พลิกปฐพี 717

ตอนที่ 717

เอาความเชื่อมั่นมาจากที่ไหน

ภายใน ‘อ่างรวมของวิเศษ’ พวก ‘ของวิเศษ’ ที่ว่ากันนั้นกองสูงเป็นภูเขาเลากา

แต่มู่ชิงเกอมองเพียงแวบเดียวก็เห็นของในกองนั้นเปล่งประกายวาววับภายใต้แสงอาทิตย์ ของชิ้นนั้น นางคุ้นเคยจนไม่รู้จะคุ้นเคยอย่างไรได้อีก

มู่ชิงเกอแทบจะไปถึงของสิ่งนั้นภายในพริบตาเดียว

เมื่อนางมองจนชัดเจนอีกครั้ง ความสะท้านในใจก็แสดงออกชัดเจนในแววตา

ว่ากันว่า… จักรวาลนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ในจักรวาลมีรูหนอน กาลเวลาในรูหนอนนั้นบิดเบี้ยว มีการทับซ้อนของกาลเวลา หากมนุษย์สามารถทะลุเข้าสู่รูหนอนจะสามารถเข้าสู่กาลเวลาที่แตกต่างกันได้

มนุษย์เป็นเช่นนี้ได้ แล้วสิ่งของเล่า

ในเมื่อตัวนางตายแล้วเกิดใหม่ในโลกที่ต่างออกไป มู่ชิงเกอคงจะไม่มุ่งคาดเดาไปในทิศทางนี้ นางเพียงแต่เชื่อว่าเป็นการทะลุมิติของการเวียนว่ายตายเกิด และอาจเป็นชาติต่อไปของนาง

แต่เมื่อสิ่งที่นางเห็นปรากฎอยู่เบื้องหน้านางอย่างชัดเจน มู่ชิงเกอก็อดไม่ได้ที่ต้องคิดถึงความเป็นไปได้นี้ และต้องคิดถึงความเป็นจริงของความคิดนี้ขึ้นมา

เนื่องจาก เบื้องหน้านาง สิ่งที่นางเห็นนั้น ช่างคุ้นเคยเสียจนไม่อาจจะคุ้นไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว นั้นคือกล้องสไนเปอร์ที่แตกหักแล้ว

นี่ไม่ใช่กล้องสไนเปอร์ที่นางผลิตออกมา แต่เป็นกล้องสไนเปอร์ที่ผลิตโดยโรงงานทหารที่นางคุ้นเคยเมื่อชาติก่อน

บนนั้นมีพลาสติก ทั้งยังโลหะชนิดละเอียดอ่อนกับผิวกระจกเลนส์ที่ใสแจ๋ว

มู่ชิงเกอยื่นมือไปหยิบกล้องสไนเปอร์ขึ้นมากำอยู่ในมือ สัมผัสที่เป็นจริงนั้นทำให้นางเชื่ออีกครั้งว่านี่เป็นกล้องสไนเปอร์ที่นางคุ้นเคยเมื่อชาติก่อน

ในชาตินี้จะมีกล้องสไนเปอร์ได้อย่างไรกัน

แม้แต่กล้องสไนเปอร์ที่นางผลิตออกมาก็เป็นการดัดแปลง ไม่ใช่ลักษณะเดียวกับของชาติก่อน

นิ้วของมู่ชิงเกอค่อยๆ ถูบนผิวกล้องสไนเปอร์ ในใจครุ่นคิดไม่หยุด ทำไม ทำไมสิ่งของบนโลกจึงมาปรากฎขึ้นที่นี่ได้

“ลูกพี่ นี่คืออะไรหรือ” ถงเถิงมองของที่มู่ชิงเกอถือไว้ในมือ

มู่ชิงเกอเก็บความคิดกำกล้องสไนเปอร์แน่น แล้ววางลงเงียบๆ บอกเขาว่า “ไม่มีอะไร”

เห็นนางไม่พูดต่อ ถงเถิงก็ไม่ถามต่อ

มู่ชิงเกอกวาดตาไปรอบหนึ่งแล้วบอกทั้งสาม คนว่า “ของเหล่านี้ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์ไหม พวกเราดูๆ ไปก่อนแล้วกัน” ความจริง นางคิดจะหาดูอีกว่ายังมีของจากดาวดวงนั้นอีกหรือไม่

