บทที่ 347 หวังเป่าเล่อผู้พึ่งพาตนเอง
ข้ากะอยู่แล้วเชียว! บรรดาศักดิ์ขุนนางระดับสี่ชั้นสูง! หวังเป่าเล่อเดินวนไปมาอยู่ในห้องทำงานด้วยความลิงโลดใจหลังจากที่ได้อ่านประกาศ นัยน์ตาเขาฉายแววละโมบแรงกล้า หัวใจก็เต้นกระโจนโครมคราม ชายหนุ่มอยากได้ตำแหน่งใหม่นี้ เป็นอันมาก
หวังเป่าเล่อนึกไปถึงสิ่งที่ประมุขสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ได้กล่าวไว้ ผู้ที่จะขึ้นเป็นผู้อาวุโสชั้นสูงของตำหนักในสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์และขุนนางระดับสี่ชั้นสูงนั้นจำเป็นต้องอยู่ในขั้นกำเนิดแก่นในและมีประสบการณ์พอสมควร จังหวะก็เป็น ปัจจัยสำคัญ ต้องมีครบหมดทั้งสามสิ่งนี้
หวังเป่าเล่อเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่อ้อมๆ เมื่อคราวที่อาจารย์ของเฉินอวี่ถงฝ่าฟันกระทั่งได้เลื่อนขั้นจากผู้อาวุโสเป็นผู้อาวุโสชั้นสูง ครั้งนั้นอาจารย์ใช้เวลาไปร่วมครึ่งปี และระหว่างนั้นก็ต้องฝ่าฟันต่อสู้กับคู่แข่งมากมายไปด้วย
เท่านั้นก็ถือว่าท้าทายยิ่ง ในขณะที่ผู้อาวุโสชั้นสูงของตำหนักและนายกเทศมนตรีของเขตนครใหม่บนดาวอังคารต่างก็เป็นขุนนางระดับสี่ชั้นสูงเหมือนกัน…แต่ระดับของอำนาจที่มีนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เพียงแค่คิดหวังเป่าเล่อก็ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น ชายหนุ่มศึกษาเงื่อนไขการได้รับเลือกอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มครุ่นคิดอย่างหนัก
เห็นได้ชัดว่าเกณฑ์การคัดเลือกตัวแทนนั้นเน้นไปที่แผน หากแผนผ่าน ตัวแทนต้องทำแผนให้บรรลุผลและทดสอบกับสนามจริงในเขตอาวุธเวท ซึ่งจะได้รับการถ่ายทอดสดไปทั่วทั้งดาวอังคาร…
แปลว่าพวกแผนสวยหรูแต่ทำไม่ได้จริงย่อมไม่ผ่าน และถึงแม้จะได้เข้ามาเป็นตัวแทน แต่ในท้ายที่สุดแล้วหากแผนของคนผู้นั้นนำมาใช้จริงไม่ได้ ก็ย่อมพลาดตำแหน่งนายกเทศมนตรีไปเป็นแน่…แล้วข้าจะส่งแผนแบบใดไปดีนะ…หวังเป่าเล่อ หรี่ตาลง ก่อนจะครุ่นคิดอยู่เป็นนาน และตอนนั้นเองประกายแสงก็ฉายขึ้นใน ดวงตาเขาวาบหนึ่ง ความคิดสุดบ้าระห่ำผุดขึ้นในศีรษะ!
หากว่าแผนนี้จะต้องนำไปใช้จริง…เหตุใดข้าจึงไม่ลองเสนอพิมพ์เขียวของ ปราการนิรันดร์ที่ทุ่มเทเวลาลงไปตั้งมากมายดูละ…หวังเป่าเล่อคิดได้เช่นนั้นก็ถึงกับหายใจถี่ด้วยความตื่นเต้น ชายหนุ่มตัดสินใจจะสร้างปราการของตนเองเพราะได้เห็นปราการของจินตั้วหมิงแล้วเกิดอิจฉา พิมพ์เขียวของปราการนิรันดร์นั้นกินเวลาและพลังงานของเขาไปมากยิ่ง อีกทั้งหวังเป่าเล่อยังเตรียมกระทั่งหุ่นเชิดก่อสร้างจำนวนมหาศาลไว้แล้วด้วยซ้ำ
สิ่งนี้เป็นงานอดิเรกที่ริเริ่มมาจากความหลงไหลในวัตถุและทักษะในการหลอมวัตถุเวทของเขา ขณะนี้…เมื่อหวังเป่าเล่อได้อ่านประกาศและเริ่มไล่ดูคุณสมบัติ เขาก็มั่นใจว่าปราการของตนเองต้องได้รับเลือกอย่างแน่นอน
ข้าจะสร้างสิ่งที่มีขนาดมหึมา มันจะเป็นทั้งปราการและเขตนครในเวลาเดียวกัน! หัวใจของหวังเป่าเล่อเต้นแรง นัยน์ตาก็ส่องประกาย เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าปราการที่เขาออกแบบนั้นจะเกิดมีประโยชน์ขึ้นมา ถือว่าเป็นความบังเอิญที่โชคดี ชายหนุ่มแทบสะกดความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ มันเหมือนเป็นพรหมลิขิต ราวกับว่าหวังเป่าเล่อถูกกำหนดให้ชนะการแข่งขันครั้งนี้
ดูเหมือนว่าฟ้าจะกำหนดทุกอย่างเอาไว้แล้ว ฟ้ากำหนดให้ข้า หวังเป่าเล่อผู้นี้ขึ้นเป็นใหญ่และจารึกผลงานเอาไว้ให้เป็นที่ประจักษ์บนดาวอังคาร! หวังเป่าเล่อระเบิดเสียงหัวเราะดังสนั่น ก่อนจะหยิบพิมพ์เขียวของปราการออกมาแก้ไขอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีของเขตนครใหม่
ในขณะที่หวังเป่าเล่อเตรียมตัวอยู่นั่นเอง กงเต๋า จั่วอี้เซียน หลี่อี้ และคนอื่นๆ ต่างก็กำลังตระเตรียมแผนของตนเองเช่นกัน ตำแหน่งในเขตนครใหม่ของดาวอังคารและอำนาจที่มาพร้อมกับตำแหน่งล่อใจทุกคนอย่างมาก ฝ่ายการเมืองที่สนับสนุน ทุกคนต่างก็ช่วยกันตระเตรียมงานพลางตื่นเต้นไปกับโอกาสที่ตัวแทนของพวกเขาจะได้เป็นนายกเทศมนตรีของเขตนครแห่งใหม่
สถานการณ์ของขั้วอำนาจใหญ่ในสหพันธรัฐก็ไม่ต่างกันนัก แม้กระทั่งสำนัก รุ่งสางจักรพิภพที่ถูกลงโทษเพราะเหตุการณ์บนดวงจันทร์ ก็ตัดสินใจเข้าร่วม แข่งขันด้วย สำนักเริ่มการเตรียมตัวอย่างเข้มข้นเพื่อคว้าชัยให้สำเร็จในครั้งนี้
พรรคการเมืองทั้งหลายต่างก็เริ่มการเจรจาและห้ำหั่นกันเองอยู่ภายใน ข่าวของการตั้งเขตนครใหม่บนดาวอังคารทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างแพร่หลายใน หมู่ประชากรชาวนครอาณานิคมดาวอังคารและบนโลก สื่อนับไม่ถ้วนรายงานข่าวเรื่องนี้กันอย่างแข็งขันเป็นเสียงเดียว ราวกับว่าได้รับคำสั่งมาก็ไม่ปาน
เวลาผ่านไป การถกเถียงก็ยิ่งร้อนแรงขึ้นทุกขณะ ทั้งผู้คนบนโลกและบนดาวอังคารต่างก็พากันติดตามข่าว ขณะที่ความสนใจของมวลชนที่มีต่อเรื่องนี้เพิ่มถึงขีดสุด บรรดาขั้วอำนาจทางการเมืองทั้งหลายก็เตรียมการเสร็จเรียบร้อย พวกเขาได้ข่าว ก่อนมวลชนทั่วไปและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีทั้งหมด โครงสร้างและทฤษฎีที่ใช้สนับสนุนแผนของพวกเขาจะต้องสมเหตุสมผลและไม่มีช่องโหว่ใหญ่หลวง แผนของทุกกลุ่มย่อมมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยเป็นเรื่องธรรมดา
หวังเป่าเล่อก็ปรับแต่งแผนของเขาจนกระทั่งพอใจ ชายหนุ่มตรวจดูอีกสองสามครั้งก่อนจะแนบแผนไปพร้อมใบสมัครอย่างมั่นใจ
หลังจากนั้นหวังเป่าเล่อถึงกับนั่งไม่ติด ชายหนุ่มตามฟังข่าวเกี่ยวกับเขตนครใหม่บนดาวอังคารอย่างใกล้ชิด เขายังติดต่อไปยังเส้นสายของตัวเองเพื่อถามข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัวของขั้วการเมืองอื่นๆ หวังเป่าเล่อแทบจะควบคุมความประหม่าและความกลัวที่จะไม่ได้รับเลือกเอาไว้ไม่อยู่
แม้ว่าจินตั้วหมิงจะมีอิทธิพลมาก แต่เดิมพันครั้งนี้ยิ่งใหญ่นักสำหรับข้า ข้าไม่อาจนิ่งนอนใจได้หากมีแค่เขาที่สนับสนุนข้าอยู่เพียงผู้เดียว…ต่อให้เป็นท่านเจ้าเมืองหลินมาช่วยข้า นั่นก็อาจจะยังไม่เพียงพอต่อการได้รับเลือก…หวังเป่าเล่อชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะดึงแหวนสื่อสารออกมาติดต่อไปยังประมุขสำนักแห่งสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์
เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ หวังเป่าเล่อก็ละล่ำละลักพูดออกมาในทันที
“ท่านประมุขสำนัก รัฐบาลดาวอังคารเพิ่งประกาศการตั้งเขตนครใหม่ เป็นไปได้หรือไม่หากท่านจะช่วย…” หวังเป่าเล่อรีบเล่ารายละเอียดให้ประมุขฟังอย่างแข็งขัน ถ้อยคำพรั่งพรูออกมาจากปากด้วยความเร่งรีบ เขาเผยถึงความตั้งใจที่จะเข้าร่วมก่อนจะขอความช่วยเหลือจากประมุขสำนัก เมื่อนั้นเองที่เสียงถอนหายใจอย่างอ่อนแรงดังมาจากปลายสายอีกด้าน
“เป่าเล่อ อย่าเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้เลย…”
“ทำไมล่ะขอรับ” หวังเป่าเล่อนิ่งงันไป
“ข้ารู้เรื่องเขตนครใหม่บนดาวอังคารมาก่อนแล้วและได้พยายามผลักดันเจ้าขึ้นเป็นตัวแทน แต่…สี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าได้ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดไปกับการสนับสนุนหลี่อี้ให้ขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีของเขตนครใหม่…” เจ้าสำนัก มีน้ำเสียงอ่อนแรง
หวังเป่าเล่อหรี่ตาลงเมื่อได้ยิน แม้จะไม่ได้กล่าวคำใดแต่ชายหนุ่มก็คิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
“ทำไมต้องเป็นนางกันเล่าขอรับ” หวังเป่าเล่อถามด้วยเสียงทุ้มต่ำหลังจาก นิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ
“เพราะว่ารองเจ้านครดาวอังคารหรือสหายเต๋าต้นหอมหมื่นลี้ให้การสนับสนุนนางอยู่ เขามาพูดกับสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าด้วยตนเองและรับรองการสนับสนุนที่เขามีให้กับ หลี่อี้…หากสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าร่วมสนับสนุนนางด้วย โอกาสที่นางจะประสบความสำเร็จก็จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละหกสิบถึงเจ็ดสิบเลยทีเดียว”
“สี่ยอดสำนักศึกษาเต๋านั้นพุ่งเป้าไปที่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีแห่งเขตนครใหม่บนดาวอังคารอยู่แล้ว…และหลังจากการประชุมร่วมกัน พวกเราก็ได้ข้อสรุปว่าโอกาสที่หลี่อี้จะประสบความสำเร็จมีมากกว่าเจ้า” ประมุขสำนักพูดอย่างแช่มช้า แม้ว่าตัวเขาเองจะรู้สึกว่าการตัดสินใจนี้ไม่เป็นธรรมและยังรู้สึกไม่ชอบใจนัก แต่ประมุขสำนักอีกสามคนก็ได้ลงความเห็นกันไปแล้ว หนำซ้ำหลี่อี้ยังมีผู้สนับสนุนที่ทรงอิทธิพล อีกด้วย สี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าคงจะไม่ใส่ใจนักหากผู้สนับสนุนของนางเป็นใครอื่น แต่นี่คือ ต้นไม้ยักษ์ รองเจ้านครแห่งดินแดนอาณานิคมดาวอังคารนั่นเชียว!
แค่การสนับสนุนของเขาก็เพียงพอที่จะทำให้สี่ยอดสำนักเต๋าตกลงใจสนับสนุนหลี่อี้ รองเจ้านครได้เสนอว่าให้สี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าสนับสนุนผู้สมัครเพียงคนเดียวด้วยกำลังทั้งหมด เพื่อจะได้เพิ่มโอกาสในการชนะให้สูงยิ่งขึ้น สำนักศึกษาเต๋ากวางขาวที่ หลี่อี้จบการศึกษามาเห็นด้วยและตัดสินใจว่าจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดในการสนับสนุน ผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียว คือหลี่อี้
“เป่าเล่อ โปรดอย่าโกรธไปเลย แม้ว่าเจ้าจะไม่ได้รับเลือกในครั้งนี้ แต่ข้าก็ได้ขอตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีมาให้เจ้า! เขตนครใหม่จะมีรองนายกเทศมนตรีถึงสี่คนด้วยกัน”
“หากหลี่อี้ทำได้ เจ้าก็จะได้เป็นถึงรองนายกเทศมนตรีของเขตนครใหม่ ดาวอังคารเชียวนะ!”
ใบหน้าของหวังเป่าเล่อหม่นหมองด้วยความทุกข์ใจเมื่อได้ยินสิ่งที่ประมุขสำนักพูด ชายหนุ่มรู้สึกราวกับว่ามีคนเอาน้ำเย็นเยียบทั้งถังมาเทรดศีรษะ ความเกลียดชังที่ เอ่อล้นอยู่ในใจนั้นรุนแรงจนกระทั่งเขาไม่อาจควบคุมสิ่งที่ออกมาจากปากได้อีกต่อไป
“ประมุขสำนักขอรับ ข้าได้ทำความชอบให้สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์มากมาย ข้าเสียเลือดให้สำนัก ข้าได้รับเลือกเป็นหนึ่งในหนึ่งร้อยพันธุ์กล้า ข้า…”
“เป่าเล่อ!” ประมุขสำนักตัดบทหวังเป่าเล่อ ก่อนจะถอนหายใจ เสียงของเขานุ่มนวลขึ้นเมื่อเอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้ง เสียงทุ้มต่ำของชายชราฟังดูเหนื่อยล้าและ ไร้กำลัง
“เป่าเล่อ สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้มีอำนาจเหนืออีกสามสำนักศึกษาเต๋า สำนักศึกษาเต๋ากวางขาวเป็นผู้นำของเราในตอนนี้ สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ลงคะแนนได้เพียงเสียงเดียว เราไม่อาจเปลี่ยนผลการตัดสินใจได้ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ รองเจ้านครแห่งดินแดนอาณานิคมดาวอังคารสนับสนุนหลี่อี้อย่างเต็มที่!”
ชายชราปลอบประโลมหวังเป่าเล่ออยู่อีกครู่ใหญ่ก่อนจะตัดสายไป น้ำเสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยความเสียใจและรู้สึกผิด หวังเป่าเล่อจ้องมองไปที่แหวนสื่อสาร ความเกลียดชังในใจเพิ่มพูนขึ้น ชายหนุ่มขมึงตา
แค่ได้รับการสนับสนุนเท่านั้น ไม่เห็นจะดีเด่นอะไรเท่าใดนัก ต่อให้ไม่ได้รับ การสนับสนุนก็ไม่ผิดแต่อย่างใด ตราบใดที่ข้าได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสิบ ข้าก็ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจหลี่อี้แม้แต่น้อย ข้าจะเอาชนะนางให้ได้! ยิ่งหวังเป่าเล่อคิดเรื่องนี้มากเพียงใดก็ยิ่งโกรธเกรี้ยวขึ้น ชายหนุ่มกำแหวนสื่อสารไว้แน่นขณะที่ความคิ ดอันเกรี้ยวกราดแล่นผ่านศีรษะไปเรื่องแล้วเรื่องเล่า เขาติดต่อไปหาแม่ทัพโจวผู้ที่ ซื้อปืนใหญ่ของเขาไปเพื่อขอความช่วยเหลือ
แม่ทัพโจวตั้งใจฟังหวังเป่าเล่ออย่างดี กองทัพบนโลกติดหนี้หวังเป่าเล่ออย่างใหญ่หลวง หลังจากที่เข้าใจว่าหวังเป่าเล่อต้องการความช่วยเหลือจากเขา แม่ทัพโจวก็นิ่งคิดอยู่ชั่วอึดใจ แล้วจึงบอกหวังเป่าเล่อว่าแม้กองทัพไม่อาจช่วยเหลือเขาใน การทดสอบสุดท้ายที่อาณาเขตอาวุธเทพ แต่พวกเขาก็ช่วยผลักดันหวังเป่าเล่อให้ได้เป็นหนึ่งในสิบตัวแทนได้
แม้ว่ากองทัพจะไม่อาจรับประกันความสำเร็จ แต่โอกาสของหวังเป่าเล่อก็เพิ่มสูงขึ้น!
หวังเป่าเล่อรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาในทันที พวกเขาพูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะตัดสาย หวังเป่าเล่อวางแหวนสื่อสารลงก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ชายหนุ่มรู้ดีว่าเขาเกิดมาในตระกูลธรรมดา ไม่มีขั้วการเมืองหรือบุคคลสำคัญใดๆ พร้อมให้การช่วยเหลือ ทุกๆ สิ่งที่เขามีในขณะนี้เขาได้มาเองด้วยการทำงานหนัก
คนพวกนี้จะแน่สักเพียงใดกันในเมื่อยังต้องพึ่งพิงคนอื่นอยู่เช่นนี้ ข้าจะเอาชนะพวกเขาทุกคนด้วยกำลังของข้าเอง! หวังเป่าเล่อยิ้มเยาะ เขารู้สึกว่าได้ตระเตรียมสิ่งที่จำเป็นทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว แม้ว่าจะยังไม่มั่นใจว่าจะได้รับเลือกเป็นตัวแทน แต่มาบัดนี้โอกาสของเขาก็เพิ่มขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มากนัก
วันเวลาผ่านไป สิบวันต่อมาหลังจากที่คณะกรรมการได้คัดกรองใบสมัครไป หลายรอบก็เหลือผู้สมัครอยู่เพียงยี่สิบคนสุดท้ายเท่านั้น เอกสารการสมัครของทุกคนถูกนำมาเสนอไว้ตรงหน้าของเจ้านครและรองเจ้านครแห่งนครอาณานิคมดาวอังคาร โดยทั้งสองจะเป็นผู้เลือกตัวแทนสิบคนสุดท้าย!
