Skip to content

สู่วิถีอสุรา 1050

Svtasr

ตอนที่ 1050 จู๋หั่ว

นี่คือเคราะห์ภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับโลกแท้จริงหยินศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้ภายในฟ้าที่เต็มไปด้วยทะเลเพลิงสีม่วงกำลังแผ่กระจายออกอย่างรวดเร็ว หลังจากทุกคนถอยไปและซูหมิงมาอยู่ข้างหญิงวัยกลางคน นางก็หน้าซีดขาว รู้ว่าตอนนี้ถอยไม่ทันแล้วจึงกัดฟัน นัยน์ตาเผยความชั่วร้ายแล้วกัดลิ้นตัวเอง

ตอนที่กัดลิ้นขาด ลิ้นครึ่งส่วนที่พ่นออกมากลายเป็นหมอกหนาถาโถมไปโดยรอบพร้อมพุ่งไปหาซูหมิง

เสียงอึกทึกดังขึ้น หมอกแหลกสลายตรงเค้าโครงเตาหลอมนอกตัวซูหมิง ในเวลาเดียวกัน หญิงวัยกลางคนร่างแห้งเหี่ยว ชั่ววูบเดียวก็กลายเป็นโลหิตบริสุทธิ์หมื่นหยดกระจายไปรอบๆ

“ตัดลิ้นสลายวิญญาณ!” มีเสียงร้องด้วยความตกใจดังมาจากคนโลกแท้จริงดาราสัจธรรม

ซูหมิงแค่นเสียงหึเย็นชา ในคนเหล่านี้ หากบอกว่าเขาอยากสังหารใครมากที่สุดก็คงเป็นหญิงวัยกลางคน เขาจะให้นางหนีไปได้อย่างไร ตอนนี้หยดโลหิตเหล่านั้นกระจายไปรอบๆ ด้วยความเร็วสูงยิ่ง ซูหมิงจึงยกมือขวาชี้เต้าหลอมลำดับห้า เตาหลอมพลันเกิดเสียงดังครึกโครมแล้วหมุนเปลี่ยนทาง แรงดูดมหาศาลแผ่กระจายออก จากการสูบครั้งนี้ส่งผลให้ฟ้ากระจ่างดาวสั่นไหว ราวกับว่าการหมุนของ เตาหลอมลำดับห้ากลายเป็นหลุมดำยักษ์

โลหิตบริสุทธิ์หลายหมื่นหยดที่กระจายออกล้วนสั่นไหวแล้วถูกดูดกลับมาพร้อมกัน เสี้ยวพริบตาเดียวก็หายเข้าไปในเตาหลอมลำดับห้าทั้งหมด

ส่วนหญิงวัยกลางคนจะเป็นหรือตายในเตาหลอมลำดับห้า พูดได้ว่าขึ้นอยู่กับความคิดซูหมิง ทว่าเขายังไม่สังหารนางตอนนี้ หลังวิญญาณหญิงวัยกลางคนถูกดูดเข้าเตาหลอมลำดับห้าแล้ว เขาก็ยกมือขวาทำปางมือชี้เตาหลอมลำดับห้า พลันมีเสียงกรีดร้องแหลมรวมถึงเสียงโหยหวนดังมาจากในเตาหลอม เพียงไม่กี่ลมหายใจก็มีแสงหม่นสายหนึ่งบินออกมาจากในเตาหลอมพุ่งตรงมาหาเขา เมื่อตกลงมือบนเขาแล้ว จะเห็นว่าในแสงหม่นสีคนเล็กคนหนึ่ง คนเล็กหลับตาแน่น รูปลักษณ์….คือหญิง วัยกลางคนผู้นั้น

เพียงแต่ว่านางในยามนี้เสียสติปัญญาไปแล้ว เหลือเพียง…จิตแรกที่มีความทรงจำเท่านั้น

ซูหมิงบีบมือขวาแรงๆ เพื่อบดขยี้จิตแรกนี้ เส้นสายความทรงจำลอยขึ้นในความคิด เขาไม่ต้องการสิ่งอื่นแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาต้องการคือภาพเกี่ยวกับจู๋หั่ว

ผ่านไปครู่หนึ่งเขาหมุนตัวกลับไปมองหกคนที่กลายเป็นสายรุ้งยาวห้อเหยียดไป รวมถึงยอดฝีมือขั้นเกิดที่ยืนมีสีหน้าทะมึนทึบอยู่ตรงนั้นด้วย

ซูหมิงใช้กำลังรบเผยเจตนาทำลายล้างต่อทุกคน แผดเผาผู้ฝึกฌานหลายหมื่นคน ระเบิดดาวไปนับไม่ถ้วน ดาวอินแต่ละดวงหลอมละลาย และยังมี…การตายของ ยอดฝีมือขั้นกุมอีกสามคน ทุกอย่างทำให้เขาในตอนนี้น่ากลัวอย่างยิ่งในสายตาทุกคน

“พอแล้ว!” ยอดฝีมือขั้นเกิดตะโกนเสียงต่ำ เขามีสีหน้าทะมึน สายตาจ้องซูหมิง

“ที่นี่เป็นแบบนี้ไปแล้ว หรือว่าคิดจะสังหารพวกข้าให้สิ้นไปจริงๆ หากเจ้ายังทำแบบนี้ต่อไป เช่นนั้นต่อให้เจ้าเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดสำนักดาราสัจธรรม ก็ไม่รอดจากเงื้อมมือเจ้าภัยพิบัติของโลกข้าแน่”

ยอดฝีมือขั้นเกิดกล่าวเสียงดังก้องดุจดั่งฟ้าผ่า ซูหมิงผมแดงฉานดวงตาขยับประกายวาวเผยเจตนาทำลายล้าง มุมปากยิ้มกระหายเลือด

“พอแล้ว? ได้แล้วจริงๆ แต่สองคำนี้ควรเป็นข้าที่พูดถึงจะถูก” ซูหมิงเลียริมฝีปาก ดวงตาที่สามตรงระหว่างคิ้วเปิดออก เมื่อดวงตาหรี่ลง โลกตรงหน้าเขาพลันถูกขยายใหญ่ขึ้นไม่รู้กี่เท่า ทั้งฟ้าดูยิ่งใหญ่ไม่มีจบสิ้นในสายตา ดวงตาเขาจับจ้องไปยังชายชราหนึ่งในหกคนที่กำลังหนีอยู่ไกลๆ

คนนี้ไม่ใช่ชายชราคนที่คาดเดาขั้นพลังของจูโหย่วไฉ แต่เป็น…คนที่ใช้พลังจาก ฝ่ามือล่าสังหารเขาจนต้องหนีเข้าแดนประหลาดวงแหวนบูรพาในตอนนั้น เป็นยอดฝีมือขั้นกุมที่เขาเผชิญหน้าเป็นคนแรกในชีวิต!

ทันทีที่เขามองชายชรา ชายชราที่กำลังหนีอย่างรวดเร็วพลันรู้สึกหนาวไปทั้งตัว เขาหมุนตัวกลับมองซูหมิงอยู่ไกลๆ แวบหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายกำลังเพ่งมองตน

แทบเป็นตอนที่เขาหมุนตัวกลับ ดวงตาที่สามขยับประกายแสงหม่น จากนั้นเขายกมือขวาขึ้นชี้เตาหลอมลำดับห้า เตาหลอมพลันเกิดเสียงดังครึกโครม ก่อนพุ่งไปหาชายชราด้วยความเร็วสูงยิ่ง

ชายชราหน้าซีดขาว นัยน์ตาฉายแววสิ้นหวัง ตอนนี้เองเตาหลอมลำดับห้าเข้ามาใกล้แล้ว ขณะกำลังจะชนเขานั้น ชายชรากลับตะโกนเสียงดัง ยกมือขวากดอากาศไปทางเตาหลอมลำดับห้า

จากการกดครั้งนี้ มวลอากาศตรงหน้าชายชราม้วนตลบทันที จากนั้นมีมือมายายักษ์ข้างหนึ่งโผล่ขึ้นมาก่อนขยายใหญ่โดยพลัน กลายเป็นขนาดใหญ่เท่ากับเตาหลอมลำดับห้าชนเข้าใส่เตาหลอม

โครม!

จังหวะที่ฝ่ามือยักษ์ชนเข้ากับเตาหลอมลำดับห้า เตาหลอมไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย ความเร็วยังไม่ลดลง แต่ฝ่ามือกลับสั่นไหวและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกันนั้น มือขวาชายชรายังเป็นแผลเหวอะ

ขณะชายชราฝืนยิ้มด้วยความปวดร้าว เตาหลอมลำดับห้าชนเข้ากับตัวเขา ดังโครม ผืนฟ้าเกิดเป็นดอกไม้โลหิตขึ้น สิ่งที่หายตามไปยังมีจิตแรกชายชรา เขาถูกเตาหลอมลำดับห้าสูบเข้าไปข้างใน

“พอแล้ว” ยามที่ซูหมิงกล่าวราบเรียบ

เส้นผมเขาเปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นสีเทาที ละน้อย ระหว่างที่หมุนตัวกลับ เขายังมองยอดฝีมือขั้นเกิดแห่งโลกแท้จริงหยินศักดิ์สิทธิ์อย่างสงบนิ่งด้วยดวงตาสีเทา

ยอดฝีมือขั้นเกิดจ้องซูหมิงด้วยความมืดทะมึน ผ่านไปพักหนึ่งก็ยังเงียบ เพียงแค่หมุนตัวกลับเดินไป ทว่าขณะกำลังจะจากไปและห้าคนที่เหลืออยู่ไกลๆ จะหายไปนั้น เตาหลอมลำดับห้าพลันเกิดเสียงอื้ออึงและมีระลอกคลื่นกระจายออกเป็นวงกว้าง แวบเดียวก็ปกคลุมไปรอบๆ ราวกับผนึก แช่แข็งฟ้ากระจ่างดาวทำให้ร่างเงาคนที่กำลังจะจากไปหยุดชะงัก

“เจ้าหมายความว่าอย่างไรอีก!” ยอดฝีมือขั้นเกิดคนนั้นเกิดความคับอกคับใจแบบนี้น้อยมากในชีวิต ยามนี้หมุนตัวกลับ นัยน์ตาฉายแววโกรธแค้นจากการถูกกดดัน

“หากแซ่เต้ายังไม่ได้ของที่ต้องการคืน ยังหาคนนามจู๋หั่วไม่พบ พวกเจ้ายังต้อง รอก่อน” ซูหมิงเอ่ยราบเรียบพลางมองไปข้างหน้า

ทะเลเพลิงล้อมรอบอยู่ตรงนี้ ดาวแตกพังทลาย ดาวอินหลอมละลาย ทำให้ที่นี่กลายเป็นที่กว้างโล่ง มีเพียง…ธารดาราที่รวมขึ้นจากดาวนับไม่ถ้วนตรงหน้าซูหมิงที่กำลังหมุนวนอย่างช้าๆ

ทุกสิ่งมีชีวิตในธารดาราต่างพากันหนีออกมาภายใต้มหันตภัยเมื่อครู่ ตอนนี้ในดาวจำนวนมากเหลือเพียงคนนามจู๋หั่ว

บางทีคนนี้อาจหนีออกมาแล้วกลางความวุ่นวายเมื่อครู่ แต่สุดท้ายก็ต้องสิ้นชีพในทะเลเพลิง หากไม่ตาย เช่นนั้นก็มีเพียงสองความเป็นไปได้ หนึ่งคืออีกฝ่ายอยู่ใน ธารดาราน้ำวน สอง…อีกฝ่ายซ่อนตัวอยู่ข้างยอดฝีมือที่กำลังจะหนีไปเหล่านั้น

ไม่ว่าแบบใด ซูหมิงก็เป็นฝ่ายเริ่มก่อนอยู่ดี เขามองธารดาราน้ำวนพลางยก มือขวาชี้ไป ทะเลเพลิงสีม่วงโดยรอบพลันไหลเชี่ยวและม้วนเข้าไปยังธารดาราน้ำวนจากรอบทิศอย่างเร็วไว แวบเดียวก็ปกคลุมเอาไว้ ซูหมิงเองก็ขี้คร้านจะใช้คำพูดข่มขู่ให้เปิดวงแหวนอาคม ไม่ว่าในธารดาราจะมีจู๋หั่วหรือไม่ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะยินยอมหรือไม่ เขาก็จะใช้วิธีหยาบกร้านแบบนี้ทำลายมันเสีย

ท่ามกลางเสียงครึกโครม วงแหวนอาคมของธารดาราน้ำวนพังทลายลง มันแผ่กระจายออกเป็นชั้นๆ ดาวในนั้นถูกเปลวเพลิงเผาไหม้กลายเป็นเถ้าธุลี

หลังจากดาวแต่ละดวงในนั้นพังทลายลง หลายลมหายใจต่อมามีดาวดวงหนึ่งในนั้นเผยมาต่อสายตาซูหมิง เขามองดาวดวงนี้พลางยิ้มเยาะมุมปาก

เขาขยับตัวเดินหน้าไปแล้วหายวับไปในพริบตา มาปรากฏอีกทีก็ใกล้ดาวดวงนี้แล้ว ก่อนก้าวเดินอีกครั้ง ระหว่างที่มวลอากาศหมุนย้อน เขามายืนอยู่บนแผ่นดินของดาว ที่นี่เป็นทะเลทราย เพียงแต่บนทะเลทรายมีเปลวเพลิงสีม่วงเผาไหม้อยู่

ห่างจากซูหมิงไปไกลมีวิหารใหญ่หลังหนึ่ง ภายในวิหารใหญ่มีกลิ่นอายความแค้นเข้มข้นแผ่มา เขามองไกลๆ ก็เห็นว่านอกวิหารมีร่างเงาบิดเบี้ยวอยู่ ร่างเงานั้น เห็นรางๆ ว่าเป็นใบหน้าหญิงคนหนึ่ง ตอนนี้นางก็กำลังจ้องตนตาเขม็ง

“ข้าไม่เคยล่วงเกินผู้อาวุโสมาก่อน เหตุใดผู้อาวุโสต้องทำเช่นนี้!” เสียงแหลมเล็กดังอย่างร้อนใจมาจากร่างเงาใบหน้าสตรีนอกวิหารใหญ่ ภายในเสียงไม่มีความสงบนิ่ง เห็นได้ชัดว่าภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นข้างนอกสร้างความตื่นตะลึงอย่างยิ่งกับจู๋หั่ว ทำให้นางตัวสั่นจนวิญญาณแทบจะสลายไป

นางไม่รู้เลยว่าตนไปล่วงเกินมหัตภัยแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร กระทั่งนางมั่นใจว่าตนไม่เคยเจอชายหนุ่มตรงหน้ามาก่อน อีกทั้งนางไม่ได้ออกจากดาวมานานแล้วด้วย

ซูหมิงมีสีหน้าสงบนิ่ง เขาเดินหน้าไป เท้าเหยียบลงบนทะเลทราย ทุกก้าวจะทำให้ดาวดวงนี้สั่นสะเทือน เมื่อเข้าไปใกล้ ใบหน้ามายาบนวิหารก็บิดเบี้ยวและยังแผ่กลิ่นอายความแค้นเหลือล้น

“ส่งกายเนื้อข่งหมัวมา” ซูหมิงเดินหน้า ขณะที่หญิงสาวกำลังจะถามต่อนั้น เขาก็เอ่ยขึ้นมาก่อน

ประโยคนี้ทำให้หญิงคนนั้นที่เดิมทีอยากจะกล่าวต่อหน้าเปลี่ยนสีไปอย่างรุนแรง ภายในดวงตาฉายแววเหลือเชื่อ ตอนที่มองซูหมิงดวงตายังเผยประกายแสงหม่น ก่อนอ้าปากกรีดร้องตะโกนเสียงแหลม

หลังจากนั้นใบหน้ามายาเกิดการระเบิดออกดังปัง กลายเป็นใบหน้าชายหญิงคนชราและผู้เยาว์หลายหมื่นใบหน้าพุ่งตรงไปหาซูหมิงคล้ายว่าจะเขมือบเขา

“ไม่รู้จักประมาณตน” ซูหมิงเข้าไปใกล้แล้ว ภายในดวงตาสีเทาไม่มีคลื่นอารมณ์แม้แต่น้อย เขายกมือขวาขึ้นกดฝ่ามือไปข้างหน้า ทันใดนั้นฟ้าดินเกิดเสียงดังสนั่น ใบหน้าหลายหมื่นคนยังไม่ทันเข้าใกล้ก็ระเบิดพร้อมกับม้วนตลบถอยไปทั้งหมด กระทั่งวิหารใหญ่ยังสั่นสะเทือนและพังทลายลง ตอนที่มันระเบิดออกเป็นวงกว้าง ยังเผยเป็นโต๊ะยาวในวิหารใหญ่รวมถึงเพลิงเทียนด้านบน

“ข่งหมัวคือใคร ข้าไม่มีกายเนื้อมัน นี่เป็นการเข้าใจผิดกัน ผู้อาวุโสอย่าฟังความคนอื่น!” ระหว่างที่ในเพลิงเทียนบิดเบี้ยวยังเผยเป็นใบหน้าหญิงสาวกำลังโต้ตอบ ซูหมิงด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“เป็นการเข้าใจผิดหรือไม่ รอข้าดึงวิญญาณเจ้าออกมาก่อน หลังตรวจความทรงจำเจ้าแล้วก็จะรู้เอง” ซูหมิงเหยียบเข้าไปในวิหารใหญ่ที่พังลง มุ่งหน้าไปสู่เพลิงเทียนนั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!