“ลูกพี่ ไม่ใช่อยากไปหาพญาเพลิงหรือ” ถงเถิงถามอย่างสงสัย เห็นมู่ชิงเกอรีบร้อนนักเมื่อครู่นี้ เหตุใดอยู่ดีๆ ก็ไม่รีบแล้วเล่า

มู่ชิงเกอว่า “ไม่รีบ พวกเราอยู่ดูที่นี่ก่อน”

ในเมื่อหยวนหยวนว่าพญาเพลิงนั้นหลบซ่อนตัวไปแล้ว ไปหาเวลานี้ก็ไม่มีประโยชน์

เวลานี้ สิ่งที่นางอยากทำมากกว่าคือยืนยันการคาดเดาของนาง

เมื่อพูดจบ มู่ชิงเกอก็เริ่มหาสิ่งของไปทั่ว ในกอง ‘เศษโลหะ’ นี้ มนุษย์เทพมากมายต่างกำลังค้นหา ภาพที่ออกมานี้ช่างเหมือนกลุ่มนักเก็บของบนกองขยะมากจริงๆ

แต่มู่ชิงเกอก็ไม่ได้สนใจ พยายามตั้งอกตั้งใจ มองหาของในกอง ‘ของวิเศษ’ นี้ต่อไป

เห็นนางเป็นเช่นนี้ ที่เหลืออีกสามคนต่างก็เริ่มหา ‘ของวิเศษ’ กัน ถึงอย่างไรก็อย่าให้มาเสียเที่ยว มู่ชิงเกอหาของที่เกี่ยวกับชาติก่อนของตัวเองพลางเดินเข้าด้านในเรื่อยๆ

ทันใดนั้น นางก็พบแผ่นโลหะรูปโล่เล็กๆ แผ่นหนึ่งในกอง ‘เศษโลหะ’ นั้น นัยน์ตานางเปล่งประกาย ยกมือโบกดึงแผ่นโลหะนั้นออกจากด้านใน

แผ่นโลหะนั้น บินตรงเข้าสู่อุ้งมือนางแล้วถูกนางกำไว้

‘ป้ายแขน’ มู่ชิงเกอพูดเสียงเครียดในใจ

เป็นของที่นางคุ้นเคยเช่นเดียวกัน ป้ายแขนของทหาร หน่วยที่มีป้ายแขนโลหะล้วนเป็นหน่วยพิเศษ มักปฏิบัติภารกิจลับในพื้นที่ซุกซ่อนอาชญากรรมเช่นป่าทึบหรือทะเลทรายที่ไร้ผู้คน

มู่ชิงเกอกำป้ายแขนไว้ในมือ ไม่คิดหาสิ่งของในความทรงจำอีกต่อไป นางไม่รู้ว่า ด้วยสาเหตุอะไร ในต่างโลกจึงปรากฎของเหล่านี้ออกมาได้

กล้องสไนเปอร์ที่เก็บได้ก่อนกับป้ายแขนในมือนางมีเจ้าของคนเดียวกันหรือไม่

เมื่อนึกถึงภาพที่เห็นมาก่อน ‘ของวิเศษ’ ตกลงมาจากท้องฟ้า… มู่ชิงเกอขมวดคิ้วครุ่นคิดจำลองเหตุการณ์หลายอย่าง

ขณะที่นางครุ่นคิด พวกถงเถิงก็เริ่มค้นหาไปทั่วบริเวณเช่นเดียวกับคนอื่น ค้นหาอะไรนั้นพวกเขาเองก็ไม่รู้ เพียงแต่พอเห็นของที่ดูเหมือนค่อนข้างจะสมบูรณ์ ทั้งไม่เคยเห็นมาก่อนคาดว่าใช้ประโยชน์ได้ก็ล้วนเก็บขึ้นมาดู ถ้าชอบก็ใส่กระเป๋าจัดเก็บ หากไม่ชอบก็โยนกลับในกอง ‘ของวิเศษ’ นั้น

