บทที่ 157
เด็กน้อยคนหนึ่งมีกลิ่นอายที่ทรงพลังขนาดนี้ได้อย่างไร?!
จักรพรรดิซวนถอนหายใจด้วยความโล่งอก กลิ่นอายที่กู้ซีจิ่วแผ่ออกมาเมื่อครู่นี้ช่างเย็นยะเยือกเหลือเกิน! ทำให้เขารู้สึกหวาดผวาขึ้นมา และรู้สึกประหลาดใจ เด็กน้อยคนหนึ่งมีกลิ่นอายที่ทรงพลังขนาดนี้ได้อย่างไร?!
ถึงแม้จะแอบทดสอบอย่างลับๆ มาแล้วว่าสตรีนางนี้ไม่ได้ถูกภูตผีปีศาจอะไรสิงร่างอยู่ แต่ก็ยังทำให้จักรพรรดิซวนรู้สึกแปลกๆ และหวาดระแวงอย่างน่าประหลาดยิ่งนัก
บัดนี้พอเห็นกู้ซีจิ่วพลันเปลี่ยนเป็นเช่นนี้ ความรู้สึกหวาดระแวงอันน่าประหลาดของเขาถึงได้คลายลงไปบ้าง
เขายังดีใจมากอีกด้วย
บุคคลที่มีความสามารถเช่นกู้ซีจิ่วนี้หาได้ยากยิ่งนัก นางไม่ได้ถูกภูตผีปีศาจอะไรสิงร่างอยู่ช่างดีเหลือเกิน!
เขากระแอมเบาๆ ข้ามประโยชน์การใช้สอยของตำหนักนี้ไปอย่างคลุมเครือ “ซีจิ่ว เจ้าไม่ได้รับความตระหนกก็ดีแล้ว ไปเถอะ ตามเราไปที่ตำหนักสราญทรัพย์เรามีเรื่องจะคุยกับเจ้า” เพื่อแสดงให้เห็นความสนิทสนมเอ็นดู จักรพรรดิซวนจึง ดึงมือของนางขึ้นมา แล้วจูงมือนางเดิน
นี้คือพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิ กู้ซีจิ่วย่อมไม่สามารถปฏิเสธได้
ซึ่งเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ ถึงอย่างไรเธอก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ตอนที่เดินไม่ทันระวังเลยเผลอสะดุดเสาต้นหนึ่งเข้า!
กู้ซีจิ่วปฏิกิริยาตอบสนองว่องไว จึงกอดเสาต้นนั้นไว้!
เห็นได้ชัดว่าเธอสะดุดแรงมาก พอถูกเธอโถมตัวเข้าใส่อีก เสาต้นนั้นจึงสั่นไหวโอนเอน จนแทบจะล้มลงมา!
“ระวัง!” ผู้ทรงศีลฮั่วกระโจนพรวดเข้าไป พยุงเสาลํ้าค่าของตนไว้ทันที
ถึงแม้สิ่งนี้จะตกแล้วไม่แตกหัก แต่อย่างไรก็ลํ้าค่ายิ่งนักหากกระทบกระเทือนจนขัดข้องใช้การไม่ได้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่
เขาแค่พยุงเสาเอาไว้ แต่คนที่โถมตัวเข้าใส่เสาเขาลืมช่วยเหลือไปเลย กู้ซีจิ่วซวนเซไปมา แล้วโถมตัวเข้าไปในอ้อมอกเขาโดยตรง…
ผู้ทรงศีลฮั่วตกใจมาก ตลอดชีวิตของเขาไม่เคยใกล้ชิดอิสตรี ทั้งยังเป็นคนเย็นชาอย่างยิ่ง ลูกศิษย์หญิงในสำนักเหล่านั้นเห็นเขาอยู่ไกลแค่ไหนก็จะวิ่งหนีไปให้ไกลเท่านั้น ไม่กล้าเข้าใกล้เขาในระยะสามจั้ง
ยามนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีเด็กสาวโถมตัวเข้าสู่อ้อมอกเขา บังเอิญที่ว่าศีรษะของเด็ดสาวชนเข้ากับอกของเขาพอดี ปิ่นด้ามหนึ่งบนศีรษะนางพลันลื่นหลุดออกมา ปลายปิ่นทิ่มเข้าที่ทรวงอกของผู้ทรงศีลฮั่ว
ผู้ทรงศีลฮั่วเจ็บแปลบที่ทรวงอก คิดจะซัดเธอออกไปตามสัญชาตญาณ จักรพรรดิซวนที่อยู่ข้างๆ กลับฉวยข้อมือเขาไว้อย่างรวดเร็ว “ผู้ทรงศีลฮั่ว นางเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง”
กล่าวพลางดึงกู้ซีจิ่วออกมา ทำให้นางยืนได้มั่นคง “ระวังหน่อย”
จักรพรรดิซวนเกรงว่าจะเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นมาอีก จึงพากู้ซีจิ่วจากไป
ภายในตำหนักกลับมาเงียบสงบดังเดิม ผู้ทรงศีลฮั่วถอนหายใจ ถึงเวลาที่เขาต้องเก็บค่ายกลเก้าดาราชุดนี้กลับมาแล้ว…
เขาเพิ่งจะเก็บเสาได้สองต้น จู่ๆ ก็รู้สึกคันคะเยอในอกจนแทบทนไม่ไหว จึงแตะตามสัญชาตญาณ แล้วเกายิกๆ
พออาการคันดีขึ้น ก็ไปเก็บเสาที่เหลือต่อ
เพิ่งจะยกขึ้นมาต้นหนึ่ง ในอกก็พลันคันคะเยอขึ้นมาอีก!
ครั้งนี้คันไปถึงหัวใจ! ทั้งยังเกิดขึ้นกะทันหัน มือของผู้ทรงศีลฮั่วสนสะท้าน เสาต้นนั้นหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง ตึง!
ผู้ทรงศีลฮั่วตกตะลึงยิ่ง ไม่สนใจอาการคันบนร่างรีบยกเสาต้นนั้นขึ้นมาดู สีหน้าแปรเปลี่ยนไปมาก!
ถึงแม้เสาต้นนั้นจะไม่แตกหักแต่ตัวเสาปรากฏรอยร้าวเล็กๆ นับไม่ถ้วน…
จักรพรรดิซวนจูงมือกู้ซีจิ่วขึ้นราชรถมังกร เดิมทีกู้ซีจิ่วบ่ายเบี่ยง แต่จักรพรรดิซวนกลับตบมือน้อยของเธอเบาๆ อย่างรักใคร่เอ็นดู “ซีจิ่ว เจ้าก็เป็นเหมือนธิดาของเรา พูดคุยเป็นเพื่อนเราให้มากหน่อยเถิด”
กู้ซีจิ่วนั้นเตรียมพร้อมป้องกันตัวอยู่ตลอด จึงไม่ชอบให้ใครมาจับมือเธอ
ต่อให้เป็นหลงซีที่สนิทชิดเชื้อกันในชาติก่อน ก็ถูกเนื้อต้องตัวกันน้อยอย่างยิ่ง เวลานั้นสิ่งที่เธอโปรดปรานที่สุด ก็คือนั่งอยู่ข้างๆ มองเขาชงชาอย่างสง่างามเป็น ธรรมชาติ จากนั้นเธอก็ดื่มชาอย่างสุขใจ…
ยามนี้มือน้อยๆ ของเธอถูกมือใหญ่ของจักรพรรดิซวนกอบกุมไว้ถึงแม้จะอบอุ่น แต่เธอกลับหงุดหงิด ทนแล้วทนอีก ถึงจะอดทนไม่ใช้พลังยุทธ์สะบัดมือออกได้
วรยุทธ์ของจักรพรรดิซวนก็มิใช่อ่อนแอ หากเธอต้องการให้มือน้อยๆ เป็นอิสระจริง คงต้องเตะจักรพรรดิองค์นี้ให้กระเด็นออกไป…