Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 532

I Shall Seal The Heaven Chapter 532

ตอนที่ 532

การตายของฮูเหยียนชิ่ง

ต่อมาหยดโลหิตที่พุ่งไล่ตาม ก็ไปถึงเป้าหมาย ทะลวงผ่านเข้าไปในร่างผู้ฝึกตน จากนั้นร่างมันก็ระเบิดออก

สำหรับผู้ฝึกตนอีกคน ถึงแม้มันจะเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่มันก็ไม่อาจจะรวดเร็วไปกว่าหอกปีศาจ ซึ่งส่งเสียงแหลมเล็กแหวกฝ่าอากาศมา จากนั้นก็แทงเข้าไปในร่างมัน ทันใดนั้นกลุ่มหมอกก็ปกคลุมไปทั่วร่าง ใบหน้าอันดุร้ายตะครุบลงไป และเสียงแผดร้องอย่างน่ากลัวก็เต็มอยู่ในอากาศ ท้ายที่สุดเมื่อเสียงนั้นจางหายไป ก็เหลืออยู่เพียงแค่โครงกระดูกเท่านั้น

ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาในการอธิบาย แต่จริงๆ แล้ว จากตอนที่ชายชราทั้งสามเริ่มหลบหนี จนกระทั่งถึงตอนที่พวกมันทั้งหมดตกตายไป ก็ใช้เวลาเพียงแค่สิบลมหายใจเท่านั้น

เมิ่งฮ่าวเก็บเบ็ดตกปลาไว้ จากนั้นก็หันหน้าไปมองยังฮูเหยียนชิ่ง

เมื่อสายตาเมิ่งฮ่าวตกกระทบไปบนร่างมัน ฮูเหยียนชิ่งก็ถอยไปด้านหลัง ตัวสั่นสะท้าน มันรีบกระโจนกลับเข้าไปในเกี้ยวอย่างรวดเร็ว

“พื้นฐานฝึกตนขั้นต้นวิญญาณแรกก่อตั้ง” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ “ช่างน่าสงสารนัก” อันที่จริงนี่เป็นพื้นฐานฝึกตนขั้นต้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ที่อ่อนแอมากที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเห็นมา “บิดาเจ้าคือใคร?” เขากล่าวต่อ สีหน้าสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย เขาได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่มานานแล้ว จนถึงจุดที่ไม่ได้หุนหันพลันแล่นอีกต่อไป เป็นธรรมดาที่เขาจะบอกได้ว่า บุรุษผู้ซึ่งมีผู้คุ้มกันที่เก่งกล้าเช่นนี้ ก็หมายความว่า มันต้องมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา

ยิ่งไปกว่านั้น เส้นใยหนาสีแดง ซึ่งเชื่อมต่ออยู่บนศีรษะของบุคคลเหล่านี้ ก็ทำให้เกิดเป็นคำถามมากมาย นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้มันยังได้กล่าวบอกว่า บิดาของมันได้กล่าวชมเชยค่ายกลเวท ของผู้ฝึกตนขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่วิญญาณแรกก่อตั้ง มันได้เผยข้อมูลท่ามกลางคำคุยโวโอ้อวดอย่างเย่อหยิ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เมิ่งฮ่าวก็ประกอบชิ้นส่วนข้อมูลเข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดาย ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจถึงเบาะแสเหล่านั้น?

ฮูเหยียนชิ่งจ้องมองมาด้วยความตกตะลึง เดิมทีมันวางแผนไว้ว่าจะแผดเสียงบอกเล่าข้อมูลเกี่ยวกับบิดามันออกมา เพื่อทำให้เมิ่งฮ่าวตกใจ ใครจะไปคาดคิดว่าเมิ่งฮ่าวจะสอบถามด้วยตัวเองเช่นนั้น?

