Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 709

I Shall Seal The Heaven Chapter 709

ตอนที่ 709

เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต!

กวางยักษ์พังทลายลงไป และร่างสามผู้เฒ่าไฟอสูรก็สั่นสะท้าน ลอยละลิ่วปลิวไปทางด้านหลัง แรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของผู้เฒ่าอสูรสวรรค์ลี้ลับ พยายามที่จะหลบหนีจากไปด้วยความรวดเร็วทั้งหมดที่มันสามารถรวบรวมได้ จิตใจมันในตอนนี้เต็มไปด้วยความเสียใจอย่างไร้ที่สิ้นสุด เสียใจต่อคำพูดที่มันเพิ่งจะกล่าวออกไปเมื่อครู่นี้

มันยังรู้สึกเกลียดชังต่อสองผู้เฒ่าอสูรโลหิตเหล็กเป็นอย่างยิ่งด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉางอี่ที่ตายไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะพวกมัน มันและคนอื่นๆ คงจะไม่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นในตอนนี้

“บัดซบ, ถ้าข้ารู้มาก่อนว่า จะต้องจบลงเช่นนี้ ข้าก็คงไม่มีทางจะไปตอแยเจ้าตัวโชคร้ายนี่!”

“ทำไมท่านปรมาจารย์ถึงยังไม่ปรากฏกายขึ้น? อย่าบอกข้านะว่าเจ้าเมิ่งฮ่าวผู้นี้กำลังจะสังหารพวกเราทั้งหมดไปจริงๆ?!”

ขณะที่พวกมันหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาเมิ่งฮ่าวก็แวบแสงอันเย็นชาขึ้น เขาพุ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้ ทำให้หนังศีรษะของสี่ผู้ฝึกตนด้านชา ขนลุกตั้งชี้ชัน ขณะที่เข้าไปใกล้ เขาก็เริ่มปลดปล่อยเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตออกมา

ทันทีที่เวทนั้นเริ่มพุ่งออกไป ปราณโลหิตก็ระเบิดขึ้นอยู่รอบๆ ร่างเขา และมือขวาก็กลายเป็นสีแดงเข้มไปโดยสิ้นเชิง ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นมาโดยโลหิต

“ขั้นแรกของเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต!”

“ขั้นปราณและโลหิต!”

เมิ่งฮ่าวยื่นแขนออกตรงไปยังสามผู้เฒ่าไฟอสูร และแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของผู้เฒ่าอสูรสวรรค์ลี้ลับ ถึงแม้ว่าพวกมันจะแยกห่างจากกันนับสิบจ้าง แต่ทันทีที่เขายื่นแขนออกไป ร่างของพวกมันก็ถูกห้อมล้อมด้วยกระแสน้ำวนสีโลหิตขนาดใหญ่

กระแสน้ำวนอันน่าตกใจนี้เริ่มส่งเสียงดังกระหึ่ม เมื่อมองมาจากที่ห่างไกล ก็ดูไม่เหมือนกับกระแสน้ำวนเท่าใดนัก แต่เหมือนมือยักษ์มากกว่า!

ในตอนนี้ทั้งสี่ผู้ฝึกตน ต่างก็ติดอยู่ในท่ามกลางฝ่ามือยักษ์ และไม่อาจจะหลุดรอดออกมาได้

ใบหน้าของคนทั้งสี่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกมากกว่าก่อนหน้านี้ พวกมันรู้สึกได้ว่าเนื่องจากกระแสน้ำวนนี้ ทำให้ปราณและโลหิตในร่างกำลังเดือดพล่าน ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันก็ยังไม่อาจจะควบคุมพื้นฐานฝึกตนของตัวเองได้ ยิ่งพวกมันพยายามมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งพบว่าไม่อาจจะสะกดข่มแรงเดือดพล่านนั้นลงได้

ทันใดนั้น เสียงแผดร้องมากมายนับไม่ถ้วนก็ดังขึ้นมาในสำนักเซี่ยเยา

“เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต!!”

“นั่นคือเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต!!”

ดวงตาของศิษย์มากมายนับไม่ถ้วนสาดประกายด้วยความอยากได้ ขณะที่พวกมันมองไปยังเมิ่งฮ่าว

“มีแต่เจ้าสำนักน้อยเท่านั้นที่คู่ควรจะฝึกฝน…เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต!!”

“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าสำนักน้อย จะฝึกได้ถึงขั้นแรกภายในวันเดียวเท่านั้น!”

ศิษย์ทั้งหลายมองไปยังเมิ่งฮ่าวและกระแสน้ำวนสีโลหิตที่กำลังหมุนไปมาอยู่ในกลางอากาศ สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก รวมทั้งความคลั่งไคล้จนถึงระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ไม่มีวิชาเวทอื่นใดที่จะดึงดูดใจให้ศิษย์สำนักเซี่ยเยารู้สึกคลั่งไคล้มากไปว่าเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตนี้อีกแล้ว นอกจากนั้น เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตก็ยังเป็นเวทอันดับหนึ่งในสำนักเซี่ยเยานี้!

เมื่อเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตถูกปลดปล่อยออกมา สามผู้เฒ่าก็เริ่มดิ้นรนอย่างรุนแรง เสียงกระหึ่มได้ยินมา ขณะที่พลังพื้นฐานฝึกตนของพวกมันระเบิดออก แต่ไม่ว่าพวกมันจะทำอย่างไร ก็ไม่อาจจะหลบหนีจากไปได้

ร่างกายพวกมันเริ่มแห้งเหี่ยวไป ขณะที่โลหิตและปราณไหลออกมาจากภายในร่าง ถูกดูดซับเข้าไปโดยกระแสน้ำวน และจากนั้นก็หลอมรวมเข้าไปในร่างเมิ่งฮ่าว จิตใจเขาสั่นสะท้านขณะที่รับรู้ได้ถึงพลังของกายเนื้อพุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว!

ขณะที่ปราณหลอมรวมอยู่ในร่างเขา ก็รู้สึกถึงความแข็งแกร่งอย่างเข้มข้นพุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกของร่างกาย

“นี่ก็คือเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต!” เมิ่งฮ่าวคิด ดวงตาสาดประกายด้วยแสงแปลกๆ

สามผู้เฒ่าไฟอสูรแผดร้องออกมา

“ไมมมมม่!! พลังปราณและโลหิตของข้า! บัดซบ!”

“หยุด! เมิ่งฮ่าว, ถ้าเจ้าสังหารสหายร่วมสำนัก เจ้าก็จะต้องพบกับจุดจบที่น่ากลัว!”

“ปรมาจารย์อสูรโลหิต ช่วยข้าด้วย!!”

พวกมันไม่อาจจะป้องกันไม่ให้ปราณและโลหิตไหลออกไปจากร่างได้ ซึ่งถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่อ่อนแออย่างน่าเหลือเชื่อ มีเพียงคนเดียวที่ไร้ผลกระทบใดๆ ก็คือผู้เฒ่าอสูรสวรรค์ลี้ลับ ซึ่งกลายเป็นแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังคงตื่นตระหนกและประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

ภาพทั้งหมดนี้ทำให้พวกที่มุงดูอยู่ทั้งหมดตื่นตระหนกขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ เมิ่งฮ่าวที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ยกมือขวาขึ้นมา และทำท่าคว้าจับตรงไปยังหัตถ์ยักษ์สีโลหิต ทำให้ปราณและโลหิตพุ่งออกมาจากร่างชายชราตรงหน้าเขามากยิ่งขึ้น ซึ่งจากนั้นเขาก็ดูดซับเข้าไป

“พวกเจ้าจะยอมจำนนหรือไม่!?” เขาถามเสียงราบเรียบ

“ไม่มีทาง!!” หนึ่งในสามผู้เฒ่าไฟอสูรร้องออกมา

“พวกเราสามผู้เฒ่าไฟอสูรรับใช้ปรมาจารย์อสูรโลหิตเท่านั้น! เจ้าคิดว่าพวกเราจะยอมจำนนต่อเด็กเหลือขอเช่นเจ้า!?” ในเพลิงโทสะของพวกมัน สามผู้เฒ่าไฟอสูรดิ้นรนอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระออกไปจากกระแสน้ำวน แต่ก็ไม่อาจจะทำได้โดยสิ้นเชิง

เห็นได้ว่าร่างกายพวกมันกำลังแห้งเหี่ยวลงไป ผิวหนังก็แปดเปื้อนไปด้วยโลหิต แต่ก็ยังไม่ได้ทำให้พวกมันสิ้นหวัง สิ่งที่ทำให้พวกมันรู้สึกสิ้นหวังจริงๆ ก็คือ…ปรมาจารย์อสูรโลหิตยังคงไม่ยอมปรากฏกายขึ้น

เห็นได้ชัดว่าสิทธิ์ในการสังหาร ซึ่งเมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นมานั้นมีอยู่จริง อย่างไร้ข้อสงสัยใดๆ!

และแม้แต่ชีวิตของผู้เฒ่าตัดวิญญาณก็ถูกรวมอยู่ด้วย ทำให้เห็นได้ชัดว่า…สำหรับปรมาจารย์อสูรโลหิตแล้ว ทั่วทั้งสำนักเซี่ยเยาไม่มีใครสามารถเปรียบเทียบกับเมิ่งฮ่าวได้!

เนื่องจากเช่นนั้น จึงทำให้จิตใจของผู้เฒ่าไฟอสูรที่มีพื้นฐานฝึกตนอ่อนแอมากที่สุดเริ่มสั่นสะท้าน โลหิตไหลซึมออกมาจากร่าง และรู้สึกได้ถึงเงาแห่งความตายกำลังปกคลุมลงมายังร่างมัน

“ข้ายอมจำนน!!” มันร้องผ่านร่องฟัน “ข้ายอมจำนน!! เจ้าสำนักน้อย ข้าขอจงรักภักดีต่อท่าน!”

อีกสองผู้เฒ่าไฟอสูรต่างก็มีโทสะ

“น้องสาม, เจ้ากำลังทำอะไร!”

“เจ้าไปสวามิภักดิ์ต่อเจ้าเด็กเหลือขอนั่นทำไม!?!?”

เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ “สาบานด้วยเต๋าแห่งคำสาบานออกมา”

“เจ้า…” ไฟอสูรอันดับสามยิ้มอย่างขมขื่น จากนั้นก็มองด้วยแววตาขอโทษไปยังสองผู้เฒ่าไฟอสูรอีกสองคน มันไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมจำนนต่อเมิ่งฮ่าวเท่านั้น ความหวาดกลัวที่มันรู้สึกต่อเมิ่งฮ่าว ทำให้เกิดความหนาวเย็นพุ่งขึ้นมาจากภายในส่วนลึกของจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มันตระหนักว่าเมิ่งฮ่าว…สามารถสังหารมันไปได้จริงๆ

ไม่ว่ามันจะเป็นผู้เฒ่าตัดวิญญาณแห่งสำนักเซี่ยเยาหรือไม่ก็ตามที!

