พลิกปฐพี 746

ตอนที่ 746

อาณาเขตเผ่าเฟิ่งหวง

“ความจริงข้าก็ไม่รู้ว่าจุดหมายของข้าอยู่ไหน เพียงแค่อาศัยเสียงชี้แนะในใจนำทางเท่านั้น” หลังจากก้าวเข้าไปอาณาจักรป่าอสูรแล้ว ชูเนี่ยนก็บอกมู่ชิงเกอ อย่างไม่มีทางเลือก

มู่ชิงเกอว่า “เจ้ารู้สึกว่าเสียงนั้นจะทำร้ายเจ้าไหม”

ชูเนี่ยนคิดอย่างจริงจังแล้วส่ายหน้าแน่วแน่ “ไม่ ข้ารู้สึกคุ้นเคยใกล้ชิด ไม่มีความรู้สึกว่าจะทำร้ายข้าเลย”

“อย่างนั้นก็ดีแล้ว ไปกันเถอะ” มู่ชิงเกอยิ้มปลอบ

คำพูดนางทำให้ชูเนี่ยนผ่อนคลายลงเต็มที่ อมยิ้มผงกศีรษะ

ทั้งคู่เข้าไปในป่าอสูรไม่เห็นมีเผ่าอสูรเฝ้าระวังอยู่ เดินอยู่สักพักชูเนี่ยนก็พูดอย่างแปลกใจ “เหตุใดไม่เห็นคนเผ่าอสูรเลย”

“ได้ยินว่าในป่าอสูรแบ่งอาณาจักรตามอสูรเผ่าต่างๆ พื้นที่ที่เรายืนอยู่อาจเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครถือครอง” มู่ชิงเกอคาดเดา

“พูดเช่นนี้แล้ว หากมีศัตรูภายนอกบุกรุกไม่ใช่ เข้ามาได้โดยง่ายดายหรือ” ชูเนี่ยนขมวดคิ้วพูด

มู่ชิงเกอยิ้ม สองมือไพล่หลังเดินอย่างสบายใจในป่าเขา “ป่าอสูรอยู่ระหว่างเผ่าเทพกับเผ่ามาร ด้านเผ่ามารมีสิ่งกีดขวางผ่านได้ยากมาก ด้านเผ่าเทพ ถึงแม้ไม่มีสิ่งกีดขวาง แต่ถ้าหากจะบุกรุกครั้งใหญ่ก็คงปกปิดเผ่าอสูรไม่ได้ แม้กระทั่ง…”

นางแอบยื่นมือชี้ไปบนฟ้า มองดูรอบหนึ่ง แล้วกระซิบบอกชูเนี่ยนว่า “เจ้านึกว่าไม่มีใครรู้ว่าพวกเราเข้ามา แต่ความจริงแล้วที่นี่ ทั้งที่บินบนท้องฟ้าทั้งที่ว่ายนํ้าทั้งที่วิ่งบนพื้นดินต่างจับจ้องพวกเราอยู่ เพียงแค่พวกเรามีใจคิดไม่ซื่อ ความในใจเราน่ากลัวจะถูกส่งไปยังพื้นที่เผ่าอสูรต่างๆ ในอาณาจักรทันที”

ชูเนี่ยนตกใจจนอ้าปากค้างยิ้มอย่างหวาดหวั่นว่า “ถึงแม้ข้าไม่ได้คิดร้ายแต่อย่างน้อยก็ต้องคิดป้องกันตัวเอง เพียงแต่ฟังเจ้าพูดเช่นนี้ก็ชักจะกลัวขึ้นมาแล้ว”

“ไม่ต้องกลัว พวกเรามาที่นี่ไม่ใช่จะมาเป็นศัตรูกับเผ่าอสูร ใจซื่อตรงไม่ได้คิดคด ทำอะไรให้เปิดเผยก็แล้วกัน” มู่ชิงเกอยิ้มพูด

ชูเนี่ยนอมยิ้มพยักหน้า รู้สึกว่ามีมู่ชิงเกออยู่ข้างๆ แล้วสบายใจขึ้นมาก

เพียงแต่ขณะที่เดินเข้าไปเรื่อยๆ พอมีอะไรนิดหน่อยก็จะทำให้ชูเนี่ยนคอยยืดคอมอง ท่าทีสนใจโน่นนี่ของนาง ไม่เหมือนองค์หญิงที่จิตใจซื่อสัตย์ละเอียดหนักแน่นและฉลาดเฉลียวในดินแดนอู๋หวาคนนั้นเลย

“เจ้ามีอายุไม่น้อยแล้วแต่ไม่เคยมาป่าอสูรหรือ” มู่ชิงเกอถามอย่างนึกขำ

ชูเนี่ยนชะงักแล้วพยักหน้าพูดอย่างหดหู่ว่า “บิดาข้าไม่ให้ข้ามาป่าอสูร บอกว่าป่าอสูรวุ่นวายเกินไป ห่างไกลจากดินแดนอู๋หวามาก หากข้าต้องการท่องเที่ยวในแผ่นดินเทพทั้งสี่สมุทรล้วนไปได้หมดนอกจากป่าอสูรเท่านั้นที่ไม่ให้เข้าไป”

มู่ชิงเกอนิ่งเงียบไม่พูด

การห้ามของราชาเทวะอู๋หวาเช่นนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเขามีอะไรในใจหรือตั้งใจหลีกเลี่ยงอะไรอยู่

“ข้าออกมาครั้งนี้เพราะบอกเขาว่าจะไปท่องเที่ยวในแผ่นดินเทพทั้งสี่สมุทรจึงออกมาได้ ไม่ได้บอกเขาตรงๆ ว่าข้าจะมาป่าอสูร” ชูเนี่ยนพูด

มู่ชิงเกออมยิ้มพยักหน้า “องค์หญิงชูเนี่ยนกำลังเตือนข้าว่าไม่ต้องไปเที่ยวพูดมากใช่ไหม”

ชูเนี่ยนได้ยินแล้วก็กลอกตารอบหนึ่ง ถลึงตา เอ่ยว่า “ถูกต้อง! หากเจ้ากล้าเปิดเผยการเดินทางของข้า ข้าจะจัดการเจ้า…”

“จัดการข้าอย่างไร” มู่ชิงเกอถามอย่างขำขัน

จัดการมู่ชิงเกออย่างไร?

ชูเนี่ยนชักลำบากใจ การฆ่าทิ้งนั้นทำไม่ได้แน่นอน การใช้กำลังหรือก็ยากที่จะเอาชนะ ได้ยินว่าเขาเคยประมือกับเหยียนเสี่ยจนทำให้เหยียนเสี่ยต้องล่าถอยไป

คิดอยู่นานแล้วชูเนี่ยนก็พูดอย่างหมดหนทางว่า “ข้าทำอะไรเจ้าไม่ได้หรอก”

ท่าทางหมดหนทางของนางทำให้มู่ชิงเกอหัวเราะ นางหัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติไม่ได้เคอะเขิน แฝงด้วยท่าทีเอาแต่ใจส่วนหนึ่ง

เวลานั้นชูเนี่ยนมองดูจนเคลิบเคลิ้มไป

จนมู่ชิงเกอหัวเราะเสร็จจึงเห็นนางมองตัวเองอย่างเหม่อลอย

“ชูเนี่ยน” มู่ชิงเกอเลิกหัวเราะแล้วเรียกนาง

ชูเนี่ยนรู้สึกตัว เมื่อเห็นคำถามในแววตาของมู่ชิงเกอสองแก้มก็แดงเรื่อกลายเป็นเขินอายขึ้นมา

ยังดีที่เกิดขึ้นเพียงแวบเดียวแล้วนางก็กลับคืนสู่สภาพปกติ มู่ชิงเกอเองก็ไม่ได้ไล่ถามต่ออีก

เวลานี้เองเสียงที่ดังชักนำชูเนี่ยนให้มายังป่าอสูรมาตลอดก็ดังขึ้นอีก นางหยุดอยู่กับที่ด้วยสองตาอันว่างเปล่า

‘ลูกข้า ลูกของข้ารีบกลับมาเถอะ…รีบกลับมายังบ้านที่แท้จริงของเจ้า…ข้าคอยเจ้าอยู่…” เสียงนั้น เรียกหาครั้งแล้วครั้งเล่าไม่หยุดหย่อน

ท่าทีใจลอยของชูเนี่ยนทำให้มู่ชิงเกอเรียกนางอีกครั้งอย่างไม่วางใจ “ชูเนี่ยน เจ้าไม่เป็นไรนะ”

เสียงนี้ราวกับกลองเพลระฆังเข้าทำให้ชูเนี่ยนฟื้นคืนจากภวังค์ นางกะพริบตามองมู่ชิงเกอ “เสียงนั้นปรากฎขึ้นอีกแล้ว”

“มันพูดอะไร” มู่ชิงเกอหรี่ตาสองข้างลงแล้วถาม

“เขาว่าให้ข้ารีบกลับบ้าน กลับมายังบ้านที่แท้จริง” ชูเนี่ยนรำพันทวนคำพูดเหล่านี้แล้วมองมู่ชิงเกอ อย่างหมดสิ้นหนทาง

การรับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ นางไม่ได้เล่าให้ราชาเทวะอู๋หวาฟัง แบกรับไว้เพียงคนเดียวเท่านั้น ครั้งนี้พบมู่ชิงเกอก็ราวกับได้เจอที่พึ่งพิงจึงเล่าให้ฟังทุกอย่างโดยไม่ ปิดบัง

“ไม่ต้องกลัว ในเมื่อไม่ทำร้ายเจ้า พวกเราก็ลองไปดูกก่อน” มู่ชิงเกอปลอบ

ชูเนี่ยนเม้มปากพยักหน้า

”รู้ว่าพวกเราต้องไปไหนหรือไม่” มู่ชิงเกอถาม

ชูเนี่ยนขมวดคิ้วคิดอย่างละเอียด สมองผุดตำแหน่งสถานที่แห่งหนึ่ง นางพูดอย่างไม่แน่ใจว่า “ข้าก็อยากรู้รายละเอียด แต่ข้าไม่รู้ว่าสถานที่ที่จะไปเป็นที่ไหน”

“พวกเราเข้าไปเรื่อยๆ ก่อน รอให้ถึงตลาดของเผ่าอสูรแล้วค่อยไปถามดู” มู่ชิงเกอบอก

“อืม” ชูเนี่ยนพยักหน้า

ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปในป่าอสูรเรื่อยๆ ที่สะท้อนเข้ามาในสายตาล้วนแต่เป็นป่าไม้ ต้นไม้ ลำธาร แม่นํ้า ภูเขา เนินเขาและที่ราบทุ่งหญ้า

ดูแล้วไม่ได้ต่างอะไรกับป่าเขาภายนอก แต่ที่นี่กลับซุกซ่อนไว้ด้วยเผ่าพันธุ์อสูรจำนวนไม่มากแต่แข็งแกร่งยิ่งนัก

‘หากเผ่าอสูรไม่ได้แยกออกเป็นเผ่าตัวเอง ต่างปกครองตัวเอง หากไม่ใช่เพราะจำนวนพวกเขามีน้อยกว่าเผ่าเทพมารมากมาย ในแผ่นดินเทพมารแห่งนี้น่ากลัวจะไม่ใช่ยิ่งใหญ่เพียงสองเผ่า แต่เป็นสามอาณาจักรคู่เคียงกันแล้ว’ มู่ชิงเกอคิดอย่างสะท้อนใจ

หลังจากพวกเขาเข้าป่าอสูรแล้ว เดินอีกหนึ่งวันหนึ่งคืนก็ได้พบสถานที่น่าจะเป็นตลาด

“ตลาดไป่เซียง!” ชูเนี่ยนยืนอยู่หน้าก้อนหินที่ถูกขัดจนกลมลื่น อ่านตัวหนังสือที่สลักบนก้อนหินนั้น

นางมองมู่ชิงเกอที่อยู่ข้างๆ แล้วบอกนางว่า “ได้ยินว่าท่ามกลางเผ่าอสูร ระหว่างเผ่าย่อยต่างๆ จะมีตลาดเช่นนี้เพื่อแลกเปลี่ยนของกินของใช้ประจำวัน ท่าทางคงเป็นที่นี่แน่แล้ว”

“พวกเราเข้าไปดูและถือโอกาสสอบถามว่าสถานที่ในสมองเจ้าหมายถึงที่แห่งใดกันเถอะ” มู่ชิงเกอกล่าว

ชูเนี่ยนพยักหน้าแล้วเดินไปทางตลาดไป่เซียงพร้อมกับมู่ชิงเกอ

เข้าไปยังตลาดไป่เซียงแล้ว ภาพที่อยู่เบื้องหน้าคนทั้งคู่ล้วนทำให้พวกนางรู้สึกตื่นตาตื่นใจ

ยังไม่ทันได้พิจารณาละเอียด ชูเนี่ยนก็ถูกดึงดูดโดยแผนที่ที่ถูกสลักอยู่บนแผ่นหิน แขวนอยู่บริเวณทางเข้า มือของนางชี้สถานที่แห่งหนึ่งแล้วบอกมู่ชิงเก

อว่า “อยู่ที่นี่เอง!”

มู่ชิงเกอมองสถานที่ที่นางชี้แล้วคิดในใจว่า ‘อาณาเขตเฟิ่งหวง!’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น