Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 534

I Shall Seal The Heaven Chapter 534

ตอนที่ 534

ใครคือชาวประมง

ไม่สำคัญว่าค้างคาวดำ จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาจากสมัยโบราณหรือไม่ เมื่อมาอยู่ที่เบื้องหน้าของวิญญาณดวงที่เจ็ดของเมิ่งฮ่าว มันก็ไม่อาจจะตอบโต้กลับมาได้โดยสิ้นเชิง ขณะที่มันจะหลบหนีไป ทันใดนั้นร่างมันก็แตกกระจายออกเป็นชิ้นส่วนมากมายนับไม่ถ้วน กลายเป็นค้างคาวนับพัน

ฉับพลันนั้น ค้างคาวก็หลบหนีกระจัดกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง

ตอนนี้เมิ่งฮ่าวมีความต้องการสังหารเหลือคณานับ เขาส่งเสียงแค่นอย่างเย็นชา จากนั้นก็โบกสะบัดมือขวา หอกปีศาจปรากฎขึ้นที่เบื้องหน้า เขาตบไปที่ตัวหอก ส่งพลังจากพื้นฐานฝึกตนให้ระเบิดอยู่ด้านใน ทันใดนั้นหอกก็ระเบิดออกในทันที

เกิดเป็นกลุ่มหมอกสีดำขยายตัวออกไป ซึ่งภายในเต็มไปด้วยใบหน้าอันดุร้ายมากมายนับไม่ถ้วน พุ่งตรงไปยังค้างคาวที่หลบหนี และเริ่มกัดกินพวกมัน

เพียงชั่วพริบตา เสียงกรีดร้องอย่างน่าอนาถใจมากมายนับไม่ถ้วนก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ หลังจากเวลาผ่านไปไม่กี่อึดใจ ก็เหลือค้างคาวอยู่แค่ไม่กี่ร้อยตัว จากเดิมทีที่มีถึงนับพันตัว

กลุ่มค้างคาวที่ยังเหลืออยู่ รีบรวมตัวกันในทันที เสียงปะทุได้ยินมา ขณะที่พวกมันกลับไปเป็นรูปร่างแบบใหม่ ครั้งนี้มันไม่ได้ดูเหมือนบุรุษหนุ่มชุดดำ แต่เป็นค้างคาวยักษ์

ดวงตาค้างคาวเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทันทีที่มันปรากฏขึ้น พยายามจะหลบหนีจากไป แต่เมิ่งฮ่าวก็พุ่งตรงไป ปรากฏตัวอยู่ที่เบื้องหน้ามัน ค้างคาวดำส่งเสียงแผดร้องอย่างสิ้นหวังออกมา ขณะที่เมิ่งฮ่าวยกมือขึ้น และกดนิ้วลงไปบนหน้าผากของมัน พลังแห่งการทำลายล้างระเบิดออก คล้ายกับเป็นระลอกคลื่นแห่งการทำลายล้าง ซึ่งกวาดออกไปทั่วทั้งร่างของค้าวคาวดำ

เสียงระเบิดดังก้องออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค้างคาวดำกรีดร้องออกมา ร่างมันระเบิดออกกลายเป็นกลุ่มหมอกแห่งโลหิต กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง มีเพียงศีรษะที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งเมิ่งฮ่าวก็คว้าจับไว้ และเก็บเข้าไปในถุงสมบัติ

หลังจากที่ความตายเกิดขึ้น บริเวณรอบๆ ข้างก็ค่อยๆ เริ่มเงียบสงบลงอีกครั้ง

ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ห่างออกไปจากการเดินทางเกือบหนึ่งปี ในเขตทางเหนือของทะเลทรายตะวันตก ลึกลงไปที่ก้นทะเล มีซากศพนั่งขัดสมาธิอยู่

ร่างของมันครึ่งหนึ่งเป็นมนุษย์ อีกครึ่งเป็นอสูร นี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เมิ่งฮ่าวเคยดึงกระบี่ไม้เล่มที่สามออกมา จากภายในดินแดนสักการะอีกาศักดิ์สิทธิ์เมื่อหลายปีก่อน มันเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวกันกับที่บุรุษหนุ่มชุดดำได้ดูดกลืนเข้าไปในดวงตาข้างซ้ายของมัน และจากนั้นก็ผนึกเอาไว้

