ตอนที่ 799 ไม่หวั่นเกรง
ตอนที่ 799 ไม่หวั่นเกรง
ฝ่ายตรงข้ามทิ้งเขาไว้เฉยๆ แล้วส่งจอมยุทธ์ระดับอริยะสองคนมาสอดส่อง เห็นชัดว่าไม่คิดเจรจากับเขาดีๆ อวิ๋นโม่จึงไม่ต้องสุภาพกับพวกนางอีก ทำลายสิ่งก่อสร้างรอบๆ ทันที หญิงระดับอริยะสองคนนั้นถูกอวิ๋นโม่กระแทกปลิวออกไป
เมิ่งเอ๋อร์อ้าปากค้าง มองอวิ๋นโม่ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ นางไม่คิดว่าเขาจะเลือดร้อนขนาดนี้ เปิดฉากลงมืออย่างโจ่งแจ้ง
หญิงระดับอริยะสองคนนั้นตกใจ ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าอวิ๋นโม่ร้ายกาจมาก แต่อย่างไรก็ไม่เชื่อ ตอนนี้พวกนางถึงรู้ว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายเลย เผชิญหน้ากับเขา พวกนางสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ในตัวชายหนุ่ม
อวิ๋นโม่ทำลายสิ่งก่อสร้างรอบๆ ขับจอมยุทธ์ระดับอริยะสองคนออกไป เสียงระเบิดดังกระหึ่ม ไม่นานคนจำนวนมากก็ล้อมเข้ามา ใบหน้าของพวกนางบูดบึ้ง แววตาโมโห อวิ๋นโม่ถามเมิ่งเอ๋อร์เบาๆ ก็ทราบว่าพวกนางเป็นคนของฝ่ายผู้อาวุโสใหญ่ สายตาเขากวาดผ่านคนเหล่านั้น พบว่าไม่มีจอมยุทธ์ระดับควบคุมสรรพสิ่ง หญิงที่เป็นผู้นำมีระดับยุทธ์เพียงระดับอริยะชั้นสูง น่าจะเป็นระดับอริยะขั้นเจ็ดชั้นฟ้า
“หึๆ พอดีเลย” อวิ๋นโม่กล่าวยิ้มๆ ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าความสามารถของเขาไม่อ่อนด้อย ส่งจอมยุทธ์ระดับอริยะชั้นสูงมาหนึ่งคน ช่างรู้จักคิดอ่าน
หญิงระดับอริยะชั้นสูงคนนั้นสีหน้าเย็นชา ดวงตาคู่นั้นจ้องอวิ๋นโม่เขม็ง “โม่อวี่ เจ้าหมายความว่าอย่างไร หุบเขาบงกชพิสุทธิ์เราต้อนรับเจ้าอย่างดี ให้เจ้าได้ดื่มชาชั้นดีที่เราจะดื่มเองยังเสียดาย ที่พักก็ดีมาก ทำไมเจ้าจึงต้องทำลายที่พักและทำร้ายคน!”
“หึๆ ชาดีที่พวกเจ้าอยากดื่มยังเสียดายหรือ ถ้าเช่นนั้นหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ของพวกเจ้าคงขัดสนมากสินะ ปากพูดว่าให้การต้อนรับข้าอย่างดี แต่กลับทิ้งข้าไว้หลายชั่วยาม ยังส่งจอมยุทธ์ระดับอริยะสองคนมาสอดส่องข้าในที่ลับ นี่คือวิธีรับแขกของพวกเจ้าหรือ อีกอย่างพวกเจ้าต้องเข้าใจให้ชัด ข้าไม่ได้มาเป็นแขก ข้ามาเพื่อทวงความยุติธรรมให้เมิ่งเอ๋อร์!” อวิ๋นโม่พูดเสียงเย็นชา
หญิงผู้นั้นสะบัดแขนเสื้อกล่าว “จะทวงความยุติธรรมก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องทำร้ายคนอื่น! เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าตัวเองมีความสามารถแล้วจะทำอะไรได้อำเภอใจ วันนี้เจ้าทำร้ายศิษย์ของหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ ข้าจะจัดการเจ้า! แม้แต่สำนักกระบี่หลิ่วหยวนก็สอดปากไม่ได้!”
พูดจบนางก็พุ่งเข้าหาอวิ๋นโม่ทันที ยื่นฝ่ามือปราณยักษ์ออกมา หมายจะคว้าตัวอวิ๋นโม่ ในสายตาของนาง แม้อวิ๋นโม่เอาชนะจอมยุทธ์ระดับอริยะขั้นสี่ชั้นฟ้าได้ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง ระดับอริยะแต่ละขั้นมีความแตกต่างกันมาก นางเป็นถึงจอมยุทธ์ระดับอริยะชั้นสูง ต่อให้เป็นจอมยุทธ์ระดับพรหมราชที่มีพรสวรรค์ยุทธ?สูงก็ไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของนาง!
“พี่ใหญ่ ระวัง!” เมิ่งเอ๋อร์ที่ถูกอวิ๋นโม่ผลักไปด้านข้างเบาๆ ร้องด้วยความกังวล นางรู้จักหญิงที่โจมตีอวิ๋นโม่ผู้นั้นดี พลังของนางแข็งแกร่งมาก แม้อวิ๋นโม่มีพลังกล้าแข็งยังเกรงว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง
ศิษย์หุบเขาบงกชพิสุทธิ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามต่างหัวเราะเสียงเย็น มีคนเอ่ย “ศิษย์พี่หญิงเป็นถึงจอมยุทธ์ระดับอริยะขั้นเจ็ดชั้นฟ้า เจ้าหนุ่มคนนี้แค่ระดับพรหมราช ต่อให้เก่งแค่ไหน อยู่ต่อหน้านางก็ต้องว่าง่าย!”
หญิงที่โจมตีอวิ๋นโม่กลับรู้สึกไม่สบายใจ เพราะนางพบว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่เพียงไม่กลัว กลับผุดยิ้มประหลาด แม้เขาแข็งแกร่งแค่ไหนก็เป็นไปไม่ได้ที่ระดับพรหมราชจะชนะนางที่เป็นจอมยุทธ์ระดับอริยะขั้นเจ็ดชั้นฟ้า แล้วเขามีอะไรเป็นที่พึ่งกัน
นางเป็นคนของขุมกำลังระดับกึ่งจักรพรรดิ ไม่ใช่จอมยุทธ์ระดับอริยะทั่วไป แม้อวิ๋นโม่มีพลังต่อสู้แข็งแกร่ง แต่ในสถานการณ์ทั่วไปไม่มีทางเอาชนะนางได้ แต่เขาเตรียมการไว้แล้ว เพราะถ้าเขาไม่แสดงฝีมือบ้าง ฝ่ายตรงข้ามก็คงไม่เห็นหัวเขาจริงๆ
ขณะที่นางกำลังจะคว้าตัวเขา อวิ๋นโม่ก็ทำมุทราอย่างรวดเร็วและยกเท้าขวากระทืบพื้นอย่างแรง!
วิ้ง!
ประกายแสงส่องสว่างจากพื้นดิน แสงศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนปรากฏ พุ่งเข้าหานางด้วยความเร็วน่าเหลือเชื่อ อานุภาพเหล่านั้นน่ากลัวยิ่ง! แม้นางเป็นระดับอริยะขั้นเจ็ดชั้นฟ้าก็ยังตกใจกลัว
“นี่มันอะไรกัน!” นางพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี คิดหนีไปจากตรงนี้ เลิกโจมตีอวิ๋นโม่ หันไปโจมตีอักขระศักดิ์สิทธิ์แทน แต่ทันใดนั้นก็หน้าเปลี่ยนสี เพราะอักขระศักดิ์สิทธิ์บางส่วนคลุมแขนนาง ทำให้การเคลื่อนไหวแข็งทื่อ การโจมตีที่ปล่อยออกมาอ่อนแรงอย่างน่าสมเพช
อักขระศักดิ์สิทธิ์รอบๆ ครอบลงมาบนร่างนาง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ร่างของนางก็แข็งทื่อ ไม่สามารถขยับเขยื้อน ศิษย์ของหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นสถานการณ์นี้ต่างหน้าซีด ก่อนหน้านี้พวกนางบอกว่าอวิ๋นโม่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ นึกไม่ถึงว่านางจะถูกอวิ๋นโม่สยบในพริบตา
“ทำไมถึงพูดกันดีๆ ไม่ได้” อวิ๋นโม่เดินไปหานาง หญิงสาวตกใจมาก ไม่เคยคิดว่าตนที่เป็นระดับอริยะชั้นสูงจะถูกเด็กน้อยระดับพรหมราชสยบราบคาบ อวิ๋นโม่เงยหน้ามองศิษย์ของหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ที่อยู่ตรงข้าม พวกนางตกใจกลัวราวกับเห็นปีศาจ ถอยหลังไปเรื่อยๆ
“นี่คือวิชาผนึก! คนผู้นี้มีวิชาผนึกที่ร้ายกาจเช่นนี้ได้อย่างไร” ศิษย์ของหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ที่อยู่ตรงข้ามพูดด้วยความตระหนก
นี่คือเก้าผนึกเซียนต้องห้ามระดับแปด ตอนนี้อวิ๋นโม่เป็นระดับพรหมราชขั้นเก้าชั้นฟ้า เขาชำนาญเก้าผนึกเซียนต้องห้ามขั้นที่แปดอย่างสมบูรณ์ ตอนที่ฝ่ายตรงข้ามทิ้งเขาไว้ที่นี่ เขาไม่ได้นั่งพักอยู่เฉยๆ แต่วาดผนึกระดับแปดในสวนเล็กๆ แห่งนี้ ตอนที่เขาทำเหมือนเดินไปมาอย่างกระวนกระวาย แท้จริงแล้วกำลังวาดเก้าผนึกเซียนต้องห้ามระดับแปดเพื่อเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้ฝ่ายตรงข้าม
การวาดผนึกระดับแปดที่ใช้เวลาหลายชั่วยามเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบมาก แม้แต่ระดับอริยะขั้นเจ็ดชั้นฟ้าก็ถูกผนึกไว้ในนั้น
อวิ๋นโม่มองไปยังส่วนลึกของหุบเขาบงกชพิสุทธิ์พลางคลี่ยิ้ม “หุบเขาบงกชพิสุทธิ์ทุกท่าน ตอนนี้จะออกมาพบข้าได้หรือยัง”
จอมยุทธ์ระดับอริยะขั้นเจ็ดชั้นฟ้ายังไม่ใช่ตัวแทนของผู้อาวุโสใหญ่ แต่หลังจากอวิ๋นโม่พูดจบ บรรยากาศรอบๆ ก็เงียบกริบ ไม่มีผู้แข็งแกร่งคนใดออกมา
“ไม่ออกมา? พวกเจ้าคิดว่าอยู่ในหุบเขาบงกชพิสุทธิ์แล้วข้าจะไม่กล้าลงมือหรือ” อวิ๋นโม่มองไปยังหญิงสาวที่ถูกผนึกอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา เขาบิดข้อมือค่อยๆ ยกกำปั้นขึ้น
เมื่อเห็นสายตาเย็นเยียบของอวิ๋นโม่ หญิงที่ถูกผนึกก็ตกใจ นางรู้สึกว่าคนบ้าที่อยู่ตรงหน้าคงทำเรื่องแบบนั้นได้จริงๆ
“หยุดมือ!” เสียงใสหนึ่งดังขึ้น จากนั้นอากาศบิดเบือน หญิงงามนางหนึ่งปรากฏขึ้นในลานกว้าง ทว่าใบหน้าของนางบูดบึ้งจนทำลายความงามนั้นไป เพียงนางกวักมือ หญิงสาวระดับอริยะขั้นเจ็ดชั้นฟ้าที่ถูกอวิ๋นโม่ผนึกไว้ก็ถูกคว้าไป จากนั้นดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ผนึกที่อยู่บนร่างหญิงสาวระดับอริยะขั้นเจ็ดชั้นฟ้าก็สลาย
หญิงงามผู้นี้มีพลังแข็งแกร่ง พลังยุทธ์ลึกล้ำ พอนางปรากฏตัวก็มีคนมากมายตามมาที่นี่ พวกนางต่างเป็นจอมยุทธ์ที่พลังไม่ธรรมดา
“ท่าน… ผู้อาวุโสใหญ่” เมิ่งเอ๋อร์หลบอยู่หลังอวิ๋นโม่พลางเอ่ยเสียงสั่น เห็นได้ชัดว่านางกลัวสตรีนางนี้มาก
“ฮึ! อวิ๋นเมิ่งเอ๋อร์ เก่งนักนะ กล้าพาคนนอกมาวุ่นวายในหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ของเรา!” ผู้อาวุโสใหญ่พูดพลางมองนางด้วยสายตาเย็นชา
อวิ๋นโม่บังสายตาของผู้อาวุโสใหญ่ เหยียดยิ้มเย็นชา “อย่ารังแกน้องสาวของข้า มีอะไรก็มาคุยกับข้า”
“ฮึ! อวิ๋นโม่ เจ้าบังอาจนัก กล้ามาก่อกวนที่หุบเขาบงกชพิสุทธิ์ของข้า หรือเจ้าคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ยุทธ์และมีฐานะสูงในสำนักกระบี่หลิ่วหยวนแล้วจะชี้มือวาดเท้าในหุบเขาของข้าได้ตามอำเภอใจ!” ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวอย่างเย็นชา สายตาคมกริบดั่งมีดเพ่งมองอวิ๋นโม่
หากเป็นคนทั่วไป ถูกผู้แข็งแกร่งเช่นนี้จ้องคงจะกลัวจนเข่าทรุดไปแล้ว ทว่าอวิ๋นโม่กลับทำเหมือนไม่มีอะไร เขายิ้มเยาะ “อย่ามาทำเป็นว่าพวกเจ้าถูกกลั่นแกล้ง ผู้ใดผิดถูกเราต่างรู้กันดี ครั้งนี้ที่ข้ามาเยือนหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ไม่ใช่เพื่อเรื่องอื่น แต่เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้น้องสาว นางไม่อยากแต่งกับราชวงศ์ต้าโจว แต่พวกเจ้าไม่สนใจความต้องการของนาง บังคับนางแต่งออกไป ทำให้นางทุกข์ใจ พวกเจ้าคิดว่าเมิ่งเอ๋อร์ไร้กำลังหนุนหลังแล้วจะข่มเหงอย่างไรก็ได้หรือ!”
“ฮึ! เมื่อนางเข้าหุบเขาบงกชพิสุทธิ์แล้วก็ต้องเชื่อฟังหุบเขาบงกชพิสุทธิ์!” มีคนกล่าวขึ้น
“หมายความว่าถ้าหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ให้เจ้าไปตาย เจ้าก็ต้องไปตายงั้นสิ” อวิ๋นโม่มองคนผู้นั้นอย่างหยามหยัน
“เจ้า!” หญิงสาวผู้นั้นหน้าแดง รู้สึกว่าเด็กคนนี้ปากคอเราะรายจริงๆ
ผู้อาวุโสใหญ่ของหุบเขาบงกชพิสุทธิ์จ้องอวิ๋นโม่ ครู่หนึ่งก็เอ่ยเสียงเย็นชา “ในเมื่อนางไม่ต้องการแต่งงานกับราชวงศ์ต้าโจวก็ให้น้องสาวของเจ้าออกจากหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ไปซะ เราจะได้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”
“ฮ่าๆ อะไรจะง่ายดายปานนั้น” อวิ๋นโม่กล่าวเสียงเย็นชา “รังแกน้องสาวข้าแล้วคิดจะจบเรื่องง่ายๆ เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือ อีกอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์ถอดถสถานะศิษย์หุบเขาบงกชพิสุทธิ์ของน้องสาวข้า ฮึ หากวันนี้ไม่ได้คำอธิบาย เรื่องนี้ไม่จบแน่”
เมิ่งเอ๋อร์ที่อยู่ข้างหลังอวิ๋นโม่ซาบซึ้งใจยิ่ง เขากล้าพูดกับจอมยุทธ์ระดับควบคุมสรรพสิ่งชั้นสูงสุดเช่นนี้เพื่อนาง นี่ไม่ใช่เรื่องที่ใครก็กล้าทำ
“เด็กน้อย! ข้าไม่ถือสาความไร้มารยาทของเจ้า ยอมปล่อยน้องสาวเจ้าไปก็ถือเป็นการผ่อนปรนที่สุดแล้ว เจ้าอย่าได้คืบจะเอาศอกหน่อยเลย! หากยังอาละวาดต่อ ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว!” ผู้อาวุโสใหญ่สีหน้าดำทะมึนจนแทบเหมือนหมึกจะหยดลงมา ไอ้หนูระดับพรหมราชคนหนึ่งกล้าพูดกับนางเช่นนี้ ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!
แรงกดดันที่น่ากลัวสุดขีดกดทับบนตัวอวิ๋นโม่ เห็นชัดว่าอีกฝ่ายต้องการใช้วิธีนี้บังคับให้เขาล่าถอย ทว่าแม้ร่างกายส่งเสียงลั่นไม่หยุดและแทบจะกระอักเลือด อวิ๋นโม่ก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาพูดเสียงเย็นชา “ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านลองลงมือกับข้าดูสิ! ดีเลย แบบนั้นข้าจะได้เอาเรื่องให้ถึงที่สุด!”
ได้ยินคำของอวิ๋นโม่ คนของหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ทั้งหมดต่างหน้าซีด กระทั่งผู้อาวุโสใหญ่ยังเก็บแรงกดดันที่น่ากลัวนั้นกลับไปด้วยความหวาดหวั่น พวกนางเข้าใจดีว่าอวิ๋นโม่หมายความว่าอะไร ตอนที่เว่ยเยี่ยนสำนักแสวงจักรพรรดิคิดใช้ใหญ่รังแกเล็กก็เกือบต้องตายด้วยคมกระบี่ของจักรพรรดิสวรรค์หลิ่วหยวน หลังจากนั้นเผ่าหมาป่าพิภพและสำนักดาบสวรรค์ก็ถูกจักรพรรดิสวรรค์หลิ่วหยวนทำลาย หากพวกนางใช้ใหญ่รังแกเล็กทำร้ายอวิ๋นโม่จริง เกรงว่าจักรพรรดิสวรรค์ผู้แข็งแกร่งยิ่งท่านนั้นจะต้องมาทดสอบคมกระบี่กับพวกนางแน่
Comments for chapter "ตอนที่ 799 ไม่หวั่นเกรง"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com