Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 613

ตอนที่ 613 ทุกอย่างว่างเปล่า เรื่องจบลงแล้ว

“หลินปั้นปั้น…”

อ๋องลู่ผุดขึ้นนั่งบนเตียง สีหน้ำตกใจยิ่ง จ้องมาหลินซูลู่ไม่วางตา ในมือกุมมีดสั้นเอาไว้ด้านหน้า มีดสั้นส่องกระทบแสงประกายวาว มืออ๋องลู่สั่นอย่างรุนแรง

เห็นอ๋องลู่ผุดขึ้นนั่ง หลินซูลู่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ได้ขยับ หากยิ้มมองอ๋องลู่ อ๋องลู่เริ่มเบะปากน้ำตาไหลทะลักออกมา อ้าปากส่งเสียงร้องไห้ลั่นดังว่า

“หลินปั้นปั้น ท่านไม่บอกเช่นนี้ ท่านบอกว่าจะให้ข้าได้เป็นฮ่องเต้ บอกว่าให้ข้าได้เป็นฮ่องเต้……”

“หากคืนนี้ว่านลี่ถูกสังหาร ท่านก็เป็นโอรสเพียงองค์เดียวของอดีตฮ่องเต้ ตำแหน่งนี้อาจย่อมเป็นของท่านได้จริง แต่ข้าไม่ได้มาด้วยการนี้!”

สีหน้าหลินซูลู่อ่อนโยนด้วยรอยยิ้ม วาจำที่ออกมาทำให้อ๋องลู่เหมือนร่วงลงสู่ถ้ำน้ำแข็ง มือกำมีดสั้นแน่น หดตัวเข้าชิดเตียงด้านใน เสียงสั่นกล่าวว่า

“หลิน……หลินปั้นปั้น ท่าน…ท่าน……ท่านสังหารข้าและท่านพี่ก็ไม่ได้อันใด ตระกูลข้ามีลูกหลานมากมาย ในตอนนั้นฮ่องเต้เจิ้งเต๋อไร้โอรส ก็ยังขอให้ท่านปู่ข้ามาดำรงตำแหน่งเลยไม่ใช่หรือ?”

หลินซูลู่พยักหน้า ยิ้มกล่าวว่า

“ท่านอ๋องไม่ได้เรียนสูญเปล่า แต่ในวังเกิดเหตุเช่นนี้ ก็คงไม่มีลูกหลานเช่นพวกท่านแล้ว อ๋องมากมายเท่าไร ลูกหลานบรรพชนฮ่องเต้มากมายเท่าไรคิดครองตำแหน่งนี้ ใต้หล้าวุ่นวาย มองโกลย่อมฉวยโอกาส ตอนนั้นจะดำรงตำแหน่งอันใด……เวลาไม่น้อยแล้ว……ไม่มีเวลาสนทนากับท่านอ๋องแล้ว พวกเจ้าเข้ามาได้!”

เสียงดังขึ้นเล็กน้อย ประตูตำหนักเปิดออก ขันทีสองคนก้มคำนับเดินเข้ามา หันไปปิดประตู หลินซูลู่กล่าวว่า

“ส่งท่านอ๋องเดินทางได้ ลงมือให้เร็วหน่อย อย่าให้ทรงเจ็บปวด!!”

ขันทีสองคนก้มคำนับ ควักดาบสั้นออกจากเสื้อ ก้าวไปที่เตียงบรรทม อ๋องลู่ถอยหลังไม่หยุด แต่เตียงก็กว้างแค่นี้ จะหดตัวไปไหนได้ ได้แต่ร้องไห้เสียงดังกล่าวว่า

“หลินกงกง หากข้าได้เป็นฮ่องเต้ ท่านก็จะได้ตำแหน่งเฝิงเป่า หัวหน้าสำนักส่วนพระองค์ยังให้ควบตำแหน่งสำนักอาชาหลวง……”

หลินซูลู่ได้ยินก็อดไม่ได้หัวเราะดัง ส่ายหน้ากล่าวว่า

“เด็กที่เกิดในตระกูลนี้ สมองย่อมเห็นค่าแต่เรื่องเหล่านี้เกินไป หากข้าคิดถึงเรื่องพวกนี้ ก็คงไม่มารับใช้ท่านแล้ว”

“ช่วยด้วย!! ช่วยด้วย!!”

อ๋องลู่ตะโกนลั่น ในและนอกตำหนักเงียบกริบ ไม่มีคนตอบรับ อ๋องลู่กำมีดสั้นแน่น อดแผดเสียงร้องไห้ดังไม่ได้

มีดสั้นเขาไหนเลยจะต้านดาบสั้นอีกฝ่ายได้ ขันทีสองคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ สบตากัน อ๋องลู่กลัวจนต้องหลับตาลง

‘ฉับ!!’

เสียงคมดาบปะทะเนื้อ อ๋องลู่ตัวเย็นวาบ หากรู้สึกว่าไม่เจ็บปวด ในตอนนั้นเองก็ได้ยินหลินซูลู่ถามว่า

“พ่ายแพ้แล้ว?”

น้ำเสียงเนิบนาบ เหมือนกำลังอดทนกับความเจ็บปวดหนัก อ๋องลู่ลืมตาขึ้น ต้องเบิกตากว้าง ขันทีสองคนนั้นไม่รู้ว่าผ่านพระองค์ไปเมื่อใด ดาบแทงทะลุร่างหลินซูลู่ไป

สีหน้าหลินซูลู่ยังคงมีรอยยิ้ม มองสองคนนั้นถามขึ้น ขันทีสองคนออกแรง ถูกสายตาหลินซูลู่มองมาก็กลัวอยู่ ตอบอย่างขลาดกลัวว่า

“นายท่าน ในวังแต่ละแห่งคุมไว้ได้แล้ว ว่านลี่ทางนั้นเราบุกเข้าไปไม่ได้ พ่ายแพ้แล้ว พวกข้าน้อยไม่อยากตามไปตายด้วยแล้ว ขอโทษด้วย!!”

หลินซูลู่ยิ้มพยักหน้า เลือดทะลักออกจากปาก เขามองไปทางอ๋องลู่กล่าวว่า

“ท่านอ๋องเหมือนซูสี่มาก……”

ก่อนจะหัวตกลง ไม่ขยับอีก ขันทีทั้งสองกระชากดาบออก คุกเข่าลง โขกศีรษะทูลว่า

“อ๋องลู่ไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย พวกกระหม่อมหลงเชื่อโจรชั่ว ขอท่านอ๋องลู่เห็นแก่ที่เราสองคนสำนึกผิด ไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย ขอไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย!!”

กล่าวจบก็โขกศีรษะ ในห้องบรรทมอ๋องลู่นอกจากหลินซูลู่ที่ไร้ลมหายใจบนเก้าอี้ ก็มีพวกเขาเพียงสามคน มือขวาอ๋องลู่กำมีดสั้นไว้แน่น มือซ้ายก็ลูบใบหน้า น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม สะอื้นกล่าวว่า

“พวกเจ้า……พวกเจ้าช่วยเราไว้มีความชอบ มีความชอบ เราจะทูลเสด็จแม่และเสด็จพี่ ให้พระราชทานรางวัลใหญ่แก่พวกเจ้าๆ !!”

ขณะกำลังกล่าวอยู่ ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าดังมา มีคนตะโกนดังมาว่า

“อ๋องลู่ไม่เป็นอันใดใช่ไหม!!?”

**************

“หลบให้หมด หลบให้หมด ปืนใหญ่พร้อมแล้ว!!”

หน้าคลังอาวุธนอกโรงฝึกเหนือ มีกลุ่มคนหนึ่งตะโกนขึ้น คนด้านหน้าก็หลีกทางให้ ปืนใหญ่กระบอกหนึ่งตั้งอยู่หน้าประตูคลังอาวุธ

โจรก่อการเห็นปืนใหญ่หน้าประตูปิดทางประตูใหญ่หน้าคลังอาวุธก็หน้าเขียวคล้ำ คิดจะบุกออกไปก็ถูกธนูระดมยิงจนเงยหัวไม่ขึ้น ได้แต่มองปืนใหญ่มาตั้งวางและเตรียมบรรจุดินปืนกระสุนให้เรียบร้อยพร้อมยิงกันตาปริบๆ

พวกโจรที่ถือโล่ใหญ่อยู่หน้าประตูกระจัดกระจายหนีสี่ทิศ ปืนใหญ่ดังครืน ประตูหน้ามีโจรสองคนหลบไม่ทัน ถูกปืนยิงเข้าใส่ ร่างกายท่อนล่างฉีกขาด

“พี่น้องเราบุกเข้าไป ช่วยข้าเก็บกวาดด้านในให้เรียบร้อย!!”

