ตอนที่ 743 เป้าหมายของทุกคน
ตอนที่ 743 เป้าหมายของทุกคน
ญาณหยั่งรู้ที่อ่อนแอของกัวเหมี่ยวส่งมา “ข้าคิดว่าศิษย์น้องโม่อวี่ คงจะเดาได้แล้วใช่ไหม ก่อนหน้านี้จวงจู่ซาก็คิดจะฆ่าเจ้าเช่นกัน”
“เป็นเจ้าสารเลวจวงจู่ซาที่ลงมือหรือ” สีหน้าของอวิ๋นโม่บิดเบ้ถึงขีดสุด เขากับเฉินเจ๋อสนิทสนมกัน ก่อนหน้านี้เกิดความขัดแย้งกับจวงจู่ซา อีกฝ่ายคิดฆ่าเขาก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่เท่าที่เขารู้ กัวเหมี่ยวและจวงจู่ซาไม่ได้ติดต่อกันเท่าไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความแค้นเลย ผู้ชายคนนั้นฆ่ากัวเหมี่ยว สมควรรับโทษหนัก!
“พูดอย่างเคร่งครัด จวงจู่ซาทำเช่นนี้ถือเป็นคนทรยศ!
“ศิษย์น้องโม่อวี่” ความเคลื่อนไหวจากญาณหยั่งรู้ของกัวเหมี่ยวอ่อนแอลงเรื่อยๆ “ข้าไม่ไหวแล้ว เจ้าจะต้อง…”
“ไม่ต้องพูดแล้ว มีข้าอยู่ ท่านจะไม่มีทางตายแน่!” อวิ๋นโม่พูด ในเมื่อกัวเหมี่ยวย้ายเข้าไปอยู่ในมุกย้ายวิญญาณได้ แสดงว่าแม้จิตวิญญาณได้รับบาดเจ็บ แต่ยังรักษาจิตส่วนใหญ่เอาไว้ได้ มีแพทย์โอสถอันดับหนึ่งอย่างเขาอยู่ กัวเหมี่ยวจะตายได้อย่างไร อย่าว่าแต่รักษาจิตวิญญาณของกัวเหมี่ยวเอาไว้ได้ ต่อให้ต้องเสาะหาร่างใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
“โชคดีที่ข้าเคยได้รับสมุนไพรวิญญาณของวังมหาสุญญตามา ในนั้นมีสิ่งที่สามารถรักษาจิตวิญญาณเอาไว้ได้” อวิ๋นโม่แบมือนำสมุนไพรวิญญาณที่สามารถรักษาจิตวิญญาณออกมา จากนั้นกลั่นเป็นยาน้ำและผสมกับสมุนไพรอื่นๆ จนกลายเป็นขี้ผึ้งที่ไม่ธรรมดาชนิดหนึ่ง เขาทาขี้ผึ้งลงบนต้นถ่ายวิญญาณแล้วเตือนกัวเหมี่ยว “ศิษย์พี่กัวเหมี่ยวอย่ายอมแพ้ รีบกระตุ้นจิตวิญญาณดูดซับฤทธิ์ยา ข้าจะผนึกจิตวิญญาณของท่านไว้ ภายหน้าการสร้างร่างใหม่ให้ท่านก็ไม่ใช่เรื่องยาก”
พอได้ยินคำของอวิ๋นโม่ กัวเหมี่ยวก็เกิดความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ เริ่มดูดซับฤทธิ์ยาที่อยู่ในขี้ผึ้ง
“ศิษย์พี่กัวเหมี่ยว ต้นมหาโพธิ์น่าจะปรากฏออกมาแล้ว ตอนนี้ข้าต้องไปตามหามัน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ท่านวางใจได้ ข้าจะต้องจับจวงจู่ซากลับไปสำนักและให้มันรับโทษ ตอนนี้เข้าไปในโลกใบน้อยก่อน ฟื้นฟูจิตวิญญาณอย่างสบายใจเถอะ” อวิ๋นโม่กล่าวพร้อมส่งต้นถ่ายวิญญาณเข้าไปในโลกใบน้อย
ฟิ้ว!