“ท่าน…” ฮูเหยียนชิ่งตกใจและสั่นไปทั้งร่าง แต่มันก็ยังคงตะโกนออกมา “ท่านพ่อข้าคือฮูเหยียนอวิ๋นหมิง ปรมาจารย์ตัดวิญญาณเผ่าเทียนฉง แห่งพันธมิตรศาลสวรรค์ในดินแดนสีดำ! ถ้าเจ้ากล้าสังหารข้า ท่านพ่อข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่! ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ไหน หรือเจ้าเป็นใคร ถ้าเจ้ากล้าทำให้ข้าบาดเจ็บ เจ้าก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยใดๆ!!”

ขณะที่มันพูดพล่ามออกมา คำพูดก็ยิ่งลื่นไหลมากขึ้น นี่เป็นสิ่งที่มันวางแผนไว้ว่าจะพูดกับเมิ่งฮ่าวตั้งแต่แรก แต่การที่เมิ่งฮ่าวได้สอบถามข้อมูลด้วยตัวเอง ทำให้มันตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวายเล็กน้อย

“ข้าไม่คิดจะสังหารเจ้า” เมิ่งฮ่าวกล่าวพร้อมกับหัวเราะหึๆ “เจ้าไปได้แล้ว” การสังหารผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งเป็นเรื่องเล็กน้อย และสำหรับบุรุษผู้นี้ เมิ่งฮ่าวไม่มีความอาฆาตแค้นกับมัน จึงไม่มีค่าเพียงพอที่จะต้องไปสังหารมัน

นอกจากนี้ มันยังเป็นทายาทของปรมาจารย์ตัดวิญญาณ มันต้องมีอาวุธเวทที่ใช้ช่วยชีวิตอย่างแน่นอน ถ้าเมิ่งฮ่าวพยายามจะสังหารมันไปจริงๆ ไม่เพียงแต่จะเกิดความยุ่งยากขึ้นเท่านั้น ตัวตนของเขาก็จะต้องถูกตรวจจับได้อย่างแน่นอน เมิ่งฮ่าวไม่ใช่ผู้ที่เพิ่งจะเข้ามาในโลกแห่งการฝึกตน เขารู้ดีว่าถ้าฮูเหยียนชิ่งตายไป ปรมาจารย์ฮูเหยียนก็จะตามมาไล่ล่าและสังหารเขาไป ถึงแม้เขาจะสามารถหลบหนีปรมาจารย์ฮูเหยียนไปได้ แต่ตัวตนของเขาก็ไม่อาจจะปกปิดได้อีกต่อไป

เมื่อเกิดขึ้นเช่นนั้น ความปลอดภัยของเผ่าจินอู (อีกาทองคำ) ก็จะตกอยู่ในอันตราย และเมิ่งฮ่าวก็ไม่ยอมที่จะปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

นั่นเป็นเหตุผลดั้งเดิมที่ทำไมเขาถึงได้เลือกที่จะปล่อยให้อู๋เหล่าและคนอื่นๆ จากไป แต่โชคร้ายที่ฮูเหยียนชิ่งไม่รู้จักชั่วดี และถือดีว่ามีผู้คุ้มกันที่แข็งแกร่งสั่งให้โจมตีเขา เมิ่งฮ่าวสังหารพวกมันไปอย่างรวดเร็ว และตอนนี้ฮูเหยียนชิ่งก็เหลือแค่ตัวคนเดียว มันน่าจะสงบเสงี่ยมมากขึ้น

และน่าจะรู้ว่าใครบางคน ไม่อาจจะตอแยหาเรื่องได้

เมิ่งฮ่าวสรุปได้ว่า เมื่อเขาไม่สังหารมัน มันก็คงจะไม่กล้าแสดงความไม่พอใจอีกต่อไป เห็นได้ชัดว่าฮูเหยียนชิ่งหวาดกลัวต่อภาพที่เห็นเมื่อก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

นอกจากนี้ เมิ่งฮ่าวยังได้ทิ้งเส้นใยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ไว้บนร่างฮูเหยียนชิ่งอีกด้วย เมื่อไหร่ที่มันกลับไปหาบิดามัน, ปรมาจารย์ฮูเหยียน สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ก็จะถูกค้นพบ และช่วยอธิบายเรื่องราวได้อย่างชัดเจน

มีเพียงผู้คนที่ฉลาดเหนือธรรมดาเท่านั้น ถึงจะสามารถบรรลุถึงขั้นที่กลายมาเป็นปรมาจารย์ตัดวิญญาณได้ เมิ่งฮ่าวเชื่อมั่นว่าคนผู้นั้นคงต้องยอมรับเรื่องนี้อย่างเงียบๆ และไม่บังเกิดโทสะขึ้น

“เจ้าจะไม่สังหารข้า?” ฮูเหยียนชิ่งถาม จ้องมองมาด้วยความตกตะลึง ทันใดนั้น มันก็รู้ว่าเหตุผลที่คนผู้นี้ไม่สังหารมัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความหวาดกลัวต่อบิดาของมัน แต่มันก็ไม่รู้ถึงเหตุผลที่แท้จริง โดยไม่ลังเล มันกัดฟันแน่นและพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทำเช่นนั้น มันก็รีบหยิบแผ่นหยกขึ้นมาในทันใด ส่งคำสั่งไปเรียกตัวสมาชิกเผ่าเทียนฉงคนอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้นให้รีบมาหามันในทันที

เมิ่งฮ่าวไม่สนใจการจากไปของฮูเหยียนชิ่ง นั่งขัดสมาธิและเริ่มเข้าฌาณอย่างเงียบๆ อีกครั้ง เขาตัดสินใจที่จะรอคอยอยู่ที่นี่อย่างเงียบๆ ก่อนที่จะได้พบกับจื่อเซียงเพื่อเข้าไปในอาณาจักรเซียนอสูรโบราณ

ขณะที่เขาเข้าฌาณและตรวจสอบวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งเจ็ดดวง ความคิดอันอหังการทันใดนั้นก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาในจิตใจ

“ตอนนี้ข้ามีเจ็ดวิญญาณแรกก่อตั้ง และสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่มีขอบเขตถึงเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าจ้าง หนึ่งหมื่นจ้างก็คือขอบเขตของตัดวิญญาณ…ข้าอยากรู้นักว่าถ้ามีถึงแปดวิญญาณแรกก่อตั้งจะเป็นอย่างไร? ถ้าถึงเก้า…? ถ้าเกิดขึ้นเช่นนั้น และสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของข้าขยายขอบเขตออกไปได้ ก็คงจะสามารถเทียบได้กับขั้นตัดวิญญาณ…เป็นไปได้หรือไม่ว่าการกระทำเช่นนั้น จะช่วยให้ข้าเข้าใจตัดวิญญาณได้มากขึ้น?” เมื่อครุ่นคิดมาถึงจุดนี้ เมิ่งฮ่าวก็เริ่มหอบหายใจเล็กน้อย จู่ๆ ดวงตาก็เริ่มสาดประกายเจิดจ้า หลังจากนั้นเขาก็ตระหนักว่าเรื่องเช่นนั้นคงไม่อาจจะเป็นความจริงขึ้นมาได้

“จริงๆ แล้ว ข้าจำเป็นต้องครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้รอบคอบมากกว่านี้ หลังจากที่ลองพยายามทำดู ข้าอาจจะรับรู้ถึงความเป็นไปได้ของมันมากขึ้น เม็ดยาจัดหาวิญญาณค่อนข้างจะน่าสนใจ จากความเข้าใจเกี่ยวกับตำนานที่ผ่านมา มันน่าจะมีผลเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามันมีผลถึงสองครั้งสำหรับข้า” เขาครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องราวก่อนหน้านี้ และขบคิดถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ของมัน

อันที่จริง พื้นฐานที่เขาได้สร้างขึ้นมา เป็นสิ่งที่หาได้ยากแม้จะเป็นเรื่องบังเอิญก็ตามที เขาได้บรรลุถึงระดับสิบสามขั้นรวบรวมลมปราณ ได้สร้างพื้นฐานสมบูรณ์ พร้อมกับเสาแห่งเต๋าสิบต้น บรรลุถึงขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่แห่งแกนสีทองสมบูรณ์ และได้ผสมผสานห้าธาตุได้สำเร็จ ถึงแม้ไม่อาจจะกล่าวได้ว่า เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติการณ์ แต่ก็ใกล้เคียง

“ยิ่งไปกว่านั้น สามเม็ดยามหัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากเย็นด้วยเช่นกัน แม้แต่ในสมัยโบราณ น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้กลืนพวกมันลงไป แม้จะเพียงแค่เม็ดเดียวก็ตามที ด้วยประสิทธิภาพของเม็ดยาจัดหาวิญญาณ การกลืนลงไปสองเม็ด จริงๆ แล้วก็ไม่แตกต่างกันมากนักกับการกลืนลงไปเพียงแค่เม็ดเดียว ต้องกลืนลงไปด้วยจำนวนมากมายถึงจะเห็นผล ผู้ฝึกตนสมัยโบราณคงไม่มีทางจะใช้เม็ดยานี้ฟุ่มเฟือยเช่นนั้น ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะคิดว่ามันคงมีประสิทธิภาพเมื่อกลืนลงไปเพียงแค่ครั้งเดียว นั่นคงจะเป็นสาเหตุความเข้าใจของพวกมัน และได้บอกเล่าต่อๆ กันมาจนกลายเป็นตำนานไป” เมิ่งฮ่าวนั่งอยู่ที่นั่นต่อไป จมอยู่ในห้วงภวังค์ความครุ่นคิด

ฮูเหยียนชิ่งบินไปหลายวันโดยไม่หยุดพัก ขณะนี้มันได้รับคำตอบมาจากสมาชิกเผ่าเทียนฉงหลายคน ซึ่งกำลังเร่งความเร็วตรงมาที่มันในตอนนี้ พวกมันน่าจะมาถึงภายในเวลาชั่วธูปไหม้หมดไปหนึ่งดอก

ในที่สุดฮูเหยียนชิ่งก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา ตอนนี้มันรู้แล้วว่าเมิ่งฮ่าวยอมปล่อยมันไปจริงๆ เมื่อคิดย้อนกลับไปถึงความน่ากลัวของเมิ่งฮ่าว ก็ต้องหัวเราะอย่างขมขื่นออกมา ความน่ากลัวอย่างรุนแรงที่ได้พบเจอมา ทำให้มันรู้แจ้งขึ้นเล็กน้อย และรู้สึกไม่พอใจ แต่เมื่อคิดไปถึงความน่ากลัวของเมิ่งฮ่าว ก็ได้แต่ต้องถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา

“ควรจะลืมมันไปดีกว่า” มันคิด “ถ้าพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว เป็นข้าเองที่ไปหาเรื่องมัน ถึงมันจะยอมปล่อยข้าไป แต่ถ้าข้ายังคงทำตัวเช่นก่อนหน้านี้ ในที่สุดข้าก็จะต้องไปเผชิญหน้ากับใครบางคนที่ต้องการจะสังหารข้าอย่างแน่นอน ถึงแม้ท่านพ่อจะล้างแค้นให้ แต่ข้าก็คงไม่อาจจะฟื้นขึ้นมาได้…นี่จะเป็นประสบการณ์หลัก ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของฮูเหยียนชิ่ง! นับจากนี้ไปข้าจะไม่เป็นเช่นก่อนหน้านี้อีก ข้าจะต้องมีชื่อเสียงที่ดีงาม!”

ดวงตามันเต็มไปด้วยแสงแห่งความดื้อรั้น ขณะที่ตัดสินใจได้แล้ว หลังจากที่กลับไปยังเผ่าเทียนฉง มันจะตรงไปเข้าฌาณตามลำพังในทันที มันจะเปลี่ยนแปลงบุคลิกความเย่อหยิ่งของตัวเอง และจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มพื้นฐานฝึกตนทั้งหมด มันจะไม่ปล่อยให้ตัวเองไปพบเจอกับความน่ากลัวเช่นนั้นอีกในวันข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ฮูเหยียนชิ่งพึมพำกับตัวเอง และตัดสินใจได้แล้ว เสียงหัวเราะอย่างเย็นชา ฉับพลันนั้นก็ดังออกมาจากด้านหลัง

สีหน้ามันเปลี่ยนไป ขณะที่หมุนตัวกลับไป สิ่งที่มันเห็นที่ด้านหลังก็คือ บุรุษหนุ่มในชุดดำ ทันทีที่ฮูเหยียนชิ่งมองเห็นใบหน้า และรังสีสังหารในดวงตาของคนผู้นั้น มันก็ได้แต่พูดเสียงแหบแห้งตะกุกตะกัก “เจ้า…เจ้าบอกว่าจะปล่อยให้ข้าจากไป!”

ทันทีที่คำพูดหลุดออกมาจากปากมัน บุรุษหนุ่มชุดดำก็คว้าจับลำคอของฮูเหยียนชิ่งไว้ และจากนั้นก็บีบลงไปอย่างโหดเหี้ยม

เสียงแตกร้าวได้ยินมา ดวงตาฮูเหยียนชิ่งเบิกค้าง และเต็มไปด้วยความเสียใจและไม่ยินยอม รวมถึงความสับสน มันไม่เข้าใจว่าทำไมหลังจากที่บอกให้มันจากไปแล้ว ก็ติดตามมันมาและลงมือเช่นนี้

มันไม่เข้าใจว่าทำไมของวิเศษช่วยชีวิต ที่บิดาให้มันมาถึงไม่ทำงาน…

ขณะที่ดวงตามันเริ่มสลัวเลือนลาง ความตายใกล้เข้ามาและแสงสว่างเริ่มจางหายไป ฉับพลันนั้นมันก็ตระหนักว่าคนที่อยู่เบื้องหน้ามันในตอนนี้ แตกต่างไปจากผู้ฝึกตนอันน่ากลัวก่อนหน้านี้มันดูเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริง ก็มีความแตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม มันไม่อาจจะส่งเสียงใดๆ เกี่ยวกับความคิดเหล่านี้ออกมาได้ เสียงระเบิดดังก้องออกมา ขณะที่ร่างของมันระเบิดออกกลายเป็นหมอกควันแห่งโลหิต

บุรุษหนุ่มชุดดำยิ้มออกมา และดวงตาก็เต็มไปด้วยแสงสีแดง ขณะที่มันกำลังจะจากไป ทะเลม่วงด้านล่างมันจู่ๆ ก็มีคลื่นขนาดใหญ่พุ่งขึ้นมา มันได้ยินเสียงคำรามด้วยโทสะดังออกมา จากภายในน้ำทะเลที่อยู่ห่างไกลออกไป

“บัดซบ, อยู่ห่างไกลเช่นนี้ มันก็ยังคงรับรู้ได้!? มันคงอยู่ในท่ามกลางการกลายเป็นอสูรจำแลงจากก่อนหน้านี้!” สีหน้าบุรุษหนุ่มสลดลง จิตใจมันเริ่มเต้นรัว ทันใดนั้นร่างมันก็หายไป อย่างไรก็ตาม ในตอนที่มันหายตัวไป จากระยะห่างที่ไกลออกไปด้วยการเดินทางสามวัน เมิ่งฮ่าวนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นผิวของทะเล โทสะกำลังลุกโชน ทันใดนั้นเขาก็พุ่งขึ้นไปในอากาศ พลังแห่งคุนเผิงระเบิดออกมาอยู่ภายในร่าง บินตรงไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ เกิดเป็นเสียงระเบิดดังขึ้นแยกอากาศออกเป็นระลอกคลื่น ขณะที่เขาพุ่งตรงไปยังบุรุษหนุ่มชุดดำผู้นั้น

“เจ้าบังอาจมาปรักปรำข้า!?!?”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: