ตอนที่ 742 กัวเหมี่ยวเกิดเรื่อง
ตอนที่ 742 กัวเหมี่ยวเกิดเรื่อง
เห็นคนผู้นี้จ้องอวิ๋นโม่ จวงจู่ซาก็ขมวดคิ้ว หรือว่าโม่อวี่เป็นคนฆ่าหม่าเย่
“เฮอะ เป็นไปได้อย่างไร! ทำไมถึงคิดไปได้ ต่อให้มันเอาชนะเฉียวเริ่นซานและลั่วเฉินเฟิงได้ก็ยังห่างจากหม่าเย่อีกมาก หากมันเจอกับหม่าเย่ อย่าว่าแต่จะฆ่าเลย เกรงว่ากระทั่งกระบวนท่าเดียวก็คงรับไม่ได้” จวงจู่ซาส่ายหน้า รู้สึกว่าความคิดเมื่อครู่ของตนน่าหัวเราะเกินไป
“รีบบอกมา!” เว่ยเจียงตะคอกอย่างโมโห มองตัวไร้ค่าตรงหน้าด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด พูดออกมาก็จบแล้วไม่ใช่หรือ จะยึกยักท่ามากไปทำไม
ชายคนนั้นชี้ไปที่อวิ๋นโม่ ตัวสั่นกลืนน้ำลายก่อนเอ่ย “เขา เขา…”
เว่ยเจียงอยากตบคนตรงหน้าให้ตายไปเสีย เขาเอ่ยเสียงเข้ม “ข้ารู้ว่ามันคือโม่อวี่ คนที่ทำร้ายสำนักแสวงจักรพรรดิของข้าในแดนดาราชายขอบสามพันแห่ง เจ้าไม่ต้องยุ่ง ข้าจะจัดการมันเอง!”
เว่ยเจียงคิดว่าคนผู้นั้นจดจำได้ว่าอวิ๋นโม่คือคนที่ทำให้สำนักของพวกเขาต้องเพลี่ยงพล้ำในแดนดาราชายขอบสามพันแห่ง ถึงได้ตกใจจนลืมตัว เขาไม่เคยคิดเลยว่าหม่าเย่จะตายด้วยน้ำมือของอวิ๋นโม่ แม้เมื่อครู่นักพรตน้อยจะบอกว่าความแข็งแกร่งของอวิ๋นโม่เทียบได้กับจวงจู่ซา แต่เขาไม่เชื่อ เขาคิดว่าก่อนหน้านี้นักพรตน้อยไม่สามารถเล่นงานอวิ๋นโม่ได้สำเร็จจึงอ้างว่าความสามารถของอวิ๋นโม่แข็งแกร่งเพื่อรักษาหน้าตัวเอง
เขาเคยได้ยินเรื่องความสามารถของโม่อวี่มาก่อน แม้จะเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งแต่ระดับยุทธ์ต่ำ เทียบกับหม่าเย่แล้วความสามารถด้อยกว่ามาก
ครู่ต่อมาพวกเว่ยเจียงทั้งสามคนก็หน้าเปลี่ยนสี ได้ยินลูกศิษย์ของสำนักอธิบาย “ไม่ใช่ขอรับ ศิษย์พี่เว่ยเจียง หม่าเย่ถูกคนผู้นี้ฆ่า!”