อวิ๋นโม่ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้า พุ่งไปเบื้องหน้า ความเร็วของเขาพุ่งถึงขีดสุด ชั่วครู่หนึ่งก็ล้ำหน้านักพรตน้อยที่อยู่ด้านหน้า เหาะไปถึงสถานที่ที่น่าจะมีต้นมหาโพธิ์ก่อน
“ตัวบัดซบ!” พวกเว่ยเจียงเผยสีหน้าคับแค้น อวิ๋นโม่เร็วเกินไปแล้ว ราวกับเป็นจอมยุทธ์ระดับอริยะที่สามารถเดินทางข้ามห้วงอากาศได้ ความเร็วของพวกเขาไม่อาจเทียบได้เลย
อวิ๋นโม่แซงหน้าพวกเว่ยเจียงไปถึงต้นกำเนิดพลังปราณของเมล็ดโพธิ์อย่างรวดเร็ว ไม่นานก็มาถึงจุดที่มีจอมยุทธ์ชุมนุมกันจำนวนมาก เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณของเมล็ดโพธิ์ที่อยู่ตรงหน้า แต่เหล่าจอมยุทธ์ที่รวมตัวกันอยู่ด้านนอกมากมายไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้ เพราะตอนนี้ด้านหน้ามีเงาร่างสองสายที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
หลังจากเห็นภาพตรงหน้า อวิ๋นโม่ก็ตกใจมาก ตรงหน้ามีเงาร่างที่เหมือนเทพธิดาแห่งวังจันทรากำลังเริงระบำ ทุกกระบวนท่าล้วนงดงาม นางก็คือกู่เยว่ซีแห่งวังจันทรา! สตรีนางนี้งดงามอย่างที่สุด แม้แต่ยามต่อสู้ก็ยังสง่างาม แต่ความงามนี้เป็นอันตรายถึงชีวิต ทุกการเคลื่อนไหวของนางน่ากลัวมาก แม้แต่อวิ๋นโม่ก็สัมผัสได้ถึงพลังที่ทำให้หนังตากระตุก
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในสมองของเขา
“หากนักพรตน้อยมีราศีคล้ายนักพรตไท่เสวียนในวัยเยาว์จนถูกขนานนามว่านักพรตน้อย เช่นนั้นกู่เยว่ซีก็มีรัศมีอันงดงามในยามเยาว์วัยของจักรพรรดิสวรรค์ไท่อินและถูกขนานนามว่าเทพธิดาไท่อิน!
คู่ต่อสู้ของนางเป็นหุ่นเชิดที่ความสามารถแข็งแกร่งถึงระดับอริยะตัวหนึ่ง หุ่นเชิดระดับอริยะของวังมหาสุญญตาแข็งแกร่งเพียงใดเป็นที่คาดเดาได้ แค่หุ่นเชิดตัวนี้เพียงตัวเดียวก็สกัดจอมยุทธ์มากมายเอาไว้ด้านนอกได้แล้ว เผชิญหน้ากับหุ่นเชิดที่ทรงพลังเช่นนี้ กู่เยว่ซีก็ยังรับมือได้ ความแข็งแกร่งของนางมีมากเพียงใดนับเป็นที่ประจักษ์!
