№ 542 อวี๋เหล่ามาเยี่ยมเยือน
เช้าตรู่วันต่อมา ไม่ว่าบนถนนใหญ่หรือภายในโรงเตี๊ยม ทุกอย่างเหมือนจะเป็นปกติ ในความเงียบสงบมีความคึกครื้น การต่อสู้บนถนนเมื่อคืนคล้ายเป็นเพียงภาพหลอน ไม่มีศพ ไม่มีเลือด
พ่อค้าหาบเร่เริ่มจัดแผงอีกครั้ง พร้อมตะโกนขายของ เริ่มทำงานในวันใหม่
ภายในเวลาประมาณชั่วยามหนึ่ง อวี๋เหล่าจากสมาคมนักปรุงยาและหัวหน้าสมาคมมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งนี้ พวกเขาสอบถามเล็กน้อย ได้รู้ว่าเฟิ่งจิ่วพักอยู่โรงเตี๊ยมพรห้าประการ ดังนั้นวันนี้จึงเข้ามาแต่เช้าตรู่
เมื่อวานตอนออกจากการสอบประเมิน ผู้อาวุโสสูงสุดก็เรียกเขาไป แม้แต่หัวหน้าที่เก็บตัวปรุงยายังตกใจ ทั้งสามปรึกษาหารือกัน ยิ่งคิดว่าไม่อาจปล่อยนักปรุงยามากพรสวรรค์ที่อนาคตยาวไกลเช่นนี้หลุดลอยไปได้
ยากนักที่เขาจะมาสอบประเมินเหรียญตราถึงสมาคมนักปรุงยา สอบคราวนี้เป็นระดับยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ ระดับยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์อายุสิบหก หากผ่านไปอีกสองสามปีจะต้องยิ่งโดดเด่นแน่ ถ้าพวกเขาปล่อยผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ไป เกรงว่าวันหลังจะต้องเสียใจมากแน่นอน
ด้วยเหตุนี้หลังจากหารือกัน อวี๋เหล่ากับหัวหน้าสมาคมจึงมาเยือนด้วยตัวเอง คิดว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพูดโน้มน้าวเฟิ่งจิ่วให้มาเป็นผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ของสมาคมนักปรุงยาให้ได้ พวกเขาเข้าใจแจ่มแจ้งนัก ใช้เวลาอีกไม่กี่ปี ความสำเร็จของเด็กหนุ่มจะยิ่งใหญ่กว่าเดิม ถึงเวลานั้นหากพวกเขาอยากผูกไมตรีกับคนผู้นี้จะยิ่งทำไม่ได้
“คุณชายทั้งสอง ทะ ท่านหัวหน้าสมาคมนักปรุงยามาหาคุณชายชุดแดงท่านนั้นขอรับ”
เถ้าแก่นำทางขึ้นมาด้วยตัวเอง หัวใจเต้นรัวโครมคราม เขาเปิดโรงเตี๊ยมมาตั้งหลายปีเพียงนี้ยังเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก หัวหน้าตลาดมืดมาเยี่ยมเยือนเอง แม้แต่หัวหน้าสมาคมนักปรุงยากับนักปรุงยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์แซ่อวี๋ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังยังมาพบคุณชายชุดแดงถึงโรงเตี๊ยมพวกเขา
ความจริงทุกปีล้วนมีเรื่องแปลก ปีนี้ยิ่งมีมากเป็นพิเศษ หัวใจเขารู้สึกว่าตั้งแต่พวกคุณชายชุดแดงเข้ามาพักก็ต้องเตรียมรับการปะทะตลอด หากยังมีเรื่องเช่นนี้อีกสองสามครั้ง เดาว่าคงได้ล้มป่วยจริงๆ แล้ว
ฮุยหลางกับอิ่งอีต่างไม่รู้จักหัวหน้าสมาคมนักปรุงยากับนักปรุงยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์แซ่อวี๋ ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้ยินว่าคนที่มาหาเป็นหัวหน้าสมาคมนักปรุงยา จึงพินิจมองทั้งสองอย่างค่อนข้างแปลกใจ ไม่รู้ว่าเป็นคนไหน
ในขณะที่ฮุยหลางกับอิ่งอีพินิจมองคนทั้งสอง พวกเขาสองคนก็มองประเมินพวกเขา เห็นสองคนแม้แต่งกายเช่นทหารอารักขา แต่กลิ่นอายวรยุทธ์กลับน่าสะพรึงอย่างยิ่ง ในใจเลยแอบเสียขวัญโดยอย่างห้ามไม่อยู่
ใบหน้าอวี๋เหล่าเผยแววยิ้มออกมาอย่างไม่ชัดเจน บอกว่า “ข้าผู้เฒ่าแซ่อวี๋ ท่านนี้คือหัวหน้าสมาคมเรา วันนี้มาหาเสี่ยวจิ่วเพราะมีเรื่องอยากคุยด้วย สองท่านไปบอกต่อแทนทีเถอะ!”
ได้ยินเช่นนี้ ฮุยหลางสวนทันทีว่า “อ้อ ที่แท้ท่านคือ… นักปรุงยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์อวี๋เหล่า!” เดิมเขาจะพูดว่าที่แท้ท่านคือตาเฒ่าอวี๋ที่คุณชายจิ่วเคยพูดไว้! แต่คิดๆ แล้ว เมื่อคำพูดมาถึงปากก็เปลี่ยนไป
“เป็นข้าเอง” อวี๋เหล่าไม่รู้ความคิดเขา และไม่รู้ว่าหลังจากกลับมาเฟิ่งจิ่วตีโพยตีพายเพราะพลาดเสียผลประโยชน์ ยามนี้ยังคงเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้ม “ไม่ทราบว่าเสี่ยวจิ่วเขา…”
“คุณชายจิ่ว! เมื่อคืนเหมือนจะนอนค่อนข้างดึกจึงยังไม่ตื่นขอรับ” ฮุยหลางพูด “เช่นนั้นทั้งสองท่านไปนั่งชั้นล่างก่อนเถอะ ข้าจะไปรายงาน…”
ยังเอ่ยไม่ทันจบ ก็เห็นหลิงโม่หานในชุดคลุมสีดำไว้เคราหนาเดินออกมา ชำเลืองมองเหล่าคนนอกห้อง สายตาหยุดลงบนร่างอวี๋เหล่ากับหัวหน้าสมาคม ถามเสียงเข้มว่า “พวกเจ้ามาหานางเรื่องอะไร?”
“ใต้เท้าคือ?”
“เขาคือนายท่านของพวกเรา และเป็น…ของคุณชายจิ่ว…อืม…” ฮุยหลางพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ไม่รู้จะเอ่ยคำด้านหลังอย่างไร
………………….
