Skip to content

A World Worth Protecting 369

บทที่ 369 คำสอนจากหลินโยว

หวังเป่าเล่อไม่ต้องรอนานสำหรับบทเรียนที่กำลังจะได้รับ หลังวางสายจาก    หลินเทียนหาวไป หลินโยวก็ชงชา ยกจิบ และรอสักพัก พอชาหมดไปครึ่งถ้วย        เขาก็หยิบแหวนสื่อสารขึ้นมาติดต่อหาหวังเป่าเล่อ

เวลาที่เขาเลือกต่อสายหาไม่ได้ช้าหรือเร็วเกินไป เป็นเวลาที่เหมาะสม อีกฝ่ายจะสัมผัสได้ถึงความจริงใจและความใจเย็นของตน นี่เป็นบทเรียนที่หลินโยวกลั่นกรองมาตลอดช่วงชีวิต เป็นเรื่องที่ใครก็ตามหากไม่ได้มาสัมผัสเองก็จะไม่มีวันเข้าใจ

หวังเป่าเล่อคาดว่าหลินโยวน่าจะติดต่อมาขอบคุณเมื่อแหวนสื่อสารสั่นเตือน    พอเห็นชื่อของหลินโยวฉายอยู่บนแหวน ขณะที่กำลังจะยื่นมือไปรับสาย เขาก็หยุดครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจรอสักพักจึงกดรับสาย

หวังเป่าเล่อไม่ค่อยได้มีปฏิสัมพันธ์กับหลินโยวเท่าไหร่ หลินเทียนหาวมักจะเป็นคนติดต่อประสานเรื่องต่างๆ ให้ ครั้งล่าสุดที่ชายหนุ่มติดต่อหลินโยวคือตอนที่      หลินเทียนหาวหายตัวไป ตอนนั้นเขาติดต่อไปด้วยความรู้สึกผิดยิ่งนัก

แม้ว่าจะไม่ค่อยได้มีปฏิสัมพันธ์กัน แต่ทั้งสองก็พูดคุยกันได้อย่างราบรื่น หลินโยวเป็นคนมีเสน่ห์ เสน่ห์ของเขาไม่ได้มาจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่มาจากท่าทีและทัศนคติต่อผู้อื่นด้วยเช่นกัน หลินโยวกล่าวแสดงความยินดีกับตำแหน่งของหวังเป่าเล่อและขอบคุณที่มอบหน้าที่แสนสำคัญให้หลินเทียนหาว

หลินโยวหยุดไปครู่หนึ่ง เหมือนว่าจะยกชาขึ้นจิบ จากนั้นก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เป่าเล่อ เจ้าและหลินเทียนหาวนั้นอายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกัน ข้าจึงปฏิบัติกับเจ้าเหมือนเป็นหลานชายคนหนึ่ง เจ้าเคยคิดถึงอนาคตของตนเองในสหพันธรัฐไหม

“ข้าเคยได้ยินเป้าหมายของเจ้า เจ้าอยากจะขึ้นเป็นผู้นำสหพันธรัฐ เป็นเรื่องดีที่เจ้าคอยมุ่งมั่นไต่เต้าขึ้นไปเรื่อยๆ ข้าอิจฉาบิดาเจ้ายิ่งนัก ถ้าหลินเทียนหาวทะเยอทะยานเช่นเจ้า ข้าคงจะวางใจหายห่วงเขาได้” หลินโยวถอนหายใจ เขาพูดออกมาจากใจจริง ทั้งชีวิตของเขาไม่เคยขาดสิ่งใด มีพร้อมทั้งความสามารถอัน    เหนือชั้น มั่นใจว่าใช้เวลาอีกสักพักคงบรรลุถึงขั้นจุติวิญญาณได้เมื่อพิจารณาจากความสามารถและทรัพยากรที่มี!

ความผิดหวังที่ใหญ่ที่สุดของเขาคือหลินเทียนหาว…เป็นเหตุผลให้เขาภาคภูมิใจในตัวหวังเป่าเล่อ

หวังเป่าเล่อกระแอมกระไอเมื่อได้ยิน-ที่หลินโยวพูด

“ท่านลุงหลิน ท่านพูดถูก ข้าก็คิดเหมือนกันเมื่อตอนยังเด็ก ข้าอิจฉาบิดาตัวเองเช่นกันที่มีลูกชายแสนหล่อเหลา มากความสามารถ อีกทั้งยังทะเยอทะยาน”