‘หรือว่า ในแต่ละโลก มีบางพื้นที่สามารถติดต่อถึงโลกอื่นได้ วิญญาณของข้าสามารถมาถึงที่นี่ได้ไม่ใช่มีเพียงแค่หนึ่งเดียว…เพียงแต่ที่ตกลงมานั้นล้วนเป็นสิ่งของ ส่วนข้านั้นเป็นวิญญาณ…’

นางสะบัดศีรษะแรงๆ ความคิดค่อนข้างยุ่งเหยิง ไม่สามารถแยกแยะความจริงออกจากความคิดได้

“เหตุใดที่นี่จึงเป็นเช่นนี้นั้น ในเวลานับไม่ถ้วนที่ผ่านมา ผู้เก่งกล้ามากมายต่างได้สืบเสาะหา แต่ไม่เคยได้คำตอบ” เซียนสุ่ยเดินมาข้างๆ แล้วบอกนาง

มู่ชิงเกอเก็บความคิดแล้วมองเขา

เซียนสุ่ยว่า “เมื่อไม่เข้าใจจะว้าวุ่นไปทำไม คงมีสักวันที่ความจริงปรากฎ ถึงเวลานั้นคำตอบต่างๆ ย่อมเปิดเผยออกมาทั้งหมด”

มู่ชิงเกอที่ตั้งใจฟังพลันหัวเราะขึ้นมา “ข้าคงยึดมั่นถือมั่นมากไป”

“ยึดมั่นถือมั่น?” เซียนสุ่ยมองนางอย่างงุนงง

มู่ชิงเกอชะงักอธิบายว่า “หมายความว่ายึดติดอยู่กับเปลือกนอกมากเกินไป”

เซียนสุ่ยพยักหน้าอย่างไม่สู้เข้าใจนัก

มู่ชิงเกอหันกายมอง ‘อ่างรวมของวิเศษ’ ที่ใหญ่โตมโหฬารนี้กองเป็นภูเขาลูกเล็กๆ นางไม่รู้ว่า นี่เป็นของที่สะสมรวมกันกี่ปีมาแล้ว แต่ที่นางสามารถมั่นใจได้อย่างเดียวคือ ของเหล่านี้ไม่ได้มาจากโลกเดียวเท่านั้น อาจจะสิบโลก อาจจะร้อยโลก หรืออาจจะพันโลก… กระทั่งอาจมากกว่านั้นอีก

เก็บงำความคิดแล้ว มู่ชิงเกอกำลังเตรียมเรียกถงเถิงกับหยินเฉินกลับมาเพื่อค้นหาร่องรอยของพญาเพลิงต่อไปกลับได้ยินเสียงตวาดอย่างวางอำนาจมาแต่ไกล ตัดบทคำพูดของนางที่ยังไม่ทันออกจากปากลง

“เจ้าพวกสารเลว ทำอะไรกันอยู่ นี่เป็นพื้นที่ของบิดา ของทั้งหมดที่ตกอยู่ที่นี่ล้วนเป็นของข้า! พวกเจ้าถึงขนาดกล้าขโมยของบิดาภายใต้สายตาของบิดา เชื่อไหมว่าบิดาสามารถสังหารพวกเจ้าได้ทั้งหมด!”

มู่ชิงเกอเลิกคิ้วมองไปทางเจ้าของเสียง

ที่เห็นคือคนสิบกว่าคนที่เดินมาอย่างวางก้าม คนแรกนั้นดูเย่อหยิ่งนัก เดินหน้าแหงนจนแทบยกจมูกขึ้นชี้ท้องฟ้า บนตัวพวกเขามีของอย่างหนึ่งที่อธิบายไม่ถูกว่าเป็นอะไรคลุมไว้ รูปร่างสุดแสนจะพิลึก

คนที่เดินตามหลังเขามา ใบหน้าต่างมีรอยยิ้มประจบประแจงเดินค้อมกายคุ้มกันอยู่ด้านซ้ายขวาของเขา

คนที่มองเขานั้นไม่ใช่มู่ชิงเกอเพียงคนเดียวเท่านั้น ควรบอกว่าคนที่หาของทั้งหมดต่างมองไปที่เขา

เห็นทุกคนมองมาเขาก็ถลึงตาตวาดว่า “ดูอะไรกัน เจ้าพวกหน้าตาอัปลักษณ์!”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น