บทที่ 88 เหตุไม่ทันคาดคิด
ไม่ได้ผิดจากที่คาดไว้ ทหารเฝ้ายามตรงปากทางลับเขาเทียนปี้ถูกฆ่าแล้ว บริเวณทางเข้าไม่มีรอยเท้าเละเทะ ไม่เหมือนกับพบเจอการต่อสู้อันรุนแรงมา ดูท่าทางฝีมือของคนที่จะมาเก่งกาจเป็นอย่างมาก อีกทั้งวิธีที่ใช้ก่อเหตุก็ชาญฉลาดเป็นอย่างมาก
หลานเฟิงพอจะเดาได้แล้วว่าเป็นกลุ่มคนเช่นไร ไล่ตามอุโมงค์ลับนี้ไป จนถึงปลายทางกลับไร้ซึ่งร่องรอย ร่องรอยที่มีทั้งหมดถูกลบไปแล้ว
หลานเฟิงทำได้แค่เดินกลับไปยังเขาเทียนปี้ตามทางเดิม อวิ๋นหรูหวังว่าเจ้าจะรู้ข่าวคราวของเสี่ยวเยี่ย
เมื่อมาถึงเรือนอี้หรง หลานเฟิงตามหาอวิ๋นหรูจนทั่วแต่ก็ไม่พบ เจอเพียงแม่ทัพอวิ๋นที่มาดูอาการหลานอีเท่านั้น เมื่อเห็นหลานเฟิงอยู่ที่นี่แม่ทัพอวิ๋นก็รู้สึกตกใจขึ้นมาจริงๆ
“ไม่ทราบว่าท่านหัวหน้าแม่ทัพมาเขาเทียนปี้ด้วยเหตุอันใด? ทางด้านซีเชวียสงบแล้วหรือ? ใช่แล้วคุณหนูหลานอีของตระกูลท่านยังอยู่ที่นี่ ท่านจะพานางกลับไปอย่างนั้นหรือ?”
แม่ทัพอวิ๋นถามออกมาสองสามคำถามติดต่อกัน หลานเฟิงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่?
“อวิ๋นหรูเล่า?”
“หากเป็นท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ นางไปตระกูลหลาน คิดจะไปหาท่านประมุขหลานปรึกษาเรื่องการอพยพประชาชนขาวเขาเทียนปี้ไปอยู่ที่ตระกูลหลานเป็นการชั่วคราว”
“ไปหาท่านประมุขหลานที่ตระกูลหลาน? นางรู้ได้ว่าอย่างไรว่าท่านประมุขอยู่ที่ตระกูลหลาน?”
หลานเฟิงเหมือนจะมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย
“ก่อนหน้านี้ท่านประมุขมาร่วมช่วยเหลือเขาเทียนปี้ แต่กลับโดนกับดักแปลกของศัตรู แม้จะหนีไปได้แต่ก็สลบไม่ได้สติ รอจนหาเขาพบเขาก็ยังอยู่ในสภาวะสลบไสล รอจนดื่มยาถอนพิษไปแล้วตื่นขึ้นมาเขียนจดหมายให้ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ฉบับหนึ่งแล้วจึงไปดูอาการคุณหนูหลานอี
แต่ตอนที่ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์จัดการธุระต่างๆ เสร็จแล้วไปหาเขานั้น เขาก็ไม่อยู่แล้ว ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์คิดว่าท่านประมุขหลานน่าจะกลับไปตระกูลหลานก่อนแล้ว ดังนั้นจึงไปหาเขาที่ตระกูลหลานขอรับ”
หลานเฟิงกำหมัดแน่น
“ระยะเวลาหน้าหลังระหว่างท่านประมุขจากไปจนถึงอวิ๋นหรูมาหาเขาห่างกันนานเพียงใด?”
“ประมาณหนึ่งชั่วยามขอรับ”
หนึ่งชั่วยาม ดูจากข้อความที่เสี่ยวเยี่ยส่งมาขอความช่วยเหลือแล้ว น่าจะถูกจับตอนที่เพิ่งจากไป
“สมควรตายเสียจริง” ด่าเป็นคำหยาบออกมาประโยคหนึ่ง หลานเฟิงหมุนตัวเดินจากไป
“ท่านหัวหน้าแม่ทัพ?”
เมื่อเห็นว่าหลานเฟิงจากไป แม่ทัพอวิ๋นรู้สึกพิลึกยากจะเข้าใจ แท้จริงแล้วมาทำอะไรกันแน่?
หลานเฟิงออกจาเขาเทียนปี้ ในเสี้ยววินาทีนั้นไม่รู้ว่าจะไปที่ใด? หรือว่าเมื่อหาหลานเยี่ยพบแล้วจะต้องทำเช่นไร? จะเผชิญหน้ากับเขาอย่างไร?
คนที่อยู่เบื้องหลัง เจ้า อยู่ที่ตระกูลเยี่ยกระมัง
หลานเฟิงก้าวฝีเท้ายาวไปยังทิศทางตระกูลเยี่ย แต่กลับพบว่าทางเดินถูกขวางไว้ ชุดบ่าวนั่นช่างคุ้นตาเสียจริง
ตระกูลเยี่ยหลายพันปีมานี้รักษาประเพณีหนึ่งมาตลอด สั่งสอนฝึกฝนทหารพลีชีพกลุ่มหนึ่ง ทำภารกิจต่างๆ ที่ดำมืดสกปรก หลายพันปีมานี้วิธีการฝึกฝนเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก ภารกิจที่ต้องทำก็เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกเช่นกัน แต่ชุดของทหารพลีชีพกลุ่มนี้ไม่เคยเปลี่ยนมาก่อน
ชุดสีดำล้วนบริเวณคอเสื้อด้านซ้ายมีรูปพระจันทร์เสี้ยวสีเหลือง ด้านขวาเป็นตัวหนังสือคำว่าชิวสีม่วง บริเวณหน้าอกมีกริชแหลมคมอยู่เล่มหนึ่ง ใช้ด้ายสีเงินปักเอาไว้
และคนกลุ่มนั้นตลอดหลายพันปีมานี้มีเพียงชื่อเรียกเดียว นั่นคือจิ้งจอกราตรี
หลานเฟิงไม่ได้พูดอะไร มือที่วางอยู่บนกระบี่ขยับเล็กน้อย ดึงกระบี่ออกมาฟาดฟันต่อสู้กับจิ้งจอกราตรีกลุ่มนั้น
หลายคนล้อมรอบหลานเฟิงคนเดียว คนที่คิดจะจับเขาก็ช่างอุตสาหพยายามเสียจริง หลานเฟิงเชิดปลายกระบี่ขึ้น ลากระยะห่างระหว่างกลุ่มจิ้งจอกราตรีเหล่านั้น
“นายท่านเชิญท่านไปเป็นแขกที่ตระกูลเยี่ย ขอให้ท่านอย่างได้ปฏิเสธ”
จิ้งจอกราตรีคนหนึ่งเปิดปากพูด เย็นๆ ชาๆ ไม่มีความรู้สึกอะไร
“ทำไมข้าต้องไปกับพวกเจ้า?”
“อาศัยท่านประมุขหลานที่อยู่ในมือพวกข้า นายท่านได้สั่งมาแล้ว หากท่านไม่ไป เขาไม่อาจรับประกันความปลอดภัยของท่านประมุขหลานได้”
ได้ยินจิ้งจอกราตรีพูดเช่นนี้สีหน้าของหลานเฟิงกลายเป็นไม่น่ามองในทันใด เหมือนกำลังดิ้นรน และเหมือนว่าสำนึกผิด หลังจากนั้นชั่วครู่มือก็ปล่อยลง กระบี่ตกลงบนพื้น
เสี่ยวเยี่ย ข้าขอโทษ
