Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 562


บทที่ 562 รับคำท้า! (ปลาย)

เวลาผ่านไปครึ่งวัน เยี่ยฉวนได้มาถึงยังบริเวณเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน หุบเขาสูงที่อยู่ลึกเข้าไปคือตำแหน่งที่ตั้งของสำนักเวทย์บรรพกาล……

ชายหนุ่มไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับสำนักเวทย์บรรพกาลนี้สักเท่าไร ทว่าที่แน่ๆ ในด้านพลังย่อมมิใช่อ่อนด้อยจึงสมควรแก่การที่สำนักชางเจี้ยนจะชักนำให้เข้ามาเป็นแนวร่วม……

ภายหลังเข้ามาในเขตหุบเขาน้อยใหญ่ เยี่ยฉวนคอยเตือนตัวเองให้ระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา ด้วยพบว่าบริเวณหุบเขามีกลุ่มควันพิษลอยวนเวียนอยู่อย่างหนาแน่น!..

ควันพิษที่ว่าบางส่วนโชยมาเข้าจมูกจนได้กลิ่น ทว่าบางส่วนไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยการมองเห็น!

ทว่าเยี่ยฉวนกลับไม่รู้สึกอึดอัด แม้จะปราศจากปราการแห่งพลังปณิธานกระบี่ก็ตาม!

ทันทีที่เขาสูดลมหายใจเข้าปอด กลิ่นควันพิษกลับจางหายไปสิ้น

พลังชี่โกลากล!

พลังชี่โกลาหลชำระล้างควันพิษจนได้อากาศบริสุทธิ์!

พอได้ค้นพบว่าเป็นดังนี้ เยี่ยฉวนเกิดความรู้สึกปลื้มเปรมใจอย่างบอกไม่ถูก ด้วยไม่คาดฝันว่าพลังชี่โกลาหลจะช่วยได้ปานนี้!

เป็นเสมือนภูมิคุ้มกันต่อสารพิษที่อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต!

ของดีอย่างนี้เอง!

ชายหนุ่มยิ้มให้ตนเองและเดินหน้าต่อไป ครู่ต่อมาจึงสังเกตว่าตนเองเดินลึกเข้าไปในเขตหุบเขามากขึ้น ด้วยในบริเวณหุบเขาลึกเต็มไปด้วยต้นไม้เก่าแก่ แต่ละต้นมีสูงลิบลิ่ว แถมมีขนาดใหญ่โตมโหฬารอีกทั้งยังแผ่กิ่งก้านสาขาบดบังท้องฟ้าไว้จนมิด

ไม่รู้ว่าเดินอยู่นานเพียงใด พลันเยี่ยฉวนหยุดชะงักยืนนิ่งทันที ขณะนั้นเองอะไรบางอย่างกำลังคืบคลานมาบนพื้นดิน

ไม่เพียงบนพื้นดินเท่านั้น กระทั่งบนต้นไม่รอบบริเวณ บางสิ่งกำลังเลื้อยเข้าใกล้ทุกขณะ

พลันเยี่ยฉวนผลักออกพลังดวงตาแห่งกระบี่ ครู่หนึ่งความรู้สึกกลัววูบขึ้นมา

เบื้องหน้าของเขานั่นเองที่ปรากฏอยู่บนพื้นดิน และยังที่อยู่บนต้นไม้รอบบริเวณนั่นอีก อสรพิษร้ายใหญ่สีดำทะมึนจำนวนมากและในขณะนั้นดูเหมือนพวกมันพากันจ้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียว!

ชายหนุ่มทำใจดีสู้เสือเอ่ยขึ้นว่า “ข้าชื่อเยี่ยฉวน ท่านเจ้าสำนักสั่งให้ข้ามาเพื่อพบกับผู้อาวุโสแห่งสำนักเวทย์บรรพกาลขอรับ!”

ไม่มีเสียงตอบรับ ทว่าเหล่าบรรดาอสรพิษร้ายรอบกายพากันเลื้อยตรงมาทางเยี่ยฉวน

ชายหนุ่มนิ่งหน้าทันทีที่เห็นเช่นนั้น ขณะต่อมาจึงผลักเผยฝ่ามือยื่นออกไปข้างหน้า และกระบี่เล่มหนึ่งปรากฏพร้อมกับพลังแห่งปณิธานกระบี่กระจายวาบออกจากร่างกาย

พลังปณิธานกระบี่มาร!

