บทที่ 1353-1 ข้าแซ่สวี่! ข้าแซ่หวัง! (1)
บทที่ 1353-1 ข้าแซ่สวี่! ข้าแซ่หวัง! (1)
ความเวิ้งว้างไร้ขอบเขต เงียบสงัดเหมือนสุสาน
ที่นี่ยังเป็นระบบดาวที่ 9
เพียงแต่ระบบดาวที่ 9 ตอนนี้ นอกจากซ่างฮวงแล้ว ไม่มีราชาเทพองค์อื่นอีก
เจดีย์ทมิฬครั้งอดีต อสูรยักษ์ มนุษย์กระดาษ ธารมารดา สถานที่ซึ่งเหล่าองค์ท่านเคยอยู่ ตอนนี้คือความว่างเปล่า
สวี่ชิงสัมผัสสิ่งเหล่านี้ เดินในฟ้าดารา ก้าวสู่กาลเวลา เดินเข้าช่องว่างมิติพังทลาย
เขาเดินไปข้างหน้าทีละก้าว ตามการชี้นำของเศษกระดาษกลางฝ่ามือ
ทุกย่างก้าวโลกนับไม่ถ้วนส่องแสง
ทั้งมีความเย็นเป็นระลอก เปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บไร้สิ้นสุด สั่งสมในกาลอวกาศทีละน้อยยามเขาก้าวไปข้างหน้า ทำให้ส่วนที่เขาก้าวเหยียบ แม้แต่คลื่นมิติเล็กละเอียดยังเยือกแข็ง
ในสายตาราบเรียบของเขาเจือสีขาวดำราวหล่อหลอมดวงดาวนับหมื่นแสนได้ มุ่งหน้าทะลวงผ่านกาลอวกาศปั่นป่วนที่ทับซ้อนเป็นชั้นๆ…
สุดท้ายค่อยเล็งพิกัดหนึ่งที่ซ่อนเร้นกลมกลืนกับความว่างเปล่า
สวี่ชิงหยุดสายตา กล่าวราบเรียบ “เจอแล้ว”
ที่นั่นคือโลกธรรมดาแห่งหนึ่ง
ในเมืองแห่งหนึ่งบนโลก โนโถงศึกษามีม้วนตำรากองพะเนินไม่น้อย
สิ่งที่สายตาสวี่ชิงมองผ่านกาลอวกาศคือม้วนตำราด้านล่างสุด!
ม้วนตำรานี้เก่าแก่ วัสดุธรรมดา ดาษดื่นทั่วไป ไม่มีกลิ่นอายพิเศษอะไร คล้ายเป็นเพียงของธรรมดาชิ้นหนึ่งจริงๆ กลมกลืนกับโลกเบื้องหลังอย่างสมบูรณ์
ถึงขั้นว่าถ้าสวี่ชิงไม่มีชิ้นส่วนกลางฝ่ามือ หลักบัญญัติแห่งตนเหนือธรรมดา เขาคงไม่สังเกตเห็นการมีอยู่ของมัน
“ซ่อนตัวมิดชิดนัก เต๋อหลัวจื่อ”
เสียงสวี่ชิงทุ้มต่ำ ไม่เจือคลื่นอารมณ์ ก้าวทะลวงหมื่นพิภพ เยือนโลกใบนั้นทันที
ปรากฏตัวในโถงศึกษา ยืนหน้าม้วนตำรา
ชั่วพริบตายามปรากฏตัว เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย ยื่นมือขวาเหยียดนิ้วทั้ง 5 คว้าม้วนตำราฉับพลัน!
ไม่ใช่การสัมผัสทั่วไป แต่ส่งผลต่อแนวคิดบน ‘โลก’ ที่ม้วนตำราแบกรับโดยตรง!
เมื่อคว้าจับเสียงกึกก้องชวนประหวั่นเหมือนเยื่อหุ้มฟ้าดินถูกฉีกทึ้งดังขึ้น กังวานทั่วโลกใบนี้
สะเทือนเวิ้งฟ้าปฐพี ทำให้สรรพสิ่งบนโลกนี้มึนงงเหม่อลอยทันที
ม้วนตำราลอยขึ้น กางออกฉับพลัน!
