พลิกปฐพี 735

ตอนที่ 735

ข้าไม่ใช่คนใจง่าย

“เจ้า ตามข้ามา”

หญิงสาวชุดชมพูที่ปรากฎตัวอย่างกะทันหันที่เบื้องหน้ามู่ชิงเกอ ยืนคํ้าศีรษะเขาแล้วพูดเช่นนี้

ท่าทางนั้นราวกับเป็นการให้ความเมตตาแก่มู่ชิงเกอและไม่ยอมให้เอ่ยปฏิเสธ

มู่ชิงเกอเลิกคิ้วด้วยแววตานึกสนุก

เจ้าของแผงนํ้าชารีบลุกขึ้นยิ้มให้สตรีที่ปรากฎตัวกะทันหันและเอ่ยว่า “โอ้โห ท่านเทพให้เกียรติมาเยือนแผงนํ้าชาเล็กๆ ของข้า ช่างทำให้สถานที่เล็กๆ นี้เปล่ง ประกายรัศมีเจิดจ้า หากมีเรื่องอะไรเชิญท่านเทพสั่งมาได้เลยเจ้าค่ะ”

แต่สตรีชุดชมพูไม่มองเจ้าของแผงแม้แต่นิด สายตาเย็นเฉียบที่จับจ้องมู่ชิงเกอนั้นดูราวกับสงบนิ่ง แต่ในส่วนลึกของแววตาซุกซ่อนประกายตกตะลึงสายหนึ่งเอาไว้

“ที่นี่ไม่มีเรื่องของเจ้า” สตรีชุดชมพูตอบอย่างเย็นชา

ใบหน้าเจ้าของแผงฉายแววกระอักกระอ่วนแล้วถอยกลับไปข้างหลัง

นางถอยออกด้านข้างแต่กลับพยายามส่งสายตาให้มู่ชิงเกออย่างสุดแรง ราวกับกำลังจะกระตุ้นให้เขารู้ตัวว่า การที่เข้าตาลูกศิษย์ดินแดนเฟิ่งเทียนนั้นเป็นเรื่องที่ดี

มู่ชิงเกอเห็นท่าทีที่นางส่งสายตามาให้แล้วแต่ไม่ได้สนใจ นางยังคงนั่งอยู่กับที่ ยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก มองสตรีชุดชมพูที่เริ่มคิ้วขมวด

“เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ” แววตาสตรีชุดชมพูเริ่มไม่เป็นมิตร

มู่ชิงเกอเลิกคิ้วถามว่า “ได้ยินอะไรหรือ”

สตรีชุดชมพูขมวดคิ้ว ทำให้ใบหน้าที่เย็นชาฉายแววรำคาญออกมา นางยกมือที่กุมด้ามกระบี่ขึ้นชี้ไปที่มู่ชิงเกอ “ข้าให้เจ้าตามข้ามา”

“ไปที่ใด” มู่ชิงเกอถามทันที

สตรีชุดชมพูแววตาเครียดลงแล้วพูดอย่างไม่เป็นมิตรว่า “เหตุใดเจ้าจึงพูดมากนัก บอกให้เจ้าตามข้ามาก็ตามข้ามาเถอะ”

มู่ชิงเกอผายมือทั้งสองข้างออกแล้วหัวเราะว่า “คำพูดแม่นางช่างแปลกนัก เจ้ากับข้าไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน เหตุใดแค่เจอกันเจ้าก็จะให้ข้าตามเจ้าไปแล้ว ข้าไม่ใช่คนที่ใจง่ายนักหรอกนะ”

“เจ้าพูดบ้าบออะไร!” สตรีชุดชมพูถูกมู่ชิงเกอยั่วยุจนโกรธขึ้นมา สองตาเย็นเฉียบนั้นฉาบไปด้วยความขุ่นเคืองบางๆ ราวกับพร้อมที่จะชักกระบี่เข้าปะทะได้ทุกเมื่อ

“ตายแล้ว!” เจ้าของแผงนํ้าชาร้องขึ้นมา หากตีกันขึ้นมาจริงๆ แผงนํ้าชานางคงต้องเสียหายแน่ นางรีบอธิบายให้ทั้งคู่ฟังว่า “ท่านเทพ ท่านอย่าได้ใส่ใจเลย คุณชายท่านนี้เพิ่งมาจากที่อื่น ผ่านมาพักชั่วครู่ที่เมืองชิงหลวน ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองเรา ทั้งยังไม่รู้ธรรมเนียมด้วย”

