ตอนที่ 789
พระชายาของพวกเรา ท่านกลับมาแล้ว!
ริมแม่นํ้าเมิ่งหลานที่สีดำราวกับสีหมึก จากเดิมที่เคยเงียบสงบพลันเริ่มเกิดระลอกคลื่น
บนกำแพงเมืองคดเคี้ยวของเผ่ามาร การสู้รบยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง หนอนดำพิสดารที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ กัดกร่อนเหล่าไพร่พลทหารมารไปเรื่อยๆ
ท่ามกลางแสงแห่งราตรีกาลเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไปทุกหย่อมหญ้า
“ท่านแม่ทัพ ต้องรีบคิดหาวิธีแล้วนะขอรับ!”
รอบๆ เท้าของพวกเขามีหนอนสีดำคลานไปมา ทำให้พวกเขาต้องคอยกระโดดหนีตลอดเวลา เกรงว่าจะถูกหนอนสีดำไชเข้าสู่ผิวหนังกลายเป็นศพเดินได้พวกนั้น
อาวุธในมือยังต้องคอยต้านทานการโจมตีของศพกลายร่าง
ในใจหยวนฟงนั้นตื่นตระหนกมาก
เหตุการณ์เช่นนี้เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน เหล่าศพกลายร่างและหนอนดำพิสดารทำให้เขาทำอะไรไม่ได้เลย
ฆ่าไม่ตาย กำจัดไม่หมด พวกเขาใช้ไฟเผาก็ยังเผาไม่ตาย
หนอนดำเหล่านี้ราวกับไม่กลัวไฟอย่างนั้น
“รวบรวมคนทั้งหมดไว้ด้วยกัน!” หยวนฟงกัดฟันออกคำสั่ง
ทหารมารที่ยังมีชีวิตและไม่โดนทำร้ายต่างพุ่งเข้าหาหยวนฟงในทันที ระยะเพียงสั้นๆ บนกำแพงเมืองนี้กลับกลายเป็นเส้นความเป็นความตายของพวกเขา
จนเมื่อพวกเขาพุ่งเข้ามาที่ข้างกายหยวนฟงแล้ว ทหารมารหมื่นคนที่ขึ้นมาช่วยเหลือนั้น เวลานี้เหลือเพียงไม่ถึงสองพันคนเท่านั้น
ทหารมารที่เหลือรวมทั้งเหล่านายกองต่างได้ รับคำเตือนจากหยวนฟง ถึงแม้จิตใจจะร้อนรนหนักหนา แต่ก็ทำได้เพียงยืนกระสับกระส่ายอยู่ใต้กำแพง ไม่ สามารถเข้าใกล้กำแพงเมืองได้
เวลานี้บนกำแพงเมืองนอกจากพวกหยวนฟงแล้วล้วนเต็มไปด้วยหนอนดำ ท่ามกลางหนอนดำยังมีศพทหารมารที่กลายร่างยืนอยู่
พันกว่าคนล้อมหยวนฟงไว้หนาแน่นทำให้ เขาต้องถอยร่นไม่หยุด
แต่รอบๆ ล้วนเป็นหนอนสีดำ พวกเขาจะถอยไปไหนได้เล่า
“ท่าน…ท่านแม่ทัพ…” นายกองพูดเสียงสั่น
“พวกเราช่วยกันใช้พลังจิตมารสร้างฝาครอบป้องกัน” หยวนฟงสั่ง
“ขอรับ ท่านแม่ทัพ!
ทหารมารพันกว่านายรับคำพร้อมกัน
พวกเขาทำตามที่หยวนฟงสั่ง ใช้พลังจิตมารสร้างฝาครอบป้องกันตัวเอง คุ้มครองตัวเองไว้ภายใน พลังจิตมารเหล่านี้พอรวมเข้าด้วยกันแล้วก็กลายเป็นฝาครอบขนาดใหญ่ครอบเหล่าทหารมารที่อยู่บนกำแพงเมืองทั้งหมดไว้ คุ้มครองพวกเขาไว้ภายใน
เมื่อมีการป้องกันนี้แล้ว ทหารมารบนกำแพงเมืองจึงพอมีเวลาได้ผ่อนลมหายใจชั่วคราว
แต่ยังไม่ทันให้พวกเขามีเวลาหายใจได้คล่อง พวกหนอนดำก็เริ่มกัดแทะฝาครอบ ส่วนพวกศพกลายร่างก็เริ่มโจมตีพวกเขาอย่างเต็มที่
สถานการณ์บนกำแพงเมืองเริ่มตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง
ใต้กำแพงเมืองทัพหนุนมาถึงแล้วจนได้!
พวกเขาไม่ได้มาเพราะได้รับการแจ้งขอความช่วยเหลือจากหยวนฟง แต่เป็นข่าวสารที่ไป่สือส่งออกไปก่อนหน้านั้น
กู่หยากับกู่เย่พอมาถึงใต้กำแพงเมืองก็รู้สึกถึงความผิดปกติบนกำแพงเมืองได้ทันที
สายตาทั้งคู่นิ่งสงบ สีหน้าเคร่งเครียด
“เกิดอะไรขึ้นข้างบน” ชิงเจ๋อถาม
พูดจบพวกเขาก็คิดจะขึ้นไปดู
“ท่านเจ้าเมืองย่อย! ใต้เท้าองครักษ์มาร!” นายทหารมารที่ร้อนรนอยู่ใต้กำแพงเมือง พอเห็นพวกเขาแล้วก็ตื่นเต้นจนรีบเข้ามาหาทันที
เขาบรรยายสถานการณ์บนกำแพงเมืองอย่างรีบร้อน “ขอทุกท่านช่วยคิดหาวิธี แม่ทัพหยวนฟงยังอยู่บนกำแพงเมือง ชีวิตตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง!”
ชิงเจ๋อ ชิงเหยียน ทั้งหลิงจิวได้ยินนายกองมารพูดแล้วก็ทำท่าจะพุ่งขึ้นไปโดยไม่ลังเลแม้แต่นิด
แต่ก็ถูกอีกสองคนขวางเอาไว้
หากมู่ชิงเกออยู่ที่นี่จะต้องจำสองคนนี้ได้ในทันที เนื่องจากพวกเขาก็คือหวงฝู่ฮ่วนกับเฉินปี้เฉิง ที่ขอเป็นลูกศิษย์ซือมั่วและเข้าร่วมกับเผ่ามารนั่นเอง
ครั้งนั้น พวกเขาเคยพบกันที่สุสานเทพและสุสานมาร
ไม่นึกว่าผ่านไปยี่สิบกว่าปี หลังจากพวกเขาเข้ามาแดนมารแล้วก็ได้เป็นมือซ้ายขวาของซือมั่ว เป็นขุนพลใหญ่ดาวรุ่งของแดนมาร
“ท่านเจ้าเมืองย่อย ช่วยองค์ราชาสำคัญกว่า พวกท่านรีบไปยังสถานที่ที่องค์ราชาปิดประตูบำเพ็ญ ป้องกันการลอบโจมตีเถอะ ที่นี่ไว้ให้พวกเราจัดการเอง” หวงฝู่ฮ่วนบอกพวกเขา
เซ่ออินมองพวกชิงเจ๋อแล้วว่า “เขาพูดถูกต้อง องค์ราชาสำคัญที่สุด ขอเพียงองค์ราชาไม่มีภัย ไม่ว่าพวกเผ่าเทพหรือเผ่าอี้จะเล่นลูกไม้อะไรก็ไม่มีประโยชน์’
ชิงเจ๋อ ชิงเหยียนสบตากันส่งสัญญาณและผงกศีรษะรับข้อเสนอหวงฝู่ฮ่วน
“ได้ พวกเรารีบไปก่อน แต่ที่นี่ช่างแปลกประหลาดนัก พวกเจ้าไม่คุ้นเคยกับเผ่าอี้ อย่างไรก็ให้กู่เย่อยู่ที่นี่เถอะ พวกเราที่เหลือรีบไปยังที่ที่องค์ราชาปิดประตูบำเพ็ญ” ชิงเหยียนพูด
“ได้” หวงฝู่ฮ่วนผงกศีรษะ
ปรึกษากันจบ กู่หยาก็นำชิงเหยียน เซ่ออิน หลิงจิว ชิงเจ๋อ สั่วเซิ่ง ซู่เหยียนหกเจ้าเมืองย่อยมุ่งหน้าไปยังภูเขา ส่วนกู่เย่ที่รั้งอยู่ก็รวมกับหวงฝู่ฮ่วน ทั้งเฉินปี้เฉิงจัดการเรื่องริมแม่นํ้าเมิ่งหลาน
พวกเขาแยกเป็นสองทาง หลังจากส่งพวกกู่หยาจากไปแล้ว พวกกู่เย่ก็ไม่รอช้า เนื่องจากความแปลกประหลาดบนกำแพงเมืองทำให้พวกเขาไม่ได้สั่งให้ทัพใต้กำแพงเมืองบุกขึ้นไป
ทั้งสามคนสบตากันแล้วกระโดดขึ้นบนกำแพงเมืองไปก่อน…
ขณะที่พวกเขาขึ้นไปบนกำแพงเมืองนั้น ภาพที่เห็นก็ทำให้พวกเขาเบิกตากว้าง อดสูดลมหายใจเย็นเยียบไม่ได้
บนกำแพงเมืองมีหนอนดำหนาแน่น ทั้งศพแห้งสีเขียวล้วนทำให้คนพบเห็นชาไปทั้งหนังศีรษะ เหล่าทหารมารที่รวมตัวอยู่ด้วยกันยังคงต้านทานอย่างเต็มที่
พอทั้งสามคนปรากฎตัว หยวนฟงก็เห็นทันที
ตาเขาเป็นประกาย มีแววยินดีผุดขึ้นมาท่าม กลางความสิ้นหวัง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะร้องขอความช่วยเหลือก็เห็นหนอนดำที่โจมตีพวกเขาราวกับรับรู้ได้ มีส่วน หนึ่งที่เปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าไปทางกู่เย่ หวงฝู่ฮ่วนกับ เฉินปี้เฉิง
“ระวัง!” หยวนฟงเตือนเสียงดังโดยไม่รู้ตัว
หวงฝู่ฮ่วนรู้ตัวก่อนเพื่อน ตาดำหดลง ในมือมีกระบี่เพิ่มขึ้นมา ปลายกระบี่ที่แหลมคมวาดลงไปบนพื้น แสงเย็นเฉียบวาดบนพื้นเป็นเส้นโค้ง ทำให้หนอนดำบนพื้นต้องถอยร่นลงไปบางส่วน
แต่ก็เป็นเพียงการถอยร่นเท่านั้น
หนอนดำเหล่านั้น หลังจากถูกไอกระบี่บีบบังคับให้ถอยร่นไปก็เหมือนโมโหขึ้นมา พวกมันงอตัว ปลายหางสั่นเทิ้ม
ภาพพิสดารนี้ทั้งสามยังไม่ทันได้ตอบสนองก็เห็นพวกศพแห้งสีเขียวราวกับถูกควบคุมไว้ หมุนตัวแข็งทื่อมุ่งมาทางพวกเขา
เฉินปี้เฉิงแค่นเสียงไปเสียงหนึ่ง ยกมือขึ้นคว้าในอากาศ อาวุธยาวคล้ายง้าวฟางเทียนฮั่วจี่ปรากฎขึ้นในมือ
พออาวุธนั้นปรากฎ ก็บังเกิดไอเข่นฆ่าตามมา นี่เป็นของวิเศษที่เขาได้มาเมื่อครั้งที่ไปยังซากหักพังซ่างกู่
เฉินปี้เฉิงมือกำอาวุธเทพ ใช้กระบวนท่าฟาดออกไป สองศพแห้งสีเขียวป่นเป็นผงทันที กู่เย่เองก็ลงมือ พวกเขาจัดการศพแห้งสีเขียวได้ ส่วนหนอนดำยังไม่มีวิธีจัดการใดๆ
หนอนดำราวกับรับรู้ได้ว่าสามคนนี้ไม่ธรรมดา พวกมันจึงพากันกลับไปโจมตีคนพันกว่าคนฝั่งหยวนฟงทันที
การปรากฎตัวของทั้งสามคนก็ยังไม่สามารถพลิกสถานการณ์บนกำแพงเมืองได้ หนอนดำเหล่านั้นถึงขนาดเริ่มคลานลงไปใต้กำแพงเมืองแล้ว
ในขณะนี้เอง แสงเพลิงสายหนึ่งพลันตกลงมาจากบนท้องฟ้า…