“เจ้าว่าอะไรนะ!” น้ำเสียงของเว่ยเจียงดังขึ้น ทันทีที่ได้ยินคำพูดของคนผู้นี้ก็คิดว่าเขาโกหก แต่คนผู้นี้ไม่มีความจำเป็นที่ต้องโกหก หรือว่าหม่าเย่ถูกโม่อวี่ฆ่าจริงๆ แต่มันเป็นไปได้อย่างไร เท่าที่เขารู้มา โม่อวี่เอาชนะลั่วเฉินเฟิงได้ก็จริงแต่ไม่ใช่เรื่องง่าย หากมีความสามารถพอจะสังหารหม่าเย่ เช่นนั้นตอนที่เอาชนะลั่วเฉินเฟิงจะต้องสิ้นเปลืองกำลังมากมายไปทำไม คงไม่ใช่ว่าความสามารถโม่อวี่เพิ่มขึ้นมากมายในเวลาสั้นๆ หรอกนะ ฮ่าๆ ล้อเล่นหรือ อย่าว่าแต่โม่อวี่เลย ต่อให้เป็นนักพรตน้อยที่ได้รับการยกย่องว่าฝึกฝนได้เร็วที่สุดก็ไม่สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้มากมายในเวลาสั้นๆ เช่นนี้
จวงจู่ซาที่อยู่ด้านข้างก็ไม่เชื่อเช่นกัน มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มเย็นชา ความแข็งแกร่งของโม่อวี่เขารู้ดีที่สุดแล้ว ตอนที่เอาชนะเฉียวเริ่นซานยังต้องสิ้นเปลืองพลังมากมาย แล้วจะฆ่าหม่าเย่ได้อย่างไร ได้ยินว่ามันมีทักษะวิญญาณที่แข็งแกร่งอย่างหนึ่ง แต่หม่าเย่คงไม่ได้ประมาทจนติดกับกระมัง
มีเพียงนักพรตน้อยที่คิดเช่นนี้ ก่อนที่เขาจะประมือกับอวิ๋นโม่ก็คิดว่าสามารถจัดการอวิ๋นโม่ได้อย่างง่ายดาย แต่สุดท้ายกลับพบว่าความแข็งแกร่งของอวิ๋นโม่เหนือกว่าที่เคยได้ยินมา ซ้ำยังไม่ได้แข็งแกร่งกว่าแค่เล็กน้อย ตอนนี้ไม่ได้พบกันมาระยะหนึ่ง ความสามารถของมันจะแข็งแกร่งมากขึ้นก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หากหม่าเย่ประมาทอาจจะพลาดท่าเสียที
“เจ้าพูดเรื่องไร้สาระอะไร ความแข็งแกร่งของหม่าเย่ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็เป็นสุดยอดในระดับพรหมราช โม่อวี่จะฆ่าเขาได้อย่างไร!” เว่ยเจียงตะคอกถาม เขาคิดว่าคนตรงหน้ากำลังโกหก
คนผู้นั้นสัมผัสได้ถึงแววตาเย็นชาของเว่ยเจียงก็ใจสั่น รีบเอ่ยเสียงสั่นเทา “เป็นเรื่องจริง ข้าไม่ได้โกหก แม้ข้าจะไม่เห็นเขาลงมือ แต่สอบถามจากหลายคน ต่างก็พูดว่าหม่าเย่ตายด้วยน้ำมือของโม่อวี่จากสำนักกระบี่หลิ่วหยวน อีกอย่าง อีกอย่าง…”
“อีกอย่างอะไร”
“ข้ายังได้ยินว่าเขาฆ่าหม่าเย่ในกระบวนท่าเดียว!”
“กระบวนท่าเดียว?” พอได้ยินเรื่องนี้ อย่าว่าเว่ยแต่เจียง แม้แต่นักพรตน้อยก็ไม่เชื่อ ความแข็งแกร่งของหม่าเย่ไม่อ่อนด้อย ต่อให้เป็นพวกเขา คิดจะฆ่าคนในกระบวนท่าเดียวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คนอย่างโม่อวี่จะทำได้อย่างไร
“จริงหรือ” จวงจู่ซาตะลึง ถามว่า “หรือว่าเขาใช้ทักษะวิญญาณบางอย่าง”
หลังจากได้ยินคำถามของจวงจู่ซา เว่ยเจียงและนักพรตน้อยก็ขมวดคิ้ว พวกเขาทุกคนรู้ว่าอวิ๋นโม่มีทักษะจิตวิญญาณที่ทรงพลัง หากหม่าเย่ประมาทจนเสียที เช่นนั้นก็อาจจะถูกฆ่า