เผยภาพหนึ่งออกมา!
ในภาพคือตำหนักเซียนเสาสลักงามวิจิตรทอดยาวเรียงราย!
หอหยกวาวระยับลอยเหนือทะเลหมอก ส่องประกายหมื่นจั้ง ปราณมงคลนับพัน กระเรียนเซียนเกาะกลุ่มถลาร่อน ธิดาเทพร่ายรำอ่อนช้อย
ทิวทัศน์งามเปี่ยมสุข
ทว่าภาพตระการตานี้เหมือนเปื้อนฝุ่น ถูกสีเทาหม่นยากสลัดพ้นชั้นหนึ่งปกคลุม
ด้วยการย้อมสีนี้ สีสันทั้งหมดหม่นมัวผิดแปลก คล้ายผ่านการชำระล้างของกาลเวลา ลูกตากระเรียนเซียนว่างเปล่า ท่ารำธิดาเทพแข็งทื่อราวหุ่นเชิด คล้ายภาพลวงเงียบสงัดชวนหายใจไม่ออก
โลกในภาพเหมือนอบอวลด้วยกลิ่นเน่าเปื่อยลึกถึงกระดูก ก่อนผ่านการปรุงแต่งอย่างพิถีพิถัน
ใจกลางโลกในภาพ เหนือทะเลหมอกเรืองรองนั้น มีร่างมหึมาหนึ่งนั่งอยู่!
นั่นคือมนุษย์กระดาษ!
เป็นเต๋อหลัวจื่อนั่นเอง!
องค์ท่านไม่ใช่แค่กระดาษบางเบาอีก แต่สวมชุดจักรพรรดิงามซับซ้อนเปี่ยมปราณมรณะ ศีรษะประดับกวานไข่มุก คล้ายจักรพรรดิเป่าลมชวนขบขัน แต่ยังชวนประหวั่น
ใยดวงชะตาเล็กเหมือนไหมละเอียดโปร่งแสงนับไม่ถ้วน ทอดยาวออกมาจากสิ่งมีชีวิต เศษหิน หมอกเมฆทั้งหมด เชื่อมต่อกับองค์ท่านแน่นขนัด คล้ายกำลังให้สารอาหารกับองค์ท่าน
ทันทีที่สวี่ชิงเหลือบสายตามองไป มนุษย์กระดาษมหึมาพลันลืมตา
นัยน์ตาส่องแสงแดงก่ำ สบตากับสวี่ชิงผ่านภาพวาด!
‘สวี่ชิง!’
เต๋อหลัวจื่อสีหน้าอึมครึม ในใจยิ่งสั่นสะเทือนรุนแรง
องค์ท่านรู้กฎกรรมของตนกับสวี่ชิง แต่ด้วยปัญญารอบรู้ขององค์ท่าน องค์ท่านไม่คิดว่าสวี่ชิงจะหาตนเจอ
การซ่อนตัวขององค์ท่าน นอกเสียจากว่าซ่างฮวงตื่นขึ้น องค์ท่านมั่นใจว่าไม่มีใครสังเกตเห็น!
ต่อให้เหลือเศษกระดาษข้างนอกก็ไม่มีความหมาย ร่างแยกทั้งหมดขององค์ท่าน ตัดกฎกรรมกับร่างต้นนานแล้ว
‘เรื่องนี้ผิดปกติ!’
ในใจเต๋อหลัวจื่อปั่นป่วน สิ่งที่ทำให้องค์ท่านรู้สึกกระสับกระส่ายคือสภาพตอนนี้
นี่คือช่วงเลวร้ายที่สุด!
ขอเพียงองค์ท่านมีเวลามากพอ องค์ท่านมั่นใจว่าฟื้นคืนพลังระดับราชาเทพได้ ทั้งหลังจากได้รับความทรงจำบนทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพแล้ว องค์ท่านย่อมมั่นใจที่จะก้าวเดินบนทางหล่อเลี้ยงวิสุทธิ์เทพในอนาคตของตนเพิ่มขึ้นไม่น้อย
ทว่า… ทุกอย่างกลับคลาดเคลื่อนเมื่อสวี่ชิงเจอตน!
“พลังเจ้าตกต่ำดังคาด ไม่ใช่ราชาเทพอีก”
ขณะที่เต๋อหลัวจื่อหน้าเปลี่ยนสี สวี่ชิงกล่าวเนิบช้า ก้าวเข้าไปในภาพ
ทันทีที่เข้าไป โลกลวงเจิดจรัสนี้เหมือนคันฉ่องวารีถูกหินยักษ์ทุ่มใส่จนสะเทือน!
ม่านแสงสีเทาหม่นกระเพื่อมไหว ด้วยหวังขับไล่สวี่ชิงออกไป ธิดาเทพ กระเรียนเซียน อสูรศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนเหมือนหุ่นกลถูกกระตุ้น เผยรอยยิ้มประหลาดแข็งทื่อ พุ่งสังหารมาทางสวี่ชิงอย่างมืดฟ้ามัวดิน!
พวกมันไม่มีตัวตนจริง แต่เป็นคำสาปกับจิตอาฆาตซึ่งเกิดจากกฎเกณฑ์ในภาพ เมื่อสัมผัสย่อมกัดกร่อนจิตวิญญาณ เปื้อนพลังรากฐาน
ใบหน้าสวี่ชิงไร้ความรู้สึก มิติหลักบัญญัติแห่งตนกลายเป็นเส้นไหมขาวดำ ล้อมรอบตัวชั่วพริบตา แผ่กระจายทบชั้นไปโดยรอบ
คล้ายคลื่นทำลายล้างม้วนกลืนทั่วทิศ ทุกแห่งที่เคลื่อนผ่าน หุ่นเชิดในภาพที่พุ่งมาเหมือนกระดาษถูกลมคลั่งฉีกทึ้ง ไม่ทันส่งเสียงร้องก็กระจุยกระจาย!
ม่านแสงสีเทาหม่นส่งเสียงครวญเสียดลึกถึงจิตวิญญาณใต้พายุขาวดำนั่น บิดเบี้ยวผิดรูปรุนแรง บังคับแต้มแต่ง ทำให้สีสันโลกในภาพจางลงอย่างรวดเร็ว!
สวี่ชิงมองข้ามสิ่งกีดขวางทั้งหมด ก้าวข้ามทะเลหมอกค้างแข็ง เมื่อปรากฏตัวพลันอยู่หน้าเต๋อหลัวจื่อจักรพรรดิมนุษย์กระดาษร่างพองลมนั่น
เงื้อมือขวาเหวี่ยงหมัดไป!
พายุขาวดำโอบล้อม แฝงพลังทำลายล้าง กระหน่ำไปทางทรวงอกบิดเบี้ยว คลุมทับด้วยชุดจักรพรรดิของเต๋อหลัวจื่อ!
เมื่อพายุมาถึง ห้วงมิติไม่แตกเป็นเสี่ยงอีก แต่เปลี่ยนเป็นดับสลาย!
เวลา สีสัน สภาวะ กฎเกณฑ์…ปัจจัยสำคัญทั้งหมดที่เกิดเป็นโลกลวงบนภาพ พังทลายว่างเปล่าเพราะพายุนี้!
จากนั้นค่อยปะทะชุดจักรพรรดิที่ทำจากกระดาษของเต๋อหลัวจื่อ!
ไม่มีเสียงระเบิดสะท้านฟ้าสะเทือนดิน มีเพียงทำลายสรรพสิ่งเพื่อคืนความเงียบสงัด!
กำปั้นสวี่ชิงเป็นศูนย์กลาง ร่างจักรพรรดิพองลมของเต๋อหลัวจื่อเหมือนปราสาททรายผลุบเข้าหลุมดำ ทรุดถล่มจากภายในสู่ภายนอก!
