Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 604

I Shall Seal The Heaven Chapter 604

ตอนที่ 604

ราวกับผ่าไม้ไผ่

เมิ่งฮ่าวหลับตาลง จากนั้นก็ลืมขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเวลาต่อมา มองเห็นแสงแปลกๆ อยู่ในนั้น ขณะที่เขามองไปยังจื่อเซียง ซึ่งนั่งหน้าซีดขาวตัวสั่นสะท้านอยู่ที่นั่น

เห็นได้ชัดว่า นางได้บรรลุถึงจุดวิกฤตอันร้ายแรง

เมิ่งฮ่าวละสายตากลับมา จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน เดินออกไปจากสระน้ำ ผ่านกลุ่มหมอก และออกไปยังโลกด้านนอก

ขณะที่เขาจากไป แรงกดดันที่กดทับลงมายังจื่อเซียงก็เพิ่มขึ้น ก่อนหน้านี้แสงอันเลือนลางของอสูรอันยิ่งใหญ่ ได้ถูกใช้ร่วมกันระหว่างนางและเมิ่งฮ่าว แต่ตอนนี้แสงทั้งหมดก็พุ่งตรงไปยังนางเพียงผู้เดียว

อันที่จริง นางช่างโชคดีที่ได้มาเจอกับเมิ่งฮ่าว ถ้าไม่มีเขาเข้ามาร่วมรับแสงนี้ด้วยกัน นางก็อาจจะไม่สามารถรองรับมันได้ตามลำพัง ซึ่งไม่เพียงแต่จะไม่ได้ครอบครองร่างเซียนอสูรแล้ว ก็อาจจะต้องพบเจอกับอันตรายจนถึงแก่ชีวิตก็เป็นได้

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเมิ่งฮ่าว ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของจื่อเซียง นางไม่เคยจะคาดคิดว่า เรื่องราวจะกลับกลายเป็นเช่นนี้มาก่อน นอกจากนี้ นางมาจากสำนักเซียนอสูร ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นมาโดยกลุ่มคนที่หนีรอดจากความตายเมื่อหลายปีก่อนนั้น ความเข้าใจเกี่ยวกับเขตหวงห้าม ของสำนักเซียนอสูรโบราณก็ไม่ถูกต้องสมบูรณ์ เมื่อรวมเข้ากับกาลเวลาที่ผ่านไป ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่นางจะรู้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา

เมิ่งฮ่าวออกมาจากสระน้ำ และไปยืนอยู่ที่โลกภายนอก เขามีรูปร่างสูงใหญ่ และสมส่วน ผิวกายก็ไม่ได้หมองคล้ำเหมือนกับเมื่อหลายปีก่อน แต่เป็นผิวขาวดูสดใส ทำให้ดูสุภาพเรียบร้อยและสง่างาม บุคลิกของนักศึกษายิ่งมองเห็นได้เด่นชัด และดูเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม

เมิ่งฮ่าวตบไปที่ถุงสมบัติ หยิบเอาชุดยาวสีเขียวออกมา รีบสวมใส่อย่างรวดเร็ว ตอนนี้ เขาดูแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

เขาดูหล่อเหลามากขึ้นกว่าเดิม ดูสง่างามตามธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ดูอ่อนเยาว์ลงกว่าเดิม แต่ลึกลงไปในดวงตาสาดประกายอันเก่าแก่โบราณออกมาอย่างเลือนลาง

หลังจากผ่านไปนาน เมิ่งฮ่าวหลับตาลง และเพ่งสมาธิไปที่จุดตันเถียน และวิญญาณแรกก่อตั้งดวงที่แปดวิญญาณแรกก่อตั้งปราณและโลหิต!

ชั่วขณะเมิ่งฮ่าวก็ลืมตาขึ้น ค่อยๆ ผสานวิญญาณแรกก่อตั้งดวงที่แปดเข้าด้วยกันอย่างช้าๆ นี่เป็นแค่การทดสอบเท่านั้น แต่ก็ยังคงทำให้จิตใจต้องสั่นสะท้าน ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมา พื้นฐานฝึกตนอันแข็งแกร่งอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้ และร่างที่แข็งแรงอย่างน่ากลัวก็ปรากฏขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น…สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน กระจายออกปกคลุมไปทั่วบริเวณนั้น

“หือ?” สิ่งแรกที่เมิ่งฮ่าวสังเกตเห็นก็คือ ลึกเข้าไปภายในเขตหวงห้าม มีบางสิ่งได้กระจายระลอกคลื่นที่แปลกๆ ออกมา ทันทีที่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาไปสัมผัสโดนระลอกคลื่นนั้น ก็เกิดเป็นปฏิกิริยาที่สะท้อนกลับมาอย่างรุนแรง จนทำให้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์พังทลายลง