ศิษย์ของสำนักแสวงจักรพรรดิส่ายหน้า “ไม่ ข้าถามมาอย่างละเอียดแล้ว ต่างบอกว่าโม่อวี่ใช้ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณทุบหม่าเย่จนกระดูกแหลกทั้งร่าง สุดท้ายกระทืบศีรษะของหม่าเย่จนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยววิญญาณ ศิษย์พี่เว่ยเจียง อันที่จริงถ้าต้องการคำยืนยันไม่ใช่ว่าง่ายมากหรือ แค่ถามโม่อวี่ ทุกอย่างก็กระจ่างแล้วไม่ใช่หรือ”
พวกเว่ยเจียงทั้งสามคนนึกได้ จริงด้วย ตัวต้นเรื่องก็อยู่ที่นี่ แค่พวกเขาสอบถามก็จะรู้ทุกอย่างแล้ว เว่ยเจียงหันไปถามอวิ๋นโม่เสียงเข้ม “โม่อวี่ เจ้าฆ่าหม่าเย่จริงหรือ”
“ฮ่าๆ เจ้าทำร้ายศิษย์พี่หญิงจื่อซู มันทำให้นางบาดเจ็บหนักกว่าเดิม จึงต้องตาย คนที่ต้องตายไม่ได้มีแค่คนเดียว เจ้าก็หนีไม่พ้น” อวิ๋นโม่พูดอย่างเย็นชา แม้เขาไม่ยอมรับโดยตรง แต่เว่ยเจียงและคนอื่นๆ ก็เข้าใจว่าหม่าเย่ถูกอวิ๋นโม่ฆ่าจริงๆ
“เป็นไปไม่ได้!” พอได้ยินคำตอบนี้ จวงจู่ซาก็หน้าซีดกำหมัดแน่น เขาไม่อยากเชื่อเรื่องนี้ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าโม่อวี่ไม่แข็งแกร่ง จะฆ่าหม่าเย่ได้อย่างไร
เขาย่อมไม่ยอมเชื่อ เพราะหากอวิ๋นโม่มีความสามารถเช่นนั้นจริง เมื่อครู่หากเขาประมือกับอวิ๋นโม่เกรงว่าคงต้องเคราะห์ร้ายแล้ว
สีหน้าเว่ยเจียงมืดครึ้ม มองอวิ๋นโม่อย่างเย็นชาพร้อมเค้นเสียงต่ำ “เจ้าหนู คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ความสามารถก่อนหน้านี้ของเจ้าคงเป็นการเสแสร้งใช่ไหม เจ้าแข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะลั่วเฉินเฟิง เหตุผลที่แสร้งอ่อนแอก็เพื่อฆ่าคนทีเผลอใช่ไหม”
อวิ๋นโม่แค่นหัวเราะโดยไม่อธิบาย เพราะไม่จำเป็นต้องชี้แจงให้ศัตรูฟัง
“จวงจู่ซา เจ้าหลบไป ข้ารับปากเรื่องที่เจ้าเสนอ แต่ตอนนี้ข้าจะฆ่ามัน แก้แค้นให้หม่าเย่!” เว่ยเจียงคำราม หม่าเย่เป็นลูกน้องที่มีประโยชน์มากและความสำเร็จในอนาคตก็ไม่ต่ำต้อย อวิ๋นโม่ฆ่าหม่าเย่เท่ากับตัดแขนเขาข้างหนึ่ง ทำให้เขาเสียหายหนัก นึกถึงครั้งก่อนที่สำนักสูญเสียหนักในแดนดาราชายขอบสามพันแห่ง ต้องเสียหน้าครั้งใหญ่ก็เพราะโม่อวี่ ในใจของเขาโกรธแค้นจนระงับไม่อยู่
“คนผู้นี้เก็บไว้ไม่ได้แล้ว!” สีหน้าของนักพรตน้อยเคร่งขรึมมาก เขารู้สึกถึงภัยคุกคาม ด้วยรู้ดีว่าครั้งก่อนที่อวิ๋นโม่ปะทะกับตนนั้นไม่ได้เก็บซ่อนความสามารถ แต่ตอนนี้กลับแข็งแกร่งขึ้น เห็นได้ชัดว่าความสามารถของอวิ๋นโม่พัฒนาขึ้นในช่วงสั้นๆ หากปล่อยให้โม่อวี่เติบโตต่อไป แม้มั่นใจว่าจะกำราบอีกฝ่ายได้ แต่ก็เป็นภัยคุกคามอย่างหนึ่งสำหรับพวกเขา
“ถ้าไม่ฆ่าเกรงว่าจะกลายเป็นเจิ้งหมิงคนที่สอง!” นักพรตน้อยคิด
เมื่อได้ยินว่าเว่ยเจียงจะลงมือ อวิ๋นโม่ก็ยิ้มเย็นชา เขารอเวลานี้อยู่เลย แค่เว่ยเจียงคนเดียวไม่น่ากังวล แต่ถ้านักพรตน้อยจะลงมือด้วย เขาคงต้องถอนตัวก่อน หากนักพรตน้อยไม่ลงมือ เช่นนั้นอวิ๋นโม่จะสามารถหาโอกาสที่เหมาะสมฆ่าเว่ยเจียงในกระบวนท่าเดียว ให้นักพรตน้อยเข้ามาช่วยไม่ทัน
“ตายเสีย!” เว่ยเจียงตะโกนด้วยความโกรธแล้วพุ่งเข้าหาอวิ๋นโม่
เปรี้ยง!