ตอนนี้ ซากศพนั้นดูแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้ มันมีปีกค้างคาวยื่นออกมาจากแผ่นหลังอย่างเห็นได้ชัด นั่งอยู่ที่นั่นแน่นิ่งไม่ไหวติงบนก้นทะเลลึก ไร้พลังชีวิต เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย ซึ่งเหมือนกับทะเลม่วงที่อยู่รอบๆ ตัวมันเป็นอย่างมาก

ทันใดนั้น ดวงตาที่ว่างเปล่าของซากศพก็เริ่มเรืองแสงออกมา แสงนั้นเริ่มเห็นได้ชัดมากขึ้นไปเรื่อยๆ ขณะที่กลิ่นอายแห่งชีวิตจู่ๆ ก็พุ่งขึ้นมาอยู่ในร่างของมัน เสียงกรอบแกรบได้ยินมาขณะที่ทันใดนั้นมันก็ขยับลำคอ

ริมฝีปากที่เน่าเปื่อยของมัน ฉับพลันนั้นก็ขยับขึ้นเป็นรอยยิ้มอันเย็นชา

“ผู้ฝึกตนอันกระจ้อยร่อย” ซากศพกล่าวขึ้นด้วยเสียงแหบแห้ง “มันคิดว่าฉลาดปราดเปรื่อง แต่เมื่อเทียบกับวิญญาณเช่นข้า มันก็ไม่มีความหมายอะไร ในตอนที่มันกำลังยินดีต่อชัยชนะ ข้าก็ได้หลุดออกมา ราวกับเป็นจั๊กจั่นที่ลอกคราบ”

“แต่คิดดูแล้วมันก็แข็งแกร่งอย่างแท้จริง โชคดีที่ข้าได้จัดเตรียมร่างจริงร่างที่สองไว้ ถึงแม้ว่าเจตจำนงของร่างนั้นไม่รู้ว่า ร่างที่แท้จริงของข้าได้จัดเตรียมไว้สองร่างก็ตามที แย่ยิ่งนักที่มันถูกสังหารไปจริงๆ”

“แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีด้วยเช่นกัน เพราะมันคิดว่าข้าถูกกำจัดไปแล้ว ข้าจะได้แอบติดตามความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างมันและปรมาจารย์ฮูเหยียนอย่างลับๆ”

“เมื่อนกกระเรียนและหอยกาบต่อสู้กัน ผู้ได้ที่ผลประโยชน์ก็คือชาวประมง และข้า…ก็คือชาวประมง!” รอยยิ้มของซากศพเริ่มเย็นชาและโหดเหี้ยมมากยิ่งขึ้น

ซากศพนี้คือค้างคาวดำที่แท้จริง ขณะที่มันนั่งอยู่ที่นั่นตรงก้นทะเล เมิ่งฮ่าวก็กลับไปยังตำแหน่งที่เขาได้สังหารบุรุษหนุ่มชุดดำ พร้อมกับขมวดคิ้ว

ทุกสิ่งทุกอย่างได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดายมากเกินไป แทบจะคล้ายกับน้ำที่กำลังไหลลงมาจากท่อ ราวกับไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้นมาก่อน ความลึกล้ำของพื้นฐานฝึกตนของเมิ่งฮ่าว ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเรียบง่ายอย่างน่าเหลือเชื่อ

อย่างไรก็ตาม เมิ่งฮ่าวก็ยังคงรู้สึกราวกับว่ามีบางสิ่งไม่ถูกต้อง

เขาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาแวบขึ้นขณะที่หยิบเอาเบ็ดตกปลาตระกูลจี้ออกมา ทันทีที่สัมผัสคันเบ็ด แสงแปลกๆ ก็แวบขึ้นมาในดวงตา มองไปขณะที่โลหิตและชิ้นเนื้อที่ยังเหลืออยู่ของค้างคาวดำ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่รอบๆ ทันใดนั้นก็หยุดนิ่งอยู่กับที่

แต่ละชิ้นเนื้อหรือโลหิต มองเห็นเส้นใยกรรมติดอยู่ อย่างน่าตกใจ เส้นใยกรรมเกือบทั้งหมด กำลังมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางเดียวกัน

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้นด้วยความจดจ่อ เจตจำนงเริ่มติดตามเส้นใยกรรมพุ่งผ่านอากาศไป จนกระทั่งจมลงไปในทะเลม่วง เส้นใยกรรมเหล่านั้นมุ่งหน้าต่อไปทางทิศเหนือ พุ่งไปบนพื้นทะเล ในที่สุดเขาก็มองเห็นซากศพพร้อมกับรอยยิ้มอันโหดเหี้ยมของมัน

ทันทีที่สายตาเขาตกกระทบไปบนร่างซากศพนั้น สีหน้ามันก็เปลี่ยนไป และมองขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ในเวลาเดียวกันนั้น เจตจำนงของเมิ่งฮ่าวก็หายไปจากเส้นใยกรรม เขากลับมาอยู่ในขั้นปกติธรรมดา และเก็บเบ็ดตกปลากลับเข้าไป สีหน้าเคร่งเครียดอย่างถึงที่สุด

“ไม่ผิดจากที่คาดไว้จริงๆ !” เขากล่าว มองตรงไปยังเขตทางเหนือของทะเลทรายตะวันตก รังสีสังหารสาดประกายอยู่ในดวงตา

ย้อนกลับไปยังเขตทางเหนือ ดวงตาค้างคาวดำสาดประกายด้วยแสงอันลี้ลับ สีหน้ามันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จากนั้นก็เป็นความสงสัย ในทีสุด ก็เริ่มมีความโหดเหี้ยมมากกว่าก่อนหน้านี้

“ข้าไม่เข้าใจคนผู้นี้เลยจริงๆ มันใช้วิธีการอะไรในการค้นหาข้าได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น? มันทำให้ข้าเกิดความรู้สึกแปลกๆ เป็นอย่างมาก” มันลุกขึ้นมายืนอย่างครุ่นคิด จากนั้นก็พุ่งออกไปจากภายในทะเลม่วง

“ไม่เป็นไร ข้าไม่อาจจะอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป ข้าต้องไปหลบซ่อนอยู่ในทะเลเทียนเหอ เจ้าเมิ่งฮ่าวผู้นี้…ช่างแปลกประหลาดนัก!” ร่างมันแวบขึ้น ขณะที่บินจนหายลับตาไป

สถานที่อันห่างไกลออกไปโดยการเดินทางหนึ่งปี เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ จากนั้นก็ค่อยๆ จมกลับลงไปในทะเลม่วง นั่งลงขัดสมาธิบนพื้นทะเล ดวงตาสาดประกายด้วยความต้องการสังหารอันเข้มข้น

“ข้าอาจจะอยู่ห่างไกล แต่…ข้าก็ยังมีวิธีที่จะสังหารเจ้า!” เขาหลับตาลง ส่งเจตจำนงออกไปหลอมรวมเข้าด้วยกันกับทะเลม่วง

ในตอนนี้ เมิ่งฮ่าวได้กลายเป็นทะเลม่วง เหมือนกับที่ได้เกิดขึ้นเมื่อเขากลายเป็นอสูรจำแลง แต่ครั้งนี้เขาได้ตื่นขึ้นมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป

เนื่องจากเช่นนั้น เขาจึงไม่อาจจะใช้พลังของทะเลม่วงได้อย่างเต็มที่

ทันที่ที่เจตจำนงเมิ่งฮ่าวหลอมรวมเข้ากับทะเลม่วง ทั่วทั้งทะเลทันใดนั้นก็พลุ่งพล่านปั่นป่วนเต็มไปด้วยคลื่นขนาดใหญ่ และเสียงกระหึ่มกึกก้องก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ ในเขตทางเหนือของทะเลทรายตะวันตก ซากศพกำลังเร่งความเร็วพุ่งผ่านไป ทันใดนั้นริ้วรอยแห่งโลหิตก็ปรากฏขึ้นบนร่างมัน ทะเลม่วงที่ด้านล่างส่งเสียงกระหึ่ม และกลายเป็นกระแสน้ำวน สีหน้าซากศพสลดลงไปในทันที

ในเวลาเดียวกันนั้น เสียงกึกก้องทรงพลังก็ได้ยินมาจากภายในกระแสน้ำวน

“เจ้าใส่ร้ายข้าแล้วจะหลบหนีไปอย่างง่ายดายเช่นนี้?” เสียงนั้นดังก้องออกไปราวกับเป็นเสียงฟ้าร้อง ทำให้สีหน้าของซากศพนั้นยิ่งซีดสลดลงไปมากกว่าเดิม มันสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ หลังจากที่หยุดชะงักอยู่ชั่วขณะ มันก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วเท่าที่จะทำได้

ขณะที่มันหลบหนีไป น้ำที่อยู่บนพื้นผิวของทะเลม่วง ในเขตทางเหนือของทะเลทรายตะวันตก ก็เริ่มรวมตัวเข้าด้วยกัน ทันใดนั้นหัตถ์ขนาดใหญ่ก็เริ่มยื่นออกมาจากส่วนลึกของน้ำทะเล พุ่งตรงไปยังซากศพที่กำลังหลบหนี

ทันทีที่หัตถ์นั้นแตะสัมผัสโดนซากศพ มันก็อ้าปากกล่าวเป็นคำพูดที่ซับซ้อนแปลกๆ ออกมา คำพูดเหล่านั้นกลายเป็นพลังที่ดูเหมือนจะเป็นของโลกอื่น เต็มไปด้วยความเก่าแก่โบราณ

ตูม!

พลังระเบิดของคำพูดเหล่านั้น ทำให้เกิดเป็นระลอกคลื่นขึ้นรอบๆ ซากศพ ภายในระลอกคลื่นนั้น มองเห็นเป็นภาพสะท้อนของโลกในสมัยโบราณ ซึ่งเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานเมื่อในอดีต ภาพนั้นคลุมเครือไม่ชัดเจน แต่กระนั้นก็ยังก่อให้เกิดเป็นเสียงกระหึ่มกึกก้องดังเต็มอยู่ในอากาศหัตถ์ทะเลม่วงพังทลายลง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าพลังของซากศพนั้นอ่อนแอลงด้วยเช่นกัน

โดยไม่ลังเล มันพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะที่ทำเช่นนั้น หัตถ์ยักษ์อีกแปดข้างทันใดนั้นก็เริ่มพุ่งขึ้นมาจากทะเล ยื่นตรงไปยังซากศพที่กำลังหลบหนี

เสียงระเบิดดังเต็มอยู่ในท้องฟ้า และดังก้องไปทั่วทั้งท้องทะเล ใบหน้าซากศพเต็มไปด้วยความประหลาดใจ พ่นปราณแห่งชีวิตออกมา ใช้สองมือขยับร่ายเวท ทำให้พลังปรากฏขึ้นเป็นระลอกคลื่น เป็นวิชาเวทที่เมิ่งฮ่าวไม่เคยเห็นมาก่อน

พลังนั้นก่อตัวเป็นสัญลักษณ์เวทที่แปลกประหลาดมากมาย แต่ละสัญลักษณ์ดูเหมือนจะมีพลังที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งทะเลม่วงไม่อาจจะต่อต้านได้

ลึกลงไปในทะเลม่วง เมิ่งฮ่าวแค่นเสียงเย็นชาออกมา ขณะที่ซากศพค้างคาวดำเริ่มอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ ใบหน้าขนาดใหญ่ทันใดนั้นก็เริ่มนูนขึ้นมาจากพื้นผิวของทะเล

ใบหน้านั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเมิ่งฮ่าว!

เมิ่งฮ่าวอาจจะจมอยู่ในก้นทะเล แต่เจตจำนงเขาได้เข้าร่วมการต่อสู้อย่างดุเดือดกับซากศพค้างคาวดำ

ในเวลาเดียวกันนั้น ในดินแดนสีดำ ในหุบเขาที่เต็มไปด้วยดอกท้อ ตรงประตูอารามขนาดใหญ่ของเผ่าเทียนฉง

หุบเขานั้นเต็มไปด้วยเสียงวิหคขับขาน และกลิ่นหอมของบุปผาที่สวยงาม ราวกับเป็นอาณาจักรแห่งเซียน ในศาลาหลังหนึ่งมีบุรุษวัยกลางคนอยู่สองคน

หนึ่งกำลังนั่งเข้าฌาณ อีกหนึ่งกำลังยืนอยู่ หนึ่งใส่ชุดยาวสีขาว อีกหนึ่งใส่ชุดสีดำ

อย่างไรก็ตาม รูปร่างหน้าตาของพวกมันก็เหมือนกันเป็นอย่างยิ่ง

บุรุษชุดขาวนั่งขัดสมาธิเข้าฌาณแน่นิ่งไม่ไหวติง ราวกับว่ามันจะหลอมรวมเข้ากับโลกนี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์ เว้นแต่ว่าจะมีเหตุการณ์อันน่าตกใจ ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับเผ่าเทียนฉงเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นมันก็จะยังคงอยู่ที่นั่น ไม่ตื่นขึ้นมา

มันฝังตัวอยู่ในการเข้าฌาณตามลำพังโดยสิ้นเชิง ใช้เวลาหลายปีเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง หลังจากที่มีการตัดวิญญาณครั้งแรก และฟื้นฟูร่างกายที่เสียหายไป

กล่าวโดยทั่วไป กิจวัตรประจำวันต่างๆ จะถูกดูแลโดยร่างจำแลงศักดิ์สิทธิ์ของมัน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นบุรุษชุดดำที่กำลังยืนอยู่ที่นั่น

ใบหน้าบุรุษชุดดำดูน่ากลัวอย่างถึงที่สุด ขณะที่มันมองลงไปยังแผ่นหยกที่แตกกระจายอยู่ในมือ ดวงตามันสาดประกายด้วยความโศกเศร้าออกมา และจากนั้น…ก็เป็นความโหดเหี้ยมที่สูงตะหง่าน

“มีใครบางคนบังอาจมาสังหารบุตรชายเพียงคนเดียวของข้า…ถึงมันจะเย่อหยิ่งและไม่รู้จักดูแลตัวเองนัก แต่…มันก็เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของข้า บุตรชายเพียงคนเดียวของฮูเหยียนอวิ๋นหมิง! ไม่ว่ามันจะทำอะไร ก็ไม่มีใครคู่ควรที่จะมากลั่นแกล้งมัน อย่าว่าแต่สังหารมัน!”

บุรุษชุดขาว ซึ่งนั่งเข้าฌาณอยู่ที่นั่นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นบิดาของฮูเหยียนชิ่ง เป็นผู้ฝึกตนขั้นตัดวิญญาณเพียงคนเดียวของเผ่าเทียนฉง, ปรมาจารย์ฮูเหยียน

บุรุษชุดดำ ร่างจำแลงศักดิ์สิทธิ์ เป็นเงาร่างโปร่งแสงที่ฮูเหยียนอวิ๋นหมิง ได้ส่งไปไล่ล่าเมิ่งฮ่าว เพื่อปล้นชิงวิญญาณอสูรเมื่อปีนั้น

“ถ้าใครกล้ามีเรื่องกับฮูเหยียนอวิ๋นหมิง ข้าก็จะกำจัดมันไปทั้งเผ่า!” บุรุษชุดดำโบกสะบัดชายแขนเสื้อ และหายตัวไป เมื่อมันปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก็อยู่ในกลางอากาศเหนือดินแดนสีดำ ร่างมันแวบขึ้น จากนั้นก็ไปอยู่ด้านนอกโม่เหมิน อย่างน่าตกใจ มันใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลอีกครั้ง และตอนนี้มันก็มาอยู่ในกลางอากาศที่ด้านบนทะเลม่วง

สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของมันพุ่งกวาดออกไปทั่วท้องทะเล ค้นหาตำแหน่งที่ฮูเหยียนชิ่งถูกสังหารไป รวมถึงบุคคลที่สังหารบุตรชายมัน

หนึ่งชั่วยามหลังจากนั้น มันก็ค้นพบสถานที่ ขณะที่ลอยตัวอยู่ที่นั่นด้วยความครุ่นคิดอยู่กลางอากาศ ใบหน้ามันดุร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ โบกสะบัดมือทำให้แผ่นหยกชีวิตของฮูเหยียนชิ่งกลายเป็นเถ้าธุลี ขณะที่เศษชิ้นส่วนของเถ้าธุลีลอยออกเต็มไปทั่วบริเวณนั้น พวกมันก็เริ่มเปล่งแสงริบหรี่แสงริบหรี่ที่อ่อนจางนั้นเริ่มประสานเชื่อมต่อกันกลายเป็นจอภาพ ซึ่งมองเห็นเป็นภาพของไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นบุรุษหนุ่มชุดดำ!

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: