บทที่ 1324 เคราะห์เซียนบรรพกาล ผ่านพ้น!
บทที่ 1324 เคราะห์เซียนบรรพกาล ผ่านพ้น!
นอกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เหนือเขตแดน สวี่ชิงถือตะเกียง 7 สี ยืนกลางฟ้าดารา
เบื้องหน้าเขาคือจักรวาลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ด้านหลังเขาคือแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ที่ซ่างฮวงล้อมรอบ
เขายืนเหนือเส้นเขตแดน สายตาเยียบเย็นเคร่งขรึม
ยกตะเกียงในมือขึ้นสูง
“ทั้งนับจากนี้ ตัวหมากบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ของพวกเจ้า ให้ออกไปทันที!”
“ถ้าไม่ไป ข้าคนแซ่สวี่จะขุดรากถอนโคนทีละคน!”
เสียงสวี่ชิงดังก้อง เกิดคลื่นเป็นระลอก
ในนั้นแฝงคุณสมบัติเทพชะตาซึ่งรวมกับร่างเทพเขา ก่อตัวเป็นอำนาจชะตาวาสนา ประทับกฎเกณฑ์ระบบดาวที่ 9
ทั้งมีพลังหลักบัญญัติของเขา แพร่กระจายเชิงมิติ ผ่านกาลอวกาศอดีตปัจจุบันอนาคต ทุกคู่ขนาน รวมถึงการรับรู้ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด
ตะเกียงบนมือคล้ายตอบสนอง ส่องแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม
จิตเทพนับไม่ถ้วนแผ่ออกมาจากแต่ละกาลอวกาศ ควบรวมบนตัวสวี่ชิง รวมตัวเหนือตะเกียงบนมือเขา!
เมื่อจ้องมองอย่างละเอียด
ตะเกียงนี้ขึ้นโครงจากดินพิเศษ ลวดลายราวสวรรค์สร้าง แสงลึกลับเวียนวน
ตัวครอบภายนอกถักทอจากไหมวิญญาณ 7 สี ยามแสงไหลวนจะประหนึ่งภาพฝันลวงตา
คล้ายรวบรวมสีสันตระการตาจากปวงสวรรค์หมื่นพิภพมาไว้ที่นี่
ตะเกียงนี้คือยอดสมบัติราชาเซียนที่ปรมาจารย์ไป่มอบให้ ก่อนสวี่ชิงจากระบบดาวที่ 5 มา!
ความน่ากลัวของสมบัตินี้อยู่ตรงไส้ตะเกียงในตัวครอบ!
นั่นคือดวงตาของราชาเทพ!
ความแข็งแกร่งของอานุภาพเรียกว่าชวนประหวั่น หลังจากสัมผัสถึงจิตเทพภายนอก ดวงตาราชาเทพพลันวาววาบ
นั่นคือการเปลี่ยนแปลงสถานะ!
สิ่งที่เรียกว่าเปลี่ยนแปลงสถานะคือเมื่อสรรพสิ่งเปลี่ยนจากมีระเบียบเป็นอลหม่าน อำนาจเทพนี้สามารถเพิ่มหรือลด เปลี่ยนแปลงทุกอย่างของวัตถุได้
ตอนนี้เมื่อพลังราชาเทพเคลื่อนกวาด จิตเทพ 9 ส่วนแตกซ่านทันที ในความรางเลือนเหมือนมีเสียงร้องโหยหวนนับไม่ถ้วนดังก้องห้วงอากาศ
ใบหน้าสวี่ชิงไร้ความรู้สึก ถือตะเกียงดวงนี้ หันหลังเดินไปทางแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ในฟ้าดารา สวี่ชิงก้าวไปข้างหน้าพร้อมแสงตะเกียง โดยรอบคือจักรวาลมืดมิด แต่เงาร่างเขาที่ก้าวเดินกลางฟ้าดารา ในสายตาเหล่าผู้แข็งแกร่งของระบบดาวที่ 9 กลับเหมือนเพลิงสวรรค์กลางรัตติกาลมืดมิด!
เจิดจรัส อัศจรรย์
ธารมารดาม้วนซัดจักรวาลตรงทางเหนือของระบบดาว เกิดคลื่นปั่นป่วนรุนแรงขึ้นมา ในนั้นมีดวงตาเทพสีทองมหึมามากมายเปิดออก
ทั้งหมดมองแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ จ้องมองสวี่ชิง
นัยน์ตาพวกนั้นล้วนเย็นชา
ในคลื่นดอกบัวหลากสีมากมายสลับทับซ้อน เงาร่างนับไม่ถ้วนยืนครัดเคร่ง คล้ายกำลังรอคำสั่งเทพธารมารดา
ดอกบัวเหล่านี้ส่วนใหญ่มี 5 สี 6 สีเป็นส่วนน้อย 7 สียิ่งน้อยกว่า ถึงขั้นว่าบัว 8 สีมีเพียง 4 ดอก
ในนั้นมีบัว 8 สีดอกหนึ่ง เทพอธิษฐานเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาเหลือบแสงทอง
แต่สุดท้ายท่ามกลางการเฝ้ารอของเทพทั้งหมด ธารมารดาเลือกหลับตามหึมาลง
คลื่นแม่น้ำสงบลงช้าๆ ทว่า… องค์ท่านยังไม่ล้มเลิกแผนการที่วางไว้กับแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!
เหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นตรงส่วนลึกจักรวาลทางตะวันออกของระบบดาวเช่นกัน
ทางตะวันออกของระบบดาว ที่นั่นไม่มีแสงดารา ทั้งไม่มีดวงดาวเช่นกัน เป็นเพียงห้วงอากาศดำสนิท
สรรพเสียง ทุกสีสัน ที่นี่คล้ายไม่มีอยู่
มีเพียงคำสาปไร้สิ้นสุด อบอวลห้วงอากาศนี้ สั่งสมตั้งแต่อดีตกาลถึงปัจจุบัน
ส่วนลึกห้วงอากาศนี้ ต้นตอคำสาปทั้งหมด มีอสูรยักษ์ยากพรรณนาอาศัยอยู่
ตอนนี้องค์ท่านยังไม่ลืมตา แต่คำสาปรายล้อมตัวองค์ท่านกำลังผันผวน
เจดีย์ทมิฬที่ตั้งตระหง่านตรงทางใต้ของระบบดาวที่ 9 ตอนนี้มีเสียงรำพันของเทพเจ้าดังออกมา
เสียงนี้ยากอธิบาย ไม่มีนัยเฉพาะเจาะจง ทั้งเหมือนเสียงเทพนับไม่ถ้วนดังก้องห้วงอากาศ
ท่ามกลางเสียงนี้ ฟ้าดาราสร้างสายใยมากมาย เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ทั้งสิ้น
ทุกเส้นคือการวางแผนของเจดีย์ทมิฬ
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แผนที่องค์ท่านวางไว้ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์มีมากนัก
แต่ปัจจุบันสายใยเหล่านี้พากันสั่นคลอน ครู่ต่อมาล้วนขาดสะบั้น
ตรงส่วนที่ขาดเห็นร่างมายามากมาย ในนั้นมีเผ่ามนุษย์ มีต่างเผ่า ทั้งมีของวิเศษเวท แต่ตอนนี้ทั้งหมดล้วนถูกลบกฎกรรมเชื่อมโยงกับองค์ท่าน
ทางเลือกของเจดีย์ทมิฬ ต่างจากธารมารดากับอสูรยักษ์ องค์ท่านเลือกปล่อยวาง
ในเงาร่างมากมายนั้น มีร่างหนึ่งคือ… ศิษย์พี่สามของสวี่ชิง!
ราชาเทพของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ นอกจากซ่างฮวงแล้วมีอีก 4 องค์
ตอนนี้ธารมารดา อสูรยักษ์ เจดีย์ทมิฬเลือกทางของตนแล้ว มีเพียงมนุษย์กระดาษซึ่งนั่งขัดสมาธิทางตะวันตกของระบบดาวที่ยังไม่ขยับเขยื้อน
ทว่าในมนุษย์กระดาษ ในจักรวาลไร้สิ้นสุด ในดาวกระดาษมากมายนั้น มีมนุษย์กระดาษนับไม่ถ้วนลอยขึ้นห้วงนภา รวมตัวมาทางศูนย์กลางจักรวาล
“ระหว่างข้ากับเขา ต่างจากคนอื่น…ไม่มีทางถอย!”
ยามรวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง เสียงเหมือนกระดาษเสียดสีดังก้องจักรวาลกระดาษมากมาย
ขณะเดียวกัน ณ แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ผู้บำเพ็ญก็ดี คนธรรมดาก็ช่าง ทั้งหมดไม่อาจแผ่จิตเทพผ่านผนึกเวิ้งฟ้า ไม่อาจรับรู้การต่อสู้บนฟ้าดารา
มีเพียงเทพเจ้า ด้วยระบบต่างกัน ดังนั้นจึงรับรู้โลกภายนอก หลังจากเห็นภาพที่เกิดขึ้นบนฟ้าดารากับตาตัวเอง เทพเจ้าทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในใจปั่นป่วนรุนแรง
เหล่าองค์ท่านเก็บกลิ่นอายฉับพลัน แม้แต่ผู้ถูกยกย่องเป็นเผ่าแข็งแกร่งก็เช่นกัน
พลังที่สวี่ชิงสำแดงออกมาทำให้เหล่าองค์ท่านหวั่นหวาด
“แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์…จะเปลี่ยนอำนาจแล้ว”
ขณะที่เหล่าเทพมากมายพึมพำ ยามหมื่นเผ่าแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ประหม่า ยามผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์เฝ้ารอ เวิ้งฟ้าเหนือเมืองหลวงเผ่ามนุษย์เกิดคลื่นระลอก
ประกายแสงลงมาจากฟากฟ้า สาดส่องสรรพชีวิต
ร่างสวี่ชิงเดินออกมาจากประกายแสง ข้ามผ่านฟ้าดารา ก้าวผ่านผนึก ปรากฏตัวเหนือม่านนภา
สวี่ชิงยืนอยู่ตรงนั้น กวาดตามองเงาร่างที่คุ้นเคยมากมายเบื้องล่าง ก่อนกล่าวเสียงแผ่วเบา
“เคราะห์เซียนบรรพกาล ผ่านพ้นแล้ว”
เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น หมื่นเผ่าบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เงียบงัน จากนั้นค่อยระเบิดเสียงอึกทึกอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ความตื่นเต้นหลังตึงเครียด ความฮึกเหิมหลังกดดัน แสงสว่างหลังสิ้นหวัง ตอนนี้ถาโถมกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง
พวกโจวเจิ้งลี่คารวะสวี่ชิงทันที
ต่อด้วยจักรพรรดินี รวมถึงเผ่ามนุษย์ จากนั้นคือหมื่นเผ่าบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ทั่วทิศล้วนคำนับมาทางเวิ้งฟ้า
นายท่านเจ็ดมองสวี่ชิงอย่างภาคภูมิ ทอดถอนใจยิ่ง เขารู้ว่าเส้นทางที่ศิษย์ตนต้องก้าวเดินต่อจากนี้ ยากลำบากอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ความคิดนี้ทำให้เขาทอดถอนใจและปวดใจ
จากนั้นค่อยเงื้อมือตบศีรษะเอ้อร์หนิวซึ่งทำหน้าภาคภูมิอยู่ข้างกาย
“ทุกวันรู้จักแต่กิน เจ้ากินไปตั้งเท่าไหร่ ทำไมยังไร้ประโยชน์เช่นนี้!”
เอ้อร์หนิวน้อยใจ
ทุกอย่างสะท้อนเข้าสู่สายตาสวี่ชิง แต่ตอนนี้เขาแผ่จิตเทพปกคลุมทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ มองเขตปกครองผนึกสมุทร ก่อนมองสหายเก่า มองจื่อเสวียนที่กำลังลืมตาตรงตำหนักหงส์ในวังใต้ดิน…
จากนั้นค่อยมองมณฑลรับเสด็จราชัน มองแดนใหญ่เซ่นจันทรา
นอกร้านยาครั้งอดีต ข้างกายพวกรัฐทายาท สวี่ชิงมองหลิงเอ๋อร์
หลังจากมองทีละอย่าง สวี่ชิงค่อยมองไปโพ้นทะเล
ที่นั่นมีเรือโดดเดี่ยวลำหนึ่ง
ในเรือโดดเดี่ยวคลื่นเทพแท้กำลังบ่มเพาะ คล้ายว่าอีกไม่นานจะแปรสภาพ
เรื่องราวของอวี้หลิวเฉินสำเร็จส่วนหนึ่งแล้ว
องค์ท่านที่เดิมเป็นระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุด สำเร็จพิธีเลื่อนขั้นเป็นเทพแท้กว่าครึ่งแล้ว ต่อจากนี้…ย่อมนับวันรอเป็นเทพแท้ได้
หลังจากจ้องมอง สวี่ชิงถอนสายตากลับ สุดท้ายค่อยมอง…
แดนใหญ่กลืนนภาที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาแน่น!
ในแดนนี้มีอาณาจักรลึกลับหนึ่ง
นั่นคืออาณาจักรซึ่งหวนคืนมาจากช่วงบรรพกาล รวมถึงประชาชนที่ถูกชักนำกลับมาจากวัฏจักร
ชื่ออาณาจักรคือ…รัฐม่วงคราม!
ในวังหลวงของอาณาจักรนี้มีรูปสลักสะท้านฟ้าหนึ่ง
รูปสลักของซ่างฮวง
ด้านหลังรูปสลักคือตำหนักใหญ่วังหลวง
ในตำหนักใหญ่ บนบัลลังก์มังกร มีคนสวมชุดจักรพรรดิ มือข้างหนึ่งค้ำศีรษะ คล้ายกำลังงีบหลับ
คนผู้นี้หน้าตาเหมือนสวี่ชิง สิ่งที่ต่างกันมีเพียงความชั่วร้ายบนตัวเขา ตอนนี้เมื่อสวี่ชิงจ้องมองมา มุมปากคนผู้นี้พลันเผยรอยยิ้ม
ผ่อนมือลงช้าๆ ยืดเส้นยืดสาย จากนั้นค่อยเงยหน้ามองเวิ้งฟ้า
หัวเราะออกมาเบาๆ
“น้องพี่ ในที่สุดเจ้าก็เติบโตมาถึงขั้นนี้…
ข้ารอวันนี้มานานแล้ว
ข้ารอเจ้ามาเยือน”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1324 เคราะห์เซียนบรรพกาล ผ่านพ้น!"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com