บทที่ 1341 ยึดร่าง ชิงชะตา!
บทที่ 1341 ยึดร่าง ชิงชะตา!
ทั้งนอกในวังหลวงของรัฐม่วงคราม
จื่อชิงนั่งบนบัลลังก์มังกร สวี่ชิงยืนตรงลานนอกตำหนัก
สายตาจ้องมองกัน
สวี่ชิงยังจำยามสบตาครั้งก่อนได้ ในเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ ช่วงแบ่งเป็นตายของตน
ทั้งก่อนหน้านั้นคือในป่าคืนฝนพรำ ณ มณฑลรับเสด็จราชัน
องค์รัชทายาทม่วงครามเมื่อตอนนั้น ในมือถือศีรษะของนายท่านหก
ทุกภาพฉากวาบผ่านสมองสวี่ชิง ยาม 2 ฝ่ายสบตากัน
ทว่าสิ่งที่ต่างจากอดีตคือ…ครั้งนี้สายตาสวี่ชิงนิ่งสงบ
เขามององค์รัชทายาทม่วงคราม ระยะห่างเพียงเท่านี้ เขาสัมผัสถึงพลังบำเพ็ญอีกฝ่ายได้ชัดเจน แค่ระดับแท่นเทวะ
ปีนั้นที่เมืองหลวงเผ่ามนุษย์ องค์รัชทายาทม่วงครามอาศัยการเลื่อนขั้นของจักรพรรดินีทำพิธีให้ตัวเอง ก้าวสู่ระดับแท่นเทวะ
แต่เหมือนว่าหลายปีผ่านไป เขากลับชะงักฝีเท้า
ตอนนี้ยังเป็นระดับแท่นเทวะ
แต่สวี่ชิงกลับไม่ประมาทเพราะเรื่องนี้ เขารู้ดีว่า…รูปสลักเสี้ยวหน้าซ่างฮวงอยู่ที่นี่ ระดับขั้นจึงไม่สำคัญ
เล่ห์เหลี่ยมและวิธีการขององค์รัชทายาทม่วงคราม รวมถึงแผนการครั้งแล้วครั้งเล่า บ่งบอกถึงความทะเยอทะยานของอีกฝ่าย!
สวี่ชิงจึงเอ่ยวาจาราบเรียบต่อหน้าองค์รัชทายาทม่วงคราม “ร่างเทพของข้า ไม่ว่าหลอมรวมกับตัวเองหรือนำมาที่นี่…ขอเพียงปรากฏตัวต่อหน้าเจ้า เมื่อนั้น…”
“ร่างที่สร้างจากเลือดเนื้อซ่างฮวงยังเป็นของข้าหรือไม่ นั่นยังไม่อาจรู้”
ในตำหนักใหญ่ องค์รัชทายาทม่วงครามที่นั่งบนบัลลังก์มังกรได้ยินแล้วยิ้มอบอุ่นกว่าเดิม
“น้องชายผู้ชาญฉลาด ให้ข้าดูหน่อยว่าการเตรียมตัวของเจ้าเพียงพอหรือไม่”
ม่านนภาดังเลื่อนลั่น เกิดคลื่นสะเทือนฉับพลัน วังวนมหึมาหนึ่งปรากฏ หมุนวนรุนแรงดังครั่นครื้น
ม้วนกลืนหมอกดำทั่วฟ้า
ควบรวมเป็นภาพกลางวังวน!
ในภาพคือ…เขาประกายอรุณ!
ฉายภาพทุกอย่างในนั้นอย่างชัดเจน เห็นเงาร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิในเขาประกายอรุณ
แผ่กลิ่นอายเทพเข้มข้น นั่นคือร่างเทพของสวี่ชิง!
รอบตัวคือค่ายกลหนาแน่นซับซ้อน ตอนนี้ค่ายกลทั้งหมดเปิดออก ก่อตัวเป็นพลังกดดันชวนประหวั่น
นอกค่ายกล นอกเขาประกายอรุณ มีเงาร่างมากมายล้อมรอบเขาประกายอรุณ
นั่นคือพวกโจวเจิ้งลี่กับซิงหวนจื่อ
พวกเขากำลังนั่งขัดสมาธิทำมุทรา แผ่พลังทั้งหมดของตน เสริมค่ายกลในเขาประกายอรุณ
ทำให้อานุภาพกดดันของค่ายกลพลุ่งพล่านทันที
แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ผู้สยบร่างเทพของสวี่ชิงอย่างแท้จริงคือ…นายท่านเจ็ด!
นายท่านเจ็ดนั่งขัดสมาธิเหนือเขาประกายอรุณ ใช้พลังของตนครอบคลุมร่างเทพของสวี่ชิง
เดิมทุกอย่างเป็นปกติ แต่ชั่วพริบตายามองค์รัชทายาทม่วงครามสะบัดมือ ร่างเทพของสวี่ชิงที่นั่งขัดสมาธิกลางค่ายกลพลันตัวสั่นสะท้าน
ลืมตาขึ้นฉับพลัน!
ส่องประกายแสงสีทอง ขณะเดียวกัน…นัยน์ตายังฉายแววชั่วร้าย
คล้ายไม่ใช่สวี่ชิงอีก!
ต่อจากนั้นพลังชวนประหวั่นแผ่ออกมาจากร่างเทพ หวังทำลายค่ายกล คิดพุ่งตัวออกมา ฝ่าทะลวงภูเขาไปยังสถานที่ซึ่งกำลังเรียกหา
พลังน่าอัศจรรย์ เมื่อสัมผัสกับค่ายกล ค่ายกลส่งสัญญาณว่าจะพังทลายทันที
พวกโจวเจิ้งลี่ที่เสริมพลังให้ค่ายกล แต่ละคนตัวสั่นอย่างบ้าคลั่ง โจวเจิ้งลี่กระอักเลือดคำโต ซิงหวนจื่อก็เช่นกัน
เมื่อเห็นว่ากำลังกำราบไม่อยู่ ในช่วงสำคัญนายท่านเจ็ดแค่นเสียงเย็นชา ใช้มือขวากดตัวภูเขา
เมื่อกดลงไป พลังพสุธาแดนดินถาโถม ตัดขาดจากภูเขานี้!
จากนั้นค่อยเอื้อมมือซ้ายหยิบสิ่งหนึ่งออกมา
นั่นคือกระจกชิ้นหนึ่ง!
เป็นของขวัญที่นายแห่งเซียนมี่หมิงให้สวี่ชิง แฝงอานุภาพหลักบัญญัติแห่งตน
ใช้สิ่งนี้ร่วมกับพลังพสุธาแดนดินของนายท่านเจ็ด ตัดขาดจากเขาประกายอรุณ ทำให้ร่างเทพในนั้น…ไม่อาจทะลวงพื้นดินออกมา
แม้ยังไม่แน่ใจว่าวิธีเช่นนี้ยืนหยัดได้นานหรือไม่ แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็ถือว่าต้านการอัญเชิญระลอกแรกขององค์รัชทายาทม่วงครามได้
นี่คือหนึ่งในสิ่งที่สวี่ชิงเตรียมไว้ก่อนตัดสินใจมารัฐม่วงคราม
เขาคาดเดาคำตอบได้นานแล้ว
ด้วยองค์รัชทายาทม่วงครามมีสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับซ่างฮวง เมื่อร่างที่สร้างจากเลือดเนื้อซ่างฮวงอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย…ย่อมต้องมีเบาะแส!
สวี่ชิงจึงรู้ดีว่าก่อนไปรัฐม่วงคราม ตนต้องสยบร่างเทพไว้ให้ดี ป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องผิดคาด
ขณะเดียวกันด้วยเผยร่างเทพไม่ได้ ทั้งไม่อาจหลอมรวม ดังนั้นเลยคงสภาวะเทพเซียนแข็งแกร่งขั้นสุดไม่ได้
สิ่งที่เขาใช้ได้จึงมีเพียงร่างเซียนของตน
นี่คือสาเหตุว่าทำไมเขาถึงปิดด่านตลอด!
เขาต้องการทะลวงระดับพลัง!
ทว่าการปิดด่านหลาย 10 ปี ต่อให้เขาดูดซับแสงที่เผ่าเทพนภาเจิดจรัสสักการะเต็มกำลัง แต่ผลสุดท้ายก็ยังไม่พอ ทำให้เขาเลื่อนขั้นเป็นนายแห่งเซียนอย่างแท้จริง!
แม้ว่าหลักบัญญัติเขาเพียงพอ แต่แก่นตั้งต้นที่ต้องใช้เลื่อนขั้นจากเซียนคิมหันต์เป็นนายแห่งเซียนมากเกินไป
ส่วนแสงลึกลับที่เผ่าเทพนภาเจิดจรัสสักการะ เขาดูดซับมาหลาย 10 ปี กระทั่งถึงขีดจำกัดของแสงแล้ว
แม้ว่าในแสงยังมีแก่นตั้งต้น แต่สวี่ชิงดูดซับต่อเนื่องไม่ได้ ที่เหลือคือแก่นแสงที่เป็นกุญแจ
ไม่อาจถูกพลังภายนอกช่วงชิง
ดังนั้นเมื่อสวี่ชิงออกด่านจึงเลือกมารัฐม่วงคราม
ตอนนี้ภาพวังวนบนเวิ้งฟ้าที่องค์รัชทายาทม่วงครามเรียกมา ชั่วพริบตายามเขาประกายอรุณมั่นคง สวี่ชิงที่ยืนบนลานวังหลวงพลันเงยหน้าขึ้น
นัยน์ตาเขาส่องประกายเด่นชัด สะบัดมือไปบนท้องฟ้า
เสียงครั่นครื้นของวังวนบนม่านนภาดังสนั่นอีกครั้ง ต่อจากนั้นทั้งวังวนสั่นสะเทือน ถูกบังคับให้โคจรย้อนกลับ
พลังบำเพ็ญบนตัวสวี่ชิงทะยานสะท้านฟ้าชั่วพริบตา
คลื่นพลังระดับเซียนคิมหันต์ช่วงปลายเปี่ยมแน่นฟ้าดินทั่วทิศทันที ปกคลุมทั่วแดนใหญ่กลืนนภา เปลี่ยนเป็นพลังภายนอก ทำให้พลิกกระแสวังวนสำเร็จได้ในครั้งเดียว
ขณะเดียวกันสวี่ชิงมององค์รัชทายาทม่วงครามในตำหนักใหญ่ กล่าวท่วงทำนองเต๋าดังก้อง “ช่วงชิง!”
