พลิกปฐพี 688

ตอนที่ 688

จากกันมานาน พานพบเพื่อนเก่าอีกครั้ง

พอเห็นเขาหยิบขวดกระเบื้องจิ๋วออกมาดวงตาของลูกศิษย์ดินแดนจื่อกวงที่เฝ้าประตูก็เปล่งประกายเจิดจ้า ประกายตาที่พุ่งออกมานั้นราวกับอยากรีบตะครุบสองขวดเล็กนั้นเอาไว้ในอกเสื้อเก็บรักษาไว้อย่างดี

ทั้งคู่สบตากัน ไม่กล้าขัดคำสั่งราชาเทวะจื่อกวง แต่ก็เสียดายขวดกระเบื้องด้านหน้าสองขวดนั้น

สองคนสบตากันพักหนึ่งจึงตกลงกันได้

คนหนึ่งกระแอมแล้วบอกเขาว่า “เห็นแก่ของนี้ พวกเราจะยอมแจ้งราชาเทวะน้อยมู่ให้ แต่จะยอมให้พบหรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวกับพวกเราแล้วนะ”

คนคนนั้นยิ้มและผงกศีรษะ

อีกคนรีบเสริมว่า “ขอบอกไว้ก่อน แม้ราชาเทวะน้อยมู่ไม่ให้พบก็จะไม่คืนของให้นะ”

“แน่นอนอยู่แล้ว” เขาอมยิ้มเอ่ย

เห็นเขาพยักหน้ารับแล้ว หนึ่งในสองคนนั้นจึงเดินขึ้นหน้ามาแย่งขวดในมือเขาไปแบ่งกันคนละขวด ลูบคลำอยู่นานจึงเก็บไว้ในกระเป๋าจัดเก็บของตนเอง

“รอก่อน” พอเก็บขวดแล้วหนึ่งในนั้นก็เอ่ยอย่างยโสแล้วจึงเดินเข้าประตูไป

ในที่สุดก็ยอมเข้าไปแจ้งให้ คนที่ยืนอยู่นอกประตูค่อยโล่งอก รอคอยด้วยความอดทน

ไม่นานคนที่เข้าไปก็กลับมาใหม่

ชายที่คอยอยู่ข้างนอกด้วยแววตาเป็นประกายกำลังเตรียมจะขึ้นบันไดไป แต่กลับได้ยืนคนที่กลับมาบอกว่า “ราชาเทวะน้อยมู่ไม่ว่าง ไม่พบคนนอก”

ชายที่เพิ่งก้าวเท้าขึ้น ตัวเกร็ง ยืนแน่นิ่งไป

เขาเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจมองคนเฝ้าประตูทั้งสองคนแล้วถามอย่างร้อนรนว่า “ศิษย์พี่ ขอถามว่าได้แจ้งชื่อข้าให้ราชาเทวะน้อยมู่ทราบไหม”

คนคนนั้นชะงักบอกว่า “เปล่า”

เปล่ารึ!

ชายที่ยืนอยู่บริเวณตีนบันไดถอนใจเอ่ยอ้อนวอนเสียงอ่อนว่า “ขอรบกวนศิษย์พี่ไปอีกสักรอบ บอกชื่อข้ากับราชาเทวะน้อย ข้าเชื่อว่าพอเขาได้ยืนชื่อข้าจะ

ต้องให้ข้าพบแน่นอน”

“เจ้านี่วุ่นวายจริงๆ เลย” อีกคนพูดอย่างรำคาญ

พูดแล้วก็จะลงมาขับไล่เขาให้ออกไป เพียงแต่ พอเขาขยับก็ถูกสหายข้างๆ ดึงไว้

“อย่าวู่วาม ถึงอย่างไรเมื่อครู่นี้ศิษย์น้องเหยาก็แสดงความจริงใจแล้ว” เขาดึงสหายกลับไปพลางแอบส่งสายตา

สหายคนนั้นเข้าใจ แค่นเสียงให้ชายที่อยู่ด้านล่างแล้วกลับไปยืนอยู่ที่เดิม

เมื่อดึงสหายกลับมาแล้วคนคนนั้นก็บอกว่า “ก็ได้ เห็นแก่หน้าเจ้า ข้าจะไปอีกครั้ง นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว หากราชาเทวะน้อยมู่ยังไม่ยอมพบเจ้า เจ้ามาจากไหนก็จงกลับไปทางนั้น ยังมีอีกที่พวกเราเสี่ยงภัยช่วยเหลือเจ้า ทีหลังเจ้าปรุงของดีอะไรออกมาอีกก็อย่าลืมพวกเราสองคนด้วย”

“ได้ แค่ศิษย์พี่ช่วยข้าครั้งนี้ ต่อไปหากปรุงได้โอสถที่ดีจะต้องส่งไปที่ถํ้าของศิษย์พี่แน่” ชายที่พื้นด้านล่างพูดอย่างนอบน้อมผิดธรรมดา

คนที่เข้าไปก่อนหน้านี้ หมุนตัวเดินเข้าไปในประตูอีกครั้ง

ชายที่ยืนอยู่ก็ยืดคอยาวเฝ้ามองด้วยความตื่นเต้น แสดงความกังวลในแววตาออกมาอย่างชัดเจน

แต่ลูกศิษย์ดินแดนจื่อกวงที่เข้าไปกลับไม่ได้เดินไปยังห้องที่มู่ชิงเกออยู่ เพียงแค่เดินไปยังที่ลับตาคน หยุดที่สวนหินสักพักแล้วก็เดินกลับ

ราชาเทวะจื่อกวงสั่งว่า หากไม่มีคำสั่งของเขาก็ห้ามไม่ให้ใครเข้าใกล้ที่นี่ คนภายในจะออกไปก็ต้องมีคนติดตามใกล้ชิด

ดังนั้น เขาจะฝ่าฝืนคำสั่งราชาเทวะได้อย่างไรเล่า

ครั้งที่แล้ว เขาก็ทำเช่นเดียวกัน รอสักครู่ ประมาณเวลาแล้วก็ออกไปบอกว่า มู่ชิงเกอไม่พบใคร

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

เพียงแต่ เขาไม่ทันสังเกตว่าขณะที่เขาเข้ามาคอยเวลาแล้วเดินกลับไปยังทางเก่านั้น ท่าทีประหลาดเช่นนี้ทำให้หยินเฉินเกิดสนใจขึ้นมา

หยินเฉินคิดแล้วก็แอบเดินตามมาทางด้านหลังจนมาถึงบริเวณประตูใหญ่

แน่นอนว่าเขาเห็นคนที่อยู่นอกประตู

‘เหยาชิงไห่!’ นัยน์ตาสีเลือดของหยินเฉินเปล่งประกายประหลาดใจ

หยินเฉินนึกไม่ถึงเลยว่า เหยาชิงไห่จะปรากฎตัวที่ดินแดนจื่อกวง ในโลกแห่งยุคกลางช่วงเวลาที่ต่อต้านตำหนักเทพ เหยาชิงไห่เป็นชุดแรกสุดที่นำอาจารย์ปรุงยาของสำนักวิถีโอสถมาช่วยที่ลั่วซิงเฉิงและอยู่ร่วมด้วยจนถึงท้ายที่สุด หยินเฉินย่อมจำเขาได้ในทันทีที่เห็น

การปรากฎตัวของเหยาชิงไห่นั้นเหนือความคาดหมายมากจริงๆ

เวลานี้ เขาก็ได้ยินชายที่แสดงท่าทีแปลกๆ เดินไปที่ประตูบอกเหยาชิงไห่ว่า “เจ้ากลับไปเถอะ ข้าได้แจ้งชื่อเจ้าแล้ว แต่ราชาเทวะน้อยมู่ก็ยังไม่ยอมพบเจ้า”

หยินเฉินขมวดคิ้ว นัยน์ตาสีเลือดฉายแววครุ่นคิด

นอกประตู เหยาชิงไห่พูดอย่างร้อนรนว่า “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ยอมพบข้า ท่านจะต้องไม่ได้บอกชัดเจนเป็นแน่”

อารามเร่งร้อนเขาถึงขนาดจะบุกเข้าไป แต่กลับถูกอีกคนหนึ่งซัดกลับมา

“แค่ก แค่ก” เหยาชิงไห่ล้มลงบนพื้น ที่หน้าอกเจ็บปวดทำให้อดไม่ได้ต้องไอออกมาสองครั้ง

เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของเขา สองคนที่หน้าประตูก็หัวเราะเย้ยหยัน

“เจ้าเป็นแค่พวกหน้าใหม่ที่เพิ่งบินขึ้นมาจะมาประมือกับพวกเราหรือ เห็นแก่เจ้าที่ให้โอสถมา รีบไสหัวไปเลย”

“ถ้ายังไม่ไปอีกก็อย่ามาโทษว่าพวกเราไร้น้ำใจ รายงานเรื่องนี้ถึงราชาเทวะ”

ทั้งคู่ต่างตะคอกเหยาชิงไห่กันคนละคำสองคำ

หยินเฉินเห็นดังนี้ก็พอจะเดาเหตุการณ์ได้หมด เขาไม่ได้เดินออกไปทันที แต่ถ่ายทอดเสียงไปถามมู่ชิงเกอผ่านทางผ่านพันธสัญญา ‘ชิงเกอ ข้าเจอเหยาชิงไห่ เขาอยู่ที่นอกประตูกำลังโดนลูกศิษย์ดินแดนจื่อกวงเล่นงานอยู่’

มู่ชิงเกอที่กำลังคุยกับอีกสี่คน เมื่อได้ยินเสียงที่ถ่ายทอดมาจากหยินเฉินแล้วก็ชะงักไป

‘เหยาชิงไห่อยู่ที่ดินแดนจื่อกวง?’ เป็นเรื่องที่เกินคาดจริงๆ

ที่สำคัญที่สุดคือบรรดาสหายที่โลกแห่งยุคกลางเริ่มขึ้นบินเข้ามาแผ่นดินเทพมารกันแล้วหรือ

แต่พอนางนึกถึงประโยคหลังของหยินเฉิน แววตาก็เคร่งเครียดลง รีบถ่ายทอดเสียงให้หยินเฉินทันที ‘พาเขาเข้ามา’

หยินเฉินได้รับคำสั่งมู่ชิงเกอจึงเดินไปที่ประตูใหญ่

เหยาชิงไห่ที่ยันกายอยู่บนพื้น มือหนึ่งกุมหน้าอก ใบหน้าที่สง่างามเคร่งเครียดเต็มที่ นัยน์ตาทั้งดุดันทั้งหมดหนทาง

ทันใดนั้น เขาก็เห็นหยินเฉินเดินออกมาจากข้างใน แววตาเขาพลันเจิดจ้าทันทีราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิตก็ไม่ปาน

พอหยินเฉินปรากฎตัว สองคนที่หน้าประตูสำรวมกริยาทันที

หยินเฉินบอกพวกเขาว่า “ราชาเทวะน้อยของพวกเราบอกว่าให้ข้าพาคนคนนี้เข้าไป”

สองคนนอกประตูคิดจะขัดขวาง

แต่หยินเฉินกลับเอ่ยปากก่อนว่า “หากพวกเจ้ารู้สึกไม่สะดวกที่จะให้เขาเข้าไป ราชาเทวะน้อยของพวกเราก็คงต้องออกมาพบเขาข้างนอกเอง”

ออกมาข้างนอก? จะได้อย่างไร

แววตาทั้งคู่สั่นไหวหลายครั้ง

พวกเขายินดีที่จะยืนเฝ้าอยู่ที่นี่ แต่ไม่อยากตามออกไปวนไปมาข้างนอกราวกับคนทึ่มทื่อหรอกนะ

คิดอยู่พักหนึ่ง ทั้งคู่จึงยอมเปิดทางให้เข้าประตูไปได้

“ตามข้าเข้ามาเถอะ” เห็นทั้งคู่เปิดทางแล้ว หยินเฉินจึงมองเหยาชิงไห่พร้อมเอ่ย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น