต่อให้มันติดปีกก็หนีไม่พ้น”
ทั้งสองพูดคุยกันโดยเปิดเผย ดังนั้นทั้งอวิ๋นโม่และจวงจู่ซาจึงได้ยิน พอได้ยินนักพรตน้อยบอกว่าตนและโม่อวี่ความสามารถพอๆ กัน จวงจู่ซาก็มีสีหน้าไม่พอใจ “นักพรตน้อยพูดผิดแล้ว ก็แค่โม่อวี่เท่านั้น มีอะไรน่ากลัวกัน อาศัยคนอย่างมันยังเทียบข้าไม่ได้ แค่กระบวนท่าเดียวข้าก็เล่นงานมันได้แล้ว! คนผู้นี้ไม่รู้จักเคารพผู้อาวุโส ยโสโอหังอย่างที่สุด วันนี้จะต้องกำราบและสั่งสอนให้มันรู้จักเหตุผล!”
“อะไรกัน คนผู้นี้ฆ่าไม่ได้หรือ” จู่ๆ เว่ยเจียงก็ถามเสียงหยัน
“ฮ่าๆ ฆ่าไม่ได้ที่ไหนกัน จะฆ่าหรือไม่ฆ่า พี่เว่ยเจียงบอกมาคำเดียวก็พอ” จวงจู่ซายิ้ม
พออวิ๋นโม่ได้ยิน ดวงตาก็ยิ่งเย็นชา พฤติกรรมของจวงจู่ซาไม่ใช่ชั่วช้าธรรมดา แค่คำพูดเดียวของเว่ยเจียงก็ยินดีทำร้ายคนในสำนักเดียวกัน นี่ถือเป็นความผิดร้ายแรง!
“คงต้องจับเจ้ากลับสำนักและส่งให้ฝ่ายคุมกฎจัดการ!” อวิ๋นโม่พูดอย่างเย็นชา
“หึ กลัวแต่เจ้าจะไม่มีโอกาสนั้น!” แววตาของจวงจู่ซามีจิตสังหารเข้มข้น
“ศิษย์พี่เว่ยเจียง! ศิษย์พี่เว่ยเจียง!”
ขณะทั้งสองกำลังจะลงมือ จู่ๆ ลูกศิษย์คนหนึ่งของสำนักแสวงจักรพรรดิก็เหาะมาอย่างเร่งรีบ สีหน้าร้อนรน พอมาถึงก็ดึงดูดความสนใจของทุกคน เว่ยเจียงขมวดคิ้วถาม “มีเรื่องอะไร”
“แย่แล้ว ศิษย์พี่! หม่าเย่เขา…”
“หม่าเย่เป็นอะไร เขาปล่อยให้จื่อซูหนีไปได้หรือ” เว่ยเจียงสีหน้าไม่พอใจ จื่อซูได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยฝีมือเขา อันวั่งโจวก็ไม่มีอะไรน่ากลัว หากเป็นเช่นนี้หม่าเย่ยังปล่อยให้สองคนนั้นหนีไปได้ เขาก็กังขาในความสามารถของผู้ติดตามคนนี้แล้ว
“ไม่ ไม่ใช่”
“ไม่ใช่? เช่นนั้นเจ้าลนลานอะไร” เว่ยเจียงแค่นเสียงเย็นชาด้วยความไม่พอใจ
หน้าผากของชายคนนั้นเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น รวบรวมความกล้าเอ่ยออกมา “หม่าเย่ เขา เขา… ตายแล้ว!”
“อะไรนะ! ตายแล้ว!?” ดวงตาเว่ยเจียงทอประกายเย็นชา จดจ้องคนแจ้งข่าวนิ่ง หม่าเย่เป็นผู้ติดตามที่ฝีมือดีที่สุดของเขา ไม่เพียงความสามารถแข็งแกร่ง ยังจงรักภักดีต่อเขามาก หม่าเย่ตายแล้ว สำหรับเขานับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่
“ใครกัน!” เว่ยเจียงแทบระงับความโกรธไว้ไม่อยู่ “ใครฆ่าหม่าเย่”
นักพรตน้อยเลิกคิ้ว ความสามารถของหม่าเย่ไม่ได้อ่อนด้อย ในระดับพรหมราชมีคนไม่มากที่ฆ่าเขาได้ เขาคิดอยู่รอบหนึ่งก็นึกออกแค่ไม่กี่คน คนที่ฆ่าได้ล้วนไปที่เขตหวงห้ามหมดแล้ว หม่าเย่ไม่น่าจะเกิดเรื่อง หรือว่าจะเป็นคนของสำนักกระบี่หลิ่วหยวนผู้นั้น ดวงตาของนักพรตน้อยหรี่ลง คนผู้นั้นแม้แต่เขายังต้องระวัง ถ้าหม่าเย่ไล่ตามจื่อซูไป และพบกับคนผู้นั้น จะถูกฆ่าก็เป็นเรื่องธรรมดา
จวงจู่ซามองศิษย์สำนักแสวงจักรพรรดิด้วยความสงสัย ความสามารถของหม่าเย่เขาเองก็รู้ดี แม้จะสู้เขาไม่ได้แต่ก็ไม่ด้อยกว่ามาก
แน่นอนว่านี่เป็นความคิดของเขาเพียงฝ่ายเดียว ที่จริงความสามารถของหม่าเย่ถึงจะไม่แข็งแกร่งกว่าเขา แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอกว่า คนที่มีความสามารถเช่นนี้ต่อให้สู้ศัตรูไม่ได้ก็ไม่ควรตายด้วยน้ำมือของอีกฝ่าย อีกฝ่ายฆ่าหม่าเย่ได้ บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นซึ่งแข็งแกร่งกว่าหม่าเย่มาก จวงจู่ซาอยากรู้มากว่าใครฆ่าหม่าเย่
“บังอาจฆ่าหม่าเย่ ล่วงเกินเว่ยเจียง เกรงว่าคงไม่มีจุดจบที่ดี แถมที่นี่ยังมีนักพรตน้อยอยู่อีกคน” จวงจู่ซาคิดเอาเองว่าหากเป็นไปได้เขาจะช่วยเหลือเว่ยเจียง จะได้ซื้อใจคนผู้นี้เพื่อเป็นการเริ่มต้นความร่วมมือ
เมื่อถูกทุกคนจับจ้อง ลูกศิษย์ของสำนักแสวงจักรพรรดิคนนั้นก็หลั่งเหงื่อเย็นท่วมศีรษะ เขากลืนน้ำลายคิดจะเอ่ยปาก แต่จู่ๆ ก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี
เขาจ้องอวิ๋นโม่แล้วตัวสั่นขึ้นมา
“ทำไม บอกมาว่าใครฆ่าหม่าเย่!” เมื่อเว่ยเจียงเห็นคนคนนี้จ้องอวิ๋นโม่แล้วหยุดพูด จึงตะโกนถามเสียงเย็นชา
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 741 ใครฆ่าหม่าเย่"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com