มันไร้ทางเลือกใดๆ มันไม่กล้าจะเป็นขบถต่อสำนัก และหวาดกลัวต่อปรมาจารย์อสูรโลหิตเป็นอย่างยิ่ง เมื่อรวมกับอีกหนึ่งคนที่น่ากลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าสำนักน้อยผู้นี้ ก็เป็นสิ่งที่มันสามารถยอมรับได้

มันรีบกล่าวคำสาบานแห่งเต๋าออกมาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นแรงดึงดูดของกระแสน้ำวนที่อยู่รอบๆ ร่างมันก็ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อมันอีก

เนื่องจากขั้นปราณและโลหิตแห่งเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตในตอนนี้ มีผู้ที่ช่วยกระจายพลังลดน้อยลงไปหนึ่งคน ทำให้ผู้เฒ่าไฟอสูรอีกสองคนที่เหลือ ต่างก็รู้สึกว่ามีแรงกดดันกดทับลงมายังพวกมันมากยิ่งขึ้น ปราณและโลหิตไหลเข้าไปในร่างเมิ่งฮ่าวอย่างบ้าคลั่ง ในเวลาเดียวกันนั้น จู่ๆ ก็ดูเหมือนว่าเขาได้เลื่อนเข้าไปในขั้นที่แปลกๆ อย่างยากจะอธิบายออกมาได้

ทันใดนั้นเขาก็รับรู้ได้ถึง….สิ่งที่ไร้ขอบเขตซึ่งคงอยู่ที่ด้านนอกของดินแดนแห่งดาวหนานเทียน ดูเหมือนว่าจะถูกเชื่อมต่อกับจักรวาลมากมายนับไม่ถ้วนอย่างเลือนลาง ด้วยวิธีการมากมายจนนับไม่ได้

“นั่นก็คือค้นหาเต๋า…?” เมิ่งฮ่าวคิด ดวงตาสาดประกาย

“ข้ายอมจำนน! ข้าสาบานว่าจะภักดีต่อท่าน!!” ผู้เฒ่าไฟอสูรอันดับสองแผดร้องออกมา กัดฟันแน่นและสาบานด้วยคำสาบานแห่งเต๋า ร่างกายมันผอมแห้งลงอย่างถึงที่สุด และพลังก็แทบจะหายไปจนหมดสิ้น ถ้ามันพยายามจะอดทนต่อไป ร่างกายก็จะต้องถูกบดขยี้จนกลายเป็นเถ้าธุลี

ตอนนี้เมื่อมันสาบานว่าจะภักดี ผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดของสามผู้เฒ่าไฟอสูร ซึ่งเป็นผู้ฝึกตนตัดวิญญาณครั้งที่สอง ก็เหลืออยู่เพียงแค่คนเดียว ร่างกายมันเต็มไปด้วยสีแดงของโลหิต แม้แต่รอยฉีกขาดก็เริ่มมองเห็นได้จากผิวกายของมัน เห็นได้ชัดว่า มันแทบจะพังทลายลงไปแล้ว

“ข้ายอมจำนน!!” มันกล่าว ส่งเสียงถอนหายใจอย่างยาวนานออกมา ภายใต้เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต มันไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมจำนนเท่านั้น มันรู้สึกหวาดกลัวต่อเมิ่งฮ่าวอย่างน่าเหลือเชื่อด้วยเช่นกัน มันไม่อาจจะต่อสู้ด้วยได้ ไม่ว่าจะในแง่ของพลังการฝึกตนหรือทักษะการต่อสู้

ทันทีที่ผู้เฒ่าไฟอสูรยอมจำนนและกล่าวคำสาบานแห่งเต๋าออกมา ดวงตาเมิ่งฮ่าวก็มองไปยังผู้เฒ่าอสูรสวรรค์ลี้ลับ ซึ่งถูกดูดเข้าไปในกระแสน้ำวนในทันที ถึงแม้ว่ากระแสน้ำวนนั้นจะไม่มีผลกระทบต่อมัน เนื่องจากมันไม่มีกายเนื้อ และทั้งร่างมันก็สั่นระรัวเมื่อสายตาของเมิ่งฮ่าวมาหยุดนิ่งอยู่ที่มัน และมันก็รีบร้องเสียงแหลมเล็กขึ้นมาในทันที “ข้ายอมจำนนด้วย!!”

เมื่อผู้นำของยอดเขาสองและสี่ยอมจำนน ชายชราหลังค่อมบนยอดเขาห้าก็ส่งเสียงร้องตะโกนออกมา “เหล่าฟูหยวนเต้าจื่อ ขอคารวะเจ้าสำนักน้อย!”

ด้านหลังมัน หญิงสาวเยาว์วัยผู้น่ารัก กำลังมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความกระตือรือร้น ทันใดนั้นนางก็คุกเข่าลงไปและโขกศีรษะให้ เช่นเดียวกับศิษย์ทั้งหมดบนยอดเขาห้า

“ขอคารวะเจ้าสำนักน้อย!”

สูงขึ้นไปในกลางอากาศ สามผู้เฒ่าไฟอสูรรวมทั้งผู้เฒ่าอสูรสวรรค์ลี้ลับ ประสานมือและโค้งตัวลงต่ำโดยไม่ลังเล

“ขอคารวะเจ้าสำนักน้อย!”

ยอดเขาสี่, สอง, หนึ่ง ทั้งหมดมีศิษย์อยู่สองแสนคน ต่างก็พูดออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน ดังกระหึ่มยิ่งกว่าเสียงที่ดังขึ้นพร้อมกันของศิษย์ห้าหมื่นคนแห่งยอดเขาแรก เสียงทั้งหมดกลายเป็นระลอกคลื่นระเบิดออกไป ทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นสะเทือน

ขณะที่เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่กลางอากาศ เขาก็โบกสะบัดมือ ทำให้กระแสน้ำวนสีโลหิตหายไป ในเวลาเดียวกันนั้น ก็ทำการดูดซับปราณและโลหิตทั้งหมดเข้าไป

“ต้องไม่ปล่อยให้มันสูญเสียไป ข้าอยากรู้นักว่าเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน” เขาคิด แสงแปลกๆ ปรากฏขึ้นในดวงตา และกำมือเป็นหมัด จากนั้นก็เพ่งสมาธิทั้งหมดไปยังพลังของปราณและโลหิตที่เขาดูดซับเข้ามาในครั้งเดียว และเล็งไปยังท้องฟ้า

สีสันอันเจิดจ้าแวบขึ้น และเสียงกระหึ่มขนาดใหญ่ก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่หมัดของเมิ่งฮ่าวพุ่งออกไป ท้องฟ้าสั่นสะเทือน และอากาศก็เกิดเป็นรอยแตกออก หลุมดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในกลางอากาศ จากนั้นก็กลายเป็นลำแสงที่บิดเบี้ยวไปมาพุ่งเข้าไปในความว่างเปล่า

ถ้ามองมาจากที่ห่างไกล ก็แทบจะดูเหมือนกับเป็นมังกรดำ ที่ดุร้ายอย่างไร้ที่เปรียบ ด้วยความต้องการจะทำให้สวรรค์ตกลงมา

รอยฉีกขาดในสวรรค์กระจายกลิ่นอาย ที่ทำให้แม้แต่ผู้ฝึกตนตัดวิญญาณก็ยังต้องสั่นสะท้านออกมา นี่ก็คือแรงสั่นสะเทือนของค้นหาเต๋า!

คนทั้งหมดต่างก็ตื่นตระหนกเข้าไปถึงแก่นกาย แม้แต้ผู้เฒ่าตัดวิญญาณก็ตามที

“การโจมตีนั่น…ประกอบด้วยเจตจำนงแห่งค้นหาเต๋า!”

“นั่นสามารถเทียบได้กับขั้นต้นของค้นหาเต๋า!” ในตอนนี้ ทุกคนต่างก็ยอมรับในคุณสมบัติของเมิ่งฮ่าวโดยสิ้นเชิง ไม่มีใครกล้าที่จะแสดงตนว่าไม่เคารพนับถือแม้แต่น้อยนิด

สำหรับศิษย์ธรรมดาทั่วไป พวกมันรู้สึกหวาดกลัวจนถึงจุดที่คลั่งไคล้ และร้องตะโกนคำว่าเจ้าสำนักน้อยจนเป็นเสียงดังก้องออกมามากขึ้นกว่าเดิม

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ก่อนหน้านี้เขามองว่าเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตช่างน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้เขาก็ตระหนักว่าจริงๆ แล้วมันมีความแข็งแกร่งมากกว่าที่เขาเคยคิดไว้!

“วิชานี้แข็งแกร่งมากกว่าร่างวิเศษผนึกสวรรค์ชั้นเก้ามากนัก บางทีมันอาจจะอยู่ในระดับเดียวกันกับวิชาลับเต๋าเดิมแท้เวทอสูรไฟมอดไหม้ก็เป็นได้!” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย

“และนี่ก็เป็นแค่ขั้นแรกของเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตเท่านั้น! ถ้าข้าสามารถฝึกฝนไปจนถึงระดับสามและสี่ เมื่อปลดปล่อยวงจรอันยิ่งใหญ่ของขั้นสองออกมา ข้าก็สามารถจะสร้างกระแสน้ำวนขึ้นมาได้ถึงสิบกระแส!”

“การก่อตัวของสิบกระแสน้ำวนนั่น คงจะทำให้มีพลังในการดูดซับพื้นฐานฝึกตนเพิ่มมากขึ้น!”

“ถ้าข้าสามารถฝึกฝนจนสำเร็จระดับห้าและหก ซึ่งก็คือขั้นสาม, ขั้นวิญญาณโลหิต…จากคำอธิบายของวิชานี้ ท้องฟ้าก็จะกลายเป็นสีโลหิต และสวรรค์ก็จะกลายเป็นมือขนาดใหญ่ ที่สามารถกำจัดวิญญาณไปได้!”

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปรมาจารย์อสูรโลหิตได้กล่าวว่า ถ้าข้าบรรลุถึงระดับสี่ ข้าก็สามารถสังหารปรมาจารย์หกเต๋าแห่งสำนักชิงหลัวได้!”

“เมื่อข้าบรรลุถึงระดับสี่ วงจรอันยิ่งใหญ่แห่งเส้นลมปราณ ซึ่งเป็นขั้นสอง ข้าก็สามารถกำจัดขั้นต้นค้นหาเต๋าได้อย่างแน่นอน!”

“วิชานี้ก็คือเวทอสูร!” เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไปยังทิศทางของสำนักชิงหลัว และรังสีสังหารในแววตาก็เข้มข้นมากขึ้น ลึกลงไปในจิตใจ ความโหดเหี้ยมได้ถูกซ่อนไว้มากขึ้นกว่าเดิม และเจตจำนงแห่งมารของเขาก็รุนแรงมากยิ่งขึ้น

“จากวิชาที่ข้าฝึกฝน ผนึกร่างวิเศษสวรรค์ชั้นเก้า ทำให้กายเนื้อของข้าแข็งแกร่ง และเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต พร้อมกับความสามารถศักดิ์สิทธิ์เซียนโลหิต ถือได้ว่าเป็นไพ่ไม้ตายของข้า”

“ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการหลอมรวมไข่มุกดำขาวเข้ากับขุนเขาที่เก้า ทำให้ข้าสามารถสร้างความสามารถศักดิ์สิทธิ์ของตนเองขึ้นมาได้!”

“ตอนนี้…ทั้งหมดที่ข้าต้องทำก็คือฝึกฝนเต๋าเดิมแท้เวทอสูรไฟมอดไหม้ และข้าก็จะสามารถสร้างร่างจำแลงที่แท้จริงออกมาได้!”

“เมื่อทั้งหมดนั้นบรรลุถึงวงจรอันยิ่งใหญ่ ข้าก็จะสามารถค้นพบความรู้แจ้งที่เกี่ยวข้องกับการตัดครั้งที่สามของข้าได้!”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: