25. เก็บกวาดสนามรบ
25. เก็บกวาดสนามรบ
เจี่ยงไป๋เหมียนคลึงป้ายตรา แล้วเอานิ้วชี้มือซ้ายทาบไว้บนชิป
เหมือนมีกระแสไฟ้าที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่ากระพริบวูบ
ไม่กี่วินาทีเจี่ยงไป๋เหมียนก็ยกนิ้วออกแล้วยิ้ม
“เขาเป็น ‘นักล่าทางการ’”
“นักล่าทางการ” คือระดับที่ใช้ในสมาคมนักล่า ซึ่งนักล่าซากอารยะนั้นมีหลายระดับ
แม้ความแข็งแกร่งจะเกี่ยวข้องกับระดับแต่ก็เป็นแค่เพียงผิวเผิน สิ่งที่ทำให้แต่ละระดับต่างกันคือ “คะแนนนักล่า” สมาคมนักล่านั้นถูกก่อตั้งโดยความตั้งใจที่จะช่วยให้ทุกคนแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและทรัพยากรได้ดีขึ้น ไม่เน้นที่การสร้างความแข็งแกร่ง
ในการแลกเปลี่ยนค้าขาย ความน่าเชื่อถือนั้นสำคัญกว่าความแข็งแกร่ง
ดังนั้นประธานคนแรกสุดของสมาคมนักล่าซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากระบบของโลกเก่า จึงได้ออกแบบระบบ “คะแนนนักล่า” ขึ้นมา
หลังจากที่นักล่าซากอารยะเข้าร่วมสมาคมแล้ว พวกเขาจะได้รับคะแนนนักล่าแตกต่างกันไปตามการรับภารกิจ การค้า หรือมอบข้อมูลที่เชื่อถือได้ให้กับสมาคม ซึ่งตรงนี้ไม่ได้ขัดแย้งกับเรื่องค่าตอบแทน ทั้งคะแนนและค่าตอบแทนสามารถใช้คู่กันไปได้
เมื่อสะสมคะแนนนักล่าได้ถึง 100 แต้มแล้ว “นักล่ามือใหม่” ก็สามารถเลื่อนระดับเป็น “นักล่าทางการ” ระดับที่สูงขึ้นไปอีกก็มี “นักล่าขั้นกลาง” “นักล่าอาวุโส” “นักล่าขั้นสูง” และ “ราชันนักล่า” คนที่จะไปถึงระดับสูงได้นั้นต้องรับภารกิจและแลกเปลี่ยนการค้าซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อสะสมคะแนน แน่นอนว่าในหลายๆ ภารกิจหรือการค้านั้น ถ้าใครที่มีระดับและคะแนนไม่ถึงขั้นก็ไม่สามารถทำได้ เพราะว่าคนอื่นจะไม่เชื่อถือ นอกเสียจากว่าจะมีนักล่าที่มีคะแนนความน่าเชื่อถือสูงตั้งแต่หนึ่งคนจนถึงหลายคนมาช่วยรับรองให้
ดังนั้นแล้วจึงไม่แน่ว่า “นักล่ามือใหม่” จะอ่อนแอกว่า “นักล่าขั้นสูง” และ “ราชันนักล่า” แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง การที่สามารถรับภารกิจมากมายและทำการค้าหลายครั้งในแดนธุลีที่แสนอันตรายนี้ได้โดยที่ยังมีชีวิตรอด แล้วยังสะสมคะแนนนักล่าได้เพียงพอ นั่นก็สามารถตอบคำถามได้หลายประการแล้ว ซึ่ง “นักล่าขั้นสูง” และ “ราชันนักล่า” มักจะมีความโดดเด่นทั้งแง่ของพละกำลัง ความแข็งแกร่งของทีม และทรัพยากร
หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ คนที่มีคะแนนนักล่าต่ำนั้นไม่แน่ว่าจะอ่อนแอ ส่วนคนที่มีคะแนนนักล่าสูงย่อมต้องแข็งแกร่ง อย่างน้อยก็ในบางด้าน
เนื่องเพราะความสำคัญของคะแนนนักล่า ทาง “สมาคมนักล่า” จึงดำเนินการอย่างเข้มงวดกับเรื่องละเมิดสัญญา คอรัปชั่น ฉ้อโกง การค้าตุกติก ถ้าหากว่าพบเจอเมื่อไหร่คะแนนนักล่าที่เกี่ยวข้องจะถูกหักออกทันที และเหตุการณ์ของพฤติกรรมที่ไม่ซื่อสัตย์ก็จะถูกบันทึกไว้ในชิปด้วย
ถ้าเป็นเรื่องร้ายแรง ทางสมาคมจะถอดถอนสมาชิกภาพของคนที่สร้างปัญหา และขึ้นบัญชีดำไปทั่วทุกหนทุกแห่ง คนพวกนี้โดยทั่วไปจะถูกเรียกว่า “นักล่าบัญชีดำ”
แต่แน่นอนว่าเป็นเพราะไม่มีเครือข่ายข้อมูลที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งแดนธุลี จึงอาจกินเวลาหลายเดือนหรือนานกว่านั้นกว่าที่เรื่องการขึ้นบัญชีดำจะกระจายไปครบทุกสาขา
สำหรับนักล่าซากอารยะที่เป็น “โจรพาร์ทไทม์” หรือว่าไปฆ่าใคร ตราบใดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภารกิจหรือการค้า ทางสมาคมไม่สนใจเข้าไปก้าวก่าย
นอกจากนี้แล้ว สมาคมนักล่ายังมีอีกระดับหนึ่ง ชื่อว่า “จักรพรรดินักล่า”
ตำแหน่งนี้นับว่าเป็นเกียรติ และยังต้องดูคุณสมบัติ แต่ละสาขาของสมาคมนักล่าอาจจะมีจักรพรรดินักล่าเพียงคนเดียวเท่านั้น
ทั้งหมดนี้คือเรื่องที่ซางเจี้ยนเย่าเรียนมาจากชั้นเรียนเมื่อตอนฝึก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สงสัยถึงความหมายของคำว่า “นักล่าทางการ” แต่เขาก็ยังคงมองดูเจี่ยงไป๋เหมียนอย่างจริงจังโดยไม่ได้พูดอะไร
เจี่ยงไป๋เหมียนก้มมองตัวเองแล้วก็หัวเราะ
“นายสงสัยว่าทำไมฉันถึงอ่านข้อมูลจากชิปตรานักล่าได้สินะ?”
สิ่งนี้ตามปกติแล้วต้องใช้อุปกรณ์พิเศษเพื่ออ่านข้อมูล ซึ่งอยู่ในแต่ละสาขาของสมาคมนักล่าเท่านั้น
ซางเจี้ยนเย่าพยักหน้าทันทีโดยไม่ปิดบัง
เจี่ยงไป๋เหมียนชูแขนซ้ายขึ้นแล้วพูด
“เพราะว่าเป็นแขนชีวจักรกลพลังไฟฟ้า ไม่แปลกที่จะติดตั้งชิป เซ็นเซอร์ สายรับส่งข้อมูล และอุปกรณ์สนับสนุนอื่นๆ ที่ต้องใช้ไฟฟ้าไว้ด้วย
“การอ่านข้อมูลในชิปไม่ยากเท่าไหร่ อ้อ… ที่ยากคือการลบข้อมูลแล้วเขียนทับลงไป สมาคมนักล่าใช้ชิปชนิดพิเศษและเครื่องจักรพิเศษที่ซื้อจาก ‘สวรรค์จักรกล’ รายละเอียดเชิงเทคนิคก็เยอะอยู่”
ซางเจี้ยนเย่าเพิ่งจะนึกได้ เลยถามด้วยความสงสัย
“อวัยวะเทียมชีวภาพในปัจจุบันสามารถติดตั้งระบบแมคคาทรอนิกส์ลงไปได้แล้วเหรอ?”
“ปรัชญาของเราคือ ไม่ว่าจะเป็นชีวภาพ อิเล็กทรอนิกส์ หรือจักรกล ตราบใดที่มันใช้ได้ก็ล้วนเป็นกุญแจสำคัญของการค้นคว้าวิจัยทั้งนั้น ก็เหมือนกับที่กองกำลังใหญ่หลายๆ แห่งพยายามผสมผสานอุปกรณ์เกราะเสริมแรงกับชุดเกราะไบโอนิกสมองกลเข้าด้วยกันเพื่อสร้างชุดเกราะที่เคลื่อนไหวได้อย่างแท้จริง” เจี่ยงไป๋เหมียนอธิบายแบบไม่ใส่ใจ
ทันใดนั้นเธอก็ร้อง “โอ๊ะ”
มือซางเจี้ยนเย่าเอื้อมไปจับที่ด้ามของ “ไอซ์มอสส์” ทันที
“ฮา ฮา ฉันนั่งยองนานเกินไปน่ะ ขาเลยเป็นเหน็บ” เจี่ยงไป๋เหมียนยืนขึ้นอย่างกระอักกระอ่วนแล้วสะบัดขา ผมหางม้าสะบัดไปมาอยู่ด้านหลัง
“ภารกิจนี้ค่อนข้างแปลก ให้รวมรวมข้อมูลของคนๆ หนึ่งในแดนร้างบึงดำนี่มันเหมือนกับบอกให้เหวี่ยงแหจับปลาในทะเลเพื่อหาปลาตัวที่ระบุไว้เลยนะ”
ซางเจี้ยนเย่าถามขึ้นมาทันที
“หัวหน้าเคยเห็นทะเลไหม?”