ชั่วพริบตายามเสียงดังขึ้น บนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ในเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ เตรียมพิธีใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว
พิธีนี้รวมเหล่าผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ ใช้ชะตาเผ่ามนุษย์เป็นสื่อนำ มีจักรพรรดินีบัญชา เริ่มดำเนินการทันที
เมื่อเริ่มพิธี แสงเจิดจ้าทะยานฟ้าจากเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ มุ่งตรงไปยัง…แดนใหญ่กลืนนภา
ขณะเดียวกันเมื่อเห็นว่าเผ่ามนุษย์เริ่มพิธี ทุกแดนทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ทุกเผ่าในนั้นทยอยเริ่มพิธีที่เตรียมการไว้นานแล้ว
รวมพลังทั้งเผ่าพันธุ์
ก่อตัวเป็นแสงเจิดจ้ามากมาย ทะยานฟ้ามาทางแดนใหญ่กลืนนภาที่สวี่ชิงอยู่
สิ่งเหล่านี้พูดแล้วเหมือนเนิ่นนาน แต่ความจริงเสร็จสิ้นชั่วพริบตา
แสงมากมายจากหมื่นเผ่า ร่วมกับแสงเผ่ามนุษย์ แหวกผ่านความว่างเปล่า ปรากฏบนท้องฟ้าเหนือแดนใหญ่กลืนนภาเหมือนดาวตกทันที
ทั้งผสานเข้าด้วยกัน
มีภาพมายาของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์กลางแสง
ในนั้นมีจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาล ทั้งเห็นบุตรวิถีสวรรค์ของสวี่ชิงด้วย
เมื่อพวกเขาปรากฏตัวก็ผสานรวมกับแสง สร้างคันฉ่องมหึมาปกคลุมท้องฟ้าเหนือแดนใหญ่กลืนนภา…
คันฉ่องหันเข้าหาแดนใหญ่กลืนนภา ในนั้นสะท้อนภาพภูผาธาราสรรพสิ่งทั่วแดนใหญ่!
แน่นอนว่ารวมรัฐม่วงครามกับวังหลวงด้วย!
ใต้การส่องสะท้อนนี้ รวมถึงกระแสย้อนกลับของวังวน ทั้งแดนใหญ่กลืนนภาเลือนรางทันที ดวงชะตามากมายเปลี่ยนเป็นควันเทาสายแล้วสายเล่า ลอยขึ้นห้วงนภา โดนคันฉ่องดูดกลืน!
เมื่อแดนใหญ่กลืนนภาเปลี่ยนเป็นเลือนราง ทุกอย่างในคันฉ่องกลายเป็นชัดเจนอย่างรวดเร็ว!
นี่คือ…วิถีสวรรค์ชิงชะตาอาณาจักร!
สวี่ชิงรวมพลังหมื่นเผ่า สร้างคันฉ่องต้องประสงค์ชิงชะตาอาณาจักรเหนือแดนใหญ่กลืนนภา
นี่ก็คือหนึ่งในแผนของสวี่ชิง
องค์รัชทายาทม่วงครามคิดชิงร่างเทพเขาไป ทางเลือกเขาคือใช้ชะตารัฐม่วงครามกว่าครึ่งเป็นสื่อนำ ชิงดวงชะตาอีกครึ่งของรัฐม่วงคราม
ในแดนใหญ่กลืนนภา ในตำหนักใหญ่วังหลวง องค์รัชทายาทม่วงครามที่นั่งบนบัลลังก์มังกรมองเหตุการณ์ภายนอก รอยยิ้มบนหน้ายิ่งเด่นชัด พยักหน้าให้สวี่ชิงเล็กน้อย
“น่าสนใจ”
“น้องพี่เติบโตแล้วดังคาด”
“รู้จักปล้นทรัพย์จากพี่ชาย”
“แต่เจ้ารู้ว่าทรัพย์สินของพวกเรามีเท่าไหร่หรือไม่”
จื่อชิงยิ้มอบอุ่น
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1341 ยึดร่าง ชิงชะตา!"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com