อวิ๋นโม่ไม่เก็บซ่อนความแข็งแกร่งอีกต่อไป พลังปราณที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อของเขาปะทุออกมาทันที สัมผัสถึงความน่าสะพรึงกลัวของพลังปราณบนร่างอวิ๋นโม่ ม่านตาของเว่ยเจียงและคนอื่นๆ ก็หดลง ตอนนี้พวกเขาหมดข้อสงสัยและเข้าใจแล้วว่าทำไมหม่าเย่ถึงถูกอวิ๋นโม่ฆ่า
“ระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้า!” สีหน้าของจวงจู่ซาย่ำแย่ถึงขีดสุด ประการแรกคิดไม่ถึงว่าระดับยุทธ์ของอวิ๋นโม่จะเพิ่มขึ้นได้เร็วถึงเพียงนี้ ประการที่สองนั้นไม่อยากเชื่อว่าระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้าจะมีพลังปราณที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ทำให้เขารู้สึกผิดพลาดอย่างแรง ที่ผ่านมาในสำนักมีแต่เจิ้งหมิงที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเช่นนี้ แต่นับจากวันนี้ไปจะมีเพิ่มขึ้นอีกคน
นักพรตน้อยสีหน้าอึมครึม เขาพบว่าโม่อวี่ไม่เพียงเลื่อนระดับอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ทิ้งข้อบกพร่องอะไรไว้ด้วย หากเป็นผู้อื่นเลื่อนระดับรวดเร็วเช่นนี้ ความแข็งแกร่งจะธรรมดามาก อีกทั้งพื้นฐานไม่มั่นคง แต่โม่อวี่ไม่เพียงทรงพลังยิ่ง รากฐานยังแข็งแกร่งมากเช่นกัน คนเช่นนี้น่ากลัวมาก!
“ก็แค่ระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้าเท่านั้น เจ้ายังห่างชั้นอีกไกล!” เว่ยเจียงตะคอก ก่อนกระตุ้นลมปราณโจมตีอวิ๋นโม่อย่างดุดัน
อวิ๋นโม่เตรียมพร้อมเต็มที่ แม้เขามั่นใจว่าจะเล่นงานเว่ยเจียงได้ แต่ก็ไม่ประมาทศัตรู
แต่แล้วขณะที่พวกเขากำลังจะประมือกันก็มีความผันผวนที่แข็งแกร่งขุมหนึ่งซัดมาแต่ไกล
เวิ้ง!
เมื่อความผันผวนนี้ซัดมาถึง ก้อนหินดินทรายก็พลิกตลบ ทุกสิ่งม้วนขึ้นไปบนฟ้า เหล่าจอมยุทธ์ต้องพึ่งพิงความแข็งแกร่งของตนเองจึงจะรั้งอยู่กับที่ได้ แต่จอมยุทธ์บางคนที่ความแข็งแกร่งไม่มากพอยากจะต้านทานอานุภาพนี้ ถูกความผันผวนที่น่ากลัวพัดจนลอยไปไกล
“เกิดอะไรขึ้น” ทุกคนแตกตื่น ความผันผวนที่น่ากลัวนี้ราวกับเกิดจากการต่อสู้ระหว่างจอมยุทธ์ระดับอริยะที่แข็งแกร่งสองคน
ครู่ต่อมาสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้น
“เมล็ดโพธิ์ นี่คือกลิ่นอายของเมล็ดโพธิ์!”
“ต้องเป็นต้นมหาโพธิ์แน่!”
“คิดไม่ถึงว่าต้นมหาโพธิ์จะปรากฏขึ้นจริงๆ!”
ทุกคนตื่นเต้นมาก เมล็ดโพธิ์ที่แผ่กลิ่นอายแข็งแกร่งเช่นนี้ได้จะต้องไม่ใช่เมล็ดโพธิ์ธรรมดา แม้จะไม่ใช่ต้นมหาโพธิ์ แต่ก็คงพิเศษยิ่ง! เมล็ดโพธิ์นี้มีคุณค่ามหาศาล!