แต่สถานที่ทั้งหมดเหล่านั้น ต่างก็เป็นบริเวณที่ถูกทำลายไปในช่วงสงคราม

ในเวลาเดียวกันนั้น สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเมิ่งฮ่าวก็กวาดออกไปที่ด้านนอกของเขตหวงห้าม…ทันทีที่เขามองเห็นมัน รังสีสังหารก็แวบขึ้นมาในดวงตาเมิ่งฮ่าว

ที่กำลังนั่งขัดสมาธิเข้าฌาณอยู่ก็คือ ปรมาจารย์ฮูเหยียน ซึ่งกำลังมีรอยยิ้มที่เย็นชาอยู่บนใบหน้า!

“แอบมาดักซุ่มโจมตีข้า, หือ?” เมิ่งฮ่าวคิด ดวงตาสาดประกาย และรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เป็นรอยยิ้มอันโหดเหี้ยม เต็มไปด้วยความเย็นชา และรังสีสังหารที่ยากจะปกปิดไว้ได้

ขณะที่รังสีสังหารยังคงแวบขึ้น เมิ่งฮ่าวก็หันหน้ามองกลับไปยังจื่อเซียง พื้นที่บริเวณนั้นปลอดภัยดี และจื่อเซียงก็อยู่ในช่วงการกลายร่าง ไม่มีใครมารบกวนนางได้ เมิ่งฮ่าวกวาดผ่านพื้นที่แถบนั้นด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง จากนั้นก็หันหน้าไปทางปรมาจารย์ฮูเหยียน ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินกรรมระหว่างคนทั้งสองแล้ว แต่ในตอนนี้เองที่ทันใดนั้น เมิ่งฮ่าวก็หยุดเดิน และมองกลับไปยังส่วนลึกของเขตหวงห้าม

เขากวาดผ่านสถานที่แห่งนั้นเป็นครั้งที่สองด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับตอนที่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้พังทลายลง ยากที่จะมองเห็นร่องรอยใดๆ เหลืออยู่ในบริเวณนั้น สิ่งเดียวที่เขามองเห็นได้ก็คือความเลือนลาง และสิ่งที่ดูเหมือนกับซากศพ

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย เขาไม่ตรงไปต่อสู้กับปรมาจารย์ฮูเหยียนชั่วคราว แต่หันหลังและมุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกของเขตหวงห้าม นอกจากนี้ เขายังได้สัญญากับจื่อเซียงไว้ว่า จะคอยเฝ้าพิทักษ์คุ้มครองนาง ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องให้แน่ใจว่า สถานที่แห่งนี้ปลอดภัยอย่างแท้จริง

ใช้เวลาไม่นานก่อนที่เมิ่งฮ่าวจะไปถึงสถานที่แห่งนั้น ซึ่งทำให้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาพังทลายลง มีก้อนศิลาขนาดใหญ่อยู่ที่นี่ และด้านล่างของก้อนศิลามีซากศพนอนอยู่ เห็นได้ชัดว่าเป็นหญิงสาวในมือของนาง กำกระบี่ไม้อยู่

กระบี่นั้นกระจายแสงจางๆ ออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาต้องพังทลายลงไป อันที่จริง อาจจะไม่เหมาะสมนักที่จะกล่าวว่ามันพังทลายลง แต่ควรจะบอกว่า มันถูกกลืนกินเข้าไปจะดีกว่า

ทันทีที่เมิ่งฮ่าวมองไปยังกระบี่ไม้นั้น แรงสั่นสะเทือนก็วิ่งผ่านไปทั่วร่าง มันไม่ใช่กระบี่ไม้แห่งกาลเวลาต้นชุนชิว แต่เป็น…หนึ่งกระบี่อื่นๆ ซึ่งเขามักจะพบอยู่ข้างซากศพ…กระบี่สังหารเซียน!!

ปัจจุบันนี้ เขามีกระบี่สังหารเซียนอยู่สี่เล่ม และตอนนี้กำลังมองไปยังเล่มที่ห้าอยู่

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย จ้องมองไปยังซากศพนั้นนานสักพัก แต่มันก็เน่าเปื่อยจนไม่อาจจะจดจำได้ ทำให้ยากที่จะบอกได้ว่านั่นคือซากศพของใคร

เมิ่งฮ่าวทำท่าคว้าจับอย่างเงียบๆ ด้วยมือขวา ทำให้กระบี่ไม้ลอยมาอยู่ที่เบื้องหน้า เขาโบกสะบัดชายแขนเสื้อเพื่อเก็บมันไว้ จากนั้นก็กระทืบเท้าลงไปบนพื้น ทำให้เกิดเป็นหลุมลึกขึ้น

หลังจากที่วางซากศพของหญิงสาวนางนั้นลงไปในหลุม เมิ่งฮ่าวก็ประสานมือและโค้งตัวลงอย่างนอบน้อมต่อหลุมฝังศพ จากนั้นก็หันร่างไป ส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่ได้พบเห็นสิ่งผิดปกติใดๆ ร่างกายแวบขึ้นขณะที่กลายเป็นลำแสงพุ่งออกไปจากเขตหวงห้าม

“ปรมาจารย์ฮูเหยียน ถึงเวลาที่ต้องตัดสินเรื่องราวระหว่างพวกเราแล้ว!” เมิ่งฮ่าวคิด ดวงตาแวบประกายรังสีสังหาร ขณะที่เขาพุ่งตรงไปอย่างรวดเร็ว “ข้าจะใช้มันเพื่อพิสูจน์ว่า วิญญาณดวงที่แปดจะสามารถสังหารขั้นตัดวิญญาณได้หรือไม่!”

เมิ่งฮ่าวพุ่งผ่านอากาศไปราวกับเป็นสายฟ้า แม้จะอยู่ในวิญญาณดวงแรก ร่างกายก็ยังมีพลังน่ากลัวกว่าตอนที่อยู่ในวิญญาณดวงที่เจ็ด ขณะที่เขาพุ่งตรงไป อากาศก็ถูกฉีกกระชากออก เกิดเป็นเสียงดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่ว

เสียงกระหึ่มนั้นเริ่มดังมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนดูเหมือนว่าจะแข็งแกร่งเพียงพอ ที่จะทำให้สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือนได้ เมื่อมาถึงบริเวณด้านนอกของเขตหวงห้าม ปรมาจารย์ฮูเหยียนก็ได้ยินเสียงนี้ ดวงตามันเบิกกว้าง ในตอนนี้เองที่มันมองเห็นเมิ่งฮ่าวปรากฏขึ้น

“เมิ่งฮ่าว!” มันกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างดุร้ายออกมา ขยับมือร่ายเวท และจากนั้นก็ชี้ตรงไป

สีหน้าเมิ่งฮ่าวสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย ขณะที่เขามุ่งหน้าเจาะทะลุผ่านเข้าไป ในเวทป้องกันของปรมาจารย์ฮูเหยียน ทำให้เงาร่างสีดำมากมายพุ่งขึ้นไป และกดทับลงมาที่ตัวเขาในทันที

ภายในเงาร่างเหล่านี้ สามารถรับรู้ได้ถึงพลังอันน่าตกใจอย่างเลือนลาง แต่ขณะที่พวกมันเข้าไปใกล้เมิ่งฮ่าว สีหน้าเขาก็ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ยังคงมุ่งหน้าต่อไป ทำให้เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังกึกก้องมากขึ้น ทันทีที่เงาร่างเหล่านั้นสัมผัสโดนตัวเขา พลังอันรุนแรงจากกายเนื้อได้ทำลายพวกมันไปในทันที

เงาร่างเหล่านั้นระเบิดออกอยู่รอบๆ ร่างกาย ขณะที่เมิ่งฮ่าวพุ่งตรงไป

ภาพที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ดวงตาปรมาจารย์ฮูเหยียนหดแคบลงเล็กน้อย มันแอบตื่นตระหนกอยู่ภายในใจ แต่จากนั้นก็นึกขึ้นได้ถึงตัวตนของเมิ่งฮ่าวในอาณาจักรที่สอง และทันใดนั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้น รอยยิ้มอันเย็นชาปราฏขึ้นบนใบหน้า

“เจ้าติดกับข้าแล้วในตอนนี้” มันกล่าว “ข้าแค่มองไปขณะที่เจ้าค่อยๆ เดินเข้าสู่ความตายอย่างช้าๆ โดยไม่จำเป็นต้องลงมือใดๆ”

“แน่ใจนะ” เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบเสียงราบเรียบ ขณะที่ขยับตัวตรงไป บริเวณรอบๆ ร่างเขาส่งเสียงดังก้อง ขณะที่ใบมีดภาพลวงตามากมายนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น ปลายแหลมของใบมีดเหล่านั้น ส่งเสียงแหลมเล็กแหวกฝ่าอากาศ ขณะที่กรีดเฉือนตรงมายังเมิ่งฮ่าว

สูงขึ้นไปในกลางอากาศ สายฟ้ามากมายนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น ราวกับเป็นอสรพิษสีเงิน ขณะที่พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ขณะที่เสียงระเบิดดังก้องอยู่ในอากาศ เมิ่งฮ่าวก็มุ่งหน้าต่อไปโดยไม่หยุดชะงักลง ขณะที่เขาเดินตรงไป เวทป้องกันทั้งหมดที่อยู่ภายในค่ายกลเวทก็พังทลายลง ทันทีที่พวกมันสัมผัสโดนตัวเขา ไม่อาจจะขัดขวางความคืบหน้าของเขาได้เลยแม้แต่น้อย

เหตุการณ์นี้ทำให้สีหน้าของปรมาจารย์ฮูเหยียนเปลี่ยนไป แต่ก่อนที่มันจะทันได้กระทำสิ่งใดๆ ดวงตาเมิ่งฮ่าวก็แวบขึ้น และการเคลื่อนที่ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เขากลายเป็นลำแสงพุ่งผ่านช่องว่างตรงไปยังปรมาจารย์ฮูเหยียน

เสียงระเบิดพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า เวทเกราะป้องกันและค่ายกลเวท ดูเหมือนจะส่งเสียงร้องอย่างโหยหวนออกมา ขณะที่ใบมีดพุ่งผ่านร่างเขาไป พวกมันก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ และเมิ่งฮ่าวก็ไปยืนอยู่ตรงหน้าปรมาจารย์ฮูเหยียนในทันที

“ข้าคิดว่ากำลังจะไปไล่ล่าเจ้า” เมิ่งฮ่าวกล่าว “ไม่เคยคิดเลยว่า เจ้าจะมาหาข้าเอง การต่อสู้นี้จะจบลงเพียงแค่การจู่โจมด้วยแปดดรรชนี” ด้วยเช่นนั้น เขาก็ยกมือขึ้นและโบกสะบัดนิ้ว

ภูเขาภาพลวงตาปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเมิ่งฮ่าว ถึงแม้ว่านี่จะเป็นแค่พลังของหนึ่งดรรชนีเท่านั้น แต่ก็เป็นพลังที่ราวกับเป็นเจตจำนงแห่งภูเขา

ตูม!

สีหน้าปรมาจารย์ฮูเหยียนสลดลง โบกสะบัดมือซ้ายเพื่อป้องกันตัว เมื่อการโจมตีนั้นกระแทกลงมา มันก็ลอยละลิ่วปลิวไปด้านหลัง สีหน้าซีดขาว แววตาแวบรังสีสังหารขึ้น ขณะที่โบกสะบัดมือขวาออกไปยังเบื้องหน้า

“ขอบเขต!”

“วิญญาณดวงที่สอง!”

ดูเหมือนว่าขอบเขตของปรมาจารย์ฮูเหยียน จะทำให้พื้นที่บริเวณนั้นคับแคบลงราวกับถูกกักไว้ แรงกดดันอันเข้มข้นกดทับลงไป และทุกสรรพสิ่งก็เคลื่อนที่ช้าลง แทบจะราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังอยู่ใต้น้ำ แต่ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่เมิ่งฮ่าวกระจายพลังของวิญญาณดวงที่สองออกมา พื้นฐานฝึกตนที่เพิ่มขึ้นในร่างเขา เป็นรองจากความแข็งแกร่งอันเข้มข้นของกายเนื้อ ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากที่สุด

เมิ่งฮ่าวทะลวงผ่านการกักขังของพื้นที่บริเวณนั้น เสียงเพล้งดังขึ้นคล้ายกับเสียงกระจกแตกกระจาย ขณะที่ขอบเขตนั้นพ่ายแพ้ไปโดยสิ้นเชิง

การพ่ายแพ้นี้เป็นสิ่งที่ปรมาจารย์ฮูเหยียนแทบไม่อยากจะเชื่อ มันจำได้ว่าเมิ่งฮ่าวไร้พลังที่จะเผชิญหน้ากับขอบเขตของมันเมื่อครั้งก่อน แต่ตอนนี้ มันก็แตกกระจายไปอย่างง่ายดาย

หนึ่งลมหายใจต่อมา เมิ่งฮ่าวก็ไปอยู่ที่เบื้องหน้าปรมาจารย์ฮูเหยียน

“นี่ก็คือการโจมตีด้วยดรรชนีที่สอง” เมิ่งฮ่าวกล่าว โดยใช้พลังของวิญญาณดวงที่สอง เขาโบกสะบัดนิ้วลงไป สีหน้าปรมาจารย์ฮูเหยียนเปลี่ยนไป และใช้มือขวาขยับร่ายเวท ทันใดนั้น กลุ่มหมอกสีดำก็ปรากฏขึ้นบนร่างมัน ซึ่งรวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นเกราะป้องกันสีดำ ซึ่งใช้ปกป้องการโจมตีจากดรรชนีของเมิ่งฮ่าว

เสียงปะทุดังก้องออกไป ขณะที่เกราะป้องกันพังทลายลง นิ้วเมิ่งฮ่าวพุ่งตรงไปยังหน้าอกปรมาจารย์ฮูเหยียนสีหน้าปรมาจารย์ฮูเหยียนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่มันรีบพุ่งถอยไปด้านหลัง จิตใจหมุนคว้าง แต่ลึกๆ ข้างใน มันรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาครุ่นคิด เริ่มขยับมือร่ายเวทขึ้นอีกครั้ง เส้นผมมันพริ้วสะบัดไปมา เงยหน้าขึ้นร้องตะโกนออกมาว่า

“เจ็ดอารมณ์หกกามคุณ สิบสามสังสารวัฏ เจ็ดอารมณ์! เจ็ดเต๋า!” ทันใดนั้น ลำแสงเจ็ดสีก็พุ่งออกมาจากร่างมันสูงขึ้นไปในกลางอากาศ ที่นั่นลำแสงได้แยกตัวออกเป็นเจ็ดลำแสงที่แตกต่างกัน ราวกับเป็นผ้าไหมแห่งสายฟ้าที่ถูกคลี่กระจายออกมา พวกมันพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว กระจายรังสีสังหารออกมา

ถ้ามองดูให้ละเอียด ก็จะน่าตกใจยิ่งเมื่อเห็นว่าภายในแต่ละเจ็ดลำแสงนั้น มีวิญญาณปีศาจที่ดูแทบจะคล้ายกับเป็นวิญญาณแรกก่อตั้ง แต่ละเงาร่างเหล่านั้นมีหน้าตาที่คล้ายคลึงกัน แทบจะราวกับว่าพวกมันมีความเกี่ยวข้องกันบางอย่าง

“วิญญาณดวงที่สาม” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ ส่ายศีรษะ ทันใดนั้นพื้นฐานฝึกตนก็พุ่งทะยานขึ้นไป แต่พลังของกายเนื้อเขาก็มากเกินกว่าพื้นฐานฝึกตน ร่างกายไม่ได้ขยายตัวสูงใหญ่ขึ้นเหมือนกับในอดีต แต่ก็เกิดเป็นระลอกคลื่นอันน่ากลัวของพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้

เมิ่งฮ่าวเดินไปข้างหน้าอีกก้าว มองไปยังเจ็ดลำแสงที่กำลังใกล้เข้ามา ปล่อยให้พวกมันกระแทกลงมาบนร่าง ทันใดนั้น เสียงกระหึ่มก็ดังก้องออกไปในท้องฟ้า เจ็ดลำแสงพังทลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และวิญญาณปีศาจที่อยู่ด้านใน ก็ส่งเสียงแผดร้องอย่างโหยหวนออกมา ขณะที่พวกมันลอยละลิ่วปลิวไปทางด้านหลัง พร้อมกับการเดินไปอีกก้าว เมิ่งฮ่าว…ก็ไปปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าปรมาจารย์ฮูเหยียนอีกครั้ง

“ดรรชนีที่สาม โจมตี” เมิ่งฮ่าวกล่าว โบกสะบัดนิ้ว

ดวงตาปรมาจารย์ฮูเหยียนเบิกกว้าง ยกสองมือขึ้นมา ทำให้เกราะป้องกันเรืองแสงปรากฏขึ้นเพื่อต่อต้านเมิ่งฮ่าว เสียงตูมได้ยินมา ขณะที่เกราะป้องกันระเบิดออก ปรมาจารย์ฮูเหยียนปลิวไปทางด้านหลัง ราวกับเป็นว่าวที่ถูกตัดสายป่าน โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“เจ้า…เจ้ามีพื้นฐานฝึกตนแบบใดกันแน่?!?!?”

“แบบที่สังหารเจ้าได้” เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบอย่างเยือกเย็น เดินตรงไปอีกก้าวด้วยท่าทางสบายๆ

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: