บทที่ 1344 ขอเทพเจ้า…ไม่ลืมตา
บทที่ 1344 ขอเทพเจ้า…ไม่ลืมตา
ในขณะเดียวกับที่เสียงของจื่อชิงดังก้องนั้นเอง ผีเสื้อนับไม่ถ้วนที่โบยบินออกมาจากภาพวาดหมึกที่แตกสลายก็ปกคลุมมืดฟ้ามัวดิน ปกคลุมรอบกายสวี่ชิง
จากการโบยบินผงฝุ่น 3 สีที่โปรยออกมาจากตัวพวกมันก็กระจายไปทั่วทุกทิศ
แปรเปลี่ยนเป็น…กรงขังแห่งชะตา!
คำว่ากรงขังนี้ คือการมองชีวิตมนุษย์เป็นดั่งวิถีโคจรของดวงดาว และอาศัยอำนาจเทพแห่งชะตา เลือกตัดวิถีโคจรของดวงดาว แล้วพับมันให้เป็นกรงขังหกเหลี่ยม
ผู้ที่ถูกกักขังอยู่ภายใน การกระทำทุกอย่างจะถูกพลังชะตาบิดเบือนและส่งผลกระทบ
ไม่ว่าจะเป็นพลังวิเศษหรือวิชาเวท หรือจะเป็นการกระทำอื่นใดก็ตาม ล้วนย้อนกลับมาตามวัฏจักรของชะตา ก่อตัวเป็นวงจรปิดผนึกที่ “หวนคืนสู่ตนเอง”
คล้ายกับการติดอยู่ในเขาวงกต ที่ไม่อาจจากไปได้ ทั้งยังหาหนทางหลุดพ้นไม่เจอ
นี่คือคำจำกัดความของกรงขัง เมื่อรวมกับคำว่าชะตาแล้ว…
นั่นคือบนพื้นฐานของกรงขัง ก็มอบวัฏจักรตัวเองแห่งชะตาลงไป!
ตอนนี้ ในผงฝุ่น 3 สีที่หนาแน่น สิ่งที่สวี่ชิงกำลังเผชิญอยู่ก็คือสถานการณ์นี้เอง
ร่างของเขาทั้งๆ ที่เดินไปข้างหน้า บดขยี้มิติแหลกราญ แต่เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง กลับมาอยู่ที่ด้านหลังตำแหน่งเดิม
กระทั่งว่าแม้แต่ธรรมนูญของเขาก็เป็นเช่นนี้
ทุกการกระทำล้วนกลายเป็นวงจรปิดผนึก
ดังนั้นสวี่ชิงจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย หยุดฝีเท้าลง และหยุดการลงมือด้วยเช่นกัน เขายืนอยู่ที่เดิม ดวงตาฉายประกายลึกล้ำ สัมผัสรับรู้ถึงกรงขังแห่งชะตานี้
และในเสี้ยวขณะนี้เอง วงจรชะตาภายในกรงขังก็ได้ปรากฏขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
มันได้แทนที่ผงฝุ่น 3 สีด้วยภาพฉากจากหน้าประวัติศาสตร์ โดยมีสวี่ชิงเป็นศูนย์กลาง ปรากฏออกไปรอบๆ
รอบกายสวี่ชิงเริ่มมีเงาร่างพร่าเลือนปรากฏมากขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง มีคนแก่ มีคนหนุ่มสาว
สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ไม่ใช่หมอกผงฝุ่นอีกต่อไป แต่มีโครงร่างของสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้น
ร่างเงาและอาคารเหล่านี้เพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ภายในไม่กี่อึดใจ…เมืองที่อยู่ในความทรงจำของสวี่ชิง ก็พลันปรากฏขึ้นข้างหน้าเขา!
สิ่งที่ปรากฏขึ้นพร้อมกันนี้ ยังมีเสียงโหวกเหวกครึกครื้นอีกด้วย!
“ถังหูลู่ชั้นดี!”
“หวังว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ดี”
“ทุกคนรักษาความเป็นระเบียบ อย่าเบียดกันเกินไป!”
“พ่อแม่พี่น้องที่เดินผ่านมา เชิญแวะมาดูร้านข้า กระดาษเงินกระดาษทองที่พวกเราทำ เผาแล้วเกิดเป็นควัน 3 สี!”
เสียงมากมายปรากฏขึ้นพร้อมกันในทันที หลั่งไหลเข้าสู่หูของสวี่ชิง ทำให้สวี่ชิงที่ยืนอยู่กับที่ร่างสะท้านเฮือก
และห่างออกไปไม่ไกล เด็กกลุ่มหนึ่งกำลังถือรูปสลักที่ทำจากไม้ วิ่งไปยังที่ไกล
“ใกล้ถึงเวลาแล้ว พวกเราต้องรีบวิ่งไป”
มองดูภาพเหล่านี้ ร่างกายของสวี่ชิงสั่นเทา ภาพฉากต่างๆ เบื้องหน้านี้ ก็คือเมืองเป็นเอกในความทรงจำของเขานั่นเอง!
ร่างกายของเขาในขณะนี้ ไม่ใช่รูปลักษณ์ในวัยผู้ใหญ่อีกต่อไป แต่ตามการปรากฏขึ้นของเมืองนี้ ย้อนกลับไปสู่วัย 7 ขวบ
ในเสี้ยวพริบตาที่มองเห็นทุกสิ่งชัดเจน ข้างหลังของสวี่ชิงก็มีเสียงอ่อนโยนของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
“ชิงเอ๋อร์ ทำไมไม่เดินต่อล่ะ กำลังรอพี่ชายของเจ้าอยู่หรือ”
เสียงนี้ช่างคุ้นเคยนัก แต่ก็ไม่คุ้นหูเอาเป็นอย่างยิ่ง
คุ้นเคย เพราะนี่คือเสียงสะท้อนที่สวี่ชิงไม่มีวันลืมเลือนไปจากในความทรงจำ
ไม่คุ้นหู เพราะนานมากแล้วที่เขา…ไม่ได้ยินเสียงนี้เลย
ดังนั้น เสียงผู้หญิงที่อ่อนโยนนี้จึงเหมือนกับก้อนหินภูเขามหึมาที่เทียบเท่ากับท้องฟ้า ตกลงสู่ห้วงหัวใจของสวี่ชิง เกิดคลื่นยักษ์ท่วมฟ้าไม่สิ้นสุด
ทำให้สวี่ชิงหันหลังกลับไปด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา
“ท่านพ่อ…ท่านแม่…” สวี่ชิงพึมพำ
สิ่งที่เขาเห็นคือผู้ชายคนหนึ่งและผู้หญิงคนหนึ่ง
ผู้ชายวัยกลางคน แม้จะดูร่วงโรย แต่รูปลักษณ์ยังคงสง่างาม ส่วนผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ดูผอมบางไปบ้าง แต่ใบหน้ากลับอ่อนโยนอย่างยิ่ง
ในตอนนี้ ทั้งคู่ต่างมองมาที่เขาอย่างเป็นห่วง
“เด็กคนนี้ ทำไมขอบตาถึงแดงอีกแล้ว” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยอย่างจนใจ
ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ยิ้มพลางย่อตัวลง มือยกขึ้นลูบศีรษะของสวี่ชิงเบาๆ เสียงของนางเต็มไปด้วยความเมตตาและรักใคร่ “ชิงเอ๋อร์ เจ้าเป็นลูกผู้ชายนะ พอเห็นพี่ชายจากไปก็จะร้องไห้ทันทีไม่ได้ มา…เดี๋ยวแม่กอด”
พูดแล้ว ผู้หญิงก็ใช้ 2 มือกอดสวี่ชิงไว้ แล้วยืนขึ้น หอมแก้มของสวี่ชิง หัวเราะพลางเอ่ย “ชิงเอ๋อร์ไม่ร้องนะ พี่ชายเจ้าไปซื้อถังหูลู่ให้เจ้า เดี๋ยวก็กลับมาหาพวกเราแล้ว”
“เจ้าดูตรงนั้นสิ วันนี้เป็นเทศกาลอธิษฐานต่อเทพเจ้า พิธีเซ่นไหว้จะเริ่มขึ้นแล้ว”
ผู้หญิงอุ้มสวี่ชิงน้อย มองไปยังที่ไกล
ที่ไกลๆ ณ ใจกลางของเมืองเป็นเอกนี้ บนแท่นบูชาไม้ที่ตั้งสูงตระหง่าน มีนักโทษหลายร้อยคนคุกเข่าก้มศีรษะอยู่ ด้านหน้ามีคนสวมชุดคลุมยาวสีแดงกำลังตะโกนก้องไปยังท้องฟ้าด้วยทำนองที่เป็นเอกลักษณ์ ดังไปทั่วทุกทิศ
“ปีเทียนฉีที่ 135 ปีอยู่ที่ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ ดวงจันทร์เข้าสู่ดาวกุ่ย ราตรีกำลังมาเยือน”
“พวกเรามดปลวก คลานอยู่บนผืนแผ่นดินแห่งเมืองเป็นเอก กล้าที่จะใช้พิธีอันโสมมนี้ แจ้งต่อเทพแห่งเสี้ยวหน้า”
“ในอดีต เมื่อผืนนภาร่วงหล่นสู่พื้น เต่าดำขาหัก เมื่อดวงตาของท่านเปิดขึ้นครั้งแรก อาทิตย์แดงฉานหลอมละลายกลายเป็นเหล็กเหลว 5 ทะเลสาบเดือดพล่าน หมู่ดาวก็แตกสลายกลายเป็นลูกศร พุ่งทะลวง 9 ดินแดน”
“บัดนี้ ซากกำแพงยังคงมีไฟวิญญาณคุกรุ่น มนุษย์ผู้มีชีวิตล้วนกินดินจากหลุมศพ และระหว่างขนตาของท่านโลหิตจับตัวยังคงสะท้อนถึงการดิ้นรนสุดท้ายของปวงชน”
“โอ้ เทพเจ้า!”
“ขออธิษฐานให้ลมหายใจที่รั่วไหลจากซอกฟันของท่าน เป็นฟืนสำหรับการมีชีวิตรอดของพวกเรา ขออธิษฐานให้เงามืดที่ร่วงหล่นจากโหนกคิ้วของท่าน เป็นกระท่อมที่ชนชั้นล่างใช้หลบภัย”
“พวกเราขอนำนักโทษร้อยชีวิตมาถวายในวันนี้ ควักลูกตาของพวกเขาเป็นเทียนไข ลนช่องเปลือกตาของท่าน ผ่าตับของพวกเขาเป็นน้ำมัน ผนึกหัวตาของท่าน”
“ขอเทพเจ้าหลับตา!”
“ขอเทพเจ้าหลับใหลยาวนาน!”
“ขอเทพเจ้า…ไม่ลืมตา!”
เสียงดังสะท้อนก้อง และประชาชนทั้งหมดของเมืองเป็นเอก ในเสี้ยวขณะนี้ก็ต่างก้มศีรษะลงต่ำ และพูดคำเดียวกันออกมา
“ขอเทพเจ้า…ไม่ลืมตา!”
แต่ในเสี้ยวพริบตาที่เสียงนับไม่ถ้วนเหล่านี้รวมตัวกันและดังออกไปรอบๆ…
เสี้ยวหน้าอันยิ่งใหญ่ที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างมหาศาล เต็มไปด้วยแรงกดดันที่แขวนอยู่บนท้องฟ้า ดวงตาที่หลับอยู่ขององค์ท่าน จู่ๆ ก็พลัน…เปิดรอยแยกขึ้นมา!
สิ่งที่เห็น คือเมืองเป็นเอก!
ดังนั้น ความวิปโยคโศกสลดจึงลงมาเยือนโลก
สิ่งก่อสร้างทั้งหมดล้วนกำลังสลายไป ราวกับว่าช่วงเวลาสั้นๆ ได้ผ่านไปนับพันนับหมื่นปี ลอยสู่ท้องฟ้าโดยการผุกร่อนจากลม
มนุษย์ธรรมดานับไม่ถ้วนยิ่งกลายพันธุ์ไปในทันที กลายเป็นอสูรกลายพันธุ์น่าสยดสยองในทันที กระหายเลือดไม่สิ้นสุด สังหารไปทั่วทุกทิศทาง
ชีวิตร่วงโรยด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
ความตายกวาดล้างทุกสิ่ง
ผู้คนที่ไม่ได้กลายพันธุ์มีจุดจบที่น่าอนาถยิ่งกว่า ร่างกายของพวกเขาแตกสลาย ทุกสิ่งทุกอย่าง ในการสลายตัวนี้ กลายเป็นเครื่องบรรณาการ
สิ่งที่สะท้อนในสายตาของสวี่ชิง คือการดิ้นรนที่สูญเปล่าของคนทั้งหลาย คือสีของโลกที่เปลี่ยนกลายเป็นสีแดง
เสียงคร่ำครวญที่เกิดจากหวาดกลัวและสิ้นหวังก่อนตายนับไม่ถ้วน ในเสี้ยวขณะนี้ มาพร้อมกับการโปรยปรายของฝนเลือด ก้องกังวานไปทั่วเมืองเป็นเอก
ซึ่งรวมถึงพ่อแม่ของสวี่ชิงด้วย
ชายวัยกลางคนคนนั้น สลายหายไปภายใต้สายตาของสวี่ชิง
และร่างของสวี่ชิงเองในตอนนี้ร่วงลงสู่พื้น
เพราะผู้หญิงที่อ่อนโยนซึ่งกอดเขาเอาไว้ ตอนนี้ร่างกายของนางได้กลายเป็นเลือดไปแล้ว…
ทั้งเมืองเป็นเอกกลายเป็นน้ำพุเหลือง และฝนเลือด…ก็โปรยปรายลงสู่โลกมนุษย์
ในฝนเลือดนั้น สวี่ชิงวัย 7 ขวบ ทั่วร่างเต็มไปด้วยเลือด นั่งเหม่อลอยอย่างเงียบงัน
ภาพฉากนี้ เขาเคยประสบมาแล้ว แจ่มแจ้งอยู่ในใจ
“ท่านพ่อ…ท่านแม่…”
ความเศร้าโศกอันไม่สิ้นสุด คำพูดยากจะพรรณนาออกมาได้แม้เพียงเล็กน้อย อยู่ในใจของเขาราวกับพายุ มันคำรามอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นเขาจึงหลั่งน้ำตา ก้มหน้าลง มองดูเลือดบนร่างกายของตัวเอง
นั่นคือสิ่งที่เกิดจากการละลายของร่างกายของมารดา
กระทั่งผ่านไปนาน ท่ามกลางการผุกร่อนจากลม อาคารสิ่งก่อสร้างนับไม่ถ้วน ท่ามกลางการสลายไปของอสูรกลายพันธุ์และซากศพนับไม่ถ้วน ในสายฝนเลือดที่ปกคลุมท้องฟ้า เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากที่ไกล
เขาถือถังหูลู่ไม้หนึ่งเอาไว้ เดินอยู่ท่ามกลางผงฝุ่น เดินอยู่ในสายฝนเลือด ทีละก้าว…ทีละก้าว เหยียบย่ำบนเลือดที่เหนียวเหนอะหนะ เดินมาอยู่เบื้องหน้าของสวี่ชิง
ฝนเลือดตกลงบนถังหูลู่ อาบย้อมให้สีของมันยิ่งแดงฉาน
จากนั้น เขาก็ก้มตัวลง มือขวายกขึ้น จะลูบศีรษะของสวี่ชิง
“น้องพี่ อย่าร้องไห้”
……
รัฐม่วงคราม ภายในตำหนักใหญ่วังหลวง องค์รัชทายาทรัฐม่วงครามพึมพำเสียงแผ่วเบา
และนอกตำหนัก เขาในอีกกาลอวกาศหนึ่ง ตอนนี้ก็เดินมาถึงด้านนอกกรงขังแห่งชะตาแล้ว มือขวายกขึ้น ยื่นลึกเข้าไปในผงฝุ่น 3 สี
เมื่อมองดูภาพเหล่านี้ องค์รัชทายาทรัฐม่วงครามในตำหนัก ในดวงตาฉายประกายลึกล้ำออกมา
“ส่วนกายเทพของเจ้า ข้าก็จะเอาไปแล้วล่ะนะ”
ขณะพูด สายตาขององค์รัชทายาทรัฐม่วงครามก็มองไปยังที่ไกล
นั่นคือทิศทางของเขาประกายอรุณ
แทบจะในเสี้ยวพริบตาที่องค์ท่านมองไป ในเขตปกครองผนึกสมุทร เขาประกายอรุณ…ก็ระเบิดคำรามขึ้นทันที!
อำนาจเทพอันยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจต้านทานได้ ปะทุออกมาจากเขาประกายอรุณทันที ราวกับภูเขาไฟระเบิดพวยพุ่งออกมา ด้วยการดิ้นรนอันไม่สิ้นสุด กวาดโหมไปทั่วทุกสารทิศ
ในการพวยพุ่งนี้ โจวเจิ้งลี่และคนอื่นๆ ที่รับผิดชอบในการผนึกค่ายกลต่างก็ตัวสั่นสะท้านรุนแรงไปในทันที ต่างกระอักเลือดออกมา ตีลังกาตลบม้วนออกไป
การเสริมพลังผนึกล้มเหลว!
เมื่อไม่มีการควบคุมจากสวี่ชิง การลงมือครั้งนี้ขององค์รัชทายาทรัฐม่วงคราม อำนาจเทพสะท้านโลก และในเสี้ยวพริบตาที่โจวเจิ้งลี่และคนอื่นๆ ล้มเหลว บนเขาประกายอรุณ นายท่านเจ็ดทางนั้นก็ร่างสะท้านเฮือกทันที
แม้ว่าเขาจะเป็นเซียนคิมหันต์ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานได้
ค่ายกลใต้ฝ่าเท้าของเขาก็แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ไม่ว่าเขาจะสำแดงวิชาอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
ในเสี้ยวพริบตาต่อมา ค่ายกลทั้งหมดก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์
กลิ่นอายของเทพเจ้ากลุ่มหนึ่ง จากในค่ายที่แตกสลาย พวยพุ่งสั่นสะเทือนผืนฟ้า
สิ่งที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับกลิ่นอาย คือกายเทพของสวี่ชิง!
กายเทพนี้พุ่งทะยานขึ้นฟ้า มาพร้อมด้วยพลังกดดันน่าสะพรึงกลัว มาพร้อมด้วยพลังอันน่าตกใจ มุ่งหน้าไปยังแดนใหญ่กลืนนภา ไปยังรัฐม่วงคราม แปรเปลี่ยนเป็นสายรุ้งยาว…
พุ่งทะยานไปในทันที!
ในยามที่ปรากฏขึ้นก็มาอยู่ที่แดนใหญ่กลืนนภา ที่วังหลวงรัฐม่วงคราม ข้างหน้าองค์รัชทายาทรัฐม่วงครามในตำหนักใหญ่แล้ว!
จ้องมองกายเทพ องค์รัชทายาทรัฐม่วงครามก็ถอนหายใจแผ่วเบา
“น้องพี่ สุดท้ายแล้วเจ้าก็ยังเตรียมตัวไม่พร้อม”
ท่ามกลางเสียงพึมพำ องค์รัชทายาทรัฐม่วงครามที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร ก็มือขวายกขึ้น คว้าไปข้างหน้า
ทันใดนั้น กายเทพของสวี่ชิงก็พุ่งมาหาจื่อชิง และถูกจื่อชิงจับที่ลำคอไว้ในทันที
กำลังจะดูดซับ
แต่ในตอนนี้เอง การเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดก็พลันเกิดขึ้น!
สีหน้าขององค์รัชทายาทรัฐม่วงครามเปลี่ยนไปทันที!
ในดวงตาขององค์ท่านฉายความแปลกประหลาดใจเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มการต่อสู้นี้
องค์ท่านคลายมือออกอย่างไม่ลังเล โยนกายเทพของสวี่ชิงในมือออกไป
แต่กลับช้าไปแล้วเล็กน้อย!
องค์ท่านได้ดูดซับไปบ้างแล้ว
ในขณะที่ร่างขององค์ท่านสั่นสะท้านอย่างรุนแรง กายเทพของสวี่ชิงที่ถูกโยนออกไปก็พลันฉายแสงวาบขึ้นมา รูปร่างของมันก็เปลี่ยนไปในทันที
กลายเป็น…เศษกระจกชิ้นหนึ่ง!
นั่นคือธรรมนูญของมี่หมิง!
ยิ่งในเสี้ยวพริบตาที่เศษกระจกปรากฏขึ้น นิ้วหนึ่ง…ก็ยื่นออกมาจากในเศษกระจกด้วยความเร็วที่น่าตกใจ พุ่งไปยังองค์รัชทายาทรัฐม่วงคราม ด้วยพลังดุจสายฟ้าแลบ…กดลงไปทันที!
ทั้งหมดนี้พูดแล้วเหมือนยาวนาน แต่ล้วนเกิดขึ้นในเสี้ยวพริบตา
วิกฤตชีวิตเป็นตายที่รุนแรง ปรากฏขึ้นบนร่างครั้งแรกนับจากที่จื่อชิงฟื้นคืนชีพมา ในเสี้ยวพริบตาที่หอบม้วนไปทั่วทั้งจิตใจขององค์ท่าน ที่นอกตำหนัก มือขวาได้ยื่นเข้าไปในจื่อชิงอีกคนหนึ่งที่อยู่ในผงฝุ่น 3 สีของกรงขังแห่งชะตาแล้ว
ร่างขององค์ท่านก็หายไปในทันที!
เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง ก็มาอยู่ที่ในตำหนักแล้ว มาอยู่ข้างหน้าของจื่อชิงในโลกปัจจุบัน!
สกัดกั้น…นิ้วที่ยื่นออกมาจากเศษกระจกให้กับองค์ท่าน!
ในเสี้ยวพริบตาที่นิ้วนั้นสัมผัส ร่างนี้ขององค์รัชทายาทรัฐม่วงครามก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง และเริ่มแตกสลายอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า เวลาเพียง 1 อึดใจเท่านั้น…
ร่างนี้กับนิ้วนั้นต่างก็สลายหายไปทั้งคู่
ส่วนจื่อชิงที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร ตอนนี้ก็กระอักเลือดสีทองออกมาคำใหญ่ ลมหายใจหอบถี่ เงยหน้ามองไปยังกรงขังแห่งชะตานอกตำหนัก
กรงขังแห่งชะตากำลังพังทลาย!
ผงฝุ่น 3 สีกำลังสลายไป
และท่ามกลางการสลายไป จะเห็นเด็กชายวัย 7 ขวบกำลังเดินมาทีละก้าว…ทีละก้าว
ร่างของเขาในขณะที่เดินมาก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว 1 ก้าว 1 ขวบปี
ในเสี้ยวขณะที่เดินออกจากผงฝุ่น 3 สีอย่างสมบูรณ์ ผู้ที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็คือสวี่ชิงในวัยผู้ใหญ่!
เขามองไปยังองค์รัชทายาทรัฐม่วงครามในตำหนักใหญ่ เอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ “น่าเสียดาย”
ในตำหนัก องค์รัชทายาทรัฐม่วงครามเช็ดโลหิตที่มุมปาก สายตาที่มองสวี่ชิงปรากฏระลอกคลื่นอารมณ์เป็นครั้งแรก และสุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชม
……
และในขณะนี้ ในระบบดาวที่สี่ บนดวงดาวขนาดมหึมาดวงหนึ่ง นายแห่งเซียนมี่หมิงลืมตาขึ้นจากการนั่งขัดสมาธิ ดึงนิ้วกลับมา
ถอนหายใจแผ่วเบา “อีกนิดเดียวเท่านั้น”
ข้างหลังของเขายังมีเงาร่างอีกร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่
นั่นคือ…กายเทพที่แท้จริงของสวี่ชิงที่ถูกเขาสะกดไว้!
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1344 ขอเทพเจ้า…ไม่ลืมตา"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com