“กลิ่นอายนั่นมาจากวังมหาสุญญตา จะต้องเป็นต้นมหาโพธิ์แน่!” นักพรตน้อยกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น “ดูเหมือนว่ามีใครบางคนพบต้นมหาโพธิ์และเข้าไปไม่ได้เพราะคนอื่นกีดกัน พวกเราไปกัน!”
พูดแล้วนักพรตน้อยก็บินออกไปก่อน จวงจู่ซาตามหลังไปโดยไม่ลังเล เว่ยเจียงจ้องอวิ๋นโม่อย่างดุเดือดและชี้หน้าเขา “ไอ้หนู ข้าจะให้เจ้ามีชีวิตอีกสักพัก!”
“นั่นคือสิ่งที่ข้าอยากพูดกับเจ้า!” อวิ๋นโม่กล่าวอย่างเย็นชา เขาสามารถฆ่าเว่ยเจียงได้ตลอดเวลา แต่ต้นมหาโพธิ์นี้หากพลาดไปก็ไม่มีโอกาสแล้ว จุดประสงค์ที่เขามาที่นี่ก็เพื่อต้นมหาโพธิ์ ในเมื่อพบเบาะแสของมันแล้วจะปล่อยไปได้อย่างไร
พริบตาเดียวทุกคนก็เหาะไปทางที่มีกลิ่นอายของต้นมหาโพธิ์ แม้แต่คนอ่อนแอซึ่งยอมรับว่าไม่มีโอกาสแย่งชิงต้นมหาโพธิ์ก็ยังต้องการมาชมดูความครึกครื้น เหล่าอัจฉริยะนับไม่ถ้วนแย่งชิงต้นมหาโพธิ์ สถานการณ์เช่นนี้ใช่ว่าจะได้เห็นเมื่อไรก็ได้
“ศิษย์น้องโม่อวี่!” ขณะที่อวิ๋นโม่กำลังจะไปค้นหาต้นมหาโพธิ์ จู่ๆ ก็มีความผันผวนของญาณหยั่งรู้ที่คุ้นเคยส่งมาถึงเขา
อวิ๋นโม่ตกใจ หลังจากคิดครู่หนึ่งก็จำได้ว่าคนที่ส่งความผันผวนของญาณหยั่งรู้นี้ออกมาคือใคร “ศิษย์พี่กัวเหมี่ยว เป็นท่านหรือ”
“ข้าเอง…” กัวเหมี่ยวเป็นยอดฝีมืออันดับสองในบรรดาลูกศิษย์ระดับพรหมราชของหนานเฟิง ขณะนี้ญาณหยั่งรู้ของเขาไม่มั่นคงและอ่อนแอมาก ราวกับว่าจะสลายไปได้ทุกเมื่อ
อวิ๋นโม่รู้ทันทีว่ามีบางสิ่งผิดปกติ จึงรีบถาม “ศิษย์พี่กัวเหมี่ยว ท่านอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น”
“ข้า… อยู่บนพื้น…”
อวิ๋นโม่ตื่นตระหนกและค้นหาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นานก็เห็นมุกสีเทาเม็ดหนึ่งอยู่บนพื้น มุกนี้ไม่สะดุดตา มองเผินๆ ก็คงไม่มีทางพบ ทันทีที่อวิ๋นโม่เห็นมุกนี้ก็รู้ว่ามันคืออะไร
มุกย้ายวิญญาณ!
นี่คือมุกที่สามารถบรรจุจิตวิญญาณ ใจของอวิ๋นโม่หล่นวูบ จิตวิญญาณของกัวเหมี่ยวอยู่ในมุกย้ายวิญญาณ ส่งญาณหยั่งรู้ที่อ่อนแอยิ่งออกมา นี่จะต้องเกิดปัญหาใหญ่!
หรือว่า?
พอนึกถึงความผันผวนจากการต่อสู้ที่สัมผัสได้ก่อนหน้านี้ รวมถึงอาการบาดเจ็บบนร่างของจวงจู่ซา อวิ๋นโม่ก็เดาเรื่องที่ทำให้เขาโกรธมากได้อย่างหนึ่ง
“ศิษย์พี่กัวเหมี่ยว เกิดอะไรขึ้น” อวิ๋นโม่หยิบมุกย้ายวิญญาณขึ้นมา ระงับความโกรธก่อนถาม
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 742 กัวเหมี่ยวเกิดเรื่อง"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com