ชุดจักรพรรดิงามวิจิตรกลายเป็นเถ้าถ่านทีละน้อย กวานไข่มุกแหลกละเอียดเป็นว่างเปล่า พลังอำนาจเทพอัดแน่นในนั้นระเหยหายชั่วพริบตา
ร่างกายแตกสลาย เปลี่ยนเป็นกระดาษเงินนับไม่ถ้วน กระจายตัวไปด้านหลัง
ตามด้วยการตอบโต้ขององค์ท่าน
ตอนนี้กระดาษเงินนับไม่ถ้วนรวมตัวกัน เปลี่ยนเป็นศีรษะกระดาษมหึมาฉับพลัน อ้าปากหวังกลืนกินสวี่ชิง
ทั้งมีสายใยดวงชะตานับไม่ถ้วนแผ่ออกมาจากศีรษะกระดาษ ก่อตัวเป็นธารดวงชะตา ล้อมรอบสวี่ชิง
พลังนายแห่งเทพขั้นสูงสุดระเบิดออกมา
แต่ใบหน้าสวี่ชิงไร้ความรู้สึก กำปั้นที่เงื้อขึ้นยังไม่ผ่อนลง คลื่นความว่างเปล่าด้านหลัง มีตัวเขาอีกคนก้าวออกมา
หลังจากกลืนกินดาวแม่ดั้งเดิม พลังบำเพ็ญสวี่ชิงถึงระดับนายแห่งเทพขั้นสูงสุดแล้ว ทั้ง… เขายังมีร่างต้น 2 ร่าง!
คล้ายกับดาวแฝด!
ร่างต้นที่ 2 มาจากดาวดำ ตอนนี้เมื่อปรากฏตัวก็เหวี่ยงหมัดเช่นกัน!
ปะทะศีรษะกระดาษฉับพลัน
คลื่นพลังพร้อมดับสลายทุกอย่างล้นฟ้าชั่วพริบตา!
เสียงดังครั่นครื้นพร้อมพลังทำลายล้างเคลื่อนกวาดทั่วทิศ
โลกในภาพพลันพังทลาย
วังเซียนตำหนักหยกเปลี่ยนเป็นฝุ่นผงสีเทาอ่อนกระจายทั่ว ทะเลหมอกเหือดระเหย ธิดาเทพกระเรียนเซียนร่างแข็งทื่อหลุดร่อนเหมือนภาพฝาผนังซีดจาง
ความรุ่งเรืองเงียบสงัดเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว
เต๋อหลัวจื่อตัวสั่นสะท้าน ฟุ้งกระจายกลายเป็นกระดาษเงินอีกครั้ง
สายใยดวงชะตามากมายที่พันตัวสวี่ชิง ตอนนี้ด้วยหมัดเดียวกลับเหมือนใยแมงมุมถูกทำลาย ทยอยสะบั้นซ่านสลาย
จากนั้นสวี่ชิงดาวขาวมาแทนดาวดำ เหวี่ยงหมัดขวาโดยไม่ลังเลอีกครั้ง!
แต่เวลานี้การเปลี่ยนแปลงประหลาดพลันปรากฏ!
ชั่วพริบตายามโลกในภาพพังทลาย มีหมึกดำสนิทเข้มข้นยากเจือจาง แฝงความเสื่อมโทรมกับจิตอาฆาตหยดหนึ่ง!
น้ำหมึกนี้ไม่ได้โจมตีสวี่ชิง แต่เหมือนมีชีวิต ห่อหุ้มกระดาษแผ่นหนึ่งของเต๋อหลัวจื่อทันที!
ฉวยโอกาสยามโลกในภาพดับสลาย กฎเกณฑ์พังทลายเกิดช่องว่างท่ามกลางความวุ่นวาย ใช้วิธีหนีแปลกประหลาดโดยผลาญพลังรากฐาน ไม่สนค่าตอบแทน แหวกผ่านความว่างเปล่าหนีไปทันที!
ความเร็วว่องไว เหนือกว่าการรับรู้!