เมื่อพลังปณิธานกระบี่มารปรากฏ ทำให้อสรพิษส่วนหนึ่งหดหัวถอยร่นไป ทว่าบางส่วนกลับพุ่งเข้าตรงมาโดยเร็ว

ชายหนุ่มยกกระบี่ก่อนฟาดออกไป ทั้งที่สีหน้าเรียบเฉย

ฉัวะ!

แสงแห่งกระบี่สว่างเจิดจ้า ฉับพลันต่อมาหัวของเจ้าอสรพิษหล่นกราวลงสู่พื้นดิน

และทันใดนั้นเอง เสียงตวาดอย่างกราดเกรี้ยวดังออกมาจากป่าทึบลึกเข้าไปด้านหลัง “บังอาจ!”

ทันทีที่เสียงตวาดดัง เกือบจะพร้อมๆ กันนั้นเองกระชุหวายสีดำสนิทสาดรัศมีมาในระยะไกล อีกทั้งมีอสรพิษร้ายสีดำโอบกระหวัดรัดรอบกระชุหวายสีดำ

เยี่ยฉวนไม่แสดงสีหน้าอาการ ตวัดกระบี่ฟาดออกไปทันที

ตูม!!!

กระชุหวายสีดำแตกกระจัดกระจายไปในชั่วพริบตาเดียว!

ต่อมามีร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ห่างจากที่เยี่ยฉวนนัก คนผู้นี้สวมเสื้อคลุมตัวสั้นและลำตัวช่วงล่างสวมกางเกงขายาวสีดำ ใบหน้าและเนื้อหนังส่วนที่โผล่ให้เห็นเขียนลวดลายแปลกตา

คนที่ปรากฏจ้องมองขณะถามเสียงเข้ม “เจ้าเป็นใคร!”

เยี่ยฉวนคารวะด้วยการกระแทกกำปั้นและตอบว่า “ข้าชื่อเยี่ยฉวนเป็นศิษย์สำนักชางเจี้ยน เจ้าสำนักสั่งให้ข้ามาพบผู้อาวุโสที่ดูแลสำนักเวทย์บรรพกาลขอรับ!”

สำนักชางเจี้ยน!

ชายคนเบื้องหน้าได้ฟังแล้ว พลันหัวคิ้วขมวดมุ่น “เจ้าเป็นคนของสำนักชางเจี้ยน?”

เยี่ยฉวนพยักหน้าแทนคำตอบ

อีกฝ่าชี้กราดไปยังซากหัวอสรพิษที่เกลื่อนกลาดอยู่ในบริเวณ “เหตุใดจึงต้องทำร้ายอสรพิษพวกนี้?”

ชายหนุ่มจำต้องตอบออกไป “ข้าไม่ได้อยากทำร้ายอสรพิษของท่าน แต่เป็นอสรพิษพวกนี้ต่างหากจะทำอันตรายข้าก่อน”

“ไร้สาระสิ้นดี!”

ชายคนดังกล่าวพูดอย่างกราดเกรี้ยว “เจ้าเป็นคนที่บุกเข้ามาถึงสำนักเวทย์บรรพกาล พวกมันจึงแห่กันมาล้อมเอาไว้ ถ้าเจ้าไม่บุกเข้ามาในเขตสำนักเวทย์บรรพกาลของข้า มีหรือพวกมันจะทำอันตรายแก่เจ้า!”

เยี่ยฉวนย้อนทันควัน “นี่เจ้า! ตอนที่มาถึงข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าคงไม่ยอมออกมาเปิดเผยตัว ดังนั้นข้าเลยคิดที่จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นแนะนำตัวก่อน หวังว่าเจ้าจะยอมออกมาแต่โดยดี แต่โชคไม่ดีที่เจ้าไม่ออกมา ไม่เพียงไม่ยอมออกมาทว่ายังปล่อยอสรพิษร้ายออกมาอีก ถ้าจะให้เดาที่จริงเจ้าตั้งใจจะให้อสรพิษร้ายจู่โจมข้าสินะ โชคร้ายที่เจ้าประมาทฝีมือข้าต่ำเกินไปใช่ไหม?

เมื่อฟังว่าอีกฝ่ายพูดมาอย่างนั้น สีหน้าของคนฟังเหยเกดูไม่จืด “ข้าไม่สน ข้ารู้แต่ว่าเจ้าเป็นคนบุกเข้ามาในเขตสำนักเวทย์บรรพกาล แต่กลับทำร้ายฝูงอสรพิษของข้า ไอ้ฉิบหาย ไอ้.”

เสียงเอะอะโวยวายของคนพูดหยุดลงกะทันหัน ด้วยปรากฏว่ากระบี่เล่มหนึ่งจ่อเข้าที่หว่างคิ้วของเขานั่นเอง

แววตาโกรธขึ้งเมื่อสักครู่แปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวเข้ามาแทนที่!

ขณะนั้นเยี่ยฉวนหันหน้าไปทางขวามือ พร้อมเอ่ยขึ้นลอยๆ “นี่หรือวิธีต้อนรับแขกของสำนักเวทย์บรรพกาล?”

ไม่นานนักชายชราคนหนึ่งเดินออกมาทางด้านนั้น ขณะสายตาเขม้นมองชายแปลกหน้าผู้มาเยือน “เจ้าดูอย่างไรก็ไม่เหมือนแขกของเรา!”

เยี่ยฉวนเก็บกระบี่พร้อมหัวเราะเบาๆ “ที่ข้าทำไปก็เพราะอยากช่วยเขาหรอกนะ!”

ชายชราเลิกคิ้ว ถามด้วยความแปลกใจ “งั้นหรือ? เจ้าช่วยเขาอย่างไร? ว่ามา!”

ชายหนุ่มจึงตอบยิ้มๆ “ในโลกเราทุกวันนี้ให้ความเคารพคนที่แข็งแกร่ง เรื่องนี้ท่านเองก็คงกระจ่างชัดดีอยู่แล้ว ส่วนพี่ชายท่านนี้เขารู้ทั้งรู้ว่าเอาชนะข้าไม่ได้ ทว่ายังมายั่วยุข้าหลายต่อหลายครั้ง พูดจากใจจริงเลยนะถ้าเขาอยู่ข้างนอกขืนทำตัวแบบนี้ละก็ ข้าเกรงว่าจะอยู่ได้ไม่นาน ท่านเห็นด้วยกับข้าไหมล่ะ?”

ชายคนที่ยืนอยู่ต่อหน้าผู้ถูกกล่าวถึงทำท่าโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง “คิดว่าตัวเองแน่นัก.”

พลันเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อกระบี่ของเยี่ยฉวนทะยานวูบเข้าจี้ที่จุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของคนพูดอีกครา จนทำให้เสียงพูดถูกกลืนหายลงลำคอไปทันที

เยี่ยฉวนจึงหันไปพูดกับเจ้าคนนั้น “รู้ไหมจุดอ่อนของเจ้าคืออะไร? ข้าอยากจะสังหารเจ้าเสียเมื่อไรก็ได้ ไม่เกี่ยวกับคนอ่อนแออย่างเจ้า คนเราตราบใดที่มุ่งมั่นต่อการฝึกฝน ไม่ว่าใครสักวันย่อมก้าวผ่านจุดที่อ่อนแอไปยังจุดที่เข้มแข็งได้ทั้งนั้น! แต่ถ้าตัวเองยังไม่แกร่งพอยังมีหน้าทำท่ายโสใส่คนอื่นแบบนี้เขาเรียกว่าโฉดเขลา!”

ชายคนตรงหน้าจ้องหน้าเยี่ยฉวนจนตาแทบถลน กับทั้งยังพ่นวาจาเยาะเย้ย “จะฆ่าข้างั้นหรือ? ไม่กล้าล่ะสิ! เจ้า.”

ฉับพลันนั้น ชายหนุ่มตวัดกระบี่ฟาดลงตรงๆ

ฉึก!

เห็นได้ชัดว่ากระบี่ของเยี่ยฉวนแทงเข้าสุ่จุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของมัน!

ชายคนนั้ยนัยน์ตาเหลือกโปนจนเกือบจะถลน แววตาแสดงความไม่เชื่อต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

เยี่ยฉวนบิดยกมุมปาก “ข้ารับคำท้า! ทำจริง ไม่ได้มาเล่นๆ!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version