จากนั้นก็หันหน้ามามองมู่ชิงเกอแล้วกระซิบว่า “คุณชาย นี้เป็นท่านเทพดินแดนเฟิ่งเทียน การที่เรียกหาท่านย่อมเป็นเรื่องที่ดี หากท่านไม่ติดขัดก็ลองตามนางไปดูหน่อยเถอะ”

คำพูดนางทำให้สีหน้าของสตรีชุดชมพูผ่อนคลายลง แต่คงใช้สีหน้าหยิ่งยโสมองดูมู่ชิงเกอ

ความหยิ่งยโสนั้นมาจากฐานะนาง ราวกับนางรู้สึกว่าการที่เป็นลูกศิษย์ดินแดนเฟิ่งเทียนนั้น เดิมทีก็ควรอยู่สูงกว่าคนทั่วไปหรือเป็นที่เคารพของผู้คนชั้นหนึ่ง

“ข้าปฏิเสธ” มู่ชิงเกอปฏิเสธทันที

คำคำนี้ทำให้บรรยากาศในแผงนํ้าชาเครียดขึ้นมาอีก สีหน้าสตรีชุดชมพูดูน่าเกลียดยิ่งนัก

“เจ้ากำลังดูถูกดินแดนเฟิ่งเทียนหรือ” สตรีนางนั้นพูดเสียงเครียด กระบี่เทพในมือพร้อมที่จะชักออกจากฝักเพื่อสั่งสอนมู่ชิงเกอ

เจ้าของแผงนํ้าชาชักเคร่งเครียด จ้องมองทั้งคู่ด้วยความตื่นตะลึง

ส่วนมู่ชิงเกอยังคงมีท่าทีปกติเช่นเดิม นางพูดว่า “หรือลูกศิษย์ดินแดนเฟิ่งเทียนแย่งชิงตัวผู้คนกลางถนน ข้าก็ยังปฏิเสธไม่ได้เชียวหรือ พอปฏิเสธแล้วกลับกลายเป็นดูถูกดินแดนเฟิ่งเทียน?”

“เจ้า!” สตรีชุดชมพูถูกคำพูดมู่ชิงเกอตอกกลับจนพูดไม่ออก สักครู่หนึ่งนางจึงอธิบายออกมาว่า “ดินแดนเฟิ่งเทียนของข้าเห็นเจ้าเข้าตาถือเป็นความโชคดีของเจ้า คนมากมายนักอยากได้ก็ยังไม่ได้ เจ้ากลับไม่รู้คุณค่า”

“อ้อ เช่นนั้นแม่นางเอาโอกาสโชคดีของข้านี้เก็บไว้ให้คนอื่นเถอะ ข้าไม่ต้องการ” ใบหน้ายิ้มร่าของมู่ชิงเกอช่างสง่างามยิ่งนัก

เพียงแต่กลิ่นอายเจ้าสำราญนั้นกลับทำให้คนแม้อยากโกรธแต่ก็โกรธไม่ลง

ทั้งๆ ที่นางใช้คำพูดสุภาพปกติแท้ๆ แต่กลับมักทำให้คนที่ได้ฟังคิดว่าไม่จริงจังไปเสียนี่

“เจ้าจะปฏิเสธความปรารถนาดีของข้าจริงๆ หรือ” แววตาสตรีชุดชมพูเครียดลง นํ้าเสียงเย็นเฉียบลงอีกหลายส่วน

มู่ชิงเกอทำท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์ ค่อยๆ สั่นศีรษะแล้วว่า “ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ใช่คนใจง่าย ยิ่งไม่มักง่ายเด็ดขาด”

“หากเจ้ากล้าพูดบ้าบออีกที ข้าจะตัดลิ้นเจ้าทิ้งเสีย” สตรีชุดชมพูฟังคำพูดสองแง่สองง่ามของมู่ชิงเกอจนสองแก้มแดงเรื่อ นางบอกมู่ชิงเกอว่า “ข้าจะให้เจ้าเข้าร่วมกับดินแดนเฟิ่งเทียน เป็นลูกศิษย์ดินแดนเฟิ่งเทียน ไม่ใช่เรื่องสกปรกโสมมแบบที่เจ้าคิด”

“ให้ข้าไปเป็นลูกศิษย์ดินแดนเฟิ่งเทียน?” มู่ชิงเกอแสดงท่าทางงุนงง ถึงแม้นางรู้ความหมายนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เวลานี้ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้

“ถูกต้อง! ข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว เจ้าจะรู้คุณค่าหรือไม่ก็ต้องดูที่ตัวเจ้าเอง” พลังบารมีของสตรีชุดชมพูเริ่มสูงส่ง ท่าทีหยิ่งยโสกลับมาอีกครั้ง

มู่ชิงเกอสั่นศีรษะยิ้มน้อยๆ “ขออภัยด้วย ข้าไม่สามารถเป็นลูกศิษย์ดินแดนเฟิ่งเทียนได้”

“เจ้าว่าอะไรนะ” ความจริงสตรีชุดชมพูกำลังรอดูท่าทีตื่นเต้นของมู่ชิงเกออยู่ แต่ไม่นึกว่าหลังจากเขารู้แล้วก็ยังคงปฏิเสธอีก

“ข้าบอกว่าข้าไม่สามารถเป็นลูกศิษย์ดินแดนเฟิ่งเทียนได้” มู่ชิงเกอพูดยิ้มๆ อีกครั้ง

“เจ้าดูถูกพวกเราดินแดนเฟิ่งเทียนหรือ” สตรีชุดชมพูโกรธแล้ว

นางรู้สึกว่าตัวเองถูกมู่ชิงเกอยั่วยุครั้งแล้วครั้งเล่า หากยังไม่ลงมือจะทำให้คนแผ่นดินเทพทั้งสี่สมุทรคิดว่าลูกศิษย์ดินแดนเฟิ่งเทียนอ่อนแอจนรังแกได้

ไม่รอคำตอบมู่ชิงเกอ นางก็ชักกระบี่ในมือออกมา

พอกระบี่เทพออกจากฝัก ท้องฟ้าบริเวณนั้นพลันเปลี่ยนสีทันที

แววตามู่ชิงเกอชะงัก รู้สึกว่ากระบี่เทพในมือนางไม่เลวเลย คุณภาพนับว่าชั้นยอด เวลานี้สภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเนื่องจากกระบี่เทพออกจากฝักทำให้มีลูกศิษย์ดินแดนเฟิ่งเทียนตามมาสมทบอีกหลายคน ภายในนั้นมีอยู่คนหนึ่งท่าทางจะมีฐานะสูงส่งกว่า เดินมาทางแผงนํ้าชา ด้านหลังมีลูกศิษย์ชุดชมพูตามมาอีกสองคน

พอนางเห็นสตรีที่ประจันหน้ากับมู่ชิงเกอชักกระบี่เทพออกมาจากฝักจึงพูดขึ้นทันทีว่า “โฉวอวี๋ หยุด”

เมื่อสตรีชุดชมพูที่คิดจะสั่งสอนมู่ชิงเกอสักตั้งได้ยินคำพูดนี้แล้วร่างกายก็พลันแข็งเกร็งไป สีหน้าเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด แต่ก็ยังเสียบกระบี่ที่ชักออกจากฝักกลับคืนอย่างไม่เต็มใจนัก

ขณะที่นางเสียบกระบี่คืนฝักแล้ว ทั้งสามคนก็เดินมาถึงแผงน้ำชาพอดี

สตรีที่เป็นหัวหน้ามองโฉวอวี๋ก่อนแล้วกวาดสายตาไปที่เจ้าของแผงน้ำชา เจ้าของแผงเห็นนางมองมาก็รีบยิ้มแล้วค้อมศีรษะแสดงท่าทีเอาอกเอาใจ

แต่นางไม่ได้ใส่ใจท่าทีของเจ้าของแผง เพียงมองผ่านนางแล้วจึงมองไปยังมู่ชิงเกอที่นั่งอย่างเงียบสงบบนเก้าอี้

พริบตาก็เห็นมู่ชิงเกอซึ่งสวมชุดสีแดงเพลิงทั้งตัว หล่อเหลาไม่มีใครเทียบ งามเสียจนมองไม่ออกว่าเป็นชายหรือเป็นหญิงกันแน่…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น