“…นั่นไม่ใช่ประเด็นซักหน่อย” เจี่ยงไป๋เหมียนแว๊ดใส่ “อย่างน้อยก็เคยเห็นทะเลสาบของจริงล่ะ ทะเลก็น่าจะใหญ่กว่านั้นเยอะนะ”
ซางเจี้ยนเย่าไม่สนใจคำตอบของเจี่ยงไป๋เหมียน ย้อนกลับไปคุยหัวข้อก่อนหน้า
“บางทีภารกิจนี้คงไม่ได้มอบให้แค่นักล่าคนเดียว”
“ก็ใช่ มีแหหลายปาก ก็มีโอกาสมากขึ้น” เจี่ยงไป๋เหมียนเห็นด้วย
พอพูดจบทั้งเธอและซางเจี้ยนเย่าต่างก็ถอนหายใจพร้อมกัน
“รวยชะมัด!”
ใครที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จะได้รับค่าตอบแทน นี่ย่อมหมายความว่าต้องเตรียมแป้งไว้มากกว่าหนึ่งตัน
เจี่ยงไป๋เหมียนลากสายตาไปมองส่วนลึกของหนองน้ำที่อยู่ทิศเหนือของสถานีเยว่หลู่ แล้วพึมพำกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ
“หมอนั่นที่จริงแล้วเป็นใครกันนะ?
“ถึงได้มีราคาให้ใส่ใจถึงขนาดนั้น…”
ตอนนี้ไป๋เฉินซ่อมรถจี๊ปเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอนั่งตำแหน่งคนขับแล้วลองสตาร์ทเครื่องยนต์
มีเสียงหึ่งที่ดังขึ้น แม้แต่ซางเจี้ยนเย่าเองพอได้ยินก็ยังบอกได้ว่ามันผิดปกติ
ไป๋เฉินยื่นหัวออกนอกหน้าต่าง ตะโกนเสียงดังคุยกับเจี่ยงไป๋เหมียน
“ด้านหลังเสียหายหลายจุด ตอนนี้พอขับได้อยู่แต่ไปได้ไม่เร็ว แล้วก็ไม่รู้ว่าจะจอดตายตอนไหน”
“ซ่อมไม่ได้เหรอ?” เจี่ยงไป๋เหมียนถามเสียงเครียด
ไป๋เฉินส่ายศีรษะ
“เปล่า แต่ว่าขาดชิ้นส่วนสำคัญน่ะ
“หัวหน้า ฉันจำได้ว่าแถวนี้มีนิคมของคนเร่ร่อนอยู่ ใช้เวลาเดินทางซักสองสามชั่วโมง เราอ้อมไปดูหน่อยดีไหมว่าจะพอหาแลกของที่ต้องการได้หรือเปล่า?