เติ้งจิ้นขุนพลกองกำลังมังกรฝ่ายซ้ายแกว่งดาบตะโกนดังอยู่บนหลังม้า ไม่ต้องให้เขาพูด ทหารพร้อมดาบและโล่ด้านหน้าก็บุกกันเข้าไปในโรงฝึก

“เหลือไว้สองสามชีวิต ไม่เช่นนั้นจะไม่อาจรายงานไทเฮาและฝ่าบาทได้!”

ข้างขุนพลเติ้งจิ้นมีขันทีบนหลังม้าในชุดเกราะผู้หนึ่ง จ้องมองประตูคลังอาวุธกล่าวเยียบเย็น เติ้งจิ้นสบถดังว่า

“จางกงกงวางใจ พวกกเฬวกรากข้างในไม่มีความอดทนพอจะสู้จนตัวตายหรอก ตอนนี้ย่อมเป็นดังก้อนอ่อนยวบร้องขอชีวิตแล้ว ถึงตอนนั้นค่อยบอกกล่าวก็ได้”

หัวหน้าสำนักอาชาหลวงจางจิงสีหน้าดำคล้ำ เขาไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวอันใด โรงฝึกสมควรตายดังเกิดเหตุจลาจลได้ ดีที่คนกองกำลังมังกรฝ่ายซ้ายฉับไว พวกก่อการยังไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่ มาล้อมคลังอาวุธได้ทัน แต่อย่างไรก็ตามความรับผิดชอบก็ยังคงตกอยู่ที่เขา คงต้องดูว่าเสร็จเรื่องจะโดนลงโทษอย่างไรแล้ว

ในคลังอาวุธมีเสียงสังหารโหด หากเสียงนั้นก็เงียบลงอย่างรวดเร็ว มีขุนพลหนึ่งหน้าคลังอาวุธตะโกนเสียงแหบดังมาว่า

“จางกงกง ใต้เท้าเติ้ง ด้านในเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว!!”

**************

เห็นทหารขี่ม้ามากัน พวกนิรนามมือขวาถือดาบ มือซ้ายยังมีพวงเงินทองแดงไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร สุดท้ายได้แต่กวัดแกว่งดาบปรี่เข้าใส่

เห็นทวนยาวในมือทหารม้าปรี่เข้ามา อาศัยแรงกำลังความเร็วม้า ไม่ว่าความแรงหรือความเร็วก็ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ทหารราบจะต้านทานไหว นิรนามผู้นั้นถูกแทงล้มลงเหมือนกับถุงผ้าขาดๆ ตกอยู่ริมทาง

ทวนยาวในมือหลี่เหวินหย่วนบนหลังม้าแทงไม่หยุด นิรนามด้านหน้าก็มีคนล้มลงไม่หยุด เริ่มแรกยังมีคนร้องตะโกนปรี่เข้าใส่ แต่ต่อมาก็มีแต่แทงใส่ทางด้านหลัง

ทหารองครักษ์เสื้อแพรและเจ้าหน้าที่ศาลซุ่นเทียนที่ไล่ล่ามาด้านหลัง ตอนแรกก็ยังรู้สึกเครียด แต่ต่อมาพอเริ่มลงมือ ก็พบว่าไม่จำเป็นต้องกังวลอันใด

ทหารสิบกว่านายขี่บนหลังม้าบุกเข้าสังหารก็สามารถทะลายพวกนิรนามให้แตกกระจายได้แล้ว คนด้านหลังไม่เรียกว่าต่อสู้อันใด ก็แค่วิ่งตามม้าเข้าไปเท่านั้น มีบ้างที่ด้านหน้าสังหารหลุดรอดมาดังปลาหลุดจากแห แต่ก็ถูกคนด้านหลังกรูกันเจ้ามาจับมัดไว้ ก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากลำบากอันใด

ในมือพวกนิรนามมีอาวุธ หากก็ข่มขู่ได้แต่ราษฎร เมื่อพบกับเจ้าหน้าที่ทางการ ก็ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ เวลาชุลมุนไม่นานนัก พวกเขาก็ถูกคนศาลซุ่นเทียนและสำนักรักษาความสงบจัดการราบคาบ

***************

“เซี่ยงเฉิงป๋อ ข้าน้อยมาเยือนยามนี้ไม่ถูกธรรมเนียม แต่เมืองหลวงเกิดเหตุวุ่นวาย ไม่อาจสนใจธรรมเนียมอันใด ขอเซี่ยงเฉิงป๋อส่งกำลังออกปราบปรามด้วย!!”