“เทพธิดาเยว่ซีน่าทึ่งจริงๆ!” หลายคนคร่ำครวญ อยู่ต่อหน้าสตรีที่ทั้งงดงามและแข็งแกร่งขนาดนี้ทำเอาพวกเขารู้สึกละอาย
ที่นี่จอมยุทธ์ส่วนใหญ่ทำได้เพียงเฝ้าดูการต่อสู้ระหว่างกู่เยว่ซีและหุ่นเชิดที่อยู่ตรงหน้า แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสมรภูมิได้เลย หากพวกเขากล้าขยับออกไปด้านหน้า เกรงว่าความผันผวนนั้นอาจจะคร่าชีวิตพวกเขาได้ เหล่าสุดยอดศิษย์ระดับอัจฉริยะของสุดยอดขุมกำลังต่างก็คอยดูอยู่ด้านข้าง แอบลงมือกับหุ่นเชิดตัวนั้นอยู่ตลอดเพื่อคลายความกดดันให้นาง
ในบรรดาพวกเขา หลี่อวิ้นก็สะดุดตามากเช่นกัน นางกอดกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามดุจเทพธิดาพลางดีดฉินในอ้อมแขน เสียง ทิพยสังคีตเคลื่อนออกมาแฝงอานุภาพอันน่ากลัว ทุกท่วงทำนองสร้างผลกระทบต่อหุ่นเชิดอย่างรุนแรง โจมตีจุดอ่อนบนร่างของมัน
จอมยุทธ์ที่อยู่รอบตัวพวกเขาไม่ใช่ระดับอริยะ พวกเขาไม่ฉวยโอกาสพุ่งเข้าไปแต่คอยสกัดหุ่นเชิดให้กู่เยว่ซี เพราะหุ่นเชิดยังมีพลังเพียงพอที่จะสกัดการโจมตีของทุกคน บนพื้นดินมีศพอยูไม่น้อย นั่นคือจอมยุทธ์ที่คิดว่าตนฉลาดมาก พยายามตักตวงผลประโยชน์ด้วยการฉวยโอกาสรีบผ่านเข้าไปก่อน แต่ทั้งหมดกลับต้องตายด้วยน้ำมือหุ่นเชิด หุ่นเชิดตัวนั้นทั้งรับมือการโจมตีของกู่เยว่ซีและคนอื่นๆ อย่างเต็มที่ และฆ่าจอมยุทธ์ที่คิดลักลอบเข้าไป
รอบด้านมีคนบินเข้ามาไม่ขาดสายจึงไม่มีใครสังเกตเห็นการปรากฏตัวของอวิ๋นโม่ อวิ๋นโม่เห็นสถานการณ์ตรงหน้าก็ไม่ได้ลงมือทันที แต่สังเกตมันอย่างละเอียด
ตอนนั้นเองหลี่อวิ้นก็ดีดสายฉิน พลังโจมตีที่ทรงอานุภาพขุมหนึ่งถล่มใส่ร่างหุ่นเชิด หมัดของหุ่นเชิดซึ่งต่อยไปทางกู่เยว่ซีหยุดนิ่งไป คนอื่นๆ เห็นก็ลงมือโจมตีหุ่นเชิด กู่เยว่ซีตบฝ่ามือออกไปอย่างรวดเร็ว ซัดหุ่นเชิดถอยกรูดออกไป
“ตอนนี้แหละ!” อวิ๋นโม่ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าด้วยความเร็วสูงสุดและพุ่งเข้าหาหุ่นเชิด
ผู้คนรอบๆ ส่งเสียงร้องด้วยความประหลาดใจ บางคนส่ายหน้าพร้อมเยาะเย้ย “คนที่คิดบุกเข้าไปโดยไม่รู้ว่าความตายเป็นอย่างไรอีกคน น่าเสียดาย เขาไม่มีทางทำสำเร็จ”
“ใช่ ก่อนหน้านี้มีโอกาสที่ดีกว่านี้อยู่หลายครั้ง แต่คนที่บุกเข้าไปล้วนกลายเป็นศพเย็นชืด คนผู้นี้ก็คงไม่แตกต่าง”
อวิ๋นโม่รวดเร็วมาก จอมยุทธ์รอบๆ มองเห็นเขาได้ไม่ชัด คิดว่าเป็นจอมยุทธ์ที่คิดว่าตนฉลาด ฉวยโอกาสบุกเข้าไปเสาะหาต้นมหาโพธิ์ แต่วินาทีต่อมาพวกเขาก็ต้องเบิกตากว้าง ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ตูม!
อวิ๋นโม่ถือผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณไว้ในมือและกระแทกมันใส่คอของหุ่นเชิดอย่างโหดเหี้ยม ภายใต้พลังมหาศาล คอของหุ่นเชิดถูกเขากระแทกหักลงมา
หุ่นเชิดไร้หัวไม่ล่าถอย จอมยุทธ์รอบตัวๆ ทุกคนเห็นแล้วก็ตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าคนที่จู่ๆ ก็พุ่งออกไปจะร้ายกาจจนสามารถทำลายศีรษะของหุ่นเชิดได้ เมื่อเห็นภาพนี้ทุกคนก็ดีใจกันใหญ่ เริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น
สีหน้าอวิ๋นโม่ขรึมลง แม้การกำจัดศีรษะของหุ่นเชิดจะมีประโยชน์ แต่ความเคลื่อนไหวของหุ่นเชิดไม่ได้มาจากศีรษะทั้งหมด หากไม่รีบฉวยโอกาสทำลายหุ่นเชิดในตอนนี้ มันก็ยังโจมตีต่อไปได้
ในจังหวะสำคัญนี้เอง ดวงตาของกู่เยว่ซีสว่างวาบ นางนำกระจกทองแดงออกมากระตุ้นด้วยพลังทั้งหมด แสงสว่างแสบตาทะยานออกมาจากกระจก พลังปราณที่น่ากลัวนั้นทำให้จอมยุทธ์รอบข้างหนาวสั่น คนคิดจะฉวยโอกาสพุ่งเข้าไปตกใจจนต้องหยุดความคิดเอาไว้ก่อน
เปรี้ยง!