“ถึงรถจะเดี้ยงระหว่างทาง แต่ฉันขี่มอเตอร์ไซค์คันนั้นรีบไปรีบมาได้”
เธอชี้ไปยังบิ๊กไบค์คันที่ยังอยู่ในสภาพดี
อีกคันหนึ่งนั้นเสียหายจากการระเบิดก่อนหน้านี้ เหลือไว้เพียงแค่ซากกองเศษเหล็กเท่านั้น
เจี่ยงไป๋เหมียนคิดอยู่สองวินาที
“ตกลง”
ไป๋เฉินกับซางเจี้ยนเย่ารีบตรวจดูอีกสองศพที่เหลือทันที เพื่อรวบรวมสินสงคราม
บิ๊กไบค์เสียหายเล็กน้อย ปืนกลมือสองกระบอก กระสุนปืนกล อะไหล่บางอย่างจากมอเตอร์ไซค์ที่ยังเหลืออยู่ ขนมปังครึ่งแถว และใบยาสูบอีกนิดหน่อยที่มวนเป็นบุหรี่ไว้แล้ว
และก็ยังมีปืนกลมือ “พายุฝน” จากชายกำยำที่ตายไปแล้ว
หลงเยว่หงสวมชุดเกราะเสริมแรงแล้วหยิบปืนกลเบากลับมา
“ปืนกลมือสามกระบอกนี้ใช้กระสุน 9 มม. เป็นขนาดทั่วไป พวกเรามีเตรียมไว้เยอะเลย!” เจี่ยงไป๋เหมียนตรวจสอบแล้วก็พูดอย่างดีใจ
จากนั้นเธอมองไปที่ปืนกลเบา ถอนหายใจ รู้สึกเสียดายเล็กน้อย
“กระสุน 7.92 มม. ไร้ประโยชน์ชั่วคราว
“เอาไปเก็บในรถก่อนละกัน ไว้ค่อยเอาไปแลก หรือไม่ก็เอากลับบริษัท”
“ท้ายรถไม่มีที่วางชุดเกราะเสริมแรงแล้ว” ไป๋เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย
ท้ายรถนั้นมีอาหารกระป๋อง บิสกิต กระสุน ชิปเครื่องกรองน้ำแล้วก็ข้าวของอื่นๆ
“เกราะเสริมแรงวางที่เบาะข้างคนขับก็ได้ คนที่เหลือก็ผลัดกันขี่มอเตอร์ไซค์ ที่จริงแล้วสามคนเบียดที่เบาะหลังก็ยังได้ มันกว้างพอแหละ” เจี่ยงไป๋เหมียนพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ไป๋เฉินตอบรับ “อื้อ”
“มอเตอร์ไซค์ต้องใช้น้ำมัน เราอาจหาน้ำมันเติมไม่ได้ ลองพยายามขายทิ้งละกัน”
เจี่ยงไป๋เหมียนไม่ได้ตอบออกมาตรงๆ แต่มองไปรอบๆ แทน
“เอาล่ะ ทุกคนไปช่วยกันเก็บปลอกกระสุนที่หล่นอยู่ มันเป็นทรัพยากรด้านการรบ
“หลงเยว่หงถอดเกราะไปเก็บก่อน จะได้ประหยัดแบต เราติดแบตสำรองมาแค่ก้อนเดียว ต้องระวังไว้ด้วย”
แผงชาร์จโซลาร์เซลล์ที่อยู่บนหลังคารถนั้นพอให้ชาร์จรถได้เพียงแค่วันละครั้งเท่านั้น
“ครับผม!” หลงเยว่หงตอบเสร็จก็พลันนึกขึ้นได้ เขาหันไปชี้ที่ข้างถนน “แล้วทำไงกับเจ้านั่นดี?”
เขาพูดถึงซากศพขนาดใหญ่ของงูเหล็กบึงดำ
คิ้วที่ดูเฉลียวฉลาดของเจี่ยงไป๋เหมียนขมวดขึ้น
“ไม่มีทางขนไปได้…
“เนื้อไม่ต้องเอา สิ่งมีชีวิตพวกนี้มันกลายพันธุ์เพราะมลพิษ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็อย่าไปกินมันเลย
“ถุงพิษในปากก็เอาออกมาไม่ได้เหมือนกัน เราไม่มีอุปกรณ์ปิดผนึก ของเหลวข้างในมันระเหยง่าย จะกลายเป็นว่าเจ้างูยักษ์มันล้างแค้นสำเร็จโดยไม่ทันรู้ตัว
“ลอกหนังมันออกละกัน น่าจะพอขนไปได้ อื้อ พับแล้วมัดไว้บนหลังคา นี่น่าจะเป็นวัตถุดิบชีวภาพที่ยอดเยี่ยม พวก “แผนกค้นคว้าวิจัย” ปลื้มชัวร์ พวกเขาเคยสร้างเกราะไบโอนิกคล้ายๆ แบบนี้มาแล้ว
“หลงเยว่หง นายสวมเกราะเสริมแรงไปจัดการละกัน ที่หมวกมีระบบป้องกันแก๊สพิษ แล้วถ้าฉันจำไม่ผิด มันน่าจะอุปกรณ์ช่วยตัดด้วยความร้อนสูง จำไว้ว่าเริ่มจากส่วนตาและปากนะ”
หลังจากทำงานหัวปั่นกันร่วม 15 นาที หลงเยว่หงก็ถลกหนังงูยักษ์เสร็จโดยมีซางเจี้ยนเย่าที่สวมหน้ากากกันแก๊สคอยช่วยเหลือ
หลังจากที่พับแล้วก็มัดไว้บนหลังคารถจี๊ป มันถูกมัดไว้กับแผงชาร์จโซลาร์เซลล์ด้วยสายไฟ
“ฟู่ เรียบร้อย” เจี่ยงไป๋เหมียนตบมือแล้วมองดูหลงเยว่หงกับซางเจี้ยนเย่าช่วยกันวางชุดเกราะเสริมแรงไว้ที่เบาะข้างคนขับ
“เจ้านี่เอาไงดี?” เธอชี้ไปที่ศพทั้งสามที่อยู่ไม่ไกล “พวกนายอยากจะลอกคราบด้วยไหม?”
เสื้อผ้าก็เป็นเงินตราอีกรูปแบบหนึ่งบนแดนธุลี เพียงแค่ด้อยกว่าอาหารและอาวุธ
ก่อนที่ไป๋เฉินกับหลงเยว่หงจะแสดงความเห็นออกมา ซางเจี้ยนเย่าก็พูดขึ้นมาก่อนด้วยสีหน้าจริงจัง
“โยนทิ้งในหนองน้ำเถอะ”
เจี่ยงไป๋เหมียนคิดแล้วพยักหน้า
“ได้”
[หมายเหตุ]
ราชันนักล่า คำนี้ต้นฉบับคือ 大师级猎人 คำแปลใกล้เคียงก็คือ “ปรมาจารย์นักล่า” แต่ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเข้ากับชื่ออื่น ยังลังเลอยู่ว่าจะใช้ชื่อ “ยอดนักล่า” “สุดยอดนักล่า” “ราชันนักล่า” หรืออะไรดี
จักรพรรดินักล่า ต้นฉบับใช้คำว่า 首席猎人 แปลได้ว่า “หัวหน้านักล่า” แต่ว่าคำว่า “หัวหน้า” ปกติจะหมายถึงผู้นำ ถ้ามีแยกเป็นแผนก เป็นกลุ่ม ก็จะเป็นหัวหน้าของส่วนย่อยนั้นๆ แต่ว่า 首席猎人 ไม่ได้เป็นผู้นำ เป็นตำแหน่งที่มีได้หลายคน พอดูจากบริบทแล้ว เลยเลือกใช้เป็น “จักรพรรดินักล่า” เพื่อเสริมกับตำแหน่ง “ราชันนักล่า” ซึ่งรู้สึกว่าเข้ากับบริบทในนิยายมากกว่า อาจจะเปลี่ยนชื่อในภายหลัง
การค้า 交易 หมายถึง การทำธุรกรรม ซื้อขายแลกเปลี่ยน ในเรื่องนี้ใช้แต้มคะแนน อาหาร อาวุธ ขยะอื่นๆ เพื่อใช้แลกเปลี่ยน เรียกพวกนี้ว่า “การค้า” พยายามหาคำที่สั้นๆ เพื่อไม่ให้เยิ่นเย้อ ตอนนี้เลยเลือกใช้เป็นคำนี้ไปก่อน
โจรพาร์ทไทม์ 兼职强盗 ยังนึกคำไทยไม่ออกว่าจะใช้คำว่าอะไรดี จะใช้คำว่า “โจรนอกเวลา” “นักล่านอกเวลา” รู้สึกเหมือนความหมายมันจะเป็นตรงข้าม เลยทับศัพท์ไปก่อน
แมคคาทรอนิกส์ 机械电子 Mechatronics คือการนำวิศวกรรมเครื่องกลและวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์มาบูรณาการเข้าด้วยกัน แต่เมื่อระบบด้านเทคนิคมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ คำๆ นี้จึงถูกขยายความให้รวมถึงพื้นที่ทางเทคนิคมากยิ่งขึ้น เช่น วิศวกรรมการควบคุมอัตโนมัติ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่วนในนิยายหมายถึงแค่การเอาเทคโนโลยี แมคคานิก (จักรกล) มารวมผสมผสานกับ อิเล็กทรอนิกส์ (ไฟฟ้า)
Comments for chapter "25. เก็บกวาดสนามรบ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com