พลิกปฐพี 339

ตอนที่ 339

เหยาชิงไห่แห่งภาคตะวันออก

จีเหยาฮั่วยิ้มประจบสอพลอ ออกมาจากราวกั้นมาอยู่ตรงหน้าของมู่ชิงเกอ พูดปรึกษาอย่างระมัดระวังว่า “ชิงเกอ ตอนนี้ข้าก็เป็นพี่ใหญ่จีของเจ้าแล้ว มิตรภาพของเราจะคงอยู่ไปตลอดกาล! ไม่อาจจะให้ของนอกกายมาส่งอิทธิพลได้ ดังนั้นเจ้าสามารถเห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัวของเราให้ราคาส่วนลดแก่ข้าหน่อยได้ไหม? พี่ใหญ่ไม่ขอเยอะหรอก เอาตามราคาเดิมศิลาวิญญาณระดับกลาง 5,000 ก้อนเป็นอย่างไร?”

มู่ชิงเกอเลิกคิ้วมองไป รอยยิ้มบนมุมปากถูกกดลึกมากยิ่งขึ้น “ในเมื่อเป็นมิตรภาพที่จะคงอยู่ตลอดไป แล้วจะโดนของนอกกายเพียงเล็กน้อยแค่นี้ทำลายลงได้อย่างไร? อีกอย่าง หากว่าข้าลดราคาแล้วก็ไม่ใช่ว่าเป็นการลบหลู่สถานะประมุขน้อยตระกูลจีของเจ้าหรือ”

“ไม่หรอก! ไม่ลบหลู่เลย!” จีเหยาฮั่วรีบเอ่ย

แต่มู่ชิงเกอก็ยังคงส่ายหน้า “พวกเรานั้นได้ตกลงไว้ก่อนแล้ว หากว่าไม่ทำตามข้อตกลงก่อนการพนัน หากแพร่ออกไปก็จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของประมุขน้อย ตระกูลจีอย่างท่านนะ!”

สีหน้าของจีเหยาฮั่วหดหู่ลง พูดขึ้นด้วยใบหน้าขมขื่นว่า “พี่ใหญ่ก็มีสมบัติส่วนตัวเพียงแค่ 18,000 เท่านั้น ถูกเจ้าทำเช่นนี้ข้าคงกลายเป็นยาจกแน่แล้ว!”

มู่ชิงเกอกลับไม่ได้หวั่นไหวยิ้มเอ่ยว่า “ของนอกกาย ตอนเกิดก็ไม่ได้เอาติดตัวมาด้วย ตอนตายก็เอาไปไม่ได้ เงินทองหายไปยังหาใหม่ได้ มีเสียไปถึงได้มาใหม่”

“แต่ว่าข้าก็ยังปวดใจอยู่ดีนี่” จีเหยาฮั่วกัดฟันเอ่ย

มู่ชิงเกอยิ้มๆ เสนอความคิดให้เขา “ยาเม็ดนี้ เจ้าซื้อกลับไป ถ้าหากว่าตนเองไม่ใช้ก็สามารถขายต่อให้คนอื่นได้ เจ้าต้องรู้ว่าหลังจากสิ้นสุดการประมูลที่ชั้นหนึ่งในวันนี้ ราคาของยาเม็ดนี้ในตลาดมืดก็จะยิ่งสูงกว่า ถึงตอนนั้ แล้ว สินค้าที่อยู่ในมือของเจ้าก็สามารถแลกเปลี่ยนเป็นศิลาวิญญาณได้ตลอด!”

จีเหยาฮั่วฟังคำพูดเช่นนี้ของมู่ชิงเกอจนนัยน์ตาเปล่งประกาย พยักหน้าอย่างเห็นด้วยว่า “ไม่ผิด ไม่ผิด! ถึงแม้ว่าศิลาวิญญาณระดับกลาง 8,900 ก้อนจะทำให้ปวดใจอยู่บ้าง แต่ว่าข้ามีโอสถแล้วก็ไม่ได้เสียเปรียบ หากว่าขาดแคลนศิลาวิญญาณแล้ว ก็ค่อยเอาไปขายที่ตลาดมืด!”

จีเหยาฮั่วพูดแล้วก็กลั้นใจรับเม็ดโอสถมาไว้ในอ้อมอก ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มในทันที จากนั้นก็สะบัดมือแล้วศิลาวิญญาณระดับกลาง 8,900 ก้อนก็กองตกอยู่ในห้องของมู่ชิงเกอ

โชคยังดีที่ห้องนี้ใหญ่โต มิเช่นนั้นคงถูกกองศิลาวิญญาณระดับกลาง 8,900 ก้อนนี้ทับถมจนไม่ มีที่แม้แต่จะยืนแล้ว

“ในนี้มีศิลาวิญญาณระดับกลาง 8,900 ก้อน เจ้านับดู” ถึงแม้ว่าจะฟังมู่ชิงเกออธิบายจนเข้าใจแล้ว แต่เมื่อจีเหยาฮั่วมองไปยังกองศิลาวิญญาณที่มีขนาดเท่ากับภูเขาลูกย่อมๆ แล้วในใจก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี

มู่ชิงเกอกลับสะบัดมือ เก็บเอาศิลาวิญญาณทั้งหมดเข้าไปในช่องว่าง พูดอย่างใจกว้างว่า “ไม่จำเป็นต้องนับ ข้าเชื่อเจ้า”

ประโยคคำว่า ‘เชื่อเจ้า’ นี้ของนาง ทำให้ชั่วขณะนั้นจีเหยาฮั่วพลันรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมา รู้สึกว่าในที่สุดก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจของเขาแล้ว น่าจะตั้งใจหลอมพัดหยกให้เขาได้แล้ว

ในห้องโถงชั้นหนึ่ง การประมูลยังคงดำเนินต่อไป หลังจากที่ยาระดับเทวะถูกประมูลออกไปเม็ดหนึ่งแล้ว ในระหว่างที่ทุกคนกำลังรอคอย ที่ส่งขึ้นมากลับไม่ใช่ยาระดับเทวะอีก แต่เป็นยุทธภัณฑ์ชั้นสมบัติธรรมดา ยุทธภัณฑ์เหล่านี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ถูกประมูลไปในราคาสูง แต่ส่วนมากก็ถูกประมูลไปในราคาที่สูงกว่าราคาปลีก

ต่อมา ก็มียุทธภัณฑ์ชั้นเทวะที่ตระกูลซางหลอมขึ้นส่งขึ้นมาอีก

ยุทธภัณฑ์ชั้นเทวะนี้ถูกจัดแสดงต่อหน้าผู้คนมาเป็นเวลาสองวันแล้ว มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกคันหัวใจกับยุทธภัณฑ์ชั้นเทวะนี้

แน่นอนว่าได้เกิดการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นอีกรอบ

สุดท้ายยุทธภัณฑ์ชั้นเทวะชิ้นที่หนึ่ง กระบี่ชั้นเทวะก็ถูกประมูลไปในราคาศิลาวิญญาณ 39,200 ก้อน

การแข่งขันครั้งนี้ทำให้ทุกคนเหนื่อยล้า แต่ว่าเซวี่ยนหย่ากลับเสนอโอสถระดับเทวะเม็ดที่สองออกมาในจังหวะนี้

ในตอนที่เห็นขวดยาในมือของนางนั้น ทุกคนที่แต่เดิมกำลังเหนื่อยล้า ชั่วขณะนั้นก็ตื่นฟื้นสติขึ้นมา

เซวี่ยนหย่ายิ้ม เอ่ยกับทุกคนว่า “ยาเม็ดนี้ ยังคงเป็นยาระดับเทวะขั้นสมบูรณ์ แต่ว่ามีผลลัพธ์ที่แตกต่าง ยาเม็ดนี้ใช้เพิ่มระดับพลัง สามารถช่วยให้คนที่ใช้มันทะลวง จากระดับสีเงินขั้นหกขึ้นไปสู่ระดับสีทองขั้นหนึ่งได้โดยไม่มีอันตรายและไม่มีผลข้างเคียง”

“อะไรนะ!”

“ยาทะลวงขอบเขตระดับเทวะ!”

“นี่อัศจรรย์เกินไปแล้ว?”

“ถึงกับมียาเช่นนี้อยู่ได้ ข้าติดอยู่ในระดับสีเงินขั้นหกมาตั้งนานแล้ว ยาเม็ดนี้ข้าต้องได้มันมา!”

“น่าตกตะลึงยิ่งนัก! ชั้นหนึ่งมีของดีมากมายเช่นนี้ได้อย่างไร!”

“โอสถเม็ดนี้หากเทียบกับเม็ดก่อนก็ถือว่าร้ายกาจกว่ามาก!”

“ไม่อาจพูดเช่นนั้นได้อันหนึ่งนั้นเหมือนมีชีวิตเพิ่มมาหนึ่งชีวิต อีกอันสามารถทะลวงขอบเขต สรุปแล้วคือเป็นของดีทั้งสองอย่าง!”

“มีโอสถขั้นสมบูรณ์เยอะแยะขนาดนี้ได้อย่างไร?”

ภายในกลุ่มคนมีเสียงเอ่ยถามด้วยความสงสัยดังขึ้นมา

เซวี่ยนหย่าได้ยินแล้ว นางมองไปยังทิศทางที่เสียงดังมา ยิ้มเอ่ยขึ้น “ในเมื่ออาจารย์ปรุงยาท่านนั้นสามารถหลอมโอสถขั้นสมบูรณ์ออกมาได้หนึ่งครั้ง ก็แน่นอนว่าจะสามารถหลอมเม็ดที่สอง เม็ดที่สาม เม็ดที่สี่มาได้เรื่อยๆ เช่นกัน อย่างไร? ต้องการให้ข้าพิสูจน์ให้ทุกท่านชมดูอีกครั้งหรือไม่?”

“ไม่ ไม่ ไม่! ไม่จำเป็น! แม่นางเซวี่ยนหย่า พวกเราเชื่อคำพูดของเจ้า!”

“นั้นสิ นั้นสิ! พวกเราเชื่อเจ้า!”

ล้อเล่นอะไรกัน!

โอสถที่มีค่าขนาดนี้กินไปหนึ่งเม็ดก็น้อยลงไปหนึ่งเม็ด ถ้าเกิดว่าโอสถทะลวงขอบเขตนี้ชั้นหนึ่งเองก็มีอยู่เพียงเม็ดเดียวแล้วล่ะก็ หากถูกเซวี่ยนหย่ากินเข้าไปแล้ว ไม่ใช่ว่าให้พวกเขารอมาเสียเปล่าหรืออย่างไร?

“รีบเริ่มเถอะ!” มีคนเอ่ยเร่ง

รอยยิ้มของเซวี่ยนหย่ายังคงไม่เปลี่ยน ตะโกนราคาประมูลเริ่มต้นออกไปอย่างสงบนิ่ง “ศิลาวิญญาณระดับต่ำ 100 ก้อน”

“ให้ตายเถอะ! ชั้นหนึ่งจะก่อเรื่องงั้นหรือ!”

“ข้าเสนอศิลาวิญญาณระดับกลาง 100 ก้อน!”

“น้องเจ้าสิ! มีเจ้าที่เสนอราคาเช่นนี้ด้วยงั้นหรือ? ไม่ได้ยินหรือว่าราคาเริ่มต้นประมูลก็คือศิลาวิญญาณระดับต่ำ?”

“แน่นอนว่าข้ารู้! ในเมื่อถึงอย่างไรก็ต้องถึงศิลาวิญญาณระดับกลางอยู่ดี ไม่สู้ข้าเสนอราคาสูงขึ้นไปเลย จะได้ประหยัดเวลา! ฮ่าๆๆๆๆๆ”

“ข้าเสนอศิลาวิญญาณระดับกลาง 150 ก้อน!”

“ข้าเสนอ…”

“โอสถทะลวงขอบเขตงั้นหรือ? ยิ่งดูน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ” ภายในมุม ผู้ชายคนนั้นยิ้มแล้วเอ่ยออกมา

ภายในห้องชั้นสาม ซีเซียนเสวี่ยมองโอสถในมือของเซวี่ยนหย่าแล้วก็ครุ่นคิดในใจ สาวใช้อู่เอ๋อร์ที่อยู่ข้างกายนางเอ่ยปากว่า “ธิดาเทพ โอสถนี้เป็นของดี พวกเราต้องการหรือไม่?”

ซีเซียนเสวี่ยครุ่นคิดแล้วก็เอ่ยว่า “ถึงแม้ว่าตอนนี้ข้าจะยังไม่ถึงระดับสีเงินชั้นหก แต่ว่าหากได้โอสถเม็ดนี้มา รอจนถึงระดับสีเงินชั้นหกแล้วต้องทะลวงขึ้นระดับสีทองแล้ว จึงใช้เพื่อสะดวกในการทะลวงระดับก็ถือว่าไม่เลว”

พูดจบแล้วนัยน์ตาของนางก็ฉายแวววาววาบ ตัดสินใจ แล้วเอ่ยว่า “เสนอราคาเถอะ ไม่ว่าจะต้องใช้ศิลาวิญญาณมากแค่ไหนก็ประมูลมาให้ได้”

“เจ้าค่ะธิดาเทพ”

อู่เอ๋อร์ย่อกายคำนับ นางไปยืนอยู่ตรงข้างๆ ราวรั้วแล้วก็ตะโกนออกไปด้านนอกว่า “ธิดาเทพของข้าเสนอศิลาวิญญาณระดับกลาง 1,500 ก้อน”

เพียงแค่นางเอ่ยปากขึ้น รอบด้านก็เงียบสงบลง

แต่เดิมราคาก็ได้ถูกเสนอมาถึง 1,000 แล้ว ธิดาเทพซีเพียงเสนอเพิ่มไป 500 เท่านั้น

นี่ทำให้คนอดไม่ได้ที่จะต้องครุ่นคิดไปเล็กน้อยว่า ธิดาเทพซีต้องการจริงๆ หรือแค่คิดจะร่วมสนุกเท่านั้น? แต่ เมื่อครุ่นคิดให้ดี ยาเม็ดนี้ก็ยากที่จะได้มา ถึงแม้ว่าจะต้องล่วงเกินธิดาเทพซีก็ไม่อาจจะพลาดไปเช่นนี้ได้

ดังนั้นจึงมีคนจำนวนไม่น้อยกัดฟันและเสนอราคาต่อ ภายในห้องบางห้องในชั้นสอง ชั้นสาม เช่นเดียวกับอิ๋งเจ๋อ หานฉายไฉ่ แต่เดิมพวกเขาก็ล้วนแต่สนใจโอสถ ทะลวงขอบเขตนี้ เพียงแต่ยังไม่ทันได้เสนอราคา ซีเซียนเสวี่ยก็เอ่ยปากก่อนแล้ว

สถานะของนางนั้นแสดงถึงสองขุมกำลัง

ดังนั้น คนเหล่านี้จึงครุ่นคิดและก็ล้วนแต่ยอมแพ้ไม่คิดจะแข่งกับนาง เพราะถึงอย่างไรก็ยังเหลืออีกสองเม็ดมิใช่หรือ?

ภายในห้องชั้นห้า ในตอนที่มู่ชิงเกอได้ยินสาวใช้ข้างกายของซีเซียนเสวี่ยตะโกนเสนอราคานั้น ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น

จีเหยาฮั่วมองนางอย่างรู้สึกสนุก “ถูกธิดาเทพตระกูลซี สอดมือเข้ามาแบบนี้ข้าดูแล้วยาเม็ดนี้ของเจ้าคงจะขายไม่ได้ในราคาสูงแล้ว”

มู่ชิงเกอเม้มริมฝีปากไม่พูด ความเป็นจริงก็เป็นดังเช่นที่จีเหยาฮั่วพูด สถานะของซีเซียนเสวี่ยถูกวางอยู่ตรงนั้น จะมีสักกี่คนกันที่จะไม่สนใจอะไรแย่งชิงกับนาง? ยาเม็ดนี้ต้องตกอยู่ในมือนางโดยไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วนางจะต้องจ่ายเท่าไหร่เพื่อซื้อไปเท่านั้น

แต่ว่า…

มู่ชิงเกอครุ่นคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพวกนาง แล้วก็ถอนหายใจในใจ ‘เอาเถอะ! ถือว่าเป็นการชดใช้ให้แก่เหตุการณ์ครั้งที่แล้วก็แล้วกัน’

เห็นนางไม่พูดจา จีเหยาฮั่วจึงเริ่มพูดว่า “ชิงเกอ โอสถทะลวงขอบเขตนี้เจ้ายังมีอีกไหม?”

มู่ชิงเกอเลิกคิ้วมองดูเขา เอ่ยถามว่า “เจ้าต้องการงั้นหรือ?”

จีเหยาฮั่วหัวเราะ ‘เหอ เหอ’ “ข้าก็ติดอยู่ที่ระดับสีเงินชั้นหกมาตั้งนานแล้ว อีกเพียงแค่ครึ่งก้าวก็จะถึงระดับสีทองแล้ว แต่กลับยังไม่ทะลวงขอบเขตสักที หากว่ายาระดับเทวะเม็ดนี้ของเจ้าสามารถช่วยในการทะลวงขอบเขตได้จริงๆ ข้าก็จะต้องทะลวงสู่ระดับสีทองได้แน่!”

มู่ชิงเกอยิ้มอย่างนึกสนุกขึ้นมา นางชูสองนิ้วไปที่เขา “ศิลาวิญญาณระดับกลางสองหมื่นก้อน”

“ให้ตายเถอะ!” จีเหยาฮั่วตกใจมาก

เขาเอ่ยอย่างแค้นเคืองว่า “นี่เจ้าคิดจะเอากำไรที่เสียไปกับซีเซียนเสวี่ยคืนจากข้าใช่ไหม? ข้าขอบอกเจ้าไว้เลยว่าข้าไม่ได้มีศิลาวิญญาณมากมายถึงขนาดนั้น”

“เจ้าไม่มีแต่ตระกูลจีมี ข้าคิดว่าถ้าหากว่าประมุขน้อยตระกูลจีสามารถทะลวงสู่ระดับสีทองได้ในทันที เพิ่มระดับความรุ่งเรืองให้แก่ตระกูลจีขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง ประมุขตระกูลจีคงยินดีที่จะออกศิลาวิญญาณระดับกลางสองหมื่นก้อนแน่นอน” มู่ชิงเกอเอ่ยยิ้มๆ

สีหน้าของจีเหยาฮั่วบิดเบี้ยวเขียวคลํ้าขึ้น นั่งยองๆ ลงไปกับพื้นเอ่ยว่า “ข้าไม่อยากรบกวนตระกูล”

“เช่นนั้นข้าก็ช่วยไม่ได้แล้ว” มู่ชิงเกอแบมืออย่างหมดหนทาง

จีเหยาฮั่วเงยหน้าขึ้น มองไปที่เขาด้วยท่าทางน่าสงสาร “น้องมู่ชิงเกอคนดี…เจ้าจะไม่ช่วยพี่ใหญ่เลยงั้นหรือ? ระดับพลังของข้าสูงขึ้น ก็เป็นผลดีสำหรับเจ้าด้วยนะ!”

น่าเสียดายที่มู่ชิงเกอส่ายหน้าอย่างไม่หวั่นไหว “ข้าคนนี้ เชื่อมนในการพัฒนากำลังของตนเองให้แข็งแกร่งขึ้น ถึงเป็นพละกำลังที่แท้จริง หากว่าเจ้าไม่มีเงินจริงๆ ทั้งยังไม่ยอมให้ตระกูลออกหน้า เช่นนั้นก็สามารถไปยืมกับเพื่อนของเจ้าประมุขน้อยตระกูลอิ๋ง หากยังไม่พอ เช่นนั้นข้าก็จะยืดหยุ่นให้เจ้าหน่อย ให้เจ้าติดหนี้เอาไว้ ต่อไปก็ ค่อยๆ ใช้ แต่ทว่าหนี้ครั้งนี้ข้าต้องการดอกสามส่วน”

จีเหยาฮั่วมองนางอย่างตกตะลึง สุดท้ายแล้วก็พูดออกมาอย่างแค้นเคืองว่า “ไม่มีหัวใจ!”

ผลลัพธ์ของงานประมูล ไม่ได้เหนือจากความคาดหมายของมู่ชิงเกอ

ซีเซียนเสวี่ยใช้ศิลาวิญญาณระดับกลาง 5,200 ก้อนประมูลยาระดับเทวะที่สามารถทะลวงขอบเขตไปได้ ราคาเช่นนี้ทำให้คนจำนวนไม่น้อยดวงตาแดงก่ำ แต่ ก็ทำได้เพียงแต่ดวงตาแดงก่ำเท่านั้น

ต่อไปก็เป็นการประมูลของระดับสมบัติ ยาระดับสมบัติ

ในตอนที่ยุทธภัณฑ์ชั้นเทวะชิ้นที่สองถูกเอาออกมานั้น มู่ชิงเกอก็เรียกสาวใช้เข้ามา แล้วก็กระซิบข้างหูนางไป

รอจนสาวใช้นางนั้นถอยออกไปแล้ว จีเหยาฮั่วถึงได้เอ่ยขึ้นอย่างสงสัยว่า “เจ้าพูดอะไรกับนาง? ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนว่าเจ้ามีแผนการอะไร!”

มุมปากของมู่ชิงเกอกระตุกเล็กน้อย พูดเหมือนไม่มีเรื่องอะไรว่า “ข้าเพียงแต่รู้สึกว่าดูเหนื่อยแล้ว คิดอยากจะให้การประมูลจบโดยเร็วก็เท่านั้น”

มุมปากของจีเหยาฮั่วกระตุก ไม่เชื่อคำพูดของนาง

เขายังคงพาดตัวบนราวมองดูต่อไป แล้วก็มองเห็นสาวใช้นางนั้นเดินออกจากห้องไปที่แท่นประมูลจริงๆ นางเอ่ยกับเซวี่ยนหย่าเพียงไม่กี่ประโยค แล้วค่อยถอยออกไป

เซวี่ยนหย่าไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใดๆ ออกมา เพียงแต่หลังจากประมูลยุทธภัณฑ์ชั้นเทวะชิ้นที่สองเสร็จแล้ว นางก็ยิ้มแย้ม เอ่ยกับทุกคนว่า “ของประมูลชิ้นสุดท้าย เป็นยาระดับเทวะที่เหลืออีกสองเม็ด นายน้อยของข้า บอกว่าสองเม็ดสุดท้ายนี้จะประมูลด้วยกัน”

ทุกคนตกตะลึง!

ตกลงกันดีแล้วว่าจะประมูลทีละเม็ดนี่?

สองเม็ดประมูลด้วยกันนี้จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวแบบไหนกัน?

ไม่สนใจอาการตกตะลึงและยังไม่ทันได้ตั้งตัวของทุกคน เซวี่ยนหย่าก็พูดต่อว่า “โอสถสองเม็ดนี้ เม็ดหนึ่งเป็นยารักษาอาการบาดเจ็บชั้นสูง อีกเม็ดเป็นยาทะลวงขอบเขต ก็เหมือนกับสองเม็ดนั้นที่ถูกประมูลไปแล้ว ที่นี่ข้าขอพูดให้ชัดเจนก่อนว่า ยาระดับเทวะสองเม็ดนี้เป็นสองเม็ดสุดท้ายในการประมูลในวันนี้แล้ว ครั้งหน้าจะปรากฎ ข้าก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ดังนั้น ทุกคนอย่าได้พลาดโอกาสนี้ไปเล่า”

จีเหยาฮั่วมองมู่ชิงเกอ นัยน์ตาเบิกกว้าง

แต่คนบางคนกลับจีบชาอย่างสบายอารมณ์ไม่ได้สนใจ กับการเคลื่อนไหวภายนอกเลยสักนิด

เขาเอ่ยอย่างหมดหนทางว่า “ข้ายังไม่เคยนับถือใครสักคนด้วยใจจริงเลยสักครั้ง เจ้าถือว่าเป็นคนแรก”

อาศัยความฉลาดมีปัญญาของเขา เหตุใดจะไม่รู้ว่าที่มู่ชิงเกอเอายาสองเม็ดนี้มัดรวมแล้วประมูลพร้อมกันนั้นก็เพื่อยกราคาให้สูงขึ้น? ใช้ชดเชยความสูญเสียจากซีเซียนเสวี่ยก่อนหน้านี้

โอสถสองเม็ด ขาดหายไปเม็ดหนึ่ง กัดฟันก็ยังไม่ถือว่าปวดใจเท่าไหร่

แต่หากยาทั้งสองชนิดล้วนแต่ลอยผ่านหน้าตัวเองไป เกรงว่าคงจะปวดใจแทบตายไปเลย!

อีกอย่าง ในครั้งนี้ซีเซียนเสวี่ยได้ซื้อโอสถที่ตนเองต้องการไปแล้ว และก็เป็นไปไม่ได้ที่จะแข่งขันอีก คนอื่นๆ ไม่ใช่ว่าจะแย่งกันจนเป็นบ้าไปเลยหรือ?

“ประมูลโอสถสองเม็ดด้วยกัน? น่าสนใจ” ในมุมของห้องโถงชั้นหนึ่ง มุมปากของผู้ชายคนนั้นเผยรอยยิ้มสนุกสนานขึ้นมา

เขาโบกมือให้คนสนิท คนสนิทก็เข้ามาใกล้เพื่อฟังคำสั่ง

“ลงมือได้แล้ว” เขาสั่งการ

คนสนิทพยักหน้า แสดงท่าทางว่าเข้าใจแล้ว

“ประมูลโอสถสองเม็ด ก็เริ่มที่ศิลาวิญญาณระดับตํ่า 100 ก้อนเช่นเดียวกัน” เซวี่ยนหย่าตะโกนราคาที่ทำให้คนตกตะลึงออกไป

“ข้าเสนอ 500 !”

“ข้าเสนอ 900 !”

“ไร้สาระ ราคาเช่นนี้จะซื้อได้งั้นหรือ? ข้าเสนอศิลาวิญญาณระดับกลาง 1,000 ก้อน”

“ศิลาวิญญาณระดับกลาง 1,000 ก้อนก็ซื้อได้งั้นหรือ! ข้าเสนอศิลาวิญญาณระดับกลาง 4,000 ก้อน!”

“5,000 !”

“5,500 !”

“6,000 !”

“7,500 !”

“8,000 !”

“หึ เจ้าเด็กอิ๋งเจ๋อนั่นกลับเอ่ยปากแล้วเช่นกัน” จีเหยาฮั่วจำเสียงของอิ๋งเจ๋อได้จึงเอ่ยขึ้นในทันที

ไม่เพียงแต่อิ๋งเจ๋อที่เคลื่อนไหวแล้ว ผู้นำทั้งสามของโลกแห่งหลิวเค่อก็เคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน

พวกเขาไม่ได้สนใจในยาทะลวงขอบเขตระดับสีทอง เพราะว่าแต่เดิมพวกเขาก็อยู่ระดับสีทองอยู่แล้ว แต่ว่าสนใจในยารักษาบาดแผลชั้นสูงนั้นมาก ในเมื่อพวกเขา ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้คมหอกคมดาบ หากมียารักษาบาดแผลระดับสูงเช่นนั้นก็เป็นเหมือนกับมีเครื่องคุ้มกัน เพียงแต่ว่าโอสถสองชนิดนี้กลับถูกประมูลด้วยกัน พวก เขาจึงจำเป็นต้องซื้อมาทั้งสองเม็ด

และก็พูดได้ว่า การประลองในตอนนี้ไม่ได้สนใจแล้วว่าจะเป็นยาระดับเทวะที่ใช้รักษาบาดแผลหรือทะลวงขอบเขต ทุกคนล้วนแต่เข้าร่วมการแย่งชิง มิเช่นนั้นก็จะไม่ได้มาแม้แต่อย่างเดียว

“12,000 !”

“16,000 !”

“18,000 !”

“20,000 !”

“25,000 !”

“ข้าเสนอศิลาวิญญาณระดับกลาง 100,000 ก้อน” ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียบๆ ที่ไม่เข้ากับความตื่นเต้นโดยรอบดังขึ้นมา

นํ้าเสียงดูไม่ดังมากแต่กลับครอบคลุมถึงทุกคน ทำให้รอบด้านเงียบลง

ศิลาวิญญาณระดับกลาง 100,000 ก้อน!

ลูกคนรวยมาจากไหนกัน?

นัยน์ตาของมู่ชิงเกอวาววาบขึ้น ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ในห้องแล้วเอามือไพล่หลังเดินมาที่ราวเป็นครั้งแรก

“ให้ตายเถอะ! คนรวยมาจากไหนกัน!” จีเหยาฮั่วรีบกวาดตามองไปในกลุ่มคนรอบหนึ่ง ทันใดนั้นนัยน์ตาก็หดตัวลง หลุดเสียงออกไปว่า “เป็นเขา!”

สายตาของมู่ชิงเกอก็ตกอยู่บนตัวของเขา แต่กลับเห็นท่าทีจริงจังที่ยากจะพบเห็นของจีเหยาฮั่ว “เหยาชิงไห่ เขาก็มาแล้ว”

“เหยาชิงไห่ อันดับสามแห่งทำเนียบชิงอิงงั้นหรือ?” มู่ชิงเกอพึมพำเอ่ย

จีเหยาฮั่วพยักหน้า เอ่ยเสริมไปอีกว่า “ไม่เพียงเท่านี้ เขายังเป็นประมุขน้อยของตระกูลเหยาแห่งภาคตะวันออก ยิ่งเป็นศิษย์รักของหัวหน้าสำนักวิถีโอสถ และก็เป็นอาจารย์ปรุงยาระดับเทวะอีกด้วย!”

สำนักวิถีโอสถ อาจารย์ปรุงยาระดับเทวะ…

ในหัวของมู่ชิงเกอทวนคำสำคัญเหล่านี้ไปมา มองตามสายตาของจีเหยาฮั่วไปยังทางที่เหยาชิงไห่อยู่ก็มองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ที่มุมของชั้นหนึ่ง

ในตอนที่นางมองไปนั้น ชายหนุ่มคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาเหมือนไม่ได้ตั้งใจ จ้องมองมาที่นาง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น