เสนาบดีกรมพิธีการเซินสือหังในชุดขุนนางนอกราชการ กำลังอยู่ที่จวนเซี่ยงเฉิงป๋อ เฉินจินเซิ่ง กล่าวเสียงดังกังวาน ยามนี้ก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว แต่เซี่ยงเฉิงป๋อยังอยู่ในชุดเต็มยศ ได้ยินเซินสือหังกล่าวเช่นนี้ก็โบกมือกล่าวว่า

“ใต้เท้าเซินกล่าวอันใดกัน ข้าได้รับพระเมตตา ยามนี้เป็นเวลาที่ควรให้ความร่วมมือ ขอใต้เท้าเซินวางใจ ให้เฉินซือเป่านำคนออกไปได้!!”

เห็นสีหน้าจริงจังของเฉินซือเป่าในชุดเต็มยศ เป็นบุตรชายรองของเซี่ยงเฉิงป๋อ ผู้นี้มาจากลานฝึกหู่เวย เซินสือหังพยักหน้า คำนับนอบน้อมกล่าวว่า

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าขอไปต่ออีกตระกูลก่อน!!”

เห็นขุนพลข้างกายเซินสือหังหลายคน เซี่ยงเฉิงป๋อนามเฉินจินเซิ่งเดิมจะส่งกำลังคุ้มกันเซินสือหังก็ไม่ส่ง ได้แต่รับคำนับตอบ

พอเซินสือหังออกไป เฉินจินเซิ่งก็กล่าวกับเฉินซือเป่าว่า

“บนถนนนั้นก็แค่พวกโจรสวะ เจ้าไปข้าไม่มีอันใดไม่วางใจ แต่ตอนนี้ทุกแห่งวุ่นวาย ในวังก็เกิดเรื่อง เกรงว่าคงต้องเคลื่อนกำลังทหารเข้าเมืองมา ตอนนั้นจำให้ดีว่าให้หลบ อย่าได้ลงมือผิดเด็ดขาด”

เฉินซือเป่าพยักหน้า คนในจวนเซี่ยงเฉิงป๋อเกือบร้อยล้วนพร้อมในชุดออกรบ เฉินซือเป่าหันหลังออกจากห้อง มีคนจูงม้ามาให้ เฉินซือเป่ากำลังจะขึ้นม้า เฉินจินเซิ่งก็กล่าวว่า

“ครั้งนี้หากเดิมพันถูกข้าง ตระกูลเราก็คงได้วาสนาติดต่อกันไปอีกสามรุ่นอายุคนแล้ว!!”

เฉินซือเป่าหยุดนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะขึ้นม้าไป

พวกเซินสือหังสิบกว่าคนด้านนอกขึ้นม้าแล้ว สิบกว่าคนในชุดนับรบล้อมรอบเขาไว้ เซินสือหังหันไปมองกล่าวว่า

“พวกตระกูลถัง เซี่ยงเฉิงป๋อ ใต้เท้าหวังให้รายชื่อมา ยังมีอีกสองตระกูล รีบไปกัน!!”

ทุกคนกระตุกบังเหียนม้าพุ่งทะยานไป

**************

ในเมืองมีพวกนักเลงหัวไม้วางเพลิงปล้นชิงย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทหารในชุดรบเต็มยศ รอทางศาลซุ่นเทียนร่วมลงมือ พวกมันนอกจากถูกสังหารแล้วก็คือยอมแพ้

ตอนขอบฟ้าเริ่มขาว เมืองหลวงหลายแห่งก็เปิดประตู ทหารม้าก็เริ่มเข้าเมืองมา เจ้าหน้าที่ศาลซุ่นเทียนนำเข้ามา ยามนี้เมืองหลวงปิดกั้นเด็ดขาด ยามนี้หากผู้ใดออกมาเดินบนท้องถนนก็ย่อมถูกจัดให้เป็นพวกโจร สังหารสิ้นซาก

ต้นเพลิงหลายแห่งในวังถูกดับแล้ว ภายใต้การควบคุมของบรรดาองครักษ์ ขันทีและนางกำนัลก็เริ่มทยอยออกมาเก็บศพ ในวังที่เอะอะกันก่อนหน้านี้ตอนนี้เงียบกริบราวกับสิ้นใจ

ฮ่องเต้ว่านลี่ยืนอยู่หน้าห้องดูการขนย้ายศพ คนกวาดพื้น ก็ตรัสอยู่ตลอดเวลาว่า

“เบาหน่อย เบาหน่อย!!”

ในห้องด้านหลัง พวกหวังทงปูพื้นนอนอยู่ หลับกรนครอกทั้งชุดเกราะ

ฟ้าสว่างแล้ว……

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!