№ 334 ได้ไม่คุ้มเสีย
“อั่ก! อ๊าก!”
เสียงร้องครวญกลบเสียงกระดูกมือหักไว้ พอไม้พลองนั้นเคาะลงมา กระดูกทั้งมือเขาก็แตกละเอียด เห็นแต่มือเขาบวมกลายเป็นเท้าหมูทันใด มืออีกข้างกุมมือที่เจ็บจนกระตุกเกร็งไว้แน่น ตัวกระโดดอยู่กับที่พลางพยายามจะบรรเทาความเจ็บปวดแทบขาดใจ
“อ๊ากๆๆ…มือข้า…ซี๊ด! เจ็บเป็นบ้า…”
เห็นภาพเช่นนี้ อารมณ์บนใบหน้าองครักษ์ทั้งแปดผ่อนคลายลง เผยความสะใจในความทุกข์คนอื่นออกมา
“สมน้ำหน้า!”
“สมควรโดนเช่นนี้แล้ว”
หลัวอวี่กับฉีคังพูดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย กล่าวจบทั้งสองก็มองหน้ากันยิ้มๆ มองร่างสีขาวในลานนั้นด้วยดวงตาเปล่งประกาย เพียงรู้สึกว่าหนึ่งไม้นี้นางตีระบายความโกรธได้ดีนัก
ทว่าคนของตระกูลสายรองเห็นภาพเช่นนี้แล้ว สีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นดูไม่ได้ขึ้นมา ยามเห็นเขาลงมือจู่โจมตรงอกพวกเขาก็รู้สึกขายหน้ายิ่ง ตอนนี้ดีแล้วที่เพิ่งลงมือก็ถูกนางตีไปหนึ่งที
เมื่อไม้นั้นเคาะลงไปสายตาพวกเขาถูกบังไว้ด้วยตัวชายหนุ่มเอง ด้วยเหตุนี้หากมองจากมุมพวกเขา หนึ่งไม้นั้นน่าจะไม่รุนแรงมาก ครั้นเห็นเขากรีดร้องจนกลายเป็นเช่นนั้นก็คิดเพียงว่าเขาไม่เอาไหน ทำพวกตนเสียหน้าต่อหน้าเหล่าองครักษ์และเฟิ่งชิงเกอ
ทว่าในยามนี้เอง ไม้พลองในมือเฟิ่งจิ่วตวัดกวาดออกไปอีกครั้ง โจมตีลงตรงกระดูกน่องขา ได้ยินเขากรีดร้อง ร่างกายซวนเซล้มไปข้างหนึ่ง ขณะร่างกายเคว้งอยู่กลางอากาศ ทุกคนเห็นเพียงลมจากไม้อันแข็งแกร่งกวาดผ่าน เสียงลมเสียงหนึ่งวาดผ่านไปในลานฝึกยุทธ์ โจมตีตรงหว่างขาชายหนุ่มที่กางอยู่เล็กน้อยเพราะล้มไปด้านข้าง
“อ๊าก!”
“ว้าย!”
“ซี๊ด!”
“หืม!”
เสียงที่แตกต่างแทบจะเปล่งออกจากปากแต่ละคนในเวลาเดียวกัน บุรุษรอบข้างเห็นภาพเช่นนี้ต่างหุบสองขาติดกันโดยไม่รู้ตัว สองดวงตาเบิกกว้างอย่างหวาดกลัว หัวใจพลันสั่นสะท้านขึ้นมา
“ซี๊ด! กระบวนท่านี้ป่าเถื่อนเกินไปแล้ว! ขนาดข้ามองยังเจ็บไปด้วยเลย”
หลัวอวี่หนีบสองขาแน่นพลางพูด เพียงรู้สึกว่าครั้งก่อนที่นายท่านชกเขาถือว่าปรานีแล้วจริงๆ อย่างน้อยตอนนั้นที่โดนชกก็แค่ใบหน้าหล่อเหลา แต่ไม่ได้ทำอะไรน้องชายเขา
ฉีคังกลืนน้ำลาย สีหน้าหวาดหวั่น “กระ กระบวนท่าของคุณหนูใหญ่คนนี้โหดเหี้ยมนัก! โหดเหี้ยมเหลือเกิน!” ตอนนี้เขาอดคิดไม่ได้ว่า หากวันนั้นเข้าไปในห้องผู้นำตระกูลจริงๆ คุณหนูใหญ่จะตบรางวัลให้เขาเช่นนี้หรือไม่?
นึกถึงตรงนี้ เขาหนาวสั่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เป็นดังคาด ผู้หญิงไม่ได้โหดเหี้ยม พอร้ายขึ้นมากลับไม่ใช่คนเลยจริงๆ!
ฟั่นหลินเห็นชายหนุ่มคนนั้นถูกไม้พลองโจมตีกระเด็นออกไปทันควัน และล้มลงต่อหน้าคนตระกูลสายรอง ทำไม่ได้แม้แต่จะกรีดร้องก็เจ็บจนสลบไป จึงลูบๆ คางบอกว่า “เจอไม้นี้เข้าไป เดาว่าน้องชายเขาคงเสียหายไปมากโข”
คนอื่นๆ เห็นคุณหนูใหญ่หมุนมือเก็บไม้พลองไว้ด้านหลังก็พูดขึ้นในฉับพลัน “มองไม่ออกเลยว่าคุณหนูใหญ่…เอ่อ สาวน้อยที่อ่อนโยนไร้พิษสงจะเหวี่ยงไม้ได้รุนแรงมากเช่นนี้ มองคนแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ!”
“ฮุยเอ๋อร์! ฮุยเอ๋อร์!”
ชายวัยกลางคนร้องตกใจ เมื่อประคองคนที่หมดสติขึ้นมาถึงจะพบว่าแขนเขาอ่อนเปลี้ยลู่ลงราวกับกระดูกแตกหักไปหมด ทั้งฝ่ามือเต็มไปด้วยเลือด หนำซ้ำบริเวณหว่างขาจุดที่บอบบางที่สุดของบุรุษเพศ ยามนี้ก็มีเลือดซึมออกมารางๆ ย้อมเป้ากางเกงจนเป็นสีแดง ชายวัยกลางคนเห็นแล้วหัวใจบีบรัด เงยหน้ามองไปทางเฟิ่งจิ่วที่อยู่ไม่ไกลอย่างแค้นใจทันที ก่อนจะส่งเสียงตะโกนลั่น
“จิตใจเจ้าโหดเหี้ยมนัก! ลงมือป่าเถื่อนรุนแรงเช่นนี้โดยไม่นึกถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือด! เจ้าคิดจะทำร้ายเขา!”
……………………..