หลินโยวเงียบไปพักหนึ่ง เพิ่งจะดึงสติของตนกลับมาได้เมื่อได้ยินที่หวังเป่าเล่อพูด เขามีสีหน้าแปลกๆ ก่อนจะรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างรวดเร็ว

“เป่าเล่อ เจ้ามาถึงจุดสำคัญบนเส้นทางการทำงานแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไป       ไม่เหมือนครั้งที่ข้ายังเยาว์วัย ตอนที่ข้ายังหนุ่ม แค่มีระดับการฝึกตนที่เหมาะสม ประกอบกับความตั้งใจและวุฒิภาวะที่มากพอ พร้อมจะแสดงความสามารถออกไปให้ทุกคนได้เห็น หากไม่พลาดพลั้งตกลงไปก็จะได้ไต่เต้าขึ้นสูงเหนือผู้อื่น

“แต่ตอนนี้ทุกสิ่งเริ่มมั่นคง กลุ่มอำนาจทางการเมืองแต่ละกลุ่มหวังอยากให้  ความมั่นคงปลอดภัยเช่นนี้ยืดยาวต่อไปเรื่อยๆ แม้ว่าต้วนมู่ฉีจะมีความทะเยอทะยานและวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ต่ออนาคตข้างหน้า เขาก็ต้องเผชิญความลำบากหนักหนากับทุกๆ ก้าวที่เลือกเดิน

“นั่นแหละคือเหตุผล…ที่ข้าอยากจะบอกก็คือ ตอนนี้ ตำแหน่งขุนนางระดับสี่ชั้นสูงนั้นเป็นตำแหน่งสูงสุดสำหรับคนที่ไม่มีพลังอำนาจที่จะเอื้อมไปคว้าได้ หากไม่มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น…เจ้าก็ถือว่าได้มาถึงจุดสูงสุดของชีวิตแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเว้นเสียแต่เจ้าจะเป็นเหมือนสหายเต๋าต้นหอมหมื่นลี้ที่ทะลุเพดานที่มีด้วยการบรรลุขั้นกำเนิดแก่นในชั้นสมบูรณ์

“แต่เจ้าก็ต้องภาวนาว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง ผู้นำสหพันธรัฐและคนอื่นๆ เช่นเรา   จะไม่ได้นำหน้าบรรลุขั้นจุติวิญญาณเสียก่อน

“เป่าเล่อ เจ้าเข้าใจที่ข้าพยายามจะสื่อหรือไม่ หากเจ้าต้องการจะพัฒนาไปข้างหน้า หนทางของเจ้าก็ยังเต็มไปด้วยความยากลำบากแม้ว่าจะบรรลุขั้นกำเนิดแก่นในแล้ว   ก็ตาม เพราะปัจจุบันสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เป็นผู้นำของสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋า…”

หลินโยวพูดอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา เขาวิเคราะห์อนาคตของหวังเป่าเล่อจากประสบการณ์มากมายที่สั่งสมมา ทำให้หวังเป่าเล่อเริ่มจริงจังมากยิ่งขึ้นขณะฟังที่หลินโยวพูด เขาไตร่ตรองคำพูดของอีกฝ่าย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่วนใหญ่ที่พูดมานั้นเป็นเรื่องจริง

หวังเป่าเล่อเริ่มสิ้นหวังขึ้นมาเล็กน้อย สงสัยว่ามีคุณงามความดีใดหรือไม่ที่หากทำแล้วตนจะได้เลื่อนจากตำแหน่งขุนนางระดับสี่ชั้นสูงไปเป็นขุนนางระดับสามชั้นรอง     หรือกระทั่งขุนนางระดับสามชั้นสูง

“แต่เจ้าก็ได้ขึ้นมาเป็นนายกเทศมนตรีประจำเขตนครใหม่ของดาวอังคาร เจ้าเดินมาถูกทางแล้ว จริงๆ แล้วนี่ถือเป็นโอกาสสำหรับเจ้า…

“เจ้าต้องรู้ไว้ว่าตัวเจ้าได้สร้างบางสิ่งขึ้นมาจากความว่างเปล่า เจ้าได้ขีดเขียนเส้นทางใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับตัวเองและไต่เต้าขึ้นเป็นตำแหน่งขุนนางระดับสี่  ขั้นสูง เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเขตนครใหม่ของดาวอังคารมาก่อน…

“การจัดตั้งเขตนครใหม่นั้นไม่เหมือนการค้นพบดินแดนแห่งใหม่ แต่ก็ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ เป็นเหตุผลว่าทำไมหลายๆ กลุ่มอำนาจทางการเมืองถึงต่อสู้  แย่งชิงโอกาสนี้กันอย่างหนักหน่วง มุมหนึ่งก็ทำไปเพื่ออาวุธเทพ ส่วนอีกมุมหนึ่งก็ทำไปเพื่อลูกหลานของพวกเขา!

