บทที่ 864 ควรหาคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับตน
หลานไว่หูเปิดปากเอ่ยอย่างอดไว้ไม่อยู่ “ท่านทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายเจ้าคะ ซีจิ่วมีความเข้าใจสูง แต่พลังวิญญาณของนางยังไม่ถึงขั้นจริงๆ ไว่หูคิดว่าไม่ควรจะเรียกร้องจากนางมากเกินไป…”
ตี้ฝูอีกลับไม่มองนาง และไม่ทราบว่าได้ยินเข้าหูหรือไม่ เขากำลังมองธูปดอกหนึ่งที่อยู่ในกระถางธูปเบื้องหน้า ก่อนหน้านี้เขาพูดไว้ชัดเจนว่าถ้าธูปไหม้หมดดอกแล้ว หากว่ายังไม่สามารถขึ้นมาได้ เช่นนั้นก็ถือว่าไม่เหมาะกับวิชานี้ ต้องได้รับบทลงโทษจากเขา
เขาไม่ได้กล่าวว่าบทลงโทษคืออะไร แต่ทุกคนอ้างอิงจากรูปแบบบทลงโทษในอดีตของท่านทูตสวรรค์ผู้นี้้ลงโทษคน ต่างรู้สึกว่าบทลงโทษนี้น่าจะไม่ง่ายดายแน่นอน ไม่แน่อาจถูกนำไปขังให้รับความทุกข์ทรมานในแดนหวงห้ามอันใดสักแห่ง กล่าวกันว่ายามที่เขาลงโทษสานุศิษย์สวรรค์คนอื่น แค่พูดยังไม่ทันลงมือทำโทษ สานุศิษย์สวรรค์คนอื่นก็เจ็บปวดอย่างยิ่งแล้ว เนื่องจากบทลงโทษของเขาไร้สิ่งใดให้กริ่งเกรง สามารถลอกหนังคนทั้งเป็นได้…
ส่วนผู้อื่นที่มิใช่สานุศิษย์สวรรค์พอได้ยินเขาเอ่ยออกมาสองคำว่าลงโทษ เช่นนั้นก็คือเรื่องน่าหวาดผวา ผู้ที่ถูกลงโทษมักจะหวาดหวั่นจนขี้หดตดหาย ปรารถนาให้บิดามารดาไม่ต้องกำเนิดตนออกมาสุดหัวใจ…
เช่นนั้นหนนี้บทลงโทษของเขาจะเป็นแบบไหนกัน?
หลานไว่หูโมโหยิ่งนัก!
อย่างไรเสียสิ่งที่นางพบเห็นก็มากกว่าผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่น เห็นท่านทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายสวมกางเกงให้ซีจิ่ว เห็นซีจิ่วกดท่านทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายลงบนโต๊ะ เห็นท่านทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายกับกู้ซีจิ่วจูงมือกันเข้านอกออกในพร้อมกัน…
ถึงแม้ต่อมาจะอธิบายกระจ่างแล้วว่านั่นเป็นเพียงละครหลอกผู้บงการเบื้องหลังเท่านั้น แต่ลางสังหรณ์ของจิ้งจอกน้อยยังคงเฉียบไวยิ่ง นางรู้สึกอยู่เสมอว่าทั้งสองคนในยามนั้นมิใช่การเล่นละคร ต่อให้เริ่มแรกคือการเล่นละคร แต่ผู้ใดเล่าจะรับประกันได้ว่าในการแสดงฉากสุดท้ายคือการแสร้งเล่นละครจริงๆ?
ยิ่งไปกว่านั้นคือในวันนั้นท่านทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายพูดเองกับปากว่า ‘ข้าไม่เคยเล่นละครเลย’ ดังนั้นมีความเป็นไปได้แปดเก้าส่วนที่จะหวั่นไหวเข้า จริงๆ!
ส่วนซีจิ่วระยะนี้สนิทสนมกับหลงซือเย่ ซีจิ่วเองก็เคยบอกกับนางว่าชอบหลงซือเย่งนั้นท่านทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายอาจรักจนก่อเกิดเป็นความแค้นคิดแก้แค้นซีจิ่ว!
ไม่เพียงแต่เย็นชาต่อนางในยามปกติเท่านั้น ยามนี้ยังวางแผนให้นางขายหน้าผู้อื่นที่นี่ด้วย!
ต้องเป็นเช่นนี้แน่นอน!
ชั่วช้าจริงๆ!
สาสมแล้วที่เขาไม่ได้ครองใจซีจิ่ว!
เมื่อกล่าวมาเช่นนี้ เขาห่างชั้นกับเจ้าสำนักหลงนัก อย่างน้อยเจ้าสำนักหลงก็เคารพสิทธิ์ของซีจิ่วมาโดยตลอด ไม่เคยทำให้ซีจิ่วลำบากใจเลย…
หลานไว่หูโมโหยิ่งนักอดไม่ได้ที่จะส่งกระแสเสียงไปหาเชียนหลิงอวี่ แสดงออกถึงความไม่พอใจของตน เชียนหลิงอวี่ก็มีคู่แค้นคนเดียวกับนาง ส่งกระแสเสียงกลับไป ‘เจ้าพูดถูก! ทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายผู้นี้ไม่คู่ควรกับซีจิ่วของพวกเราจริงๆ แต่ว่าเจ้าสำนักหลงผู้นั้นก็ไม่คู่ควรกับนางเช่นกัน เจ้าอย่าลืมนะ หลงซือเย่อายุมากกว่าท่านปู่น้อยของข้าอีก! มองหาคนที่ชอบพอ ก็ควรหาคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับตนสิถึงจะเหมาะสม’
มือของตี้ฝูอีที่นั่งอยูหลังโต๊ะยาวกุมถ้วยชาใบหนึ่งอยู่ ปลายนิ้วซีดขาวรางๆ ถึงเขาจะไม่ได้มองลงไปด้านล่าง แต่ก็สามารถจับสัมผัสนางได้ สัมผัสถึงความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าของนาง และการร่วงหล่นครั้งแล้วครั้งเล่า…
ถึงทุกครั้งจะเหาะสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็พิชิตความสูงของหน้าผานี้ไม่ได้
ส่วนเหล่าศิษย์คนอื่นๆ ก็ยืนอยู่ริมหน้าผา พากันมองลงไป
ช่วงนี้กู้ซีจิ่วโดดเด่นมากเกินไป ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้านลม อีกทั้งระยะเวลาที่นางอยู่ในชั้นเมฆาม่วงห้องหนึ่งก็สั้นเกินไป คนมากมายยังคงระแวดระแวงเธออยู่ และมีคนไม่น้อยที่อยากเห็นเรื่องน่าขบขันของเธอ…
ยามนี้ยากนักที่จะได้เห็นช่วงเวลาที่เธอเสียหน้าถึงเพียงนี้ ดังนั้น คนบางส่วนจึงมองอย่างเบิกบานนัก…
แน่นอน เธอก็คบหาสหายไม่น้อยเช่นกัน สหายเหล่านั้นร้อนใจแทนเธอยิ่ง แต่ก็ช่วยเหลือเธอไม่ได้
ชั่วชีวิตนี้กู้ซีจิ่วยังไม่เคยเป็นที่โหล่เช่นนี้มาก่อนเลย!
และไม่เคยขายขี้หน้าถึงเพียงนี้มาก่อนเช่นกัน หลังจากเดาเจตนาของตี้ฝูอีได้ทะลุปรุโปร่ง ในใจเธอก็เสมือนซุกซ่อนกาต้มนํ้าเอาไว้ ทำให้เลือดลมเธอเดือดปุดๆ ไม่อาจรวบรวมสมาธิได้ชั่วคราว