ตอนที่ 653 ไปไม่ไปก็เหมือนกัน
ขันทีกองเสบียงสวีกว่างกับขุนพลประจำการเทียนจินอวี๋จี้หย่งได้ยินข่าวหวังทงกำลังจะไปจากเทียนจิน ก็อดไม่ได้ร่วมดื่มฉลอง คิดว่าวันหน้าชีวิตดีๆ คงได้เริ่มต้นแล้ว
ทว่าพอชนจอกไปได้สามสี่จอก ก็เริ่มคิดได้ว่า ตอนเป็นนายกองพันองครักษ์เสื้อแพรที่เทียนจิน พวกเขาถูกกดไว้จนขยับไม่ได้ ตอนนี้ไปเป็นรองผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรที่เมืองหลวง สถานะก็ไม่ยิ่งเหมือนเดิม อย่างไรก็ล่วงเกินไม่ได้ ดีใจไปจะมีประโยชน์อันใด จะว่าไปทั้งสองตอนนี้ก็มีการค้าอยู่ที่เทียนจินไม่น้อย ควรถือโอกาสนี้กอบโกย หากไปล่วงเกินเข้าจริง เงินทองพวกนี้ก็คงสูญสลายหายไปในพริบตา
สุดท้ายหลังจากสองคนชนจอกกันได้ครู่หนึ่ง ก็กลับบ้านไปจัดการส่งมอบของขวัญให้หวังทง และยังบอกว่าตอนไปเมืองหลวงรับตำแหน่งจะต้องไปส่งแน่นอน
หน่วยงานอื่นๆ ยังดีหน่อย ล้วนมีสัมพันธ์อันดีกับหวังทงไม่น้อย มีแต่พวกพ่อค้าเทียนจินเครียดกับการจากเทียนจินไปของหวังทงที่สุด ดังคำที่ว่าเมื่อคนจากไป น้ำชาเย็นชืด ตอนนี้เทียนจินดีเช่นนี้ก็เพราะมีหวังทงอยู่ หากหวังทงไปแล้ว ผู้ใดจะรู้ได้ว่าจะเป็นเช่นไร
ดีที่หวังทงไปเมืองหลวงครานี้เพราะเลื่อนตำแหน่ง และสถานการณ์ในราชสำนักตอนนี้ขอเพียงเป็นผู้รู้ความก็จะวิเคราะห์ได้กระจ่าง ไปเมืองหลวง ที่รออยู่เบื้องหน้าหวังทงล้วนคืออนาคตที่ดี
เทียนจินเป็นฐานก่อร่างสร้างตัวของหวังทง ใต้เท้าหวังไปเมืองหลวงและยังได้ขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ ย่อมดูแลที่ๆ ตนจากมา ทุกคนยังอาจได้ประโยชน์ดีๆ ตามไปด้วย
หนึ่ง มาเพื่อขอบคุณ สอง มาเพื่ออาศัยโอกาสนี้สร้างสัมพันธ์ ข่าวหวังทงไปเมืองหลวงแพร่ออกไป คนที่มาอำลาก็มากจนธรณีประตูแทบพัง แน่นอนการเรียกว่ามาอำลา ไม่สู้เรียกว่ามามอบของขวัญ พวกที่มีสถานะเข้าพบได้ก็ต้องถามว่าพอหวังทงไปเมืองหลวงแล้ว ที่เทียนจินจะจัดการอย่างไร
“ข้าไปเมืองหลวง เทียนจินใช่ว่าจะปล่อยทิ้ง ทางนี้ทำอันใด มีเรื่องอันใด ล้วนม้าเร็วส่งข่าวไปเมืองหลวง ข้าก็จะตัดสินใจจัดการเรื่องราวได้ทันที ทุกแห่งในเทียนจินและสำนักองครักษ์เสื้อแพรเทียนจินข้าได้มอบให้นายกองร้อยจางดูแล……ใช่สิ วันหน้าเป็นนายกองพันจางแล้ว กองกำลังหู่เวยก็มีนายกองไช่และหัวหน้าหลี่ หัวหน้าถาน……ใช่สิ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่ต้องกังวลไป หากมีอันใดไม่เหมาะไม่ควร ก็ให้ไปหาข้าที่เมืองหลวงได้ ตอนนี้ม้าเร็วไปไม่ถึง 3 วัน ข้ายังคงออกหน้าให้พวกท่านได้เหมือนเดิม……”
วันที่ 20 เดือนหนึ่งเป็นต้นไป ทุกวันล้วนผ่านไปเช่นนี้ หวังทงต้องพูดเป็นสิบเป็นหลายสิบรอบ พูดจนคอแห้ง พ่อค้าเทียนจินที่ฉลองปีใหม่ที่เทียนจินก็พากันมาเยี่ยมเยือน หวังทงได้แต่อธิบายแล้วอธิบายอีกอย่างไม่นึกรำคาญ
วันที่ 14 เดือนหนึ่ง เทียนจินแม่น้ำทะเลแขวนโคมไฟสว่างดังเช่นปกติ หวังทงได้พบปะอำลากับทุกแห่งในเทียนจินแล้ว ข่าวแพร่กระจายไป ทุกคนที่เคยวุ่นวายใจก็สงบลง หนึ่ง หวังทงอธิบายได้ดี สองทุกคนคิดเองได้ว่า เทียนจินรุ่งเรืองเพียงนี้ ทุกปีมีภาษีกองเท่าภูเขา ท้องพระคลังเต็มเปี่ยม เมืองหลวงได้ประโยชน์ ตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงและใต้หล้านี้ มีผู้ใดบ้างไม่เปิดการค้าที่เทียนจิน ทุกคนล้วนทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ ที่นี่เหมือนเป็นที่ที่ราวกับแม่ไก่ออกไข่เป็นทองคำได้แล้ว และยังเป็นบ่อเพชรบ่อพลอยที่ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน นอกจากเบื้องบนเสียสติ มิเช่นนั้นจะมามีปัญหากับถุงเงินตนเองทำไมกัน
ในใจสงบนิ่ง หวังทงเริ่มมีเวลาว่าง ในที่สุดก็มีเวลาผ่อนคลาย ด้านนอกมีรายงานมาว่าคนของตนมีเรื่องรายงาน เป็นนายกองตรวจการแม่น้ำทะเลทังซานมารายงาน เดือนหนึ่งปีรัชสมัยว่านลี่ที่ 11 ไม่ว่าราชาไตรธาราเสิ่นหวั่งหรือฉลามดำซาต้าเฉิง ล้วนพาครอบครัวมาฉลองปีใหม่กันที่เทียนจิน พอได้ยินว่าหวังทงจะไปเมืองหลวง สองคนกลับมีปฏิกิริยาต่างกัน
“ซาต้าเฉิงฝากข้าน้อยมาถามใต้เท้า ลูกเมียเขาต้องตามใต้เท้าไปเมืองหลวงหรือไม่ ยังมอบเงินมาให้ 5 พันตำลึง เสิ่นหวั่งเองก็มอบมา 5 พันตำลึง แต่ไม่ได้กล่าวอันใด……”
ฟังทังซานกล่าวมา หวังทงก้แค่ยิ้มบางกล่าวว่า
“เดิมคิดว่าเสิ่นหวั่งสงบดีแล้ว คิดไม่ถึงว่าเขายังคิดหาทางก่อเรื่องอยู่ เขาคิดว่าข้าไปเมืองหลวง เทียนจินจะไม่มีคนคุมเขาแล้วหรือ? ไม่ต้องสนใจ ขอเพียงส่งคนจับตาดูให้ดี อย่าให้เขาคลาดสายตา ตอนนี้ขบวนเรือเทียนจินยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ยังมีซาต้าเฉิงช่วยเหลือ เขายังกล้าก่อคลื่นลมอันใดได้อีก”
ทังซานยิ้มตาม กระซิบว่า
“ใต้เท้า เรือรบ 4 ลำ กับเรือกวางตุ้ง 15 ลำนั้น นับเป็นของทัพเรือ หรือว่าเป็นเรือของร้านสามธารา?”
ทังซานกระซิบถาม หวังทงอึ้งไป หน้ำตาเหมือนจะยิ้มก็ไม่ยิ้มกล่าวว่า
“ทัพเรือกวางตุ้งมาช่วยปกป้องเทียนจิน เพราะเทียนจินไม่มีแม่ทัพเรือ เรือรบ 4 ลำกับเรือกวางตุ้งสร้างขึ้นก็เพราะร้านสามธาราขาดเรือทำการค้าทะเล จึงได้สร้างขึ้น ที่มีปืนใหญ่อยู่บนเรือก็เพราะมีโจรสลัดมาก จึงสร้างขึ้นไว้ป้องกัน เจ้าเข้าใจไหม?”
ใบหน้าทังซานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก้มคำนับนอบน้อมกล่าวว่า
“ข้าน้อยเข้าใจๆ การค้าทะเลของร้านสามธารามีมาก ดังนั้นจึงต่อเรือ เรือแบบฝรั่งขนสินค้าได้มาก แล่นตามลมได้เร็ว จึงได้ต่อเรือแบบนี้ขึ้นมา”
สองคนสบตากัน ก่อนจะหัวเราะดังลั่น หวังทงปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะกล่าวว่า
“เรือทางน้ำนี้เจ้าเข้าใจ เจ้าต้องจับตาให้ดี ที่ให้พวกหูอันฝึกก็อย่างได้ปล่อยปละ อย่าได้คิดว่าข้าไปเมืองหลวง พวกเขาก็จะปล่อยตัวไม่ทำอันใด ข้าจะกำหนดเวลากลับมาดู”
“ขอใต้เท้าวางใจ ข้าน้อยจะต้องตั้งใจทำงานให้ดี ไม่ให้เรื่องทางทะเลต้องเสียการแม้แต่น้อย”
ทังซานมาจากโจรสลัด หลังถูกหวังทงจับเป็นเชลยแล้วก็ค่อยๆ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกองตรวจการแม่น้ำทะเล ชีวิตและเงินทองวาสนาล้วนได้มาจากหวังทง หากไม่มีหวังทง เขาก็ไม่เหลืออันใด ดังนั้นไม่ว่าทำการใดหรือกล่าวอันใดเขาก็ล้วนเข้าใจจุดยืนของตนอย่างดี
หวังทงต่อเรือ หากเป็นอื่น บางทีอาจคิดได้แบบทังซาน แต่ก่อนกล่าวออกมาคงต้องลังเลสักครู่ หากทังซานเข้าใจทันที
คุยกับคนเช่นนี้ไม่เปลืองแรง หวังทงผ่อนคลายมาก เขายิ้มตบที่พักแขนเก้าอี้ไปพลางเปลี่ยนบทสนทนาไปว่า
“ซาต้าเฉิงก็รู้การควรไม่ควรดี ในบรรดาลูกของเขา หากจำไม่ผิด น่าจะมี 16 อยู่คนหนึ่ง หากอยากติดตามข้าไปเป็นทหารติดตามที่เมืองหลวงก็ได้ หากไม่อยากเป็น ก็ให้ไปเมืองหลวงทำงานอื่น!”
“ซาต้าเฉิงถูกเสิ่นหวั่งกดหัวไว้ หากไม่ได้ใต้เท้าช่วยเขาไว้ ปีนี้เกรงว่าท้องทะเลนี้คงเกิดการต่อสู้กวาดล้างไปแล้ว ถึงตอนนั้น กองเรือเสิ่นหวั่งก็อวบอ้วนกองเดียวสบาย กำลังคนเข้มแข็ง คงได้คนมาช่วยงานมาก ซาต้าเฉิงย่อมถูกกลืนหายไป ด้วยเมตตาใต้เท้า เขาจึงได้รับมือผ่านมาได้ ข้าน้อยเดาว่า ซาต้าเฉิงย่อมยอมให้ลูกชายตามใต้เท้าไปเป็นทหารติดตามนายท่าน นับว่าอนาคตไกลเลยทีเดียว ข้าน้อยได้ยินแล้วยังอิจฉานัก”
ทังซานกล่าวอย่างชื่นชม หวังทงยิ้มกล่าวว่า
“เจ้าอิจฉาอันใด ไว้ลูกชายเจ้าก็มาเป็นทหารติดตามข้า หรือว่ากลัวจะไม่ได้เป็น!”
“ข้าน้อยเองไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ได้ ตอนนั้นคิดว่าคงต้องล่องลอยอยู่บนท้องทะเลไปชั่วชีวิตแล้ว ไม่รู้จะถูกจับโยนไปเลี้ยงปลาเมื่อไร ได้ติดตามใต้เท้าก่อร่างสร้างตัว มีลูกก็ช้า ตอนนี้แค่ 12 ขวบ รอให้โต ข้างกายใต้เท้าไม่รู้มีทหารติดตามเบียดเสียดกันเท่าไรแล้ว”
ทังซานยิ้มแก้มปริกล่าวขึ้น หวังทงหัวเราะดังลั่น
************
วันที่ 20 เดือนหนึ่ง เส้นทางหลวงเทียนจินไปเมืองหลวงแต่ละด่าน ล้วนจอดเต็มไปด้วยรถม้าใหญ่เทียมด้วยม้าสี่ตัวลากแบกของมาเต็มคัน แต่ปิดบังไว้มิดชิด มองไม่เห็นว่าแบกอันใดมา นอกจากรถม้าแล้ว ยังมีชายแต่งตัวแบบคนงาน บ้างก็ขี่ม้า บ้างก็เดิน ตามรถใหญ่มา
มีคนว่างงานอยากรู้อยากเห็นลองนับดู โอ้พระเจ้า ทั้งหมด 150 คัน ไม่นับคนรถ ดูแต่คนงานก็ 500 กว่าแล้ว นี่ยังไม่นับทหารม้าที่ล้อมรอบหวังทงอีกราวเกือบร้อยคน แต่ละคนล้วนอยู่ในชุดเกราะพร้อมอาวุธ ท่าทางองอาจไม่ธรรมดา
หลายปีมานี้ คนมาเพียงนี้ หวังทงปกติไม่ใช้เงิน ทำเงินได้ที่เทียนจินไปมากมายเท่าไรกันแน่ โลกนี้ดีที่สุดก็คือการได้เป็นขุนนาง เทียนจินรุ่งเรืองเพียงนนี้ หวังทงกำมือแน่นก็คงมีเก็บกองเท่าภูเขาแล้ว การไปเมืองหลวงครานี้ก็เพื่อไปเสวยสุขแล้ว!
คนสวนทางผ่านไปมา ล้วนพากันอุทานในใจ แม้แต่ขุนนางที่มาส่งหวังทงเองก็อดไม่ได้มองขบวนรถไม่วางตา
มีคนที่คิดการละเอียดเริ่มคิดว่า หวังทงปกติทำการมีระเบียบแบบแผนดี เหตุใดครานี้จึงได้เอิกเกริกเช่นนี้ จะต้องให้ใต้หล้ารู้ให้ได้ว่าเทียนจินขุดทองได้เท่าไรงั้นหรือ?
ทว่าขุนนางเทียนจิน นอกจากนายกองเหริ่นย่วนจากกรมโยธาแล้วก็ล้วนอยากให้หวังทงโชคร้าย พอเห็นเช่นนี้ ก็ได้แต่เงียบกริบ ทำเป็นไม่เห็น
“ใต้เท้าหวังไปครานี้ ย่อมอนาคตไกล เส้นทางขุนนางราบรื่น ข้าขอแสดงความยินดีล่วงหน้าแล้ว!”
นายกองตรวจการแห่งเทียนจินอวี๋จี้หย่งมีตำแหน่งขุนนางสูงสุดในที่นี้ จึงย่อมเป็นเขากล่าวอวยพร ตอนนี้หวังทงเป็นรองผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร และยังเป็นขุนนางคนโปรดฝ่าบาท เป็นทหารรับใช้ใกล้ชิด แม้ว่าอวี๋จี้หย่งจะเป็นขุนนางสูงระดับสี่ แต่ก็ต้องเก็บท่าทีให้อ่อนน้อม
“ไปเมืองหลวงก็ไม่ได้ไกล ขอใต้เท้าหวังเดินทางปลอดภัย”
เดิมมีความขัดแย้งกัน หรือไม่ขัดแย้งกัน ยามนี้ก็ล้วนต้องยิ้มเข้าไว้ พูดจาตามมารยาท หวังทงยิ้มประสานมือคำนับขอบคุณ กล่าวเสียงดังกังวานว่า
“ขอบคุณใต้เท้าทุกท่านที่มาส่ง ข้าอาลัยเทียนจินอย่างมาก แต่พระประสงค์ฝ่าบาท ไม่อาจชักช้า”
ทุกคนล้วนอยากให้เขารีบๆ ไปแต่สีหน้าก็ยังต้องแสดงความเสียดายออกมา หวังทงกล่าวว่า
“เทียนจินรุ่งเรืองเช่นนี้ ยังนำเงินเข้าวังเป็นฐานหลักแห่งภาษีประจำปี ต้องใส่ใจการทำงานให้ดี ข้าแม้ไปรับตำแหน่งเมืองหลวง แต่ก็จะคอยดูทุกเมื่อ หากมีอันใดไม่ถูกไม่ควร ข้าจะรายงานฝ่าบาทได้ทันที จะได้จัดการได้ฉับไว ข้าเห็นแก่น้ำใจที่เรามีกันมา เรื่องที่ดีเพื่อเทียนจินย่อมไม่รอช้า ขอใต้เท้าทุกท่านวางใจได้!!”
กล่าวจบ แม้ยังอยู่ในสถานการณ์อำลากันตามมารยาท แต่สีหน้าทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะเฝื่อนลง หวังทงไหนเลยเห็นแก่น้ำใจที่มีกันมา เห็นชัดๆ ว่า ต้องการบอกว่า ข้าไปแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นพื้นที่ข้า ผู้ใดกล้าแตะต้อง ระวังข้าจะอัญเชิญฝ่าบาทลงมาจัดการอย่างไม่เกรงใจ
ทว่า รอจนคนเหล่านั้นคิดได้ก็พบว่า ตนเองก็ทำอันใดไม่ได้ ได้แต่ปั้นยิ้มต่อไป กล่าวสรรเสริญไปว่า
“ใต้เท้าหวังเห็นแก่น้ำใจที่มีมา ช่างมีคุณธรรม!”
“เทียนจินไม่อาจขาดใต้เท้าหวัง คำพูดใต้เท้าหวังนี้ ทำให้ทุกคนวางใจได้แล้ว!”