“ในโลกที่ปลอดภัยและสงบสุขเช่นนี้ ไม่มีโอกาสใดเลยที่จะสร้างความดีความชอบอันยิ่งใหญ่แก่สหพันธรัฐ ความสำเร็จเช่นนั้นมีเพียงตอนสงครามสุดเลวร้ายกับเหล่าอสูรและตอนที่ปราการลำดับสิบเจ็ดถูกสร้างขึ้น

“โอกาสครั้งนี้เป็นโอกาสที่สวรรค์ประทานให้ ดังนั้นเจ้าจงรักษามันไว้ให้ดี      คอยระวังไม่ให้คนอื่นมาแย่งชิงชื่อเสียงจากการก่อตั้งเขตนครใหม่ เจ้าต้องทำให้มั่นใจว่าชื่อของเจ้าจะได้รับการจดจำจากที่ลงแรงไปทั้งหมด ไม่ใช่ชื่อของผู้อื่น!”

หลินโยวเปิดอกกับหวังเป่าเล่อหมดเปลือก ชายหนุ่มรู้สึกตื้นตันในอกเมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายพูด ลมหายใจเริ่มถี่รัว เขาเคยอ่านเจอเหตุการณ์คล้ายคลึงกันในอัตชีวประวัติเจ้าพนักงานระดับสูง ทำให้รู้ดีว่าถ้ามีใครมาแย่งชิงความดีความชอบไป ที่ตนลงแรงไปทั้งหมดก็ถือว่าสูญเปล่า เป็นได้เพียงตัวประกอบในหน้าความสำเร็จของคนอื่น

“เจ้าต้องแยกให้ออกว่าใครเป็นมิตรใครเป็นศัตรู ต้องดูทุกคนให้ออก อย่างเช่นหลี่อี้ ข้าเชื่อว่าสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋ายังตั้งความหวังไว้กับนาง เพราะสหายเต๋าต้นหอม    หมื่นลี้ให้การสนับสนุนนางอยู่ นางจะเป็นศัตรูตัวฉกาจของเจ้า!

“นั่นก็เพราะ…พวกเจ้าทั้งสองแบกชื่อของสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าไว้ นางเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการ ส่วนเจ้าเป็นผู้ท้าดวลที่ไม่คาดคิด ที่สำคัญที่สุดคือนาง      มาจากสำนักศึกษาเต๋ากวางขาว แต่เจ้ามาจากสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์

“นี่ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งระหว่างเจ้ากับหลี่อี้แล้ว ตอนนี้มันเป็นปัญหาที่ว่า    สำนักศึกษาเต๋ากวางขาวหรือสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์กันแน่ที่จะมีอำนาจสูงสุด สำนักศึกษาเต๋ากวางขาวไม่มีทางยอมให้เจ้ามีอำนาจเหนือหลี่อี้ได้!

ต่อให้สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์อยากจะช่วยเจ้าเท่าใด พวกเขาก็ออกนอกหน้ามากไม่ได้ เพราะต้องพิจารณาผลดีผลเสียในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังต้องคำนึงถึงขนบธรรมเนียมของเหล่าสำนักศึกษาเต๋าด้วยเช่นกัน

“สำหรับพวกเขาแล้ว ความมั่นคงทางการเมืองของสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋านั้นอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ประมุขสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์คนปัจจุบันเองก็ไม่ใช่คนกล้าได้กล้าเสียขนาดนั้น ประเด็นเหล่านี้ถือเป็นผลเสียสำหรับเจ้า”

หวังเป่าเล่อฟังอย่างตั้งใจ เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำ หากแต่เก็บทุกถ้อยคำของ   หลินโยวเข้าในใจ ครุ่นคิดไตร่ตรองคำพูดเหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน และรู้สึกว่าสามารถมองภาพอนาคตของตนเองได้มากขึ้น

“ในเมื่อสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าให้การสนับสนุนหลี่อี้ เรื่องหลักที่เจ้าต้องใส่ใจคือการหาข้อผิดพลาดของนาง เจ้าต้องพยายามขับนางออกจากการแข่งขันครั้งนี้ด้วย   วิธีที่ถูกต้องและใสสะอาด!

“จากนั้นเจ้าก็จะได้เป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวของสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าใน     เขตนครใหม่แห่งดาวอังคาร เมื่อเวลานั้นมาถึง พวกเขาก็ต้องให้การสนับสนุนเจ้าแม้ว่าจะไม่อยากทำก็ตาม ไม่ว่าจะไม่พอใจเพียงใด พวกเขาก็ต้องจำใจให้การสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่!

“เมื่อถึงตอนนั้น แม้ประมุขสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์จะไม่ใช่คนกล้าได้กล้าเสีย แต่เขาก็คงฉลาดพอที่จะใช้โอกาสนี้เข้าควบคุมอำนาจต่างๆ ที่สี่ยอดสำนักศึกษาเต๋ามีส่วนในเขตนครใหม่แห่งดาวอังคาร!

“เมื่อนั้นแหละคือตอนที่เจ้าจะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากที่ลงแรงไป” พูดจบหลินโยวก็ยกน้ำชาขึ้นจิบ เขาได้ยินเสียงหายใจถี่รัวของหวังเป่าเล่อผ่านทางแหวนสื่อสารและยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

หวังเป่าเล่อหายใจถี่ การวิเคราะห์ ประเมินของหลินโยวและทางแก้ปัญหาที่อีกฝ่ายเสนอได้คลายความกังวลและจุดไฟในตัวของเขาขึ้น ชายหนุ่มแอบถอนหายใจเงียบๆ อยู่ภายใน หลินโยว…ช่างเป็นคนฉลาดหลักแหลม คิดวิเคราะห์ทุกสิ่งอย่างละเอียดถี่ถ้วน มีวิธีอันเหนือชั้นในการชั่งน้ำหนักตัดทอนตัวเลือกเพื่อหาเส้นทางที่ดีที่สุด!

“ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องศัตรูไปแล้ว ต่อไปมาพูดถึงมิตรสหายบ้าง เป่าเล่อ ในตอนที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยศัตรูนั้น เป็นเรื่องยากที่จะทำอะไรได้สำเร็จลุล่วง สิ่งที่เจ้าต้องเรียนรู้คือ แยกให้ออกว่าศัตรูกลุ่มใดที่เจ้าสามารถผูกมิตรได้กับกลุ่มที่เจ้าไม่มีทาง    ผูกมิตรได้เลย พวกที่เจ้าไม่อาจขจัดความอาฆาตแค้นที่มีต่อเจ้าออกไปได้จะต้อง        ถูกโค่นให้เร็วที่สุด

“อย่างเช่นกงเต๋า เขาเป็นลูกบุญธรรมของผู้นำสหพันธรัฐและเป็นสมาชิกของกองทัพดาวอังคารโดยกำเนิด เจ้าจะกำจัดเขาออกไปไม่ได้ เพราะเจ้าไม่ใช่ตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียวของสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋า เจ้ายังต้องการการสนับสนุนจาก            ชาวดาวอังคารโดยกำเนิด! ความสัมพันธ์ของเจ้ากับกองทัพทำให้พวกเขาให้การสนับสนุนเจ้า

“กงเต๋าจะเป็นตัวช่วยเสริมการสนับสนุนนี้ในเบื้องหลัง เจ้าต้องวิเคราะห์       กลุ่มอำนาจทางการเมืองต่างๆ ในสหพันธรัฐ พวกเขาจะยอมเข้าร่วมกับฝ่ายบริหารดาวอังคารเพื่อแบ่งการควบคุมเขตนครใหม่หรือไม่ คำตอบนั้นเป็นตัวบ่งชี้ว่ากงเต๋าจะเป็นได้เพียงรองนายกเทศมนตรี เจ้าเชื่อไหมล่ะว่า ถ้ากงเต๋าได้ที่หนึ่งในการทดสอบ ตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีจะไม่ใช่สี่คนแต่เป็นห้า นอกจากนี้ กงเต๋าจะไม่มีทางอาศัยอยู่ในเขตนครใหม่ของดาวอังคารอีกด้วย!

“ดังนั้นเจ้าต้องทำให้มั่นใจว่าเขาจะฟังคำสั่งของเจ้า ไม่ต้องกังวลไป เขาไม่มีทางมุ่งหาอำนาจด้วยตัวเองอยู่แล้ว!”

ดวงตาของหวังเป่าเล่อเบิกกว้าง การวิเคราะห์และคำอธิบายของหลินโยวเหมือนเปิดประตูบานใหม่ให้กับเขา จู่ๆ ชายหนุ่มก็เหมือนจะเข้าใจบทเรียนต่างๆ ที่ได้อ่านเจอในอัตชีวประวัติเจ้าพนักงานระดับสูงและสงสัยมานานขึ้นมา!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!