ลำแสงที่น่ากลัวนั้นโจมตีใส่ร่างของหุ่นเชิด ระเบิดมันออกเป็นชิ้นๆ
“ดี!”
รอบด้านมีเสียงโห่ร้องดังขึ้น หุ่นเชิดตัวนั้นขวางอยู่ข้างหน้า ทำให้ไม่มีใครเข้าไปได้แม้แต่ก้าวเดียว ตอนนี้มันพังเป็นชิ้นๆ ทุกคนก็สามารถพุ่งเข้าไปได้แล้ว แต่ก่อนที่ทุกคนจะมีปฏิกิริยา อวิ๋นโม่และพวกกู่เยว่ซีที่ปะทะกับหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งตัวนั้นก็พุ่งนำเข้าไปก่อนแล้ว
อวิ๋นโม่สังเกตเห็นว่าจุดที่หุ่นเชิดเฝ้าอยู่มีร่องรอยของค่ายกล คิดว่าความผันผวนที่น่ากลัวก่อนหน้านี้คงเกิดจากการที่ทุกคนทำลายค่ายกล อันที่จริงรอบหุ่นเชิดตัวนั้นยังมีหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า และมีหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งมากกว่าหุ่นเชิดตัวนั้นอยู่อีกจำนวนไม่น้อย แต่ทั้งหมดดูเหมือนจะพังด้วยเหตุผลบางอย่าง
ตามการคาดเดาของอวิ๋นโม่ ความเสียหายของหุ่นเชิดทรงพลังเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมของวังมหาสุญญตา หากหุ่นเชิดเหล่านี้ไม่พัง คงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะทะลวงการป้องกันและเข้าไปข้างในเพื่อค้นหาต้นมหาโพธิ์
อวิ๋นโม่ไม่คิดมาก ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าพุ่งไปข้างหน้าสุด
“คุณชายโม่ คิดไม่ถึงว่าพวกเราจะได้พบกันอีกแล้ว” หลี่อวิ้นที่อยู่ด้านหลังยิ้มหวาน “คุณชายโม่ ทำไมถึงวิ่งเร็วนัก รังเกียจพวกเราหรือ”
ปากอวิ๋นโม่กระตุก ไม่คิดว่าหลี่อวิ้นที่ดูจริงจัง เวลานี้จะขี้เล่นขึ้นมา เขาไม่สนใจนาง เหาะไปข้างหน้าด้วยพลังทั้งหมด มีต้นมหาโพธิ์อยู่ตรงหน้าย่อมไม่สนใจหญิงงาม
“ลมปราณของเมล็ดโพธิ์อยู่ข้างหน้านี้เอง!” สองตาของเขาส่องประกาย เผยความตื่นเต้น หากทุกอย่างราบรื่น เขาจะเป็นคนแรกที่ไปถึงที่นั่น หากมีต้นมหาโพธิ์อยู่ มันก็จะตกเป็นของเขา
คำพูดที่ว่าเรื่องราวในโลกนี้ไม่อาจสมดั่งใจได้ทั้งหมดดูเหมือนจะไม่ผิดเลย ขณะที่เขาคิดว่าจะได้รับต้นมหาโพธิ์อย่างไร้อุปสรรค ตรงหน้าพลันปรากฏเงาร่างมากมายซึ่งเปล่งพลังที่แข็งแกร่งยิ่ง
“มารดามันเถอะ!” อวิ๋นโม่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน หลังจากผ่านด่านก่อนหน้านี้ เขาไม่คาดคิดว่าจะมีหุ่นเชิดจำนวนมากอีก มากจนเกือบจะปกคลุมทั้งฟ้าดินแล้ว เส้นทางข้างหน้าถูกขวางกั้น
หุ่นเชิดเหล่านี้ แม้ทรงพลังไม่เท่าหุ่นเชิดตัวก่อนหน้า แต่ทั้งหมดอยู่ในระดับพรหมราช ไม่อาจประมาท ถึงพวกมันไม่ได้มีพลังระดับสุดยอด แต่เมื่อรวมกันมากเข้าก็น่ากลัวยิ่ง
“คิกๆ คุณชายโม่ ดูเหมือนว่าความเร็วของเจ้าจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไร” หลี่อวิ้นคลี่ยิ้ม
เปรี้ยง!
ฝูงชนปะทะกับฝูงหุ่นเชิด กลายเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างสองกองทัพ เกิดเป็นสงครามขนาดใหญ่ มีจอมยุทธ์ตกตายไม่ขาดสายและมีหุ่นเชิดที่พังทลายลงเรื่อยๆ เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ขณะเผชิญหน้ากับหุ่นเชิดที่แข็งแกร่ง คนส่วนใหญ่ต่างไม่กล้าลงมือ แต่หุ่นเชิดที่อยู่ตรงหน้าความสามารถไม่แข็งแกร่งมาก พวกเขาสามารถเล่นงานได้
แรงดึงดูดของต้นมหาโพธิ์ช่างมหาศาล แม้รู้ว่าบุกเข้ามาก็ต้องเผชิญกับความตาย แม้รู้ว่าโอกาสที่จะได้ต้นมหาโพธิ์ไปอย่างปลอดภัยมีน้อยมาก ทุกคนก็ยังพุ่งเข้ามาไม่หยุด
ตูม!
จุดที่จอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งอย่างพวกอวิ๋นโม่และกู่เยว่ซีอยู่มีหุ่นเชิดพังทลายจำนวนมาก ยามนี้พวกนักพรตน้อยก็ตามมาถึงแล้ว ต่างลงมือพลางเคลื่อนตัวไปเบื้องหน้า
ความสามารถของเว่ยเจียงเป็นของจริง เขาใช้เกราะล้อมวิญญาณ มือกุมหอกยาวด้ามหนึ่ง ทุกครั้งที่กวาดออกไปก็ทำลายหุ่นเชิดไปแถบใหญ่ ส่วนนักพรตน้อยน่ากลัวยิ่งกว่า ใช้วิชายันต์ไร้ลักษณ์ส่งยันต์จำนวนมากออกไป พอหุ่นเชิดเหล่านั้นสัมผัสเข้าก็พังทลายทันที
“แข็งแกร่งไม่ได้หมายความว่าได้เปรียบ!” อวิ๋นโม่ยิ้ม เขาใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าท่องไปท่ามกลางหุ่นเชิดอย่างรวดเร็ว ขณะที่หุ่นเหล่านั้นโจมตี เขาก็หายไปจากที่เดิมแล้ว ชายหนุ่มมุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วได้โดยไม่เปลืองแรง อ้อมผ่านการป้องกันของหุ่นเชิดมากมายตรงไปด้านหน้า
ในไม่ช้าเขาก็หัวเราะไม่ออก เพราะคนมากมายสังเกตเห็นเขาแล้ว หุ่นเชิดจำนวนมากก็ละทิ้งคนที่อยู่ด้านหลังหันมาจับจ้องเขา
ตูม!
เพียงชั่วพริบตา การโจมตีหลากหลายก็พุ่งเป้ามาที่อวิ๋นโม่ เขาเห็นกระทั่งกู่เยว่ซีที่อ่อนโยนยังซัดฝ่ามือน่ากลัวใส่เขา หลี่อวิ้นเองก็ยิ้มและดีดฉินโจมตีเขาเช่นกัน ที่น่ากลัวที่สุดก็คือหุ่นเชิดที่อยู่รอบๆ ต่างก็พุ่งความสนใจทั้งหมดมาที่เขา เห็นว่าเขาคือภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดและเปิดฉากโจมตีใส่เขา
อวิ๋นโม่อึดอัดใจจนอยากตะโกนด่า การโจมตีมากมายพุ่งมาตรงหน้า หากโดนเข้าไปยังจะมีทางรอดหรือ
………………………………………