สวี่ชิงเหวี่ยงหมัดพลาด
เขาหรี่ตา ยืนเหนือเศษซากโลกในภาพที่เปลี่ยนเป็นว่างเปล่า แววตาเยียบเย็น มองทิศทางที่หมึกนั้นหายไป
ที่นั่นเหลือเพียงร่องรอยของเยื่อกระดาษเน่าเปื่อยกับกลิ่นหมึกฉุนกึกปะปนกันรางๆ
จากนั้นค่อยเก็บหมัดช้าๆ
แต่จิตสังหารตรงนัยน์ตา ตอนนี้กลับอัดแน่น ล้ำลึกยิ่งกว่าเดิม
“เจ้าจะหนีไปได้ไกลเท่าไร” สวี่ชิงกล่าวราบเรียบ เสียงดังก้องความว่างเปล่า เยียบเย็นเสียดกระดูก
จากนั้นค่อยเดินไปข้างหน้า ก้าวออกจากโลกภาพวาดพังทลาย เงาร่างหลอมรวมกับความว่างเปล่าไร้สิ้นสุดอีกครั้ง ตามรอยจิตอาฆาตเน่าเปื่อยที่เกือบซ่านสลาย แต่กลับถูกเขาเพ่งเล็งไม่ปล่อยนั่น ติดตามไปโดยไร้สุ้มเสียง
การตามล่านี้เหมือนพิษฝังกระดูก ไม่ตายไม่เลิกรา
…
ยามสวี่ชิงกับเต๋อหลัวจื่อไล่ล่ากัน เวลาเปลี่ยนเป็นไม่มีความหมาย
ไม่ว่าจะเป็นสวี่ชิงหรือเต๋อหลัวจื่อ พวกเขาล้วนเดินทางข้ามเวลาได้ ทั้งต่างเวลาหรือต่างมิติ ถึงขั้นไม่ใช่แค่ชั้นบน…
ชั้นล่างก็เช่นกัน
สุดท้ายเมื่อสวี่ชิงตามทันและลงมือครั้งแล้วครั้งเล่า ในช่วงอันตรายถึงขีดสุดเต๋อหลัวจื่อเลือกแบ่งร่าง!
องค์ท่านแบ่งร่างแยกนับล้านถึงขั้นมากกว่า แทรกซึมเข้าต่างกาลอวกาศและมิติ
นี่คือวิธีเอาตัวรอดขององค์ท่าน!
ร่างแยกเกือบนับไม่ถ้วนขององค์ท่าน ทุกร่างล้วนเป็นร่างต้นได้ แค่มีคนหนึ่งรอด องค์ท่านย่อมไม่ตาย
แค่มีเวลาให้องค์ท่านเพียงพอ ไม่ว่าร่างแยกไหนก็ฟื้นคืนพลังระดับราชาเทพได้
ทั้งเมื่อฟื้นคืน ร่างแยกอื่นจะกลายเป็นเถ้าถ่าน ทำให้องค์ท่านมีเพียงหนึ่งเดียว
แต่วิธีนี้มีข้อเสียอย่างหนึ่ง นั่นก็คือเหล่าร่างแยกขององค์ท่าน เหนือกว่าด้านจำนวนและอาณาเขต แต่ระดับขั้นเทียบร่างต้นไม่ได้
ด้วยระดับพลังขององค์ท่านตอนนี้ เมื่อสำแดงวิชานี้ ร่างแยกไม่ใช่ระดับนายแห่งเทพอีก แต่ลดลงมาเป็นเทพแท้
แม้ว่าเป็นเช่นนี้ แต่สำหรับเต๋อหลัวจื่อแล้ว นี่คือวิธีถ่วงเวลาเพียงอย่างเดียวในตอนนี้!
เมื่อเผชิญหน้ากับวิชาเทพเช่นนี้ วิธีรับมือของสวี่ชิงก็คือแบ่งร่าง!
มิติหลักบัญญัติของเขา เดิมมาจากการรวมเป็นหนึ่ง ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็แค่กระจายตัวอีกครั้งเท่านั้น
ทว่ามีจุดบกพร่องเหมือนวิชาของเต๋อหลัวจื่อ ร่างแยกที่กระจายตัวไป ไม่อาจครองระดับพลังเหมือนร่างต้น ทั้งหมดคือ… เซียนคิมหันต์!
ดังนั้นการตามล่าครั้งนี้ ไม่ใช่การตามล่าต่างกาลอวกาศและมิติแบบตัวต่อตัวอีก แต่เป็น… ไร้สิ้นสุดปะทะไร้สิ้นสุด!
…
อาณาจักรคำรน
ในอากาศอบอวลด้วยกลิ่นสนิม เขม่า น้ำมันคุณภาพต่ำปะปนกัน
ท่อไอน้ำมหึมาห่างไกลเหมือนงูเหลือมยักษ์ทำจากเหล็กกล้าครองอาณาเขต พ่นไอน้ำสีขาวระหว่างสิ่งปลูกสร้างสูงเสียดฟ้าดังกระหึ่ม
เสียงฟันเฟืองประสานอึกทึกสนั่นหู รวมเป็นลำนำกึกก้องนิรันดร์
นี่คือโลกใบเล็กแห่งหนึ่ง ไม่มีผู้บำเพ็ญ
ตอนนี้มีร่างหนึ่งยืนในเงามืดของสะพานเหล็กลอยคว้างกลางอากาศตรงเมืองเหล็กกล้าของโลกนี้
ชุดคลุมยาวสีดำ ผมยาวสีม่วง ขัดแย้งกับสิ่งสกปรกเลื่อมมันโดยรอบ
นั่นคือสวี่ชิง
สายตาเขาตัดผ่านไอน้ำอบอวลกับล้อช่วยแรงขนาดมหึมาที่กำลังหมุนวน จ้องมองส่วนลึกของเครื่องหาผลต่างขนาดมหึมาหาใดเปรียบ
ที่นั่นเฟืองทองแดงเล็กละเอียดนับหมื่นแสนสอดประสานหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง คำนวณทุกลมหายใจของเมืองเหล็กกล้าแห่งนี้
ขอบเฟืองตัวหนึ่งในนั้น มีรอยขาวบางเหมือนฝุ่นปกคลุม
มันทำงานราบรื่นผิดปกติ เคลื่อนไหวมีชีวิตชีวากว่าเครื่องจักรจนน่าประหลาด
สวี่ชิงจ้องรอยขาวนั้น นัยน์ตาฉายแววเยียบเย็น ใช้วิธีที่แม้แต่ยามลาดตระเวนของโลกนี้ยังไม่เห็น ก้าวลงจากสะพานเหล็กโดยไร้สุ้มเสียงเหมือนวิญญาณไร้น้ำหนัก
ทิ้งตัวลงตรงพื้นผิวเครื่องหาผลต่างความแม่นยำสูงขนาดมหึมานั่น ลูบนิ้วผ่านผิวโลหะเยียบเย็นเกลี้ยงเกลาเบาๆ ทะลวงผ่านช่องว่างขนาด 1 นิ้ว
จากนั้นค่อยกลั่นน้ำมันเครื่องที่เกิดจากหลักบัญญัติหยดหนึ่ง เคลื่อนผ่านช่องว่าง หยดลงไปอย่างแม่นยำ
ติ๊ง!
เสียงเล็กละเอียด แต่กลับแหลมจนตัดผ่านเสียงเหล็กกล้าดังกระหึ่มออกมาได้
ฟันเฟืองเคลือบรอยขาวพลันชะงัก!
ฝุ่นบนนั้นสั่นสะเทือนรุนแรง พยายามหลบหนี
แต่น้ำมันเครื่องเหมือนพิษฝังกระดูก ห่อหุ้มและแทรกซึมเข้าตัวมันทันที
ในความมืดมิดรอยขาวดิ้นรนบิดตัวเหมือนแมลงติดยางสน โดนแทรกซึมแผ่ขยายอย่างต่อเนื่อง การหมุนของเฟืองเปลี่ยนเป็นติดขัด ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดผิดปกติ
สุดท้ายเสียงดิ้นรนสงบลง ฟันเฟืองนั้นหยุดหมุน พื้นผิวไม่เห็นร่องรอยสีขาวแม้แต่น้อย
มีเพียงเสียงเทพครวญแผ่ว ดับสลายท่ามกลางเสียงไอน้ำกับน้ำมันเครื่องดังกระหึ่ม
ในโลกภายนอก สวี่ชิงเก็บนิ้ว ขอบโลหะตรงช่องว่างประสานกันเหมือนเดิม
เขาหันหลังหายเข้าไปในไอน้ำอบอวล เบื้องหลังเหลือเพียงเสียงกึกก้องยามเครื่องหาผลต่างทำงานอีกครั้ง
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1353-1 ข้าแซ่สวี่! ข้าแซ